คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!
1. ฝนตกหนักทางภาคใต้และภาคกลางตอนล่างของเกาะไต้หวัน สร้างความเสียหายหนัก ไถหนาน เจียอี้อ่วม
พายุฝนน้องๆ ไต้ฝุ่นที่เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมภาคใต้เกาะไต้หวันตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้มีพายุฝนกระหน่ำอย่างหนัก เกิดน้ำท่วมไปทั่วภาคใต้และลามขึ้นมาที่เมืองเจียอี้ หยุนหลิน จนวันถัดมา 8 เมืองทางภาคกลางและใต้ต้องประกาศหยุดทำงานและหยุดเรียน จนถึงปลายสัปดาห์นี้ หลายพื้นที่โดยเฉพาะที่เจียอี้ ก็ยังมีน้ำท่วมขัง ยังไม่ลด
เหตุที่ฝนตกจนเกิดน้ำท่วมรุนแรงครั้งนี้ มาปริมาณน้ำฝนในคืนวันที่ 23-24 สิงหาคม สูงกว่า 300 มม. ตัวเลขนี้ ท่ากับปริมาณน้ำฝนที่ตกในอัฟริกาตลอดทั้งปี เมื่อฝนตกหนักราวกับฟ้ารั่ว ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูง ท่อและคลองระบายน้ำ ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน สาเหตุที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ ภาคกลางและภาคใต้ มีการขุดบ่อเลี้ยงปลาค่อนข้างเยอะ และมีการสูบน้ำบาดาลมาใช้เลี้ยงปลา ทำให้ดินทรุดต่ำ เมื่อฝนตกหนัก น้ำทะเลหนุนสูง จึงไม่สามารถระบายน้ำออกไปได้
พายุฝนถล่มภาคใต้เกาะไต้หวัน ทำให้เกิดน้ำท่วมไปทั่วและสร้างความเสียหนัก ในภาพเป็นสภาพน้ำท่วมในเจียอี้
สรุปน้ำท่วมครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บกว่า 100 คน ทั้งหมดเป็นชาวไต้หวัน หมูตายกว่า 10,000 ตัว ไก่กว่า 500,000 คน พืชผักผลไม้เสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 7,400 ล้าน ในจำนวนนี้ เจียอี้เสียหายหนักสุด 4,500 ล้านเหรียญไต้หวัน รองลงมาเป็นไถหนาน 1,800 ล้านเหรียญไต้หวัน
เนื่องจากวันที่ 23 สิงหาคม เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของไต้หวัน เป็นวันที่กองทัพไต้หวันที่เกาะจินเหมินยิงปืนใหญ่สู้กับกองทัพปลดแอกของจีนแผ่นใหญ่รุนแรงที่สุด และปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 60 ปี มีการทำพิธีนรำลึกยุทธภูมิ 23 สิงหาคม หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 823 炮戰 สื่อต่างๆ ในไต้หวันก็เลยนำเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อ 23 ส.ค. ที่ผ่านมาเป็น 823 泡戰 เช่นกัน ออกเสียงอย่างเดียวกัน แต่มีความหมายว่าเป็นวันโดนน้ำถล่มหรือเป็นวันแช่อยู่ในน้ำ
พายุฝนน้องๆ ไต้ฝุ่นถล่มภาคใต้เกาะไต้หวัน ทำให้เกิดน้ำท่วมไปทั่วและสร้างความเสียหนัก
2. สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยประกาศเปลี่ยนแนวปฏิบัติยื่นขอวีซ่าโดยจะให้บริษัทเอกชนรับเรื่องให้แทนการไปยื่นที่เคาน์เตอร์สำนักงานการค้าฯ แต่เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 470 เหรียญไต้หวันต่อคน นักท่องเที่ยวและบริษัททัวร์ไต้หวันต่อต้านรุนแรง สุดท้ายต้องกลับมาใช้วิธีเดิม
นายธงชัย ชาสวัสดิ์ ผอ.ใหญ่ สนง.การค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) แถลงข่าวการเปลี่ยนวิธียื่นขอวีซ่าเข้าประเทศไทย แต่สุดท้ายยืนยันใช้แนวปฏิบัตเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
3. ฝ่าวิกฤตอัตราเกิดตกต่ำ รร. ประถมและมัธยมในไต้หวัน ใช้กลวิธีต่างๆ ดึงดูดเด็กนักเรียนเข้าเรียน
จำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นในไต้หวันและถือเป็นภาวะวิกฤตที่รุนแรงมาก โรงเรียนชั้นประถมและมัธยมในไต้หวันจำนวนมาก จากอดีตที่มีเด็กนักเรียนล้นห้อง ปัจจุบันมีจำนวนมากที่ต้องปิดหรือควบรวมเป็นโรงเรียนเดียวกัน เพื่อความอยู่รอด ดึงดูดเด็กนักเรียนในพื้นที่ ไม่ให้ข้ามเขตไปเรียนโรงเรียนอื่น โรงเรียนประถมและมัธยมในไต้หวันจำมาก ต้องงัดกลยุทธต่างๆ นานา ให้เด็กนักเรียนอยากจะอยู่เรียนในโรงเรียนต่อไป บางโรงเรียนใช้วิธีให้รางวัลแก่เด็กนักเรียนที่ทำดี ไม่ขาดเรียน ทานสเต็กเนื้อวัว บางแห่งออกแบบสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้มีความเป็นธรรมชาติ หรือมีหลักสูตรการเรียนที่เอื้อต่อการเรียนภาษาอังกฤษ บางแห่งรับดูแลเด็กนักเรียนหลังเลิกเรียน ให้ทำการบ้านและมีอาหารค่ำทาน ที่โรงเรียนและยังมีรถรับส่งฟรี ทำให้พ่อแม่ประหยัดค่าใช้จ่ายในการให้เด็กไปอยู่ที่สถานรับดูแลเด็กหลังเลิกเรียน ปรากฏว่าได้ผล โรงเรียนเหล่านี้ เด็กนักเรียนไม่ได้ลดลง กลับเพิ่มขึ้นสวนกระแส
อย่างโรงเรียนมัธยมต้นซินอี้ (信義國中) ในกรุงไทเป กำหนดให้เด็กนักเรียนชั้นใดไม่ขาดเรียน เข้าเรียนตรงเวลา และมีมารยาทดี จะมีโอกาสได้ทานสเต็กเนื้อวัวหรือสเต็กไก่ทั้งชั้นเรียน ทำให้เด็กนักเรียนไม่ขาดเรียน ไม่มาสาย ส่งการบ้านและมีมารยาทดีแทบทุกชั้น ผู้ปกครองในชุมชนเห็นเด็กนักเรียนประพฤติตัวดี ก็ไม่อยากย้ายโรงเรียน แถมชุมชนอื่นยังส่งเด็กนักเรียนข้ามเขตมาเรียนด้วย ทำให้จำนวนเด็กนักเรียน ซึ่งที่ผ่านมาลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากใช้มาตรการจูงใจดังกล่าวแล้ว มีเด็กนักเรียนเพิ่มขึ้นสวนกระแส โดยเฉพาะปีนี้ เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง 30%
เด็กนักเรียน รร.มัธยมต้นซินอี้ (信義國中) ในกรุงไทเป ไม่ขาดเรียน ไม่มาสาย ทำการบ้านและมีมารยาทดี มีโอกาสได้ทานสเต็กเนื้อวัวทั้งชั้นเรียน
ส่วนโรงเรียนประถมซีซาน (溪山國小) บนภูเขาหยางหมิงซาน ทั้งโรงเรียนเหลือเด็กนักเรียนเพียง 6 ชั้นเรียน ประมาณ 250 คนเท่านั้น ทางโรงเรียนมีการปรับปรุงห้องเรียนให้มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความน่าสนใจ ไม่ใช่แค่เรียนแต่ในตำรา แต่ให้มีภาคปฏิบัติควบคู่ไปด้วย โดยมีการฝึกให้เด็กนักเรียนเลี้ยงผึ้ง สอนทำอาหารของหวาน ขนมปัง พิซซ่า สร้างเตาเผาสำหรับสอนให้เด็กนักเรียนปั้นเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น ปรากฏว่า ดึงดูดผู้ปกครองจำนวนมากส่งลูกไปเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ ทำให้ปีนี้ มีเด็กนักเรียนเข้าเรียนเต็มตามเป้าหมาย เพิ่มขึ้นกว่า 2 ปีที่แล้ว 1.5 เท่าตัว
รร.ประถมซีซาน (溪山國小) บนภูเขาหยางหมิงซาน ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความน่าสนใจ สอนเด็กนักเรียนเลี้ยงผึ้ง สอนทำอาหารของหวาน ขนมปัง พิซซ่า ทำให้ปีนี้ มีเด็กนักเรียนเข้าเรียนเพิ่มขึ้นกว่า 2 ปีที่แล้ว 1.5 เท่าตัว
หรืออย่างโรงเรียนประถมอันหนาน (南安國小) ที่เมืองอี๋หลาน ใช้วิธีรับดูแลเด็กนักเรียนหลังเลิกเรียน คือเด็กนักเรียนชั้นประถมในไต้หวัน ส่วนใหญ่เรียนแค่ครึ่งวัน หรือแม้กระทั่งเรียนเต็มวัน พ่อแม่ผู้ปกครองซึ่งต้องทำงานอาจไม่ทันมารับลูก จึงมีสถานรับดูแลเด็กหลังเลิกเรียน ซึ่งต้องเสียค่าใช้ต่างหาก โรงเรียนแห่งนี้รับหน้าที่ดูแลเด็กนักเรียนหลังเลิกเรียน มีครูคอยดูแลเด็กทำการบ้าน มีกิจกรรมเสริมให้เด็กนักเรียนได้เรียนและเล่นอย่างสนุกสนาน มีอาหารค่ำให้ทาน มีรถรับส่ง ที่สำคัญพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่ต้องกังวลต้องรีบไปรับลูก
รร.ประถมกู่ถิงในเมืองอี๋หลาน สร้างสรรค์ห้องเรียนให้มีความน่าสนใจ ดึงดูดเด็กนักเรียนเข้าเรียน
## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##