
Sign up to save your podcasts
Or
...
ปรากฏว่าเมื่อมันถึงจุดเต็มรอบแล้ว
พอจิตเคลื่อนเข้าสู่ฌานที่หนึ่ง เคลื่อนไปสู่ฌานที่สอง
ดํารงอยู่ในฌานที่สาม ยกตัวอย่างนะในฌานที่สาม
แทนที่จะเคลื่อนขึ้นไปฌานที่สี่ ไม่แล้ว!
ฌานที่สี่นี้เป็นบาทฐานให้กับการบรรลุ
คือการดับสิ้นสุดลงของรูปและนามก็ปรากฏนะ
นั่นแสดงว่า
อนาคามีมัคคญาณมีตติยฌานเป็นบาทฐาน
ทํากิจเป็นสัมมาสมาธิเกิดร่วมกับตัวปัญญาพละวิปัสสนาพละ
หลักโดยสภาวะนั้นมีอยู่ว่า เมื่ออนาคามีมรรคเกิดแล้ว
เกิดขึ้นเพียงขณะเดียวใช่ไหมอย่าลืมนะเกิดขึ้นเพียงขณะเดียว
มีคุรุบางท่านบอกว่ามันเกิดขึ้นเพียงวินาทีนั่นเอง
แต่ในทางอรรถกถาของทางวิสุทธิมรรคเกิดเร็วกว่านั้นอีก
เร็วยิ่งกว่าแสงอีก ก็ไม่เป็นไรแต่ว่าเร็วก็แล้วกัน
อนาคามีมัคคญาณเกิดขึ้นแล้วดับไป
ญาณทัสสนะจะปรากฏสืบต่อทันทีเลยนะ ทันทีเลย
ญาณทัสสนะจะเกิดหลังจากที่จิตดวงนั้น
ได้ดับกามราคะปฏิคะได้แล้ว
ผู้ที่ยังดับกามราคะดับความยินดีในกามไม่ได้ญาณทัสสนะจะยังไม่เกิดนะ
เพราะฉะนั้นญาณทัสสนะจะเกิดครั้งแรกก็คือหลังจากที่อนาคามีมัคคญาณดับไป
เกิดขึ้นปุ๊บแล้วดับไป เพียงขณะเดียวแล้วดับไป อย่าลืมนะ
มัคคญานซึ่งมี 4 มรรคด้วยกันในสังสารวัฏนี้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนั้นเป็นผล อนาคามีผล สกิทาคามีผล อนาคามีผล โสดาปัตติผล
ที่เราเคยได้ยินก็คือ ไปเสวยนิพพาน
ไปเสวยสภาวะที่ตัวเองได้บรรลุแล้วดังปรารถนา
เรียกว่าผลญาณ ถ้าได้ดังปรารถนาเรียกว่าผลสมาบัติ
ปิยทัสสี ภิกขุ
============
นำนั่งปฏิบัติกลุ่ม
Group Sitting 20-10-2024
พระอาจารย์นาวี ปิยทัสสี
ศูนย์วิปัสสนาวัดถ้ำดอยโตน
=========
ความสัมพันธ์นั้นเป็นกระจกเงาที่สะท้อนภาพลักษณ์ตัวตนของแต่ละคน
สะท้อนซึ่งกันและกัน อีกอย่างการเติมเต็มนั้นไม่มีที่สิ้นสุดนะ
แท้ที่จริงมันไม่มีนะตัวตนตัวนี้
พอไปถึงจุดจุดหนึ่ง
ความสงสัยเอ๊ะฉันเคยเติมเต็มกับตัวตนในเรื่องนี้ ด้วยวิธีนี้
ด้วยความสัมพันธ์นี้ด้วยกิจกรรมนี้ ด้วยความเชื่อแบบนี้
มันก็เปลี่ยนไปเรื่อยเรื่อย
พฤติกรรมที่เราหาอุบายวิธี ที่เราไปเติมเต็มเขาเรียกว่า
ศีลพตปรามาส
...
