ธรรมบรรยาย โดย พระอาจารย์นาวี ปิยทัสสี

อรรถกถา ยุคปี2000 Group Sitting 2025-01-19


Listen Later

ที่ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 22 กรกฎาปี 64 อะไรเกิดขึ้นด้วย ​

ใจนะ ใจนี้ยังมีบทบาทในการรับรู้อยู่

ใจจะเป็นจุดศูนย์รวมของการรับรู้ในฝ่ายของอกุศล

ความเศร้าหมอง

กิเลสอวิชชาตัณหาอุปาทานนะ


เวลาที่จิตไปรับรู้อารมณ์ว่ามีอวิชชาตัณหาอุปาทานเข้าเกิดร่วม

ความรู้สึกจะถูกดึงถูกหน่วงไปที่หัวใจ

แต่เมื่อใดที่จิตประกอบกับกุศล

ในการรับรู้อารมณ์ ความรู้สึกจะอยู่ที่กึ่งกลางสมอง

ซึ่งในมีหลายคลิปนะที่พระอาจารย์ให้ผู้ปฏิบัติมีการทดสอบ

มีการเทสมีการพิสูจน์ด้วยตัวเราเอง

เป็นเช่นนั้นจริงด้วย

เมื่อเราน้อมนึกถึงกุศลธรรม

คุณความดีฐานะบารมีการเสียสละนึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า

หรือว่าน้อมจิตหยั่งลงสู่ไตรลักษณ์

อนิจจังทุกขังอนัตตา

ความรู้สึกจะรวมศูนย์ที่กึ่งกลางสมอง

แต่ถ้าเมื่อใด ลองเทสดูได้นะเมื่อเรานึกถึงอารมณ์อกุศล

อันเป็นอารมณ์ที่ทําให้จิตเราเศร้าหมอง

เป็นความรักความชังความผูกพันธ์

การได้มาเสียไปความวิตกกังวลอะไรต่างต่างน่ะ

ความรู้สึกมันจะหน่วงไปที่หัวใจทันที

อันนี้ไม่ไม่ต้องรอระดับสมาธิผู้ปฏิบัติสามารถสัมผัสได้

ด้วยประสบการณ์ง่ายๆ

ส่วนกึ่งกลางสมองนั้นจะเป็นจุดศูนย์รวม

ของกุศลธรรมทั้งปวงในการรับรู้อารมณ์

เมื่อใดที่จิตรับรู้อารมณ์

ที่ประกอบด้วยกุศลธรรมด้วยปัญญา

เมื่อพูดแล้วกลับมาที่ธรรมจักร

เมื่อธรรมจักรปรากฏจะเป็น ๖ วงใช่ไหมก็คือ ๖ ดวง

แต่ว่าเกิดขึ้นทีละดวง

จากวงกลมของ ๖ วงเหลืออยู่วงเดียว

ก็คือตัวธรรมารมณ์กับกึ่งกลางสมอง

ซึ่งเมื่อก่อนนั้นก็เรียกว่าเหลืออยู่เฉพาะธรรมารมณ์กับใจ

แล้ววงกลมของธรรมารมณ์จะหมุนเร็วขึ้นเร็วขึ้น

แล้วกาลอวสาน การสิ้นสุดของวงกลมหรือว่าธรรมจักรก็ดับไป

ดับไปปุ้บวิมุตติญานทัสสนะก็ปรากฏนะ

ที่เกี่ยวกับว่าเป็นชาติสุดท้าย เป็นภพสุดท้าย ภพใหม่ไม่มี

ประมาณนี้ อันนี้ก็จะเป็นอรรถกถา

เพื่อชี้แจงเพื่อมาทําความกระจ่างชัดว่า

เอ๊ะไม่มีในพระไตรปิฏก

บัญญัติในสิ่งที่พระองค์พระพุทธองค์ไม่ได้บัญญัติขึ้น

จะเป็นบาปกรรมไหม ก็มีทัศนคติต่างๆกันไป

เพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้น

ไม่เป็นการกล่าวตู่หรือว่าไม่เป็นวจีกรรม

กับผู้ที่เข้ามารู้ มาเห็น เข้ามาเสพสื่อ เข้ามามีโอกาส

ได้ได้ยินได้ฟังแบบนั้น

ก็อ๋อนี่ก็ขอให้พวกเรา ผู้เดินทางอยู่

ที่ได้เข้ามาศึกษาองค์ความรู้เหล่านี้

ที่พระอาจารย์มาแบ่งปันนี้ก็เป็นหนึ่งใน "อรรถกถา"

--------

ขอบเขตการรับรู้ของจิตนี้

จะอยู่ในขอบเขตของกายหรือว่าของรูปขันธ์

เพราะฉะนั้นพระองค์ท่านถึงบัญญัติศัพท์อีกตัวหนึ่งว่า

รูปสัญญา ตามให้ทันนะ รูปสัญญา

นั่นหมายถึงว่าใครก็ตามที่มีประสบการณ์

เวลาตัวเองเข้าสมาธิ ขณิกะ อุปจาระ อัปปนาแล้วเนี่ย

มันเวิ้งว้าง มันเป็นว่างเปล่าไร้จุดหมาย

ไม่มีที่ตั้งของกายเหมือนกับว่างเปล่า

ไม่มีกายไม่มีความรู้สึกทางกายเลย

แบบนี้แสดงว่าไม่ใช่นะ

ไม่ใช่ฌานจิต ไม่ใช่รูปสัญญา

เพราะรูปสัญญา สัญญาการรับรู้จะต้องอยู่ในขอบเขตของรูป

คือต้องอยู่ในขอบเขตของกายนี้

ของรูปขันธ์นี้

พึงทําความเข้าใจและระมัดระวังให้มาก

ความเข้าใจกับสาภาวะ

รูปสัญญาเริ่มต้นตั้งแต่ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ

และฌานจิตทั้ง ๔ ขั้น

ข้างบน หนึ่ง สอง สาม สี่นี่

คำว่าขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ และอัปปนาสมาธิ

นิยามคำสามคํานี้ไม่มีในพระสูตรนะ

นั่นแสดงว่าเป็นอรรถกถาเหมือนกัน

พระอาจารย์นาวี ปิยทัสสี

===========

"อรรถถถา ยุคปี๒๐๐๐"

Group Sitting 19-01-2025

ศูนย์วิปัสสนา วัดถ้ำดอยโตน

#เพจผู้ศึกษาและปฏิบัติธรรมวัดถ้ำดอยโตน


...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ธรรมบรรยาย โดย พระอาจารย์นาวี ปิยทัสสีBy Mowakee Forest