1. ไต้ฝุ่นลูกแรกของปีนี้ก่อตัวช้า จับตาทิศทางหย่อมความกดอากาศต่ำ 91W แม้โอกาสพัฒนาเป็นไต้ฝุ่นมีน้อย แต่อาจส่งผลฝนตกหนัก
ปีนี้เข้าแม้จะสู่เดือนมิถุนายนแล้ว แต่ยังไม่มีไต้ฝุ่นก่อตัวเลยแม้แต่ลูกเดียว เพจ weather express ของไต้หวันรายงานว่า ขณะนี้ หย่อมความกดอากาศต่ำหมายเลข 91W เคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลทิศใต้ของมณฑลกวางตุ้งเรียบร้อยแล้ว และกำลังมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงมายังเกาะไต้หวัน แม้โอกาสที่จะพัฒนากลายเป็นพายุไต้ฝุ่นมีน้อยมาก แต่หย่อมความกดอากาศต่ำลูกนี้จะนำพาน้ำฝนในปริมาณมหาศาล อาจส่งผลกระทบต่อไต้หวันได้ และตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 ถึงวันจันทร์ที่ 2 มิถุนายนนี้ ร่องความกดอากาศต่ำจะพัดผ่านภาคใต้เกาะไต้หวันและช่องแคบบาชิ ส่งผลให้อากาศในไต้หวันแปรปรวนหนัก โดยเฉพาะภาคใต้และภาคตะวันออก จะมีฝนฟ้าคะนองรุนแรงเป็นระยะ ภาคกลาง-ภาคเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองในช่วงบ่าย จึงเตือนให้ระวัง!
ช่วงนี้ ไต้หวันได้รับผลกระทบจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้อากาศแปรปรวน โดยเฉพาะที่ภาคใต้ อาจมีฝนฟ้าคะนองรุนแรง (ภาพจาก CNA)
2. มหาวิทยาลัยไต้หวัน 13 แห่ง ติดอันดับ 200 มหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเชียประจำปี 2568 จากการจัดอันดับของ THE
ช่วงปลายเมษายนที่ผ่านมา Times Higher Education (THE) ผู้ให้บริการด้านข้อมูลการศึกษาระดับอุดมศึกษาชั้นนำระดับโลกที่มีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในระดับนานาชาติหรือ World University Ranking (WUR) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวัดความสามารถในการแข่งขันของมหาวิทยาลัยและมีส่วนช่วยในการตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้าศึกษาต่อของนักศึกษาทั่วโลก ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชียปี 2568 โดยมหาวิทยาลัยของไต้หวันซึ่งมีทั้งหมด 142 แห่ง มี 13 แห่งติด 200 อันดับแรก
การจัดอันดับ 200 มหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชีย มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) อยู่อันดับ 30 ตกจาก 26 ในปีที่แล้ว (ภาพจาก businesswekly.com)
ในบรรดามหาวิทยาลัย 13 แห่งของไต้หวันที่ติด 200 อันดับแรกของเอเชีย มี 10 แห่งที่อันดับลดลง มีเพียงมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหยุนหลิน (National Yunlin University of Science and Technology) ที่มีอันดับเพิ่มขึ้น จากอันดับ 141 ปีที่แล้ว ขยับมาอยู่อันดับ 132 แต่มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดของไต้หวัน มีอันดับสูงสุดในบรรดามหาวิทยาลัยของไต้หวันที่เข้าสู่ 200 อันดับแรก ก็ลดลงจากปีที่แล้ว 4 อันดับ
บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University)
มหาวิทยาลัยของไต้หวัน 13 แห่งที่ติด 200 อันดับแรกมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชียปี 2568 ประกอบด้วย :
1. มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) อันดับ 30 ตกจาก 26 ในปีที่แล้ว
2. มหาวิทยาลัยการแพทย์จีน (China Medical University) อยู่อันดับ 66 จาก 56
อันดับ 2 ในไต้หวันได้แก่ มหาวิทยาลัยการแพทย์จีน (China Medical University) ในนครไทจง (ภาพจาก FB : China Medical University)
3. มหาวิทยาลัยแห่งชาติหยางหมิงเจียวทง (National Yang Ming Chiao Tung University) อยู่อันดับ 72 จาก 64
4. มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University of Science and Technology) อยู่ในอันดับ 74 จาก 71
5. มหาวิทยาลัยแห่งชาติชิงหัว (National Tsing Hua University) อยู่ในอันดับ 82 จาก 71
6. มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ไทเป (Taipei Medical University) อันดับ 94 จาก 83
7. มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง (National Cheng Kung University) อันดับ 106 จาก 94
8. มหาวิทยาลัยเอเชีย (Asia University) อันดับ 107 จาก 103
มหาวิทยาลัยแห่งชาติหยางหมิงเจียวทง (National Yang Ming Chiao Tung University) (Cr: FB : National Yang Ming Chiao Tung University)
