
Sign up to save your podcasts
Or


1. อย่าเพิ่งเก็บเสื้อกันหนาว! วันจันทร์หน้ามีลมหนาวกำลังแรงมาเยือน อุณหภูมิพื้นที่ราบโล่งเฉลี่ยลดเหลือ 8°c
ตั้งแต่เทศกาลตรุษจีนเป็นต้นมา ช่วงเช้าอากาศหนาว กลางวันอบอุ่นถึงร้อน อุณหภูมิแตกต่างกันมากกว่า 15°c กรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันประกาศเตือนภัยหนาวยังไม่หมด มวลอากาศเย็นกำลังแรงจะพัดลงปกคลุมเกาะไต้หวันอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์หน้า
ปีนี้ไต้หวันอากาศหนาวจัดกว่าปีก่อน ๆ (ภาพจาก udn.com)
วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ เป็นวันเปิดทำการเป็นวันแรกหลังเทศกาลตรุษจีน และเป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ หรือลี่ชุน (立春) ซึ่งเป็น 1 ใน 24 ฤดูกาลตามปฏิทินจันทรคติของจีน กรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันพยากรณ์ว่า วันจันทร์ที่ 3 ก.พ. จะมีลมหนาวกำลังแรงไม่แพ้ช่วงตรุษจีน พร้อมความชื้นสูงแผ่ลงมาปกคลุมไต้หวัน ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลง พื้นที่ราบโล่งเฉลี่ย 9°c วันอังคารที่ 4-5 กุมภาพันธ์ อากาศเปลี่ยนจากหนาวแฉะเป็นหนาวแบบแห้ง ๆ อุณหภูมิช่วงเช้าและกลางคืนแตะ 8°c
วันจันทร์ที่ 3 ก.พ. จะมีลมหนาวกำลังแรงลูกใหม่มาเยือน พื้นที่ราบโล่งอุณหภูมิเฉลี่ย 9°c วันที่ 4-5 ก.พ. เปลี่ยนจากหนาวแฉะเป็นหนาวแบบแห้ง ๆ อุณหภูมิช่วงเช้าและกลางคืนแตะ 8°c (ภาพจาก udn.com)
เตือนเพื่อนชาวไทยในไต้หวัน ยังคงต้องระวังภัยหนาวที่กำลังจะมาอีก คงต้องรอจนถึงต้นเดือนเมษายน ลมหนาวจะค่อย ๆ หมดไป จากนั้นจะเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน
2. ประเพณีแข่งปักธูปดอกแรกของปีในวันตรุษจีน
ศาลเจ้าชื่อดังหลายแห่งจัดการแข่งขันปักธูปดอกแรกของปี มีคนเข้าร่วมอย่างคึกคัก (ภาพจาก Owl News)
วันตรุษจีน (29 มกราคม 2568) ผ่านพ้นไปแล้ว วันจันทร์หน้าจะเริ่มเปิดทำงาน ช่วงวันหยุดตรุษจีนเพื่อนผู้ฟังที่มาทำงานหรือพำนักอาศัยอยู่ในไต้หวัน ไปเที่ยวไหนกันบ้าง สำหรับชาวไต้หวันในวันตรุษจีน ผู้คนจำนวนมากแห่ไปไหว้พระขอพรกัน ศาลเจ้าและวัดวาอารามเนืองแน่นไปด้วยผู้ศรัทธา ศาลเจ้าดังๆหลายแห่งมีการจัดพิธีแข่งปักธูปดอกแรกของปี พิธีนี้จัดขึ้นในวันตรุษจีน ผู้ศรัทธาที่มีธูปอยู่ในมือจะไปออกันที่หน้าศาลเจ้าตั้งแต่หัวค่ำของวันส่งท้ายปีเก่าหรือวันฉูซี พอถึงเวลา 00.00 น. ศาลเจ้าจะเปิดประตูให้ผู้คนวิ่งเข้าไปปักธูปที่กระถางธูปใหญ่ประจำศาลเจ้า ใครปักเป็นคนแรกถือเป็นผู้ชนะจะมีของรางวัลให้ ซึ่งจะเป็นอะไร มูลค่ามากหรือน้อย แตกต่างกันไป
