
Sign up to save your podcasts
Or


วันนี้ได้มีโอกาสอ่านนิทานให้ลูกฟังอะไรอย่างงี้อัญชัน ฟังอยู่คนเดียว เนื่องจากวันนี้พิชิตต้องอ่านหนังสือไปสอบ หาเลยได้อ่านหลายเรื่อง ทั้งป๋องแป๋ง แล้วก็บุ๊กซ่าของไดโนเสาร์ต่าง ๆ นะครับให้ลูกฟัง ระยะเวลาก็เฉลี่ยประมาณ 30 นาที เศษ ๆ อ่า ก็เก็บไว้ให้ฟังกันนะครับ ไปจะสนุกสนานหรือไม่สนุกสนานบ้างเราเป็นกิจกรรมในครอบครัวเล็ก ๆ น้อย ๆ สําหรับวันนี้ครับ
การวิ่งเพื่อสุขภาพและการพัฒนาตนเอง โดยครอบคลุมตั้งแต่ระดับกายภาพไปจนถึงการสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต หมอเมย์ ได้อธิบายถึง กลไกการบาดเจ็บ ว่าเป็นเรื่องปกติที่ร่างกายใช้ในการเรียนรู้และพัฒนาขีดจำกัด พร้อมทั้งให้คำแนะนำเรื่องการดูแลตนเองเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บเรื้อรัง ขณะที่บทความด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเน้นย้ำความสำคัญของการออกกำลังกายใน โซน 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของไมโทคอนเดรีย ซึ่งช่วยในการชะลอวัยและสร้างความอึด ควบคู่ไปกับการฝึกใน โซน 5 เพื่อพัฒนาค่า VO2 Max และระบบไหลเวียนโลหิต นอกจากนี้ยังมีการแบ่งปันประสบการณ์จาก คุณหนุ่ม Runner’s Journey ที่ใช้การวิ่งเป็นเครื่องมือก้าวผ่านวิกฤตวัยกลางคนและการสูญเสียงาน โดยเปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็น วินัยและชัยชนะเล็กๆ ในแต่ละวัน แหล่งข้อมูลทั้งหมดสรุปตรงกันว่าการวิ่งไม่ใช่เพียงการออกกำลังกาย แต่เป็นกระบวนการที่ช่วยให้มนุษย์ ค้นพบอิสรภาพทางใจ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนได้จริง
ความสำคัญของทักษะการสื่อสารและการนำเสนอตัวเอง ว่าเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเพียงแค่ความรู้ความสามารถทางวิชาการ โดยเนื้อหาชี้ให้เห็นว่าการเข้าใจ การทำงานของสมองและฮอร์โมน เช่น คอร์ติซอลและออกซิโทซิน ช่วยให้เราสร้างความไว้วางใจและลดการเผชิญหน้าในที่ทำงานได้ ผู้พูดได้แบ่งระดับการสนทนาออกเป็น 3 ระดับ ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นฐานไปจนถึงการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตวิทยาเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังแนะนำเทคนิคการสร้าง แบรนด์บุคคล ผ่านการเล่าเรื่องราวที่เข้าถึงง่ายและเป็นธรรมชาติ แทนที่จะยึดติดกับทฤษฎีหรือความสมบูรณ์แบบเพียงอย่างเดียว การตระหนักถึง จุดบอดในการสนทนา และการฝึกฝนการใช้ภาษาอย่างมีสติจะช่วยเปลี่ยนความแตกต่างให้กลายเป็นโอกาส และพาเราไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงทั้งในด้านความสัมพันธ์และธุรกิจ
กฎ 4 ข้อในการสร้างนิสัยใหม่ให้สำเร็จตามหลักการของหนังสือ Atomic Habits โดย James Clear มีรายละเอียดดังนี้ครับ1. ทำให้เห็นชัดเจน (Make it Obvious)กฎข้อนี้มุ่งเน้นไปที่ "ปัจจัยกระตุ้น" (Cue) เพื่อให้สมองรับรู้และเริ่มทำนิสัยนั้นได้ง่ายขึ้น
2. ทำให้น่าดึงดูดใจ (Make it Attractive)กฎข้อนี้ใช้หลักการของ "ความปรารถนา" (Craving) และสารโดปามีนในสมองเพื่อสร้างแรงจูงใจ3. ทำให้เป็นเรื่องง่าย (Make it Easy)กฎข้อนี้เน้นไปที่ "การตอบสนอง" (Response) โดยลดแรงเสียดทานเพื่อให้การเริ่มต้นเป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุด4. ทำให้ได้รับความพึงพอใจ (Make it Satisfying)กฎข้อนี้เกี่ยวข้องกับ "รางวัล" (Reward) เพื่อให้สมองจดจำความรู้สึกดีและอยากทำนิสัยนั้นซ้ำอีกข้อแนะนำเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูล: หากต้องการ "เลิกนิสัยที่ไม่ดี" ให้ทำในทางตรงกันข้าม คือ ทำให้มองไม่เห็น (Invisible), ทำให้น่าเบื่อ (Unattractive), ทำให้ยาก (Difficult) และทำให้ไม่น่าพึงพอใจ (Unsatisfying) ครับ
From the publisher's feed