
Sign up to save your podcasts
Or


1. เตรียมรับมือลมหนาวกำลังแรงอีก 2 ลูก วันอาทิตย์นี้อากาศเปลี่ยน หนาวถึงวันอังคาร ศุกร์หน้าลมหนาวกำลังแรงลูกใหม่มาเยือน
วันเสาร์ที่ 15 ก.พ. นี้ อากาศดี ทั่วไต้หวันอบอุ่น อุณหภูมิสูงอยู่ระหว่าง 21-30°c แต่วันอาทิตย์นี้อากาศเปลี่ยน ลมหนาวลูกใหม่มาเยือน อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วแตะ 10°c แม้ช่วงกลางวันอุณหภูมิ0tสูงขึ้น แต่กลางคืนและรุ่งเช้าอากาศหนาวจนถึงวันอังคาร จากนั้นสุดสัปดาห์หน้าจะมีลมหนาวกำลังแรงลูกใหม่มาเยือน อุณหภูมิลดต่ำลงพอ ๆ กับลมหนาวกำลังแรงลูกที่แล้ว เตือนดูแลสุขภาพและอย่าเพิ่งเก็บเสื้อกันหนาว
เสาร์นี้อบอุ่น แต่วันอาทิตย์อากาศเปลี่ยน อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วถึงวันอังคาร ศุกร์หน้าลมหนาวกำลังแรงมาเยือนอีก (ภาพจาก ctitv.com.tw)
2. ไต้หวันปรับขึ้นค่าตั๋วรถไฟ 26.8% หลังไม่ได้ขึ้นราคามานานกว่า 30 ปี
หลังการรถไฟไต้หวันปรับโครงสร้างเป็นบริษัทเมื่อปีที่แล้ว ก็ขาดทุน 13,700 ล้านเหรียญไต้หวัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหนึ่งในปัจจัยหลักมาจากค่าโดยสารที่ไม่เคยปรับขึ้นมานานกว่า 30 ปี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ประชุมกรรมการบริหารผ่านแผนการปรับขึ้นค่าโดยสาร คาดปรับขึ้นเฉลี่ยประมาณ 26.8%
รถไฟเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญในการเดินทางของคนไต้หวัน จะปรับขึ้นค่าตั๋วรถไฟ 26.8% หลังไม่มีการปรับมานานกว่า 30 ปี (ภาพจาก CNA)
รถไฟเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญในการเดินทางของประชาชนในไต้หวัน อย่างไรก็ตาม เร็ว ๆ นี้จะมีการปรับขึ้นค่าโดยสาร เนื่องจากในปีแรกหลังการรถไฟไต้หวันปรับโครงสร้างเป็นบริษัท ขาดทุนสุทธิ 13,700 ล้านเหรียญไต้หวัน ตามรายงานผลประกอบการของการรถไฟไต้หวัน ปีงบประมาณ 2567 เดิมคาดรายได้จากค่าโดยสารจะอยู่ที่ 18,500 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่ฮัวเหลียน ทำให้ลดลงเหลือ 17,400 ล้านเหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในการจัดสรรสวัสดิการพนักงานครั้งแรกหลังปรับโครงสร้างเป็นบริษัท ค่าธรรมเนียมโอนสินทรัพย์และต้นทุนบุคลากรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าโดยสารที่ตรึงราคานานกว่า 30 ปี ล้วนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การขาดทุนเพิ่มขึ้น
รถไฟระหว่างเมืองที่ "จอดทุกสถานี" ปรับจาก 1.46 เป็น 1.98 เหรียญ/กม. เฉลี่ย 35.6% ปรับขึ้นมากที่สุด (ภาพจาก บ. รถไฟไต้หวัน)
แผนการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารครั้งนี้จะปรับขึ้นทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นขบวนรถไฟระหว่างเมืองหรือรถไฟด่วน โดยรถไฟระหว่างเมืองที่ "จอดทุกสถานี" ปรับจาก 1.46 เป็น 1.98 เหรียญไต้หวันต่อกิโลเมตร หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 35.6% โดยเส้นทางระยะสั้นจะปรับขึ้นมากที่สุด ส่วนรถไฟด่วนที่วิ่งระยะไกลปรับขึ้นไม่มาก ยกตัวอย่างรถไฟด่วนขบวนจื้อเฉียง (自強號 ) ไทเป-เกาสง จากเดิมราคา 824 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้นเป็น 975 เหรียญไต้หวัน ไทเป-ไทจง 375 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้นเป็น 501 เหรียญไต้หวัน ไทเป-ฮัวเหลียน 440 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้นเป็น 583 เหรียญไต้หวัน เป็นต้น
รถไฟโบราณใช้หัวรถจักรไอน้ำที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ที่การรถไฟไต้หวันนำเข้ามาใช้เป็นรุ่นแรก (ภาพจาก Epochtimes)
สำหรับการรถไฟไต้หวัน (Taiwan Railways Administration ,TRA) ซึ่งปัจจุบันแปรรูปมาเป็น บริษัทรถไฟไต้หวัน จำกัด (Taiwan Railway Corporation,Ltd) เมื่อปีที่แล้ว ถือเป็นหนึ่งในระบบขนส่งมวลชนที่คนไต้หวันนิยมใช้บริการกันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากสะดวก รวดเร็ว ราคาไม่แพง และตรงเวลา แม้ในระยะหลังไต้หวันมีรถไฟความเร็วสูงและรถไฟฟ้า ซึ่งดึงดูดผู้โดยสารส่วนหนึ่งของการรถไฟไต้หวันไป แต่การรถไฟไต้หวันก็ยังคงเป็นระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญของไต้หวันไม่เสื่อมคลาย
สถานีรถไฟไทเป เป็นชุมทางรถไฟที่มีผู้คนไปใช้บริการมากมาย ในภาพผู้โดยสารต่อแถวซื้อตั๋วจากตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ (ภาพจาก Epochtimes)
การรถไฟไต้หวันก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1887 หรือเมื่อ 138 ปีก่อน ซึ่งอยู่ในยุคราชวงศ์ชิง โดยวางแผนสร้างเส้นทางรถไฟสายแรกในไต้หวัน ระหว่างท่าเรือเมืองจีหลงซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะไต้หวันผ่านไทเป ซินจู๋ลงไปถึงไถหนานซึ่งเป็นเมืองเอกของไต้หวันในยุคนั้น และเปิดเดินรถในปี ค.ศ.1891 โดยในช่วงแรกเปิดใช้เฉพาะช่วงระหว่างจีหลงถึงต้าเต้าเฉิง(ท่าเรือริมแม่น้ำต้านสุ่ย)ในกรุงไทเป มีรถไฟทั้งหมด 4 ขบวน ตู้โดยสาร 14 ตู้ และอีก 2 ปีต่อมาได้ขยายไปจนถึงเมืองซินจู๋
ขบวนรถด่วน Puyuma Express จัดเป็นขบวนรถที่เร็วและดีที่สุดของการรถไฟไต้หวัน (ภาพจาก Epochtimes)
ต่อมาในช่วงปี 1895- 1945 ซึ่งเป็นยุคที่ญี่ปุ่นเข้ามาปกครองไต้หวัน รัฐบาลญี่ปุ่นได้ขยายเส้นทางรถไฟบนเกาะไต้หวัน มากมายหลายเส้นทาง ทั้งเส้นทางสายหลัก จากจีหลงลงไปถึงผิงตง ซึ่งเป็นเส้นทางในฝั่งตะวันตก โดยเพิ่มเส้นทางไปยังฝั่งตะวันออกด้วย โดยรัฐบาลญี่ปุ่นต้องการใช้เส้นทางรถไฟในการลำเลียงทรัพยากรต่างๆ อาทิ ไม้ น้ำตาลและแร่ชนิดต่างๆ รวมถึง ทองคำ จากพื้นที่ใจกลางเกาะไปยังท่าเรือต่างๆเพื่อส่งไปญี่ปุ่น โดยในขณะนั้นการรถไฟไต้หวันมีรถไฟมากถึง 497 ขบวน
"Future" รถไฟท่องเที่ยวที่มอบสัมปทานให้เอกชนรับดำเนินการ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก (ภาพจาก Epochtimes)