ผู้ศรัทธาที่มีธูปอยู่ในมือจะไปออกันที่หน้าศาลเจ้าตั้งแต่หัวค่ำของวันส่งท้ายปีเก่าหรือวันฉูซีเพื่อร่วมแข่งปักธูปดอกแรกของปี (ภาพจาก Owl News)
อย่างศาลเจ้าเจิ้นหลานกง (鎮瀾宮) ที่เขตต้าเจี่ย นครไทจง ซึ่งเป็นศาลเจ้าแม่มาจู่ที่มีชื่อเสียง ปีนี้มอบเทวรูปของเจ้าแม่มาจู่ที่ทำจากทองคำให้แก่ผู้ชนะ ซึ่งเป็นช่างเทคนิคของ บ. GIANT ผู้ผลิตจักรยานแบรนด์ดัง ซึ่งคว้าแชมป์ติดต่อกันมา 2 ปีแล้ว ส่วนศาลเจ้าเฟิ่งเทียนกง (奉天宮) ตำบลซินกั่ง ในเมืองเจียอี้ ผู้ชนะเป็นหนุ่มเจียอี้วัย 20 ปี มาร่วมแข่ง 3 ปีแล้วเพิ่งจะคว้าแชมป์เป็นครั้งแรก
ตัวแทนศาลเจ้าเจิ้นหลานกงมอบองค์เจ้าแม่มาจู่ทองคำให้แก่แชมป์ปักธูปดอกของปีช่างเทคนิคของ บ. GIANT ผู้ผลิตจักรยานแบรนด์ดัง ( ภาพจาก ettoday.net)
ส่วนศาลเจ้าฝูซิงกง (福興宮) ซึ่งเป็นศาลเจ้าแม่มาจู่ที่เก่าแก่อายุสามร้อยกว่าปี ตั้งอยู่ที่ตำบลซีหลัวในเมืองหยุนหลิน มีการจัดแข่งขันปักธูปดอกแรกของปีเป็นประจำ ปีนี้ผู้ชนะเป็นชายหนุ่มวัย 31 ปีจากตำบลหลินเน่ยที่อยู่ใกล้ๆกับซีหลัว ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อปีที่แล้ว พี่ชายของเขาอยากได้ลูกชายที่เกิดปีมังกร จึงมาขอบนจากเจ้าแม่มาจู่ที่ศาลเจ้าฝูซิงและเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งปรากฏว่าสามารถคว้าแชมป์มาครอง อีกทั้งสิ่งที่บนบานไว้กลายเป็นจริง ภรรยาให้กำเนิดลูกมังกรสมใจ ตนเองทำงานเป็นเซลส์แมนจึงมาอยากมาลองวัดดวงดูบ้างและบนบานกับเจ้ามาจู่ว่าขอให้การงานก้าวหน้า ซึ่งสามารถคว้าชัยชนะมาครองพร้อมเงินรางวัล 8,888 เหรียญไต้หวัน
เซลส์แมนหนุ่มร่วมแข่งปักธูปดอกแรกของปีที่ศาลเจ้าฝูซิงกงคว้าชัยชนะ นอกจากเงินรางวัล 8,888 เหรียญยังได้รับรูปปั้นเจ้าแม่มาจู่องค์จิ๋วด้วย (ภาพจาก ettoday.net)
3. ไม่ติดหนี้ข้ามปี! คนไต้หวันนับแสนแห่ต่อแถวขอรับเงินขวัญถุงที่ศาลเจ้าจื่อหนานกง หนานโถว เผยปี 67 แจกแล้ว 400 ล้าน ส่งคืนกว่า 700 ล้าน
วันตรุษจีนที่ผ่านมา คนไต้หวันส่วนหนึ่งไปไหว้พระขอพรตามวัดและศาลเจ้า ซึ่งจากข้อมูลกระทรวงมหาดไทย ทั่วไต้หวันมีวัดและศาลเจ้าที่จดทะเบียนมากถึง 14,000 แห่ง ในจำนวนนี้ มีศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ทุกปีจะมีคนนับแสนไปต่อแถวตั้งแต่รุ่งเช้าวันตรุษจีน รอรับเงินขวัญถุงจากศาลเจ้าเพื่อความเป็นสิริมงคล
วันตรุษจีนที่ผ่านมา คนไต้หวันนับแสนแห่ขอรับเงินขวัญถุงที่ศาลเจ้าจื่อหนานกง เมืองหนานโถว (ภาพจาก udn.com)
