มองปัจจุบัน ย้อนอดีต

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564


Listen Later

ส้มและดอกคาเมลเลีย ผลไม้และดอกไม้แทนสัญลักษณ์ความสิริมงคล ความโชคดี ความร่ำรวยที่นิยมช่วงวันตรุษจีน

           วันนี้มี 2 เรื่องที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังคือ เรื่องของส้มซึ่งเป็นผลไม้สิริมงคล แทนความโชคดีในวันตรุษจีน รวมทั้งเรื่องของดอกชาหรือคาเมลเลียที่สวยสดงดงามกำลังเบ่งบานแทนความร่ำรวยต้อนรับตรุษจีนและยังเป็นดอกไม้ประจำเมืองซินจู๋ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาในช่วงปลายเดือนมกราคม ที่ตำบลเป่าซานมีการจัดเทศกาลวัฒนธรรมส้มและดอกคาเมลเลีย แต่เนื่องด้วยปีนี้ยังเกิดการระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่ที่ดูท่ามีการขยายวงกว้างในไต้หวัน เพราะฉะนั้นการจัดงานจึงมีความเข้มงวดมาก คนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอด มีการวัดไข้ มีการลงทะเบียนสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่อนุญาตให้ดื่มน้ำหรือกินอาหารในงาน ให้นำกลับบ้านอย่างเดียว เป็นต้นโดยผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับต้นกล้าของดอกชาไปปลูก มีการแจกฟรีทั้งหมด 1,000 ต้น นายชิวคุนโถ่ง(邱坤桶) กำนันตำบลเป่าซานบอกว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงที่ผ่านมา ฝนตกที่น้อยลง ทำให้ปริมาณของส้มลดลงถึง 60%  แต่ว่าไม่ส่งผลต่อคุณภาพของส้ม ก็อยากจะให้ผู้บริโภคช่วยๆ กันสนับสนุน ช่วยเหลือเกษตรกร เพราะช่วงนี้เป็นฤดูกาลของส้มที่มีความสด หวาน อร่อย เป็นผลไม้ในฤดูหนาวที่พบเห็นได้มากที่สุด ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนก็มีส้มสุกนำออกมาขายตามท้องตลาดมากมาย และส้มในไต้หวันก็มีความหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งส้มแมนดาริน ส้มเช้ง ส้มจี๊ดสีทอง ส้มโอ ส้มเขียวหวาน ส้มแทงกัน(桶柑Tankan) เป็นต้น ส่วนในเรื่องของดอกชาป่าหรือดอกคาเมลเลียที่บอกว่าเป็นดอกไม้มงคลที่เป็นสัญลักษณ์แทนความร่ำรวยนั้น ไม่เพียงแต่เป็นดอกไม้ประจำเมืองซินจู๋ ยังเป็นดอกไม้ประจำตำบลเป่าซานด้วย สายพันธุ์ดอกชาหรือดอกคาเมลเลียที่ปลูกในตำบลเป่าซานมีเกือบ 1,000 ชนิด ปลูกในปริมาณมากที่สุดในไต้หวัน กำนันชิวขอเชิญชวนประชาชนที่ไปร่วมกิจกรรม ซื้อส้ม 1 ลัง และดอกคาเมลเลีย 1 ต้นนำกลับไปปลูกต้อนรับตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคล

