1. ฝนกระหน่ำภาคใต้เกาะไต้หวัน น้ำท่วมอุโมงค์ในเขตต้าซู่ เกาสงสูงกว่า 180 ซม. วันอาทิตย์นี้ อากาศร้อน อุณหภูมิสูง 38°c
ฝนตกอย่างหนักทางภาคใต้เกาะไต้หวันตั้งแต่วันพฤหัสบดี โดยเฉพาะนครเกาสง ผลจากฝนตกหนัก ปริมาณฝนเกิน 50 มิลลิเมตรในช่วงหนึ่งชั่วโมง ทำให้ระบายไม่ทัน หลายพื้นที่ในเขตเมืองจึงเกิดน้ำท่วมตั้งแต่เช้าวันศุกร์ โดยเฉพาะที่อุโมงค์ในเขตต้าซู่ มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 180 เซนติเมตร เพื่อความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ต้องเร่งกั้นพื้นที่ห้ามรถและคนเข้าไป สำนักงานการระบายน้ำของเมืองเกาสงระบุว่า ที่ทำการเขตได้เริ่มใช้งานเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยระบายน้ำออก และขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว
ฝนกระหน่ำภาคใต้เกาะไต้หวัน เกาสงน้ำท่วมหลายพื้นที่ (ภาพจาก PTS)
ในวันเสาร์ที่ 14 มิ.ย. นี้ ยังคงได้รับอิทธิพลจากร่องความกดอากาศต่ำและลมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้ช่วงเช้ามีฝนตกหนักถึงฝนตกหนักมากในพื้นที่ตั้งแต่เจียอี้ลงไปทางใต้ อย่างไรก็ตาม ช่วงกลางวันเป็นต้นไป น้ำฝนเริ่มลดลง ท้องฟ้าโปร่งมากขึ้นจนถึงแดดออก ส่วนวันอาทิตย์นี้ (15 มิ.ย.) อากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุดอาจพุ่งถึง 38 องศาเซลเซียส
ฝนกระหน่ำภาคใต้เกาะไต้หวัน เกาสงน้ำท่วมหลายพื้นที่ (ภาพจาก PTS)
วันจันทร์และวันอังคารหน้าจะได้รับผลกระทบจากลมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้ภาคกลางและภาคใต้มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองหรือฝนตกเป็นระยะ ๆ และอาจมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ สำหรับช่วง 10 วันข้างหน้า ยังไม่มีสัญญาณของหย่อมความกดอากาศต่ำหรือแนวปะทะมรสุมที่จะเคลื่อนตัวผ่านเกาะไต้หวัน สภาพอากาศจะดีขึ้น แต่อากาศร้อนอบอ้าว อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น
วันอาทิตย์นี้ (15 มิ.ย.) อากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุดอาจพุ่งถึง 38 องศาเซลเซียส (ภาพจาก udn.com)
2. อากาศร้อนจัด ไทเปตรวจเข้มความปลอดภัยในการทำงานกลางแจ้งหรือสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูง
หลังเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ไต้หวันเริ่มเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเต็มตัว ทุกพื้นที่อากาศร้อนจัด เพื่อนผู้ฟังที่อยู่ในไต้หวันอย่าประมาท ต้องเตรียมมาตรการรับมือกับอากาศร้อนกันด้วย เพราะจะช่วยให้ร่างกายของเรามีสุขภาพแข็งแรง และป้องกันการเกิดโรคที่มากับอากาศร้อน ดังนั้นเราจึงควรรับมือด้วยวิธีต่อไปนี้ :
ไต้หวันเข้าสู่หน้าร้อน อุณหภูมิสูงร่วม 40°c เตือนต้องป้องกันโรคที่มากับอากาศร้อน (ภาพจาก udn.com)
1. ดื่มน้ำมาก ๆ : อากาศร้อนอาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและสูญเสียน้ำได้ง่าย ดังนั้นควรดื่มน้ำเป็นประจำเพื่อรักษาความชื้นของร่างกาย และลดการเกิดอาการต่าง ๆ เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้
2. เน้นรับประทานอาหารที่ปรุงสุกเเละปรุงสด : การปรุงอาหารอย่างถูกวิธีจะช่วยลดการสะสมของพิษในร่างกาย เพราะอาหารที่ไม่ได้รับการปรุงสุก หรือปรุงใหม่ อาจมีการปนเปื้อนของแบคทีเรีย และไวรัส ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