ศาลเจ้าแห่งนี้ได้แก่ จื่อหนานกง (紫南宮) ที่ตำบลจู๋ซาน เมืองหนานโถว ในช่วงตรุษจีนมีธรรมเนียมแจกเงินขวัญถุง (錢母) มูลค่า 100-600 เหรียญไต้หวัน ตามแต่ผลการโยนไม้เสี่ยงทาย ซึ่งเชื่อกันว่าใครได้รับเงินขวัญถุงแล้ว เก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ จะช่วยให้ทำมาค้าขึ้น กระเป๋าจะตุงและหน้าที่การงานก้าวหน้าราบรื่น เฮงทุกอย่งลางว่างั้นเถอะ
วันตรุษจีนที่ผ่านมา คนไต้หวันนับแสนแห่ขอรับเงินขวัญถุงที่ศาลเจ้าจื่อหนานกง เมืองหนานโถว (ภาพจาก udn.com)
สำหรับการขอรับหรือขอยืมเงินขวัญถุง ศาลเจ้าจื่อหนานกงไม่ได้กำหนดว่าจะต้องคืนหรือไม่ ดอกเบี้ยเท่าไหร่ ไม่ส่งคืนก็ไม่มีใครทวง ขึ้นอยู่กับจิตศรัทธาและความเชื่อของแต่ละคน และคนที่ได้รับเงินขวัญไปแล้ว เมื่อกิจการดีขึ้น ได้กำไร หรือหน้าที่การงานราบรื่น มักจะมาส่งคืนเงินภายในวันส่งท้ายปีเก่า เพราะถือเคล็ดติดหนี้ไม่ข้ามปี จะเป็นผลดีต่อธุรกิจและหน้าที่การงาน และส่วนใหญ่จะส่งคืนในวงเงินมากกว่าที่รับมาหลายเท่าหรือหลายสิบเท่า
บรรยากาศการขอรับเงินขวัญถุงที่ศาลเจ้าจื่อหนานกง หนานโถว (ภาพจาก tw.nextapple.com)
กรรมการศาลเจ้าจื่อหนานกงเปิดเผยข้อมูล ตั้งแต่ปีใหม่ 2568 จนถึงวันตรุษจีนผ่านมา มีผู้คนไปขอรับเงินขวัญถุงแล้วกว่า 60 ล้านเหรียญ เฉพาะวันตรุษจีน คือวันพุธที่ 29 ม.ค. เพียงวันเดียว มีชาวไต้หวันแห่ไปยังศาลเจ้าจื่อหนานกงกว่า 100,000 คน และตลอดปี 2567 พบว่า มูลค่าเงินขวัญถุงที่ผู้คนไปขอรับมีจำนวน 400 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ยอดคืนเงินมากกว่า 700 ล้านเหรียญ ส่วนใหญ่ขอยืม 100-600 เหรียญ แต่ส่งคืน 1,000 เหรียญ ในจำนวนนี้ มีผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง ขอยืมเงินขวัญถุงช่วงตรุษจีนปีที่แล้วจำนวน 600 เหรียญ นำเงินมาคืนสองครั้ง รวม 3,200,000 เหรียญ
บรรยากาศการขอรับเงินขวัญถุงที่ศาลเจ้าจื่อหนานกง หนานโถว (ภาพจาก udn.com)
4. สวนกระแส!! ปีที่แล้วยอดจำหน่ายรถเบนซ์ในไต้หวันพุ่งขึ้น 7.6% สวนกระแสโลกหดตัว 4%
เพื่อนผู้ฟังที่พำนักอยู่ในไต้หวันมาสักระยะหนึ่งแล้ว จะสังเกตเห็นว่า คนไต้หวันนิยมใช้รถยนต์หรูจากต่างประเทศ โดยเฉพาะยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ พบเห็นได้ทั่วไป จากข้อมูลของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไต้หวันระบุว่า ปี 2567 ยอดจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลก มีจำนวนทั้งสิ้น 2.389 ล้านคัน เทียบกับปี 2566 ลดลง 4% แต่ยอดจำหน่ายในไต้หวันกลับสวนกระแส ชาวไต้หวันซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่นำเข้ามาจำหน่าย 31 รุ่น รวมทั้งสิ้น 26,296 คัน หรือเพิ่มขึ้น 7.6% โดยเฉพาะที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือรุ่น GLC มียอดจำหน่ายกว่า 8,000 คัน เพิ่มขึ้น 27% รองลงมาคือ E-Class มียอดจำหน่ายกว่า 2,000 คัน ซึ่งถือว่ามากที่สุดในโลกสำหรับรถรุ่นนี้
