คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่4(64)
เรื่องไม่น่าแปลกใจ!
“เหตุฉะนั้นจึงไม่เป็นการแปลกอะไรที่คนรับใช้ของซาตาน
จะปลอมตัวเป็นคนรับใช้ของความชอบธรรม
ท้ายที่สุดของเขาจะเป็นไปตามการกระทำของเขา”
~2 โครินธ์ 11:15 TH1971
“It is not surprising, then, if his servants also masquerade as servants of righteousness. Their end will be what their actions deserve.”
~2 Corinthians 11:15 NIV
ในชีวิตนี้ เราจะพบเรื่องน่าประหลาดใจอยู่เสมอ
ดังนั้น เราต้องทำใจพร้อมรับมือ กับ
1.เรื่องน่าแปลกใจ
2.เรื่องไม่คาดคิด
3.เรื่องเหนือความคาดคิด หรือ
4.เรื่องเกินความคิด
อยู่บ่อยครั้ง!
ในพระคัมภีร์เองก็มีคำสอนที่ชวนให้น่าประหลาดใจ มากมาย แต่แท้จริงแล้วไม่ประหลาดใจอะไรเลย
อย่างเช่นกรณีของนิโคเดมัส สมาชิกสภาการปกครองของยิว ผู้มาสนทนากับพระเยซู
แล้วแปลกใจ ที่พระเยซูตรัสบอกว่าตัวของเขาต้องเกิดใหม่ เพื่อจะเห็นแผ่นดินของพระเจ้า
พระเยซูคริสต์อธิบายว่า เขาต้องเกิดใหม่ จากเบื้องบน หรือบังเกิดจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ไม่ใช่จากเกิดฝ่ายกายโดยต้องเข้าไปในครรภ์มารดาอีกครั้ง
“พระเยซูตรัสตอบว่า
“เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ไม่มีใครสามารถเข้าอาณาจักรของพระเจ้าได้
ถ้าเขาไม่ได้เกิดจากน้ำและพระวิญญาณ มนุษย์ให้กำเนิดมนุษย์
แต่พระวิญญาณ ให้กำเนิดวิญญาณ
ท่านไม่ควรแปลกใจที่เราบอกว่าท่าน ต้องเกิดใหม่
ลมพัดไปที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ ท่านได้ยินเสียงลม
แต่ท่านไม่อาจบอกว่าลมมาจากไหนหรือจะไปที่ไหน
ทุกคนที่เกิดจากพระวิญญาณก็เช่นกัน””
~ยอห์น 3:5-8 TNCV
อาจารย์ยอห์น สาวกที่พระเยซูทรงรัก ก็เคยบอกผู้อ่านจดหมายของท่านว่า
“พี่น้องเอ๋ย อย่าประหลาดใจที่โลกนี้เกลียดชังท่าน”
~1 ยอห์น 3:13 THSV11
เพราะพระเยซูคริสต์เคยอธิบายไว้ก่อนแล้วว่า
““ถ้าโลกเกลียดชังพวกท่าน จงจำไว้ว่าโลกได้เกลียดชังเราก่อน
ถ้าพวกท่านเป็นของโลก โลกก็จะรักพวกท่านในฐานะที่เป็นของโลก
แต่ตามที่เป็นอยู่พวกท่านไม่ได้เป็นของโลก
เพราะเราได้เลือกพวกท่านออกมาจากโลกแล้ว
ฉะนั้นโลกจึงเกลียดชังพวกท่าน จงระลึกถึงคำที่เราได้กล่าวแก่พวกท่านไว้ว่า
‘บ่าวย่อมไม่เหนือกว่านายของตน’
ถ้าเขาข่มเหงเราพวกเขาย่อมจะข่มเหงพวกท่านด้วย
ถ้าพวกเขาเชื่อฟังคำสอนของเราพวกเขาย่อมจะเชื่อฟังคำสอนของพวกท่านด้วย”
~ยอห์น 15:18-20 TNCV
อาจารย์ เปโตร ศิษย์เอกของพระเยซูคริสต์ ก็กล่าวว่า
“ท่านที่รักทั้งหลาย อย่าแปลกใจกับความทุกข์ยากแสนสาหัสที่กำลังเกิดขึ้นกับพวกท่าน เพื่อทดสอบพวกท่านนั้น ราวกับว่าสิ่งประหลาดเกิดกับพวกท่าน”
~1 เปโตร 4:12 THSV11
ท่านอาจารย์เปโตรบอกเราว่า
1).อย่าแปลกใจกับการทดลองอันเจ็บปวดที่เราเผชิญอยู่
