ธรรมบรรยาย โดย พระอาจารย์นาวี ปิยทัสสี

สังโยชน์ ๑๐ Group Sitting 2024-10-20


Listen Later

...

ปรากฏว่าเมื่อมันถึงจุดเต็มรอบแล้ว

พอจิตเคลื่อนเข้าสู่ฌานที่หนึ่ง เคลื่อนไปสู่ฌานที่สอง

ดํารงอยู่ในฌานที่สาม ยกตัวอย่างนะในฌานที่สาม

แทนที่จะเคลื่อนขึ้นไปฌานที่สี่ ไม่แล้ว!

ฌานที่สี่นี้เป็นบาทฐานให้กับการบรรลุ

คือการดับสิ้นสุดลงของรูปและนามก็ปรากฏนะ

นั่นแสดงว่า

อนาคามีมัคคญาณมีตติยฌานเป็นบาทฐาน

ทํากิจเป็นสัมมาสมาธิเกิดร่วมกับตัวปัญญาพละวิปัสสนาพละ


หลักโดยสภาวะนั้นมีอยู่ว่า เมื่ออนาคามีมรรคเกิดแล้ว

เกิดขึ้นเพียงขณะเดียวใช่ไหมอย่าลืมนะเกิดขึ้นเพียงขณะเดียว

มีคุรุบางท่านบอกว่ามันเกิดขึ้นเพียงวินาทีนั่นเอง

แต่ในทางอรรถกถาของทางวิสุทธิมรรคเกิดเร็วกว่านั้นอีก

เร็วยิ่งกว่าแสงอีก ก็ไม่เป็นไรแต่ว่าเร็วก็แล้วกัน


อนาคามีมัคคญาณเกิดขึ้นแล้วดับไป

ญาณทัสสนะจะปรากฏสืบต่อทันทีเลยนะ ทันทีเลย

ญาณทัสสนะจะเกิดหลังจากที่จิตดวงนั้น

ได้ดับกามราคะปฏิคะได้แล้ว

ผู้ที่ยังดับกามราคะดับความยินดีในกามไม่ได้ญาณทัสสนะจะยังไม่เกิดนะ

เพราะฉะนั้นญาณทัสสนะจะเกิดครั้งแรกก็คือหลังจากที่อนาคามีมัคคญาณดับไป

เกิดขึ้นปุ๊บแล้วดับไป เพียงขณะเดียวแล้วดับไป อย่าลืมนะ

มัคคญานซึ่งมี 4 มรรคด้วยกันในสังสารวัฏนี้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น


ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนั้นเป็นผล อนาคามีผล สกิทาคามีผล อนาคามีผล โสดาปัตติผล

ที่เราเคยได้ยินก็คือ ไปเสวยนิพพาน

ไปเสวยสภาวะที่ตัวเองได้บรรลุแล้วดังปรารถนา

เรียกว่าผลญาณ ถ้าได้ดังปรารถนาเรียกว่าผลสมาบัติ


ปิยทัสสี ภิกขุ

============

นำนั่งปฏิบัติกลุ่ม

Group Sitting 20-10-2024

พระอาจารย์นาวี ปิยทัสสี

ศูนย์วิปัสสนาวัดถ้ำดอยโตน

=========


ความสัมพันธ์นั้นเป็นกระจกเงาที่สะท้อนภาพลักษณ์ตัวตนของแต่ละคน

สะท้อนซึ่งกันและกัน อีกอย่างการเติมเต็มนั้นไม่มีที่สิ้นสุดนะ

แท้ที่จริงมันไม่มีนะตัวตนตัวนี้

พอไปถึงจุดจุดหนึ่ง

ความสงสัยเอ๊ะฉันเคยเติมเต็มกับตัวตนในเรื่องนี้ ด้วยวิธีนี้

ด้วยความสัมพันธ์นี้ด้วยกิจกรรมนี้ ด้วยความเชื่อแบบนี้

มันก็เปลี่ยนไปเรื่อยเรื่อย

พฤติกรรมที่เราหาอุบายวิธี ที่เราไปเติมเต็มเขาเรียกว่า

ศีลพตปรามาส



...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ธรรมบรรยาย โดย พระอาจารย์นาวี ปิยทัสสีBy Mowakee Forest