3. รักษาอุณหภูมิร่างกาย : อากาศร้อนอาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และมีเหงื่อออกมากขึ้น ควรรักษาอุณหภูมิร่างกายด้วยการอาบน้ำเย็น หรือใช้ผ้าเช็ดตัวชุบน้ำเย็นเช็ดหน้า และตามร่างกาย
4. ลดการออกกำลังกาย : ลดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก เพราะอากาศร้อนอาจทำให้ร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน และออกซิเจนไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย แนะนำให้เลือกกิจกรรมเบา ๆ เช่น วิ่ง หรือโยคะยามเย็น
นอกจากนี้เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานที่ทำงานกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนจัดเกิดอาการเป็นลมแดดหรือภัยอื่น ๆ จากความร้อน เทศบาลกรุงไทเปได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบแรงงานที่ทำงานกลางแจ้งและในสภาพอากาศร้อนจัด ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันจนทำให้แรงงานเจ็บป่วยจากความร้อน จะถูกปรับตั้งแต่ 30,000 - 300,000 เหรียญไต้หวัน ปีที่แล้วมีการปรับไป 5 ราย รวมเป็นเงินค่าปรับ 150,000 เหรียญไต้หวัน
กองแรงงานกรุงไทเประบุว่า ในเดือนนี้ได้เริ่มโครงการตรวจสอบแรงงานเพื่อป้องกันอันตรายจากความร้อน โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้ง เช่น ไซต์งานก่อสร้าง พนักงานส่งอาหารและโลจิสติกส์ ผู้ปฏิบัติงานที่ทำงานบนที่สูงด้วยกระเช้า รวมถึงผู้ถือป้ายโฆษณา คนทำสวน และคนซ่อมแซมถนน เนื่องจากแรงงานกลุ่มนี้ต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานาน จึงจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคจากความร้อน นายจ้างต้องจัดมาตรการป้องกัน เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานได้รับอันตรายจากความร้อน ได้กำชับให้ผู้รับเหมาจัดพื้นที่สำหรับพักผ่อนของแรงงาน ซึ่งจะต้องมีร่มเงา ระบบพ่นน้ำ รวมถึงจัดเตรียมน้ำดื่มและเครื่องดื่มผสมเกลือและน้ำตาลไว้ให้ด้วย นอกจากนี้ ในช่วงกลางวันซึ่งมีอากาศร้อนจัด จะมีการปรับเปลี่ยนเวลาทำงานของแต่ละประเภทงาน เช่น เริ่มทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า หยุดพักตอน 10 โมงเช้า และปรับเปลี่ยนตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา
หากนายจ้างฝ่าฝืนกฎระเบียบและไม่แก้ไขหลังได้รับแจ้ง จะถูกปรับตั้งแต่ 30,000 - 150,000 เหรียญไต้หวัน และหากไม่ได้ดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสมจนทำให้แรงงานเกิดอาการเจ็บป่วยจากความร้อน จะถูกลงโทษตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน โดยมีโทษปรับตั้งแต่ 30,000 - 300,000 เหรียญไต้หวัน รวมทั้งจะตรวจสอบว่าบริษัทได้ดำเนินการให้ความรู้ จัดการสุขภาพ และมีแผนรับมือเหตุฉุกเฉินที่เหมาะสมหรือไม่ด้วย
ไรเดอร์ไม่ได้รับการคุ้มครอง นักวิชาการเรียกร้องให้จัดทำแนวทางปฏิบัติ
แม้ว่าการตรวจสอบแรงงานพิเศษจะรวมถึงอุตสาหกรรมส่งอาหารและโลจิสติกส์ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างไรเดอร์ (Rider) ซึ่งหมายถึงพนักงานที่ทำหน้าที่ส่งคน อาหาร หรือสินค้า ตามคำสั่งซื้อของลูกค้าผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอร์รีต่าง ๆ กับแพลตฟอร์มที่รับคำสั่งซื้อยังมีข้อถกเถียงกันว่าเป็นแบบลูกจ้างกับนายจ้างหรือไม่ หากถูกจัดว่าเป็นผู้รับเหมาช่วง (ไม่ใช่ลูกจ้าง) รัฐอาจไม่มีอำนาจในการควบคุมมาตรการป้องกันอันตรายจากความร้อน ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุจากความร้อนของไรเดอร์ (Rider) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ง นักวิชาการจึงเรียกร้องให้มีการจัดทำแนวทางปฏิบัติเพื่อให้การคุ้มครองแรงงานกลุ่มนี้