ปีที่แล้วยอดขายรถเบนซ์ในไต้หวันพุ่งขึ้น 7.6% สวนกระแสโลก โดยเฉพาะรุ่น GLC มียอดขายกว่า 8,000 คัน เพิ่มขึ้น 27% (ภาพจาก TVBS)
จากสถิติของกองทะเบียนยานยนต์ไต้หวัน พบว่า ปี 2567 รถยนต์ใหม่ที่ยื่นขอป้ายทะเบียนมีจำนวนทั้งสิ้น 457,830 คัน ในจำนวนนี้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า (Toyota) 125,003 คัน ครองสัดส่วนสูงที่สุดคือ 27.3 % รองลงมาคือมิตซูบิชิ (Mitsubishi) 35,602 คัน เลกซัส (Lexus) 28,523 คัน ฮอนด้า (Honda) 26,791 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes benz) 26,296 คัน ฮุนได (Hyundai) 22,691 คัน บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) 20,332 คัน นิสสัน (Nissan) 19,068 เอ็มจี (MG) 15,622 คัน และเทสลา (Tesla) 15,276 คัน
ปีที่แล้วโตโยต้ายังคงครองแชมป์รถยนต์ขายดีที่สุดในไต้หวัน โดยมียอดขาย 125,003 คัน ครองสัดส่วนตลาดรถยนต์ไต้หวัน 27.3 % (ภาพจาก udn.com)
By อัญชัน ทรงพุทธิ์, อโศก ศรีจันทร์, Rti1. อย่าเพิ่งเก็บเสื้อกันหนาว! วันจันทร์หน้ามีลมหนาวกำลังแรงมาเยือน อุณหภูมิพื้นที่ราบโล่งเฉลี่ยลดเหลือ 8°c
ตั้งแต่เทศกาลตรุษจีนเป็นต้นมา ช่วงเช้าอากาศหนาว กลางวันอบอุ่นถึงร้อน อุณหภูมิแตกต่างกันมากกว่า 15°c กรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันประกาศเตือนภัยหนาวยังไม่หมด มวลอากาศเย็นกำลังแรงจะพัดลงปกคลุมเกาะไต้หวันอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์หน้า
ปีนี้ไต้หวันอากาศหนาวจัดกว่าปีก่อน ๆ (ภาพจาก udn.com)
วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ เป็นวันเปิดทำการเป็นวันแรกหลังเทศกาลตรุษจีน และเป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ หรือลี่ชุน (立春) ซึ่งเป็น 1 ใน 24 ฤดูกาลตามปฏิทินจันทรคติของจีน กรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันพยากรณ์ว่า วันจันทร์ที่ 3 ก.พ. จะมีลมหนาวกำลังแรงไม่แพ้ช่วงตรุษจีน พร้อมความชื้นสูงแผ่ลงมาปกคลุมไต้หวัน ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลง พื้นที่ราบโล่งเฉลี่ย 9°c วันอังคารที่ 4-5 กุมภาพันธ์ อากาศเปลี่ยนจากหนาวแฉะเป็นหนาวแบบแห้ง ๆ อุณหภูมิช่วงเช้าและกลางคืนแตะ 8°c
