“และขอฝากคำทักทายมายังคริสตจักรที่อยู่ในบ้านเขาด้วย
ขอฝากคำทักทายมายังเอเปเนทัสที่รักของข้าพเจ้า
ผู้เป็นคนแรกที่เข้ามาเชื่อในพระคริสต์ในแคว้นเอเชีย”
~โรม 16:5
ในสมัยแรกๆ อาจารย์เปาโลกับมิตรสหายช่วยกันประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์
ตามเมืองตามแคว้นต่างๆ และเมื่อมีผู้เชื่อเกิดขึ้น
อาจารย์ เปาโลและทีมงานก็ตั้งคริสตจักรขึ้นตามเมืองนั้นๆ โดยใช้บ้านของผู้เชื่อบางคน
ทำเป็นโบสถ์ หรือที่ประชุมที่เรียกว่า “คริสตจักรในบ้าน”
เพราะตอนนั้น ยังไม่มีตัวอาคารถูกสร้างขึ้นมาที่เรียกว่า โบสถ์!
ในจดหมายหลายๆฉบับ อาจารย์เปาโลกล่าวถึงเรื่องคริสตจักรในบ้าน
ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นคริสตจักรที่มีห้องประชุมนมัสการเป็นโบสถ์หลากหลายรูปแบบกระจาย
ไปทั่วโลกอย่างทุกวันนี้
“คริสตจักรต่างๆ ในแคว้นเอเชียฝากคำทักทายมายังท่านทั้งหลาย
อาควิลลาและนางปริสคากับ
คริสตจักรที่อยู่ในบ้านของเขา
ฝากคำทักทายมายังพวกท่านในองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นพิเศษ”
~1 โครินธ์ 16:19
ซึ่งในที่นี้ หมายถึงคริสตจักรที่อยู่ในบ้านของอาควิลลาและปริสคา
ที่กล่าวถึงในโรม 16:5 หรือในที่อื่นๆอีก
“ขอให้ท่านช่วยฝากคำทักทายไปยังพี่น้องที่อยู่ในเมืองเลาดีเซีย ไปยังนางนุมฟา
และคริสตจักรที่อยู่ในบ้านของนางด้วย”
~โคโลสี 4:15
“จาก เปาโลผู้ถูกคุมขังเพื่อพระเยซูคริสต์ และทิโมธีน้องของเรา
ถึง ฟีเลโมนเพื่อนรักและผู้ร่วมงานของเรา และอัปเฟียน้องสาว
ทั้งอารคิปปัส ผู้เป็นเพื่อนทหารร่วมกับเรา
และคริสตจักรที่อยู่ในบ้านของท่าน”
~ฟีเลโมน 1:1-2
อะไรคือ ความแตกต่างระหว่าง คริสตจักรกับโบสถ์?
1.คริสตจักร คือ กลุ่มคนมีชีวิตไปไหนมาไหน ย้ายไปย้ายมาได้ตลอด
โบสถ์ คือ อาคารสถานที่ไม่มีชีวิต ตั้งอยู่กับที่ ในทุกสัปดาห์ ใช้ประชุมตามกำหนด
2.คริสตจักร คือ ศูนย์รวมใจของคนที่ศรัทธาในพระเยซูคริสต์
โบสถ์ คือ ศูนย์รวมคนที่มีพระคริสต์อยู่ในใจที่อยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งอย่างสันติ
3.คริสตจักรคือ ชุมชนที่สร้างขึ้นด้วยความศรัทธาในพระเจ้าสูงสุดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
โบสถ์ คือ ศาสนสถานที่สร้างด้วยอิฐ เหล็ก ปูน และวัสดุอื่นๆที่ต้องจ่ายค่าสร้างหรือค่าเช่า
4.คริสตจักรคือ พระกายหรือชุมชนที่พระเยซูทรงเรียก
โบสถ์คือ อาคารที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มคนที่ตอบสนองการทรงเรียกของพระคริสต์
5. คริสตจักรคือ ชุมชนบริสุทธิ์ ที่มีพระเยซูคริสต์เจ้าทรงเป็นประมุข
ซึ่งสมาชิกมีชื่อจดทะเบียนอยู่บนสวรรค์ ได้รับการรับรองจากพระเจ้า
โบสถ์คือ สถานที่ที่คณะผู้นำเป็นเจ้าของ
ซึ่งที่สมาชิกมีชื่ออยู่ในทะเบียนในโลกที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐ
6. คริสตจักรคือ ตัวแทนของพระคริสต์ เป็นหลักและรากแห่งความจริง
ที่มีสิทธิอำนาจให้ทำกิจและตัดสินความ ตามที่พระเจ้ามอบหมายให้