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการรถไฟไต้หวันเกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1945) ญี่ปุ่นแพ้สงครามจึงต้องส่งมอบไต้หวันคืนให้แก่จีน แต่ไฟสงครามสร้างความเสียหายให้แก่ทางรถไฟและขบวนรถไฟอย่างรุนแรง เพื่อรื้อฟื้นการให้บริการ รัฐบาลสาธารณรัฐจีนได้สั่งซื้อขบวนรถดีเซลรางจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น มาใช้แทนหัวรถจักรไอน้ำที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง และเริ่มเดินรถอย่างเปิดทางการในปี 1960 นับเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ของการรถไฟไต้หวัน
สถานีรถไฟโต่วเหลียงในเมืองไถตง ตั้งอยู่ติดชายทะเล ได้ชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟที่สวยงามที่สุดในไต้หวัน (ภาพจาก Shutterstock)
ตามมาด้วยปี 1990 การเริ่มใช้รถไฟที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าโดยเริ่มจากรถไฟที่วิ่งระยะสั้นระหว่างเมืองและปัจจุบันขยายสู่เส้นทางรอบเกาะ ปัจจุบันการรถไฟไต้หวันซึ่งใช้ขนาดความกว้างราง 1.067 เมตร (3 ฟุต 6 นิ้ว) มีทั้งสิ้น13 เส้นทางแบ่งเป็น 3 เส้นทางหลัก กับ 10 เส้นทางย่อย มีทั้งอยู่บนดิน บนสะพานสูง มุดอุโมงค์และใต้ดิน รวมระยะทาง 1114.5 กม. มี 240 สถานี (ค.ศ.2018)
3. ดัชนีการรับรู้ทุจริต 2567 ไต้หวันได้ 67 คะแนน ถูกจัดอยู่ในอันดับ 25 ของโลก เพิ่มขึ้น 3 อันดับจากปี 2566 และทุจริตน้อยกว่า 86% ของประเทศที่รับการสำรวจทั่วโลก 180 ประเทศ
สำนักงานต่อต้านคอร์รัปชัน กระทรวงยุติธรรมของไต้หวันแถลงข้อมูลดัชนีการรับรู้ทุจริต 2567 จัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ซึ่งได้เผยแพร่ผลการสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index หรือ CPI) จากจำนวน 180 ประเทศและพื้นที่ทั่วโลกประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมาว่า ไต้หวันมีคะแนนดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน 67 คะแนน ถูกจัดอยู่ในประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันน้อยสุดอันดับ 25 ของโลก น้อยกว่า 86% ของประเทศที่เข้ารับการสำรวจ 180 ประเทศ และอยู่ในอันดับที่ 7 ของ 31 ประเทศและพื้นที่ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เป็นรองเพียงสิงคโปร์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ฮ่องกง ภูฐานและญี่ปุ่น สูงกว่าเกาหลีใต้ ไล่ตามหลังญี่ปุ่นและฮ่องกงมาติด ๆ คะแนนดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันของไต้หวันที่ได้ 67 คะแนน พอ ๆ กับปี 2566 แต่ที่เลื่อนขึ้น 3 อันดับ มาจากคะแนนภาพลักษณ์คอร์รัปชันของออสเตรีย ฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาลดน้อยลง
ไต้หวัน ถูกจัดอยู่ในอันดับ 25 ได้ 67 คะแนนของการสำรวจดัชนีการรับรู้ทุจริต 2567 ทุจริตน้อยกว่า 86% ของประเทศที่รับการสำรวจทั่วโลก 180 ประเทศ (ภาพจาก เว็บ Transparency International)
ผลการสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริตจาก 180 ประเทศและพื้นที่ทั่วโลก ประจำปี 2567 พบว่า
อันดับ 1 คือ ประเทศเดนมาร์กได้คะแนนสูงที่สุด 90 คะแนน
อันดับ 2 คือ ประเทศฟินแลนด์ได้ 88 คะแนน
อันดับ 3 คือ ประเทศสิงคโปร์ได้ 84 คะแนน
อันดับ 4 คือนิวซีแลนด์ได้ 83 คะแนน
อันดับ 5 ได้แก่ลักเซมเบิร์ก นอร์เวย์และสวิตเซอร์แลนด์ ได้คะแนนเท่ากัน 81 คะแนน
ไต้หวันถูกจัดอยู่อันดับ 25 ได้ 67 คะแนน
เกาหลีใต้ ถูกจัดอยู่อันดับ 30 ได้ 64 คะแนน จีนแผ่นดินใหญ่อันดับ 76 ได้ 43 คะแนน ขณะที่ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 107 ของโลกได้ 34 คะแนน
ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 107 ได้ 34 คะแนน ของการสำรวจดัชนีการรับรู้ทุจริต 2567 (ภาพจาก เว็บ Transparency International)
สำนักงานต่อต้านคอร์รัปชันแถลงว่า การที่ไต้หวันได้รับการจัดอันดับ 25 ของประเทศและพื้นที่ที่มีคอร์รัปชันน้อยและความโปร่งใสมาก แม้จะมีคะแนนเท่ากับปีก่อน แต่เป็นอันดับที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา เป็นผลมาจากรัฐบาลการกวดขันในด้านความโปร่งใสและปราบปรามการทุจริตอย่างไม่หยุดหย่อน โดยปฏิบัติการตามมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชัน 7 ข้อได้แก่ ดำเนินมาตรการความโปร่งใสโดยใช้มาตรฐานของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ผลักดันและส่งเสริมให้มีความโปร่งใสและสุจริตในหน่วยงานภาครัฐ โดยมีการจัดรางวัลความโปร่งใสเป็นประจำทุกปี จัดตั้งแพลตฟอร์มการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่โปร่งใสและปราศจากการทุจริต ให้ทุกหน่วยงานใช้ร่วมกันและประชาชนสามารถสอดส่องและตรวจสอบได้ มีการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐที่มีความเสี่ยงสูงของการทุจริตด้วยระบบ AI และใช้เทคโนโลยีตรวจหาหลักฐานการทุจริตคอร์รัปชัน สำนักงานต่อต้านคอร์รัปชันกล่าวเน้นว่า การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันเป็นปฏิบัติการที่ไม่มีวันสิ้นสุดและทุกขั้นตอนต้องการความร่วมมือจากภาคเอกชน
ไต้หวันได้ 67 คะแนน ถูกจัดอยู่ในอันดับ 25 ของการสำรวจดัชนีการรับรู้ทุจริต 2567 ทุจริตน้อยกว่า 86% ของประเทศที่รับการสำรวจทั่วโลก 180 ประเทศ (ภาพจาก cw.com.tw)
ดัชนีการรับรู้การทุจริต เป็นดัชนีที่สะท้อนภาพลักษณ์การทุจริตของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ที่มีความสำคัญต่อนักลงทุนหรือนักธุรกิจในการประเมินความเสี่ยงหรือใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนในแต่ละประเทศ ซึ่งองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1993 มีสถานะเป็นองค์กรภาคประชาสังคมระหว่างประเทศที่มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
ย่านซีเหมินติงในกรุงไทเป