วันจันทร์ที่ 3 ก.พ. จะมีลมหนาวกำลังแรงลูกใหม่มาเยือน พื้นที่ราบโล่งอุณหภูมิเฉลี่ย 9°c วันที่ 4-5 ก.พ. เปลี่ยนจากหนาวแฉะเป็นหนาวแบบแห้ง ๆ อุณหภูมิช่วงเช้าและกลางคืนแตะ 8°c (ภาพจาก udn.com)
เตือนเพื่อนชาวไทยในไต้หวัน ยังคงต้องระวังภัยหนาวที่กำลังจะมาอีก คงต้องรอจนถึงต้นเดือนเมษายน ลมหนาวจะค่อย ๆ หมดไป จากนั้นจะเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน
2. ประเพณีแข่งปักธูปดอกแรกของปีในวันตรุษจีน
ศาลเจ้าชื่อดังหลายแห่งจัดการแข่งขันปักธูปดอกแรกของปี มีคนเข้าร่วมอย่างคึกคัก (ภาพจาก Owl News)
วันตรุษจีน (29 มกราคม 2568) ผ่านพ้นไปแล้ว วันจันทร์หน้าจะเริ่มเปิดทำงาน ช่วงวันหยุดตรุษจีนเพื่อนผู้ฟังที่มาทำงานหรือพำนักอาศัยอยู่ในไต้หวัน ไปเที่ยวไหนกันบ้าง สำหรับชาวไต้หวันในวันตรุษจีน ผู้คนจำนวนมากแห่ไปไหว้พระขอพรกัน ศาลเจ้าและวัดวาอารามเนืองแน่นไปด้วยผู้ศรัทธา ศาลเจ้าดังๆหลายแห่งมีการจัดพิธีแข่งปักธูปดอกแรกของปี พิธีนี้จัดขึ้นในวันตรุษจีน ผู้ศรัทธาที่มีธูปอยู่ในมือจะไปออกันที่หน้าศาลเจ้าตั้งแต่หัวค่ำของวันส่งท้ายปีเก่าหรือวันฉูซี พอถึงเวลา 00.00 น. ศาลเจ้าจะเปิดประตูให้ผู้คนวิ่งเข้าไปปักธูปที่กระถางธูปใหญ่ประจำศาลเจ้า ใครปักเป็นคนแรกถือเป็นผู้ชนะจะมีของรางวัลให้ ซึ่งจะเป็นอะไร มูลค่ามากหรือน้อย แตกต่างกันไป
ผู้ศรัทธาที่มีธูปอยู่ในมือจะไปออกันที่หน้าศาลเจ้าตั้งแต่หัวค่ำของวันส่งท้ายปีเก่าหรือวันฉูซีเพื่อร่วมแข่งปักธูปดอกแรกของปี (ภาพจาก Owl News)
อย่างศาลเจ้าเจิ้นหลานกง (鎮瀾宮) ที่เขตต้าเจี่ย นครไทจง ซึ่งเป็นศาลเจ้าแม่มาจู่ที่มีชื่อเสียง ปีนี้มอบเทวรูปของเจ้าแม่มาจู่ที่ทำจากทองคำให้แก่ผู้ชนะ ซึ่งเป็นช่างเทคนิคของ บ. GIANT ผู้ผลิตจักรยานแบรนด์ดัง ซึ่งคว้าแชมป์ติดต่อกันมา 2 ปีแล้ว ส่วนศาลเจ้าเฟิ่งเทียนกง (奉天宮) ตำบลซินกั่ง ในเมืองเจียอี้ ผู้ชนะเป็นหนุ่มเจียอี้วัย 20 ปี มาร่วมแข่ง 3 ปีแล้วเพิ่งจะคว้าแชมป์เป็นครั้งแรก
ตัวแทนศาลเจ้าเจิ้นหลานกงมอบองค์เจ้าแม่มาจู่ทองคำให้แก่แชมป์ปักธูปดอกของปีช่างเทคนิคของ บ. GIANT ผู้ผลิตจักรยานแบรนด์ดัง ( ภาพจาก ettoday.net)
ส่วนศาลเจ้าฝูซิงกง (福興宮) ซึ่งเป็นศาลเจ้าแม่มาจู่ที่เก่าแก่อายุสามร้อยกว่าปี ตั้งอยู่ที่ตำบลซีหลัวในเมืองหยุนหลิน มีการจัดแข่งขันปักธูปดอกแรกของปีเป็นประจำ ปีนี้ผู้ชนะเป็นชายหนุ่มวัย 31 ปีจากตำบลหลินเน่ยที่อยู่ใกล้ๆกับซีหลัว ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อปีที่แล้ว พี่ชายของเขาอยากได้ลูกชายที่เกิดปีมังกร จึงมาขอบนจากเจ้าแม่มาจู่ที่ศาลเจ้าฝูซิงและเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งปรากฏว่าสามารถคว้าแชมป์มาครอง อีกทั้งสิ่งที่บนบานไว้กลายเป็นจริง ภรรยาให้กำเนิดลูกมังกรสมใจ ตนเองทำงานเป็นเซลส์แมนจึงมาอยากมาลองวัดดวงดูบ้างและบนบานกับเจ้ามาจู่ว่าขอให้การงานก้าวหน้า ซึ่งสามารถคว้าชัยชนะมาครองพร้อมเงินรางวัล 8,888 เหรียญไต้หวัน