โบสถ์คือตัวแทนขององค์กรศาสนา มีที่อยู่ในชุมชนที่คนมาติดต่อรับบริการได้
ที่มีสิทธิหน้าที่ตามที่กฎหมายบ้านเมืองกำหนดไว้
7.คริสตจักรคือ องค์ชีวิต เป็นชุมชนที่แต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ต่างกัน ดุจอวัยวะหลากหลายใน
ร่างกาย แต่ทุกคนเท่าเทียมกัน เพื่อสวัสดิภาพและการเจริญเติบโตของพระกายโดยรวม
โบสถ์คือ องค์กร เป็นชุมชนที่จัดรูปแบบองค์กรปกครองดูแลกัน โดยมีผู้นำ คณะธรรมกิจหรือ
ศิษยาภิบาลอย่างมีกฎกติกาและระเบียบวินัยเพื่อเอกภาพและความสงบเรียบร้อยขององค์กร
8.คริสตจักรคือ จิตวิญญาณ เป็นตัวตนแท้จริงที่เที่ยงแท้ถาวร มีพลังอำนาจผ่านการผนึก
พลังอธิษฐานอยู่ที่ไหนก็ได้
โบสถ์คือ ร่างกาย เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวเพื่อพระวิญญาณจะใช้ตามวัตถุประสงค์
9.คริสตจักรคือ ชุมชนผู้สุขใจที่ได้รู้จักกับพระเจ้าและทำให้พระเจ้าเป็นที่รู้จัก
โบสถ์คือ ที่ๆทั้งคนที่รู้จักและคนที่อยากรู้จักกับพระเจ้า สามารถมาหาพระองค์ ณ ที่ตั้ง
ได้อย่างสะดวกทุกเวลา
10.คริสตจักรคือ ชุมชนที่สรรเสริญนมัสการพระเจ้า สอนความจริง ประกาศข่าวประเสริฐ
ของพระเจ้า ร่วมสามัคคีธรรม รับใช้พระเจ้า และเสริมสร้างกันให้เป็นสาวกแท้ของพระคริสต์
ที่ยำเกรงพระเจ้า และนำคนมากมายให้มาหาพระเจ้า
โบสถ์คือ สถานที่ที่ผู้เชื่อศรัทธาในพระเจ้ามาทำศาสนกิจและพันธกิจร่วมกัน
ที่พร้อมต้อนรับ นำผู้แสวงหาให้รู้จักกับพระเจ้า และนมัสการพระเจ้าด้วยกัน
กับผู้เชื่อคนอื่นๆ และเพิ่มจำนวนคริสตสมาชิก
11.คริสตจักรคือ ประชากรและ ปุโรหิตหลวงของพระเจ้า ที่ดำรงอยู่เพื่อถวายพระเกียรติแด่
พระเจ้าผ่านการปฏิบัติและการดำเนินพันธกิจที่ได้รับพระบัญญัติและพระบัญชาจากพระคริสต์
โบสถ์คือ จุดบริการให้ความช่วยเหลือ สงเคราะห์ และพัฒนาชีวิตของคนในชุมชน และเป็น
จุดประกาศข่าวประเสริฐนำคนบาปและผู้ที่แสวงหาพระเจ้าให้ได้รับความรอดโดยพระคุณ
เพราะความเชื่อในการไถ่บาปขององค์พระเยซูคริสต์
12.คริสตจักร คือ ครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความผูกพันกัน ทางอารมณ์ จิตใจ และจิต
วิญญาณ ดำเนินชีวิตร่วมกันด้วยความเชื่อ ความหวังและความรัก คอยเสริมสร้าง ช่วยเหลือ
และเป็นที่พึ่งพิงกัน แม้ไม่มีความสัมพันธ์กันทางกฎหมายหรือทางสายโลหิต
โบสถ์ คือบ้านหรือสถานที่ทางกายภาพที่สมาชิกมาพบปะ ลงชีวิตกันดุจคนในครอบครัว
ซึ่งที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง ไปได้เป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทุกวันอาทิตย์
อาจมีขนาดเล็กใหญ่ ขึ้นอยู่กับฐานะทางการเงิน(ถวาย)และจำนวนสมาชิกของแต่ละโบสถ์
พี่น้องที่รัก
ขอให้พวกเราจงเป็น“คริสตจักร” ที่รัก“โบสถ์”ของเรา
และช่วยกันดูแลรักษาทำให้โบสถ์ของเราอบอุ่นสวยงามน่าเข้ามาเยี่ยมชม
เพื่อทำให้คนอีกมากมาย
1.กระหายอยากจะรู้จักองค์พระเยซูคริสต์ และ
2.ปรารถนาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในคริสตจักรของเราเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
…จะดีไหมครับ?