2).ให้ชื่นชมยินดีที่ได้ร่วมในความทุกข์ยากของพระคริสต์
เพื่อเราจะได้ชื่นชมยินดีเป็นล้นพ้นเมื่อพระเกียรติสิริของพระองค์ปรากฏ
3).ให้เราเป็นสุข ถ้าถูกดูหมิ่นเนื่องด้วยพระนามของพระคริสต์
เพราะพระวิญญาณอันทรงพระเกียรติสิริของพระเจ้าประทับอยู่กับเรา
4).ให้เราไม่ทนทุกข์ในฐานะที่เป็นฆาตกร ขโมย อาชญากร หรือ คนชอบยุ่งเรื่องของผู้อื่น
5).ให้เราทนทุกข์ในฐานะที่เป็นคริสเตียน ตามพระประสงค์ของพระเจ้าโดยไม่ละอาย ถ้าต้องทน
6).ให้เราสรรเสริญพระเจ้าที่เราได้รับการเรียกขานตามพระนามนั้น
7).ให้เราพร้อมแล้วสำหรับการพิพากษาที่จะเริ่มขึ้นที่ครอบครัวของพระเจ้าก่อน
8).ให้เรามอบตัวเราเองไว้กับพระผู้สร้างผู้สัตย์ซื่อของพวกเรา
9).ให้เราทำความดีต่อไป
~1เปโตร 4:12-19 TNCV อาจารย์ เปาโล สาวกของพระเยซูคริสต์ ที่ได้รับการทรงเลือกโดยตรงจากพระองค์ในภายหลัง
ก็กล่าวว่า
“การทำเช่นนั้นไม่ประหลาดเลย เพราะว่า
ซาตานเองก็ยังปลอมตัวเป็นทูตสวรรค์ของความสว่าง”
~2 โครินธ์ 11:14 THSV11
“เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ผู้ปรนนิบัติของซาตาน
จะปลอมตัวเป็นผู้ปรนนิบัติของความชอบธรรม
บั้นปลายของพวกเขาจะเป็นไปตามการกระทำของเขา”
~2 โครินธ์ 11:15 THSV11
จริงๆ ตอนแรก ผมก็ประหลาดใจว่า ทำไมพระเจ้าทรงยอมอนุญาตให้ซาตานปลอมตัวเข้ามาในโบสถ์ แถมอยู่ในตำแหน่งฐานะที่น่านับถือด้วย แต่สุดท้ายก็ยอมรับด้วยความเชื่อว่า พระองค์ทรงทราบดีว่า พระองค์กำลังทำอะไรอยู่ เราจึงต้องวางใจ รักษาตัวให้อยู่ในทางพระเจ้าเสมอ ไม่หวั่นไหวหรือถูกทำให้เสียความเชื่อ หรือเสียศูนย์ไป เพราะผู้รับใช้ซาตานในคราบคนชอบธรรม หรือ ผู้นำผู้สอนเหล่านั้น เป็นอันขาด
เมื่อซาตานพยายามทำลายเรา และคริสตจักรจากภายนอกไม่ได้ มันก็ใช้กลอุบายเล่นงานเรา และทำลายคริสตจักรจากคนภายใน โดยการหว่านความแตกร้าว หรือ สอนผิดชักจูงให้เราออกจากคริสตจักรไป
แต่คนที่ให้ซาตานใช้ จะต้องรับผลหรือรับโทษจากสิ่งที่เขาทำ
จึงทำให้คิดถึงคำเตือนที่ว่า
“อย่าให้ซาตานใช้เรา ทำลายตัวเราและคนอื่นในคริสตจักร
โดยการหว่านความแตกแยกในพระกาย
คำเตือนคือ
คนที่หว่านความแตกร้าวในท่ามกลางพี่น้อง พระเจ้าจะลงโทษ
คนที่รับฟังโดยไม่เตือนคนที่ทำเช่นนั้น จะติดร่างแหและรับโทษด้วยเช่นกันไปด้วย
ดังนั้น อย่าให้เราทนฟังคำที่ยุแยงให้เกิดความแตกแยก หรือหลงผิดทำร้ายกันเอง
แต่จงรีบหนีออกห่างคนนั้น หรือกลุ่มนั้น
…แล้วคุณจะปลอดภัย!“ท้ายนี้
”อย่าแปลกใจ หากว่าชีวิตของคุณมีปัญหา และมีความทุกข์หนัก
ทั้งๆที่คุณอ่านพระคัมภีร์ สอนพระคัมภีร์ ไปโบสถ์ รับใช้ เข้ากลุ่มแคร์ และเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆมากมาย
ตราบใดที่คุณยังอัตตาแรง ตัดสินใจพูด และทำ
โดยเอาความคิด อารมณ์ ความรู้สึก นิสัย และความพอใจของตัวคุณเป็นที่ตั้ง!“