เซลส์แมนหนุ่มร่วมแข่งปักธูปดอกแรกของปีที่ศาลเจ้าฝูซิงกงคว้าชัยชนะ นอกจากเงินรางวัล 8,888 เหรียญยังได้รับรูปปั้นเจ้าแม่มาจู่องค์จิ๋วด้วย (ภาพจาก ettoday.net)
3. ไม่ติดหนี้ข้ามปี! คนไต้หวันนับแสนแห่ต่อแถวขอรับเงินขวัญถุงที่ศาลเจ้าจื่อหนานกง หนานโถว เผยปี 67 แจกแล้ว 400 ล้าน ส่งคืนกว่า 700 ล้าน
วันตรุษจีนที่ผ่านมา คนไต้หวันส่วนหนึ่งไปไหว้พระขอพรตามวัดและศาลเจ้า ซึ่งจากข้อมูลกระทรวงมหาดไทย ทั่วไต้หวันมีวัดและศาลเจ้าที่จดทะเบียนมากถึง 14,000 แห่ง ในจำนวนนี้ มีศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ทุกปีจะมีคนนับแสนไปต่อแถวตั้งแต่รุ่งเช้าวันตรุษจีน รอรับเงินขวัญถุงจากศาลเจ้าเพื่อความเป็นสิริมงคล
วันตรุษจีนที่ผ่านมา คนไต้หวันนับแสนแห่ขอรับเงินขวัญถุงที่ศาลเจ้าจื่อหนานกง เมืองหนานโถว (ภาพจาก udn.com)
ศาลเจ้าแห่งนี้ได้แก่ จื่อหนานกง (紫南宮) ที่ตำบลจู๋ซาน เมืองหนานโถว ในช่วงตรุษจีนมีธรรมเนียมแจกเงินขวัญถุง (錢母) มูลค่า 100-600 เหรียญไต้หวัน ตามแต่ผลการโยนไม้เสี่ยงทาย ซึ่งเชื่อกันว่าใครได้รับเงินขวัญถุงแล้ว เก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ จะช่วยให้ทำมาค้าขึ้น กระเป๋าจะตุงและหน้าที่การงานก้าวหน้าราบรื่น เฮงทุกอย่งลางว่างั้นเถอะ
วันตรุษจีนที่ผ่านมา คนไต้หวันนับแสนแห่ขอรับเงินขวัญถุงที่ศาลเจ้าจื่อหนานกง เมืองหนานโถว (ภาพจาก udn.com)
สำหรับการขอรับหรือขอยืมเงินขวัญถุง ศาลเจ้าจื่อหนานกงไม่ได้กำหนดว่าจะต้องคืนหรือไม่ ดอกเบี้ยเท่าไหร่ ไม่ส่งคืนก็ไม่มีใครทวง ขึ้นอยู่กับจิตศรัทธาและความเชื่อของแต่ละคน และคนที่ได้รับเงินขวัญไปแล้ว เมื่อกิจการดีขึ้น ได้กำไร หรือหน้าที่การงานราบรื่น มักจะมาส่งคืนเงินภายในวันส่งท้ายปีเก่า เพราะถือเคล็ดติดหนี้ไม่ข้ามปี จะเป็นผลดีต่อธุรกิจและหน้าที่การงาน และส่วนใหญ่จะส่งคืนในวงเงินมากกว่าที่รับมาหลายเท่าหรือหลายสิบเท่า
บรรยากาศการขอรับเงินขวัญถุงที่ศาลเจ้าจื่อหนานกง หนานโถว (ภาพจาก tw.nextapple.com)
