มองปัจจุบัน ย้อนอดีต

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 6 พ.ย.2566


Listen Later

  ขอเชิญร่วมตอบแบบสำรวจความคิดเห็นจากการรับฟัง Rti Podcast   ลุ้นรับของรางวัลพิเศษ !กรอกแบบสอบถามได้ที่ :https://2023appsurvey.rti.org.tw/th

   ส้มซ่า ภาษาจีนเรียกว่า “หู่โถวกัน虎頭柑” ภาษาอังกฤษเรียกว่า Bitter Orange เป็นผลไม้ตระกูล Citrus มีรสเปรี้ยว เนื้อมีลักษณะคล้ายส้มเช้ง บ้างก็ว่าเหมือนส้มโอ ในไต้หวันส้มซ่ามีขนาดผลใหญ่กว่าส้มแป้น ผิวตะปุ่มตะป่ำ เปลือกสีส้มแดง เป็นส้มที่นิยมนำมาเซ่นไหว้ กินไม่อร่อย หากควักเนื้อส้มออกแล้วใส่ใบชาลงไป ผลิตเป็นชาส้มซ่า มีประโยชน์กับสุขภาพ มีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ แก้ไอ เนื่องจากกระบวนการผลิตชาส้มซ่าต้องผ่านการตากแห้ง และเก็บไว้ในที่อากาศถ่ายเทดีเป็นเวลานาน เพราะฉะนั้น วิธีการทำจึงมีความพิถีพิถัน และต้องรู้เทคนิคในการทำ ถ้าวิธีการทำไม่ดีก็จะขึ้นราง่าย เพราะฉะนั้นราคาของชาส้มซ่าจึงค่อนข้างสูง ราคาที่ขายตามตลาดทั่วไปของชาส้มซ่าตกลูกละ 2,000 กว่าเหรียญไต้หวัน อย่างไรก็ตาม วิธีการผลิตชาส้มซ่ามีความหลากหลาย แม้ในอินเทอร์เน็ตก็ยังมีวิธีการทำหลายวิธี และราคาก็มีความแตกต่างกันไปด้วย

ส้มซ่าไต้หวัน

   เนื่องจากกระบวนการทำชาส้มซ่าต้องผ่านการตากแห้งด้วยลมธรรมชาติเป็นเวลานาน ชาส้มซ่าจึงอยู่ในสภาพที่แห้งมาก สามารถเก็บไว้ได้นาน เมื่อนำมาชงดื่ม จะต้องฝานด้วยมีดที่ทำขึ้นโดยเฉพาะ มีดธรรมดาเฉือนหรือหั่นไม่ลง และส่วนใหญ่ต้องใช้ค้อนทุบให้แตกแล้วค่อยนำไปต้มอีกด้วย เวลาชงควรใช้น้ำร้อนที่เพิ่งต้มเดือดดีที่สุด หากใช้น้ำร้อนจากเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไปอาจไม่เพียงพอ เพราะว่ามันแห้งมาก น้ำที่ร้อนมากจึงจะช่วยชงได้รสชาติที่เข้มข้น

ชาส้มซ่าตากแห้ง

   ชาส้มซ่า เป็นชาอัดก้อนที่ผ่านกระบวนการหมักคล้ายชาผู่เอ๋อ ชาชนิดนี้คงรูปด้วยการนึ่งเป็นก้อน ในไต้หวันชาส้มซ่า เป็นชาหมักหนึ่งเดียวของชาวฮากกา ไม่กี่ปีนี้ “ชาส้มซ่า” ได้ถูกนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพ และยังถูกจัดให้เป็นชาอัดก้อนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไต้หวัน นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี ผู้คนจำนวนมากในไต้หวันชอบซื้อส้มซ่า หรือ หู่โถวกัน มาเซ่นไหว้บรรพบุรุษหรือไหว้เจ้า เพราะส้มซ่ามีขนาดใหญ่ เปลือกหนา ฉ่ำน้ำ ประกอบกับเปลือกสีส้มแดงดูแล้วมีความเป็นสิริมงคล เมื่อวางไว้ที่โต๊ะหมู่บูชา สามารถเก็บได้นานเป็นเดือนโดยไม่เสีย ไม่เน่า ซึ่งส้มนี้ต่างจากส้มแมนดารินหรือส้มเขียวหวานทั่วไป เพราะเปรี้ยวมาก ไม่นิยมกิน ยกเว้นคนตั้งครรภ์ที่แพ้ท้อง เป็นส้มที่ดูสวยแต่ไม่น่ากิน เพราะฉะนั้น เมื่อผ่านพ้นเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว ส้มซ่าที่ตั้งอยู่บนแท่นบูชาก็จะเริ่มเหี่ยว หดตัว 80-90% มักจะโยนทิ้งถังขยะ แต่ชาวฮากกาซึ่งเป็นชนกลุ่มที่ประหยัดมัธยัสถ์รู้สึกเสียดาย จึงนำเศษชายัดเข้าไปในส้มซ่า ค่อยๆ หมัก เก็บไว้ได้นาน 5 ถึง 10 ปี จากนั้นนำมาหั่น ทุบ และต้มเป็นชาสำหรับดื่ม ชาที่ได้ไม่เพียงแต่ชุ่มคอ ยังมีความหอมของชาและส้มผสมผสานกัน มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย กล่าวกันว่ามีสรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ ลดไข้ได้ด้วย

ชาส้มซ่าตากแห้งแข็งมากๆ

   ชาส้มซ่ามีการสืบทอดจากบรรพบุรุษชาวฮากกากว่าร้อยปีแล้ว ในอดีต ยุคที่ขาดแคลนทรัพยากรและวัตถุ ชาส้มซ่าจึงเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ทุกครัวเรือนในบ้านของชาวฮากกาต้องมีไว้ประจำบ้าน ที่ผ่านมา ชาส้มซ่ามีรสชาติไม่อร่อยเหมือนกับปัจจุบัน เพราะจัดเป็นยารักษาโรค เนื่องจากในอดีตยารักษาแพง หายาก เมื่อมีไข้ไม่สบายก็มักจะเอาชาส้มซ่าที่แขวนอยู่เหนือเตา นำมาชงดื่ม ถ้าหากหลานในบ้านกับอากงเป็นไข้พร้อมกัน ผู้ใหญ่ก็จะให้เด็กดื่มก่อน นอกจากนี้ ลูกสาวที่แต่งออก ในสินสอดของใช้ที่ติดไปกับเจ้าสาว ส่งที่ขาดไม่ได้คือ ชาส้มซ่า เพราะพ่อแม่ของฝ่ายหญิงเกรงว่าลูกสาวไม่สบายไม่มีใครดูแล แต่หลังจากชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ยารักษาโรคมีความแพร่หลาย ชาส้มซ่าจึงได้รับความนิยมน้อยลง แต่ไม่กี่ปีนี้ ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพ ชาสุขภาพอย่างชาส้มซ่ากลับได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

มองปัจจุบัน ย้อนอดีตBy แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rti