เทศกาลวัฒนธรรมส้มและดอกคาเมลเลียที่ตำบลเป่าซาน

        ดอกชาภาษาจีนเรียกว่า “ฉาฮัว-茶花”หรือบางทีก็เรียกว่า “ดอกชาป่า山茶花” ส่วนภาษาอังกฤษเรียกว่า “ดอกคาเมลเลีย -camellia” และคนญี่ปุ่นเรียกว่า “ดอกสึบากิ” สำหรับหน้าตาของดอกชาก็คล้ายดอกกุหลาบขนาดใหญ่ กลีบดอกจะซ้อนกันเป็นมันลื่น มีความสวยงาม บางคนจะเรียกว่า “กุหลาบญี่ปุ่น” แต่ขอบอกว่าไม่ใช่ดอกกุหลาบ มีทั้งสีแดง สีชมพู สีขาว มีความสวยงามมาก ขณะนี้กำลังเบ่งบานมีหลายแห่งในไต้หวัน แต่มีให้ชมและปลูกกันมากหน่อยก็อยู่ที่เป่าซานเซียง(寶山鄉)ในเมืองซินจู๋  เป็นดอกไม้ที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศหนาวเย็น และออกดอกบานอยู่ได้นาน จะบานทนและดอกจะบานกระจายไปทั่วทั้งพุ่มต้น เริ่มออกดอกตั้งแต่เดือนตค.ถึงเดือนมีค.ปีถัดไป เทคนิกการปลูกดอกชาของตำบลเป่าซานมีการวิจัยพัฒนาและปลูกเป็นจำนวนมากที่สุดในไต้หวัน ถือเป็น 1 ไม่มี 2  ซึ่งมีการปลูกมานานกว่าพันปีแล้ว ในไต้หวันเชื่อว่าเป็นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย(富貴) เป็นดอกไม้ที่ออกดอกในช่วงหน้าหนาวต้อนรับตรุษจีน หลายคนคิดว่า ดอกคาเมลเลียหรือดอกชามีต้นกำเนิดจากทางประเทศยุโรป แต่หลักฐานพบว่า ดอกชามีต้นกำเนิดจากเอเชียตะวันออก เนื่องจากมีหลักฐานปรากฏในผลงานศิลปะต่างๆ ของจีน จึงไม่แปลกที่ว่าดอกคาเลมเลียมีปรากฏอยู่ในศิลปะ เครื่องกระเบื้อง และวรรณกรรมจีนโบราณมากมาย และต่อมามีการเผยแพร่ไปยังญี่ปุ่น สำหรับในจีน ดอกคามีเลียนิยมมอบให้เป็นของขวัญสื่อถึงความรักและความซื่อสัตย์ กลีบดอกคามิเลียถือเป็นตัวแทนของเพศหญิง ส่วนก้านและฐานรองดอกเป็นตัวแทนของเพศชาย อีกทั้งลักษณะที่สมมาตรเท่ากันทุกด้านทำให้ดอกคามิเลียเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบและความเป็นเลิศ รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ ความร่ำรวย และเป็นการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิในช่วงตรุษจีนด้วย

ดอกชาคล้ายดอกกุหลาบขนาดใหญ่ กลีบดอกซ้อนกันเป็นมันลื่น มีความสวยงาม

        ส่วนส้มถือเป็นผลไม้มงคลยอดนิยมของชาวจีน เป็นสัญลักษณ์ของความมีสิริมงคล สามารถใช้ส้มในการเป็นของฝากของไหว้ได้ในทุกๆ เทศกาลของชาวจีนก็ว่าได้ ส้ม เป็นผลไม้ที่นำมาไหว้บรรพบุรุษ ไหว้เจ้า หรือใช้ประกอบพิธีกรรม ไม่ว่าจะเป็นวันตรุษจีน วันสารทจีน วันคล้ายวันเกิด วันแต่งงาน งานเฉลิมฉลอง หรืองานศพ และนอกจากนี้ ยังใช้ส้มในการอวยพรญาติสนิทมิตรสหาย หรือนำส้มเป็นผลไม้เยี่ยมไข้ ยิ่งถ้าในช่วงเทศกาลวันตรุษจีนแล้ว คนจีนที่จะเดินทางไปอวยพรปีใหม่หรือว่าไป้เหนียนอย่างน้อยให้มีส้มติดไม้ติดมือไปด้วยก็ยิ่งดี และจะต้องเอาส้มไปอวยพรเป็นเลขคู่ หรือบางคนจะเลือกซื้อส้มผลใหญ่หน่อยแล้วติดโบร์สีแดง เอาไปไหว้เจ้าที่หรือตี่จูเอี๊ย หรือวางไว้บนหิ้งไหว้บรรพบุรุษในช่วงตรุษจีน ทั้งนี้เนื่องจาก เสียงของคำว่า ‘ผลส้ม’ เรียกว่า จวี๋จื่อ橘子 หรือเรียกสั้นๆ ว่า จวี๋ นั้น มีเสียงพ้องหรือออกเสียงใกล้เคียงกับคำว่า ‘จี๋吉’ ที่แปลว่า โชคดี  สิริมงคล คนจีนจึงนิยมนำผลส้มมาไหว้เจ้าและนำไปคารวะอวยพรผู้ใหญ่ในช่วงวันตรุษจีน พร้อมกับคำอวยพร 大吉大利 (ต้าจี๋ต้าลี่) ดังนั้น ส้มจึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์แทนความหมายของคำว่า สิริมงคล เนื่องจากส้มมีสีสวยสดงดงามคล้ายสีทอง การมอบส้มให้ญาติสนิทมิตรสหายก็คล้ายกับการมอบทองให้แก่กันนั่นเอง

ส้มถือเป็นผลไม้มงคลยอดฮิตของชาวจีนที่แทนความโชคดี

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

มองปัจจุบัน ย้อนอดีตBy แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, Rti