By อัญชัน ทรงพุทธิ์, อโศก ศรีจันทร์, Rti1. เตรียมรับมือลมหนาวกำลังแรงอีก 2 ลูก วันอาทิตย์นี้อากาศเปลี่ยน หนาวถึงวันอังคาร ศุกร์หน้าลมหนาวกำลังแรงลูกใหม่มาเยือน
วันเสาร์ที่ 15 ก.พ. นี้ อากาศดี ทั่วไต้หวันอบอุ่น อุณหภูมิสูงอยู่ระหว่าง 21-30°c แต่วันอาทิตย์นี้อากาศเปลี่ยน ลมหนาวลูกใหม่มาเยือน อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วแตะ 10°c แม้ช่วงกลางวันอุณหภูมิ0tสูงขึ้น แต่กลางคืนและรุ่งเช้าอากาศหนาวจนถึงวันอังคาร จากนั้นสุดสัปดาห์หน้าจะมีลมหนาวกำลังแรงลูกใหม่มาเยือน อุณหภูมิลดต่ำลงพอ ๆ กับลมหนาวกำลังแรงลูกที่แล้ว เตือนดูแลสุขภาพและอย่าเพิ่งเก็บเสื้อกันหนาว
เสาร์นี้อบอุ่น แต่วันอาทิตย์อากาศเปลี่ยน อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วถึงวันอังคาร ศุกร์หน้าลมหนาวกำลังแรงมาเยือนอีก (ภาพจาก ctitv.com.tw)
2. ไต้หวันปรับขึ้นค่าตั๋วรถไฟ 26.8% หลังไม่ได้ขึ้นราคามานานกว่า 30 ปี
หลังการรถไฟไต้หวันปรับโครงสร้างเป็นบริษัทเมื่อปีที่แล้ว ก็ขาดทุน 13,700 ล้านเหรียญไต้หวัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหนึ่งในปัจจัยหลักมาจากค่าโดยสารที่ไม่เคยปรับขึ้นมานานกว่า 30 ปี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ประชุมกรรมการบริหารผ่านแผนการปรับขึ้นค่าโดยสาร คาดปรับขึ้นเฉลี่ยประมาณ 26.8%
รถไฟเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญในการเดินทางของคนไต้หวัน จะปรับขึ้นค่าตั๋วรถไฟ 26.8% หลังไม่มีการปรับมานานกว่า 30 ปี (ภาพจาก CNA)
รถไฟเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญในการเดินทางของประชาชนในไต้หวัน อย่างไรก็ตาม เร็ว ๆ นี้จะมีการปรับขึ้นค่าโดยสาร เนื่องจากในปีแรกหลังการรถไฟไต้หวันปรับโครงสร้างเป็นบริษัท ขาดทุนสุทธิ 13,700 ล้านเหรียญไต้หวัน ตามรายงานผลประกอบการของการรถไฟไต้หวัน ปีงบประมาณ 2567 เดิมคาดรายได้จากค่าโดยสารจะอยู่ที่ 18,500 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่ฮัวเหลียน ทำให้ลดลงเหลือ 17,400 ล้านเหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในการจัดสรรสวัสดิการพนักงานครั้งแรกหลังปรับโครงสร้างเป็นบริษัท ค่าธรรมเนียมโอนสินทรัพย์และต้นทุนบุคลากรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าโดยสารที่ตรึงราคานานกว่า 30 ปี ล้วนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การขาดทุนเพิ่มขึ้น
รถไฟระหว่างเมืองที่ "จอดทุกสถานี" ปรับจาก 1.46 เป็น 1.98 เหรียญ/กม. เฉลี่ย 35.6% ปรับขึ้นมากที่สุด (ภาพจาก บ. รถไฟไต้หวัน)
แผนการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารครั้งนี้จะปรับขึ้นทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นขบวนรถไฟระหว่างเมืองหรือรถไฟด่วน โดยรถไฟระหว่างเมืองที่ "จอดทุกสถานี" ปรับจาก 1.46 เป็น 1.98 เหรียญไต้หวันต่อกิโลเมตร หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 35.6% โดยเส้นทางระยะสั้นจะปรับขึ้นมากที่สุด ส่วนรถไฟด่วนที่วิ่งระยะไกลปรับขึ้นไม่มาก ยกตัวอย่างรถไฟด่วนขบวนจื้อเฉียง (自強號 ) ไทเป-เกาสง จากเดิมราคา 824 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้นเป็น 975 เหรียญไต้หวัน ไทเป-ไทจง 375 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้นเป็น 501 เหรียญไต้หวัน ไทเป-ฮัวเหลียน 440 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้นเป็น 583 เหรียญไต้หวัน เป็นต้น
รถไฟโบราณใช้หัวรถจักรไอน้ำที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ที่การรถไฟไต้หวันนำเข้ามาใช้เป็นรุ่นแรก (ภาพจาก Epochtimes)
สำหรับการรถไฟไต้หวัน (Taiwan Railways Administration ,TRA) ซึ่งปัจจุบันแปรรูปมาเป็น บริษัทรถไฟไต้หวัน จำกัด (Taiwan Railway Corporation,Ltd) เมื่อปีที่แล้ว ถือเป็นหนึ่งในระบบขนส่งมวลชนที่คนไต้หวันนิยมใช้บริการกันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากสะดวก รวดเร็ว ราคาไม่แพง และตรงเวลา แม้ในระยะหลังไต้หวันมีรถไฟความเร็วสูงและรถไฟฟ้า ซึ่งดึงดูดผู้โดยสารส่วนหนึ่งของการรถไฟไต้หวันไป แต่การรถไฟไต้หวันก็ยังคงเป็นระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญของไต้หวันไม่เสื่อมคลาย
สถานีรถไฟไทเป เป็นชุมทางรถไฟที่มีผู้คนไปใช้บริการมากมาย ในภาพผู้โดยสารต่อแถวซื้อตั๋วจากตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ (ภาพจาก Epochtimes)
การรถไฟไต้หวันก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1887 หรือเมื่อ 138 ปีก่อน ซึ่งอยู่ในยุคราชวงศ์ชิง โดยวางแผนสร้างเส้นทางรถไฟสายแรกในไต้หวัน ระหว่างท่าเรือเมืองจีหลงซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะไต้หวันผ่านไทเป ซินจู๋ลงไปถึงไถหนานซึ่งเป็นเมืองเอกของไต้หวันในยุคนั้น และเปิดเดินรถในปี ค.ศ.1891 โดยในช่วงแรกเปิดใช้เฉพาะช่วงระหว่างจีหลงถึงต้าเต้าเฉิง(ท่าเรือริมแม่น้ำต้านสุ่ย)ในกรุงไทเป มีรถไฟทั้งหมด 4 ขบวน ตู้โดยสาร 14 ตู้ และอีก 2 ปีต่อมาได้ขยายไปจนถึงเมืองซินจู๋
ขบวนรถด่วน Puyuma Express จัดเป็นขบวนรถที่เร็วและดีที่สุดของการรถไฟไต้หวัน (ภาพจาก Epochtimes)
ต่อมาในช่วงปี 1895- 1945 ซึ่งเป็นยุคที่ญี่ปุ่นเข้ามาปกครองไต้หวัน รัฐบาลญี่ปุ่นได้ขยายเส้นทางรถไฟบนเกาะไต้หวัน มากมายหลายเส้นทาง ทั้งเส้นทางสายหลัก จากจีหลงลงไปถึงผิงตง ซึ่งเป็นเส้นทางในฝั่งตะวันตก โดยเพิ่มเส้นทางไปยังฝั่งตะวันออกด้วย โดยรัฐบาลญี่ปุ่นต้องการใช้เส้นทางรถไฟในการลำเลียงทรัพยากรต่างๆ อาทิ ไม้ น้ำตาลและแร่ชนิดต่างๆ รวมถึง ทองคำ จากพื้นที่ใจกลางเกาะไปยังท่าเรือต่างๆเพื่อส่งไปญี่ปุ่น โดยในขณะนั้นการรถไฟไต้หวันมีรถไฟมากถึง 497 ขบวน
"Future" รถไฟท่องเที่ยวที่มอบสัมปทานให้เอกชนรับดำเนินการ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก (ภาพจาก Epochtimes)