ไรเดอร์ หรือพนักงานที่ทำหน้าที่ส่งคน อาหาร หรือสินค้า เป็นกลุ่มเสี่ยงจากโรคที่เกิดจากอากาศร้อนจัด (ภาพจาก businesstoday.com.tw)
3. เห็นด้วยไหม? กระทรวงคมนาคมไต้หวันจะแก้ไขกฎหมายการขับขี่ผู้สูงอายุ ลดอายุการต่อใบขับขี่จาก 75 ปี เหลือ 70 ปี เริ่มบังคับใช้ปีหน้า
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในเขตซานเสีย นครนิวไทเป คุณลุงวัย 78 ปีรายหนึ่ง ไม่ทราบเกิดอะไรขึ้นขับรถชนดะ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 12 ราย และคุณลุงผู้ก่อเหตุก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา อุบัติเหตุร้ายแรงดังกล่าว ก่อให้เกิดกระแสความกังวลเกี่ยวกับการขับขี่ของผู้สูงอายุ กระทรวงคมนาคมเตรียมออกมาตรการเข้มงวด 3 ข้อ ได้แก่ ลดอายุการต่อใบขับขี่จาก 75 ปี เหลือ 70 ปี เพิ่มการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย เช่น การรับรู้ถึงอันตราย ความคล่องตัวของแขนขา และสำหรับผู้ที่มีประวัติอุบัติเหตุจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมกฎจราจร คาดว่าจะเริ่มใช้ปีหน้า แต่มาตรการนี้ก็ก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์ว่า การลดอายุการต่อใบขับขี่โดยอิงจากกรณีเดียวนั้น ไม่สมเหตุสมผล และควรวิเคราะห์สาเหตุแท้จริงที่เกิดอุบัติเหตุ เพราะตามข้อมูลสถิติ ผู้ที่ก่ออุบัติเหตุสูงสุดคือนักขับวัย 18-24 ปี ไม่ใช่ผู้สูงอายุ
คุณลุงชาวไต้หวันวัย 78 ปี ขับรถชนดะ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 12 ราย ตัวคุณลุงผู้ก่อเหตุก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจาก udn.com)
นายเฉินซื่อข่าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุคืนใบขับขี่ และใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยผู้ที่คืนใบขับขี่จะได้รับเงินสนับสนุนสำหรับการซื้อบัตรโดยสาร TPASS โดยจะมีการดำเนินกลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่ :
1. ปรับระบบการสอบใบขับขี่ให้เข้มงวดและแม่นยำยิ่งขึ้น
2. ผู้กระทำผิดหรือก่ออุบัติเหตุจะต้องเข้ารับการอบรมซ้ำ เพื่อเพิ่มจิตสำนึกในการขับขี่อย่างปลอดภัย
3. สนับสนุนการขับขี่อย่างปลอดภัยของคนสูงอายุ
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมผู้นี้กล่าวว่า แม้ว่าผู้สูงอายุจะมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูง แต่สถิติผู้ก่อเหตุอันดับ 1 และ 2 กลับเป็นกลุ่มวัย 18-24 ปี และย้ำว่าไม่ควรเหมารวมว่าผู้สูงอายุคือผู้ขับขี่ที่อันตราย
คุณลุงชาวไต้หวันวัย 78 ปี ขับรถชนดะ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 12 ราย ตัวคุณลุงผู้ก่อเหตุก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจาก udn.com)
ปัจจุบัน ในไต้หวันอนุญาตให้ผู้อายุขับขี่รถถึง 75 ปี เมื่ออายุครบ 75 ปีขึ้นไปต้องต่ออายุใบอนุญาตทุก ๆ 3 ปี ต้องผ่านการตรวจสมรรถภาพร่างกาย รวมถึงการทดสอบการรับรู้ หากไม่ผ่านต้องคืนใบขับขี่ หากไม่คืน ใบขับขี่จะถูกเพิกถอน แต่จากอุบัติเหตุข้างต้น กระทรวงคมนาคมจะลดอายุต่อใบอนุญาตขับขี่ลงมาเป็น 70 ปี และคาดว่าจะเริ่มใช้จริงในปีหน้า