กรรมการศาลเจ้าจื่อหนานกงเปิดเผยข้อมูล ตั้งแต่ปีใหม่ 2568 จนถึงวันตรุษจีนผ่านมา มีผู้คนไปขอรับเงินขวัญถุงแล้วกว่า 60 ล้านเหรียญ เฉพาะวันตรุษจีน คือวันพุธที่ 29 ม.ค. เพียงวันเดียว มีชาวไต้หวันแห่ไปยังศาลเจ้าจื่อหนานกงกว่า 100,000 คน และตลอดปี 2567 พบว่า มูลค่าเงินขวัญถุงที่ผู้คนไปขอรับมีจำนวน 400 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ยอดคืนเงินมากกว่า 700 ล้านเหรียญ ส่วนใหญ่ขอยืม 100-600 เหรียญ แต่ส่งคืน 1,000 เหรียญ ในจำนวนนี้ มีผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง ขอยืมเงินขวัญถุงช่วงตรุษจีนปีที่แล้วจำนวน 600 เหรียญ นำเงินมาคืนสองครั้ง รวม 3,200,000 เหรียญ
บรรยากาศการขอรับเงินขวัญถุงที่ศาลเจ้าจื่อหนานกง หนานโถว (ภาพจาก udn.com)
4. สวนกระแส!! ปีที่แล้วยอดจำหน่ายรถเบนซ์ในไต้หวันพุ่งขึ้น 7.6% สวนกระแสโลกหดตัว 4%
เพื่อนผู้ฟังที่พำนักอยู่ในไต้หวันมาสักระยะหนึ่งแล้ว จะสังเกตเห็นว่า คนไต้หวันนิยมใช้รถยนต์หรูจากต่างประเทศ โดยเฉพาะยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ พบเห็นได้ทั่วไป จากข้อมูลของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไต้หวันระบุว่า ปี 2567 ยอดจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลก มีจำนวนทั้งสิ้น 2.389 ล้านคัน เทียบกับปี 2566 ลดลง 4% แต่ยอดจำหน่ายในไต้หวันกลับสวนกระแส ชาวไต้หวันซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่นำเข้ามาจำหน่าย 31 รุ่น รวมทั้งสิ้น 26,296 คัน หรือเพิ่มขึ้น 7.6% โดยเฉพาะที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือรุ่น GLC มียอดจำหน่ายกว่า 8,000 คัน เพิ่มขึ้น 27% รองลงมาคือ E-Class มียอดจำหน่ายกว่า 2,000 คัน ซึ่งถือว่ามากที่สุดในโลกสำหรับรถรุ่นนี้
ปีที่แล้วยอดขายรถเบนซ์ในไต้หวันพุ่งขึ้น 7.6% สวนกระแสโลก โดยเฉพาะรุ่น GLC มียอดขายกว่า 8,000 คัน เพิ่มขึ้น 27% (ภาพจาก TVBS)
จากสถิติของกองทะเบียนยานยนต์ไต้หวัน พบว่า ปี 2567 รถยนต์ใหม่ที่ยื่นขอป้ายทะเบียนมีจำนวนทั้งสิ้น 457,830 คัน ในจำนวนนี้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า (Toyota) 125,003 คัน ครองสัดส่วนสูงที่สุดคือ 27.3 % รองลงมาคือมิตซูบิชิ (Mitsubishi) 35,602 คัน เลกซัส (Lexus) 28,523 คัน ฮอนด้า (Honda) 26,791 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes benz) 26,296 คัน ฮุนได (Hyundai) 22,691 คัน บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) 20,332 คัน นิสสัน (Nissan) 19,068 เอ็มจี (MG) 15,622 คัน และเทสลา (Tesla) 15,276 คัน
ปีที่แล้วโตโยต้ายังคงครองแชมป์รถยนต์ขายดีที่สุดในไต้หวัน โดยมียอดขาย 125,003 คัน ครองสัดส่วนตลาดรถยนต์ไต้หวัน 27.3 % (ภาพจาก udn.com)