9. มหาวิทยาลัยครุศาสตร์แห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan Normal University) อันดับ 118 จาก 105
10 มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหยุนหลิน (National Yunlin University of Science and Technology) อันดับ 132 จาก 141
11. มหาวิทยาลัยฉางเกิง (Chang Gung University) อันดับ 139 จาก 119
12. มหาวิทยาลัยแห่งชาติซุนยัดเซ็น (National Sun Yat-sen University) อันดับ 141 จาก 138
13. มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เกาสง (Kaohsiung Medical University) อันดับ 200 จาก 180
มหาวิทยาลัยชั้นนำ 10 อันดับแรกของเอเชีย (ภาพจาก www.tatlerasia.com)
สำหรับมหาวิทยาลัยชั้นนำ 10 อันดับแรกของเอเชีย ได้แก่ :
1. มหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) ของจีน
2. มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) ของจีน
3. มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore) ของสิงคโปร์
4. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Nanyang Technological University) ของสิงคโปร์
5. มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo) ของญี่ปุ่น
6. มหาวิทยาลัยฮ่องกง (University of Hong Kong) ของฮ่องกง
7. มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น (Fudan University) ของจีน
8. มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) ของจีน
9. มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง (Chinese University of Hong Kong) ของฮ่องกง
10. มหาวิทยาลัยเจียวทงเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Jiao Tong University) ของจีน
มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University : NTU) หรือที่เรียกย่อว่า ม. ไถต้า ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2471 ในยุคที่ญี่ปุ่นยังปกครองไต้หวัน (ภาพจาก timeshighereducation.com)
สำหรับมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University : NTU) หรือที่เรียกย่อว่า ม. ไถต้า ได้ชื่อว่าเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกหรือมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของไต้หวัน ตั้งอยู่ในย่านใจกลางกรุงไทเป จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2471 ในยุคที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน ปัจจุบันมีวิทยาลัย 3 แห่ง 56 คณะ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวของไต้หวันที่มีนักศึกษา (ปริญญาตรี โทและเอก) มากกว่า 3 หมื่นคน โดยปีการศึกษา 2566 มีนักศึกษา 34,049 คน แบ่งเป็นระดับปริญญาตรี 17,323 คนปริญญาโท 13,024 คนและปริญญาเอก 3,702 คน
3. เคยนั่งหรือยัง? รถไฟความเร็วสูงไต้หวันสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัยและไม่แพงอย่างที่คิด
สัปดาห์นี้ขอแนะนำรถไฟความเร็วสูงของไต้หวัน (Taiwan High Speed Rail : THSR) หรือชื่อภาษาจีนคือ ไถวานเกาเถี่ย (台灣高鐵) เรียกสั้น ๆ ว่า เกาเถี่ย (高鐵) ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ 5 มกราคม 2550 โดยช่วงแรกให้บริการจำกัดระหว่างสถานีปั่นเฉียว-สถานีจั่วอิ๋ง และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบตลอดเส้นทางระหว่างสถานีหนานกั่งในกรุงไทเป-สถานีจั่วอิ๋ง ในนครเกาสง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2550
รถไฟความเร็วสูงไต้หวัน (Taiwan High Speed Rail : THSR) หรือชื่อภาษาจีนคือ ไถวานเกาเถี่ย (台灣高鐵) เรียกสั้น ๆ ว่า เกาเถี่ย (高鐵) เปิดให้บริการมาตั้งแต่ 5 มกราคม 2550 (ภาพจาก Rti)
เส้นทางรถไฟความเร็วสูงไต้หวัน มีความยาวทั้งสิ้น 350 กิโลเมตร (เหนือ-ใต้ของไต้หวันทางฝั่งตะวันตก) เริ่มต้นจากสถานีหนานกั่งในกรุงไทเปซึ่งอยู่ทางตอนเหนือล่องลงไปจนถึงเขตจั่วอิ๋งในนครเกาสง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขบวนรถด่วนจากหนานกั่งถึงจั่วอิ๋งใช้เวลาประมาณ 105 นาที พาดผ่านพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นทางภาคตะวันตกของเกาะไต้หวัน เชื่อมโยงภาคเหนือและภาคใต้ของไต้หวัน อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชนไต้หวันเป็นอย่างมาก อีกทั้งมีความปลอดภัยสูง ประกอบกับแต่ละวันมีขบวนรถวิ่งไปมาระหว่างสถานีหนานกั่ง-จั่วอิ๋ง รวม 65 เที่ยว ทำให้การเดินทางด้วยเครื่องบินภายในประเทศระหว่างภาคเหนือ-ภาคใต้ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จนต้องปิดบริการไปในที่สุด เหลือเพียงเส้นทางบินไปภาคตะวันออกหรือเกาะรอบนอก อย่างจินเหมิน หม่าจู่ เผิงหูและหลานอวี่ เท่านั้น