คุณลุงชาวไต้หวันวัย 78 ปี ขับรถชนดะ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 12 ราย ตัวคุณลุงผู้ก่อเหตุก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจาก udn.com)
กระทรวงคมนาคมกล่าวว่า ในไต้หวันมีผู้ถือใบขับขี่ที่อายุมากกว่า 70 ปี ราว 1.826 ล้านคน และคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 2.72 ล้านคน จึงจำเป็นต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในประเด็นนี้ สำหรับประเทศใกล้เคียง เช่น ญี่ปุ่น จะมีการต่อใบขับขี่ทุก 3 ปี ผู้มีอายุครบ 70 ปีขึ้นไป ต้องเข้ารับการอบรมที่โรงเรียนสอนขับรถ และอายุครบ 75 ปี ต้องตรวจสอบการรับรู้และสมรรถภาพการขับขี่
ผู้คนจำนวนมากนำดอกไม้ไปวางเพื่อไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ (ภาพจาก udn.com)
นอกจากนี้ ตามกฎระเบียบในปัจจุบัน ผู้สูงอายุที่ทำผิดกฎจราจรและถูกบันทึกแต้มเกิน 3 คะแนน จะได้รับการติดต่อจากกรมทางหลวงเพื่อให้คำปรึกษา ในอนาคตจะขยายไปยังผู้ที่ทำผิดกฎหมายบ่อยครั้งหรือเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ นอกจากนี้จะมีเงินสนับสนุนสำหรับผู้คืนใบขับขี่เพื่อนำไปใช้ซื้อบัตร TPASS รายเดือน
อย่างไรก็ตาม มาตรการใหม่ดังกล่าว ก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์ไม่น้อย อย่างคุณหมอหลีปิ่งอิ๋ง แพทย์โรงพยาบาลเด็กแห่งมหาวิทยาลัยไต้หวัน วิจารณ์ว่าการลดอายุการต่อใบขับขี่โดยอิงจากกรณีเดียวไม่สมเหตุสมผล ควรมีการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง เพราะตามข้อมูลของกระทรวงคมนาคมเอง ผู้ที่ก่ออุบัติเหตุบนถนนสูงสุดคือนักขับวัย 18-24 ปี ไม่ใช่ผู้สูงอายุ
นอกจากดอกไม้แล้ว ยังมีการประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาการขับขี่โดยไม่เคารพกฎจราจร นำไปสู่ความเสียหายของผู้อื่น (ภาพจาก udn.com)
เขาเชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ไม่เปิดไฟเลี้ยว สำคัญกว่าการลดอายุการต่อใบขับขี่ คุณหมอหลี่ยังเล่าว่าตนเองเคยเกือบถูกรถยนต์ที่ไม่เปิดไฟเลี้ยวชนหลายครั้ง โดยผู้ขับขี่เหล่านั้น ไม่ใช่ผู้สูงอายุ แต่คือผู้ที่ขาดจิตสำนึกในการขับขี่ปลอดภัย หากต้องการเพิ่มความปลอดภัย ควรอิงจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และสถิติ ไม่ใช่ตัดสินจากกรณีเดียว เพราะหากผู้ที่ก่ออุบัติเหตุสูงสุดคือวัยหนุ่มสาว ทำไมถึงไม่เพิ่มอายุขั้นต่ำในการขอใบขับขี่แทน?
จากอุบัติเหตุครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะลดอายุต่อใบอนุญาตขับขี่จาก 75 ปีลงมาเป็น 70 ปี คาดจะเริ่มใช้จริงในปีหน้า แต่มีผู้คนจำนวนมากประท้วงว่า แก้ปัญหาไม่ถูกจุด (ภาพจาก tyenews.com)
คุณหมอผู้นี้กล่าวว่า มาตรการเหล่านี้จะส่งผลกระทบชัดเจนในพื้นที่ห่างไกล ถ้าไม่ให้ผู้สูงอายุมีใบขับขี่ พวกเขาจะใช้ชีวิตอย่างไร? จะให้เรียก Uber ทุกครั้งที่ออกจากบ้านหรือ? และในพื้นที่ที่ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะ การแจก TPASS จะมีประโยชน์หรือไม่? เขาย้ำว่า สิ่งที่ควรทำคือการวิเคราะห์หาสาเหตุแท้จริงที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่ทำตามเสียงเรียกร้องโดยขาดข้อมูล การจัดการผู้ไม่เปิดไฟเลี้ยวบนถนน สำคัญกว่าการลดอายุการต่อใบขับขี่เสียอีก