ปรากฏว่าเมื่อมันถึงจุดเต็มรอบแล้ว
พอจิตเคลื่อนเข้าสู่ฌานที่หนึ่ง เคลื่อนไปสู่ฌานที่สอง
ดํารงอยู่ในฌานที่สาม ยกตัวอย่างนะในฌานที่สาม
แทนที่จะเคลื่อนขึ้นไปฌานที่สี่ ไม่แล้ว!
ฌานที่สี่นี้เป็นบาทฐานให้กับการบรรลุ
คือการดับสิ้นสุดลงของรูปและนามก็ปรากฏนะ
นั่นแสดงว่า
อนาคามีมัคคญาณมีตติยฌานเป็นบาทฐาน
ทํากิจเป็นสัมมาสมาธิเกิดร่วมกับตัวปัญญาพละวิปัสสนาพละ
หลักโดยสภาวะนั้นมีอยู่ว่า เมื่ออนาคามีมรรคเกิดแล้ว
เกิดขึ้นเพียงขณะเดียวใช่ไหมอย่าลืมนะเกิดขึ้นเพียงขณะเดียว
มีคุรุบางท่านบอกว่ามันเกิดขึ้นเพียงวินาทีนั่นเอง
แต่ในทางอรรถกถาของทางวิสุทธิมรรคเกิดเร็วกว่านั้นอีก
เร็วยิ่งกว่าแสงอีก ก็ไม่เป็นไรแต่ว่าเร็วก็แล้วกัน
อนาคามีมัคคญาณเกิดขึ้นแล้วดับไป
ญาณทัสสนะจะปรากฏสืบต่อทันทีเลยนะ ทันทีเลย
ญาณทัสสนะจะเกิดหลังจากที่จิตดวงนั้น
ได้ดับกามราคะปฏิคะได้แล้ว
ผู้ที่ยังดับกามราคะดับความยินดีในกามไม่ได้ญาณทัสสนะจะยังไม่เกิดนะ
เพราะฉะนั้นญาณทัสสนะจะเกิดครั้งแรกก็คือหลังจากที่อนาคามีมัคคญาณดับไป
เกิดขึ้นปุ๊บแล้วดับไป เพียงขณะเดียวแล้วดับไป อย่าลืมนะ
มัคคญานซึ่งมี 4 มรรคด้วยกันในสังสารวัฏนี้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนั้นเป็นผล อนาคามีผล สกิทาคามีผล อนาคามีผล โสดาปัตติผล
ที่เราเคยได้ยินก็คือ ไปเสวยนิพพาน
ไปเสวยสภาวะที่ตัวเองได้บรรลุแล้วดังปรารถนา
เรียกว่าผลญาณ ถ้าได้ดังปรารถนาเรียกว่าผลสมาบัติ
ปิยทัสสี ภิกขุ
============
นำนั่งปฏิบัติกลุ่ม
Group Sitting 20-10-2024
พระอาจารย์นาวี ปิยทัสสี
ศูนย์วิปัสสนาวัดถ้ำดอยโตน
=========
ความสัมพันธ์นั้นเป็นกระจกเงาที่สะท้อนภาพลักษณ์ตัวตนของแต่ละคน
สะท้อนซึ่งกันและกัน อีกอย่างการเติมเต็มนั้นไม่มีที่สิ้นสุดนะ
แท้ที่จริงมันไม่มีนะตัวตนตัวนี้
พอไปถึงจุดจุดหนึ่ง
ความสงสัยเอ๊ะฉันเคยเติมเต็มกับตัวตนในเรื่องนี้ ด้วยวิธีนี้
ด้วยความสัมพันธ์นี้ด้วยกิจกรรมนี้ ด้วยความเชื่อแบบนี้
มันก็เปลี่ยนไปเรื่อยเรื่อย
พฤติกรรมที่เราหาอุบายวิธี ที่เราไปเติมเต็มเขาเรียกว่า
ศีลพตปรามาส