รถไฟความเร็วสูงไต้หวัน มีความยาว 350 กิโลเมตร เริ่มต้นจากสถานีหนานกั่งในกรุงไทเป ไปจนถึงเขตจั่วอิ๋งในนครเกาสง ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ภาพจาก Rti)
รถไฟความเร็วสูงไต้หวันถือเป็นโครงการแรกของไต้หวันที่ใช้รูปแบบ BOT (Build-Operate-Transfer) หรือ "เอกชนสร้าง บริหาร แล้วโอนคืนรัฐ" โดยมีสัญญาสัมปทานตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปี 2610 รวมระยะเวลา 70 ปี หลังสิ้นสุดระยะเวลาสัมปทาน โครงการจะถูกโอนกลับให้กระทรวงคมนาคมรับช่วงดำเนินการต่อ โดยเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบหลักอ้างอิงจากรถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่น งบประมาณในการก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 513,300 ล้านเหรียญไต้หวัน
รถไฟความเร็วสูงไต้หวันมีสถานีรถ 12 สถานี (ภาพจาก wikimedia.org)
ปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงไต้หวันมีสถานีรถ 12 สถานี ได้แก่ สถานีหนานกั่ง สถานีไทเป สถานีปั่นเฉียว (นครนิวไทเป) สถานีเถาหยวน สถานีซินจู๋ สถานีเหมียวลี่ สถานีไทจง สถานีจางฮั่ว สถานีหยุนหลิน สถานีเจียอี้ สถานีไถหนานและสถานีจั่วอิ๋ง (นครเกาสง) ช่วงระหว่างหนานกั่ง-ปั่นเฉียวอยู่ใต้ดิน หลังออกจากสถานีปั่นเฉียวแล้วจะโผล่ขึ้นมาบนดิน วิ่งผ่านอุโมงค์และสะพานสูงหลายแห่งจนถึงสถานีจั่วอิ๋งในนครเกาสง
สถานีหนานกั่งในไทเป (ภาพจาก FB : thsrc)
สำหรับวิธีการซื้อตั๋วรถไฟความเร็วสูงมีหลายช่องทาง โดยสามารถซื้อทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทรถไฟความเร็วสูงไต้หวันที่ https://www.thsrc.com.tw หรือซื้อผ่านแอปของรถไฟความเร็วสูงไต้หวัน T-EX หรือซื้อที่ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และแฟมิลี่มาร์ท นอกจากนี้ ยังสามารถซื้อที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วโดยสารหรือตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติที่สถานีทุกแห่งได้ด้วย
การซื้อตั๋วรถไฟความเร็วสูงมีหลายช่องทาง ในภาพเป็นการซื้อที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานีแต่ละแห่ง (ภาพจาก taiwan.net.tw)
ตั๋วโดยสารแบ่งเป็นตั๋วชั้นธุรกิจกับชั้นประหยัด โดยแบ่งเป็นตั๋วแบบระบุที่นั่งกับไม่ระบุที่นั่งหรือตั๋วยืน นอกจากนี้ยังมีตั๋วส่วนลดพิเศษสำหรับบุคคล 3 กลุ่มได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้สูงอายุ สำหรับพลเมืองที่มีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป (โดยนับจากวันเดินทาง) สามารถซื้อตั๋วผู้สูงอายุได้โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารทางราชการที่มีรูปถ่าย หมายเลขประจำตัวประชาชน และวันเดือนปีเกิดเพื่อยืนยันตัวตน กลุ่มที่ 2 ผู้ถือบัตรประจำตัวผู้พิการ ซึ่งคนพิการสามารถใช้สิทธิ์ซื้อตั๋วราคาพิเศษสำหรับ ผู้ติดตาม 1 คนได้ด้วย กลุ่มที่ 3 คือเด็ก สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หากเด็กมีส่วนสูงต่ำกว่า 115 เซนติเมตร และไม่ใช้ที่นั่ง จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าตั๋ว
สภาพภายในรถไฟความเร็วสูง (ภาพจาก tw.nextapple.com)
ยกตัวอย่างตั๋วโดยสารจากสถานีหนานกั่งไปยังสถานีจั่วอิ๋ง ชั้นประหยัดแบบระบุที่นั่งราคา 1,530 เหรียญตั๋วแบบไม่ระบุที่นั่งหรือตั๋วยืน 1,480 เหรียญ หากเป็นชั้นธุรกิจราคา 2,500 เหรียญ ส่วนตั๋วลดพิเศษ 765 เหรียญ ตั๋วลดพิเศษชั้นธุรกิจราคา 1,250 เหรียญ นอกจากนี้ยังมีตั๋วแบบหมู่คณะ ซึ่งต้องซื้อตั้งแต่ 11 ใบขึ้นไป จำกัดให้ซื้อเฉพาะตั๋วแบบระบุที่นั่ง จากหนานกั่ง-จั่วอิ๋ง ราคาอยู่ที่ใบละ 1,450 เหรียญสำหรับชั้นประหยัดและ 2,375 เหรียญสำหรับชั้นธุรกิจ
สภาพภายในรถไฟความเร็วสูง (ภาพจาก tw.nextapple.com)