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการรถไฟไต้หวันเกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1945) ญี่ปุ่นแพ้สงครามจึงต้องส่งมอบไต้หวันคืนให้แก่จีน แต่ไฟสงครามสร้างความเสียหายให้แก่ทางรถไฟและขบวนรถไฟอย่างรุนแรง เพื่อรื้อฟื้นการให้บริการ รัฐบาลสาธารณรัฐจีนได้สั่งซื้อขบวนรถดีเซลรางจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น มาใช้แทนหัวรถจักรไอน้ำที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง และเริ่มเดินรถอย่างเปิดทางการในปี 1960 นับเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ของการรถไฟไต้หวัน
สถานีรถไฟโต่วเหลียงในเมืองไถตง ตั้งอยู่ติดชายทะเล ได้ชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟที่สวยงามที่สุดในไต้หวัน (ภาพจาก Shutterstock)
ตามมาด้วยปี 1990 การเริ่มใช้รถไฟที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าโดยเริ่มจากรถไฟที่วิ่งระยะสั้นระหว่างเมืองและปัจจุบันขยายสู่เส้นทางรอบเกาะ ปัจจุบันการรถไฟไต้หวันซึ่งใช้ขนาดความกว้างราง 1.067 เมตร (3 ฟุต 6 นิ้ว) มีทั้งสิ้น13 เส้นทางแบ่งเป็น 3 เส้นทางหลัก กับ 10 เส้นทางย่อย มีทั้งอยู่บนดิน บนสะพานสูง มุดอุโมงค์และใต้ดิน รวมระยะทาง 1114.5 กม. มี 240 สถานี (ค.ศ.2018)
3. ดัชนีการรับรู้ทุจริต 2567 ไต้หวันได้ 67 คะแนน ถูกจัดอยู่ในอันดับ 25 ของโลก เพิ่มขึ้น 3 อันดับจากปี 2566 และทุจริตน้อยกว่า 86% ของประเทศที่รับการสำรวจทั่วโลก 180 ประเทศ
สำนักงานต่อต้านคอร์รัปชัน กระทรวงยุติธรรมของไต้หวันแถลงข้อมูลดัชนีการรับรู้ทุจริต 2567 จัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ซึ่งได้เผยแพร่ผลการสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index หรือ CPI) จากจำนวน 180 ประเทศและพื้นที่ทั่วโลกประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมาว่า ไต้หวันมีคะแนนดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน 67 คะแนน ถูกจัดอยู่ในประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันน้อยสุดอันดับ 25 ของโลก น้อยกว่า 86% ของประเทศที่เข้ารับการสำรวจ 180 ประเทศ และอยู่ในอันดับที่ 7 ของ 31 ประเทศและพื้นที่ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เป็นรองเพียงสิงคโปร์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ฮ่องกง ภูฐานและญี่ปุ่น สูงกว่าเกาหลีใต้ ไล่ตามหลังญี่ปุ่นและฮ่องกงมาติด ๆ คะแนนดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันของไต้หวันที่ได้ 67 คะแนน พอ ๆ กับปี 2566 แต่ที่เลื่อนขึ้น 3 อันดับ มาจากคะแนนภาพลักษณ์คอร์รัปชันของออสเตรีย ฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาลดน้อยลง
ไต้หวัน ถูกจัดอยู่ในอันดับ 25 ได้ 67 คะแนนของการสำรวจดัชนีการรับรู้ทุจริต 2567 ทุจริตน้อยกว่า 86% ของประเทศที่รับการสำรวจทั่วโลก 180 ประเทศ (ภาพจาก เว็บ Transparency International)
ผลการสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริตจาก 180 ประเทศและพื้นที่ทั่วโลก ประจำปี 2567 พบว่า
อันดับ 1 คือ ประเทศเดนมาร์กได้คะแนนสูงที่สุด 90 คะแนน
อันดับ 2 คือ ประเทศฟินแลนด์ได้ 88 คะแนน
อันดับ 3 คือ ประเทศสิงคโปร์ได้ 84 คะแนน
อันดับ 4 คือนิวซีแลนด์ได้ 83 คะแนน
อันดับ 5 ได้แก่ลักเซมเบิร์ก นอร์เวย์และสวิตเซอร์แลนด์ ได้คะแนนเท่ากัน 81 คะแนน
ไต้หวันถูกจัดอยู่อันดับ 25 ได้ 67 คะแนน
เกาหลีใต้ ถูกจัดอยู่อันดับ 30 ได้ 64 คะแนน จีนแผ่นดินใหญ่อันดับ 76 ได้ 43 คะแนน ขณะที่ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 107 ของโลกได้ 34 คะแนน
ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 107 ได้ 34 คะแนน ของการสำรวจดัชนีการรับรู้ทุจริต 2567 (ภาพจาก เว็บ Transparency International)
สำนักงานต่อต้านคอร์รัปชันแถลงว่า การที่ไต้หวันได้รับการจัดอันดับ 25 ของประเทศและพื้นที่ที่มีคอร์รัปชันน้อยและความโปร่งใสมาก แม้จะมีคะแนนเท่ากับปีก่อน แต่เป็นอันดับที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา เป็นผลมาจากรัฐบาลการกวดขันในด้านความโปร่งใสและปราบปรามการทุจริตอย่างไม่หยุดหย่อน โดยปฏิบัติการตามมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชัน 7 ข้อได้แก่ ดำเนินมาตรการความโปร่งใสโดยใช้มาตรฐานของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ผลักดันและส่งเสริมให้มีความโปร่งใสและสุจริตในหน่วยงานภาครัฐ โดยมีการจัดรางวัลความโปร่งใสเป็นประจำทุกปี จัดตั้งแพลตฟอร์มการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่โปร่งใสและปราศจากการทุจริต ให้ทุกหน่วยงานใช้ร่วมกันและประชาชนสามารถสอดส่องและตรวจสอบได้ มีการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐที่มีความเสี่ยงสูงของการทุจริตด้วยระบบ AI และใช้เทคโนโลยีตรวจหาหลักฐานการทุจริตคอร์รัปชัน สำนักงานต่อต้านคอร์รัปชันกล่าวเน้นว่า การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันเป็นปฏิบัติการที่ไม่มีวันสิ้นสุดและทุกขั้นตอนต้องการความร่วมมือจากภาคเอกชน
ไต้หวันได้ 67 คะแนน ถูกจัดอยู่ในอันดับ 25 ของการสำรวจดัชนีการรับรู้ทุจริต 2567 ทุจริตน้อยกว่า 86% ของประเทศที่รับการสำรวจทั่วโลก 180 ประเทศ (ภาพจาก cw.com.tw)
ดัชนีการรับรู้การทุจริต เป็นดัชนีที่สะท้อนภาพลักษณ์การทุจริตของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ที่มีความสำคัญต่อนักลงทุนหรือนักธุรกิจในการประเมินความเสี่ยงหรือใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนในแต่ละประเทศ ซึ่งองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1993 มีสถานะเป็นองค์กรภาคประชาสังคมระหว่างประเทศที่มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
ย่านซีเหมินติงในกรุงไทเป