”คนจำนวนมากก็มาชุมนุมกันจนล้นออกไปถึงนอกประตู
ขณะที่พระองค์กล่าวพระวจนะให้พวกเขาฟังอยู่นั้น
มีคนสี่คนหามคนง่อยคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์“
~มาระโก 2:2-3 THSV11
”They gathered in such large numbers that there was no room left,
not even outside the door, and he preached the word to them.
Some men came, bringing to him a paralyzed man, carried by four of them.“
~Mark 2:2-3 NIV
Tokugawa Ieyasu คงกล่าวถูกต้อง เมื่อเขากล่าวว่า
“ชีวิตเป็นเหมือนการเดินทางไกลด้วยภาระหนัก!”
(Life is like unto a long journey with a heavy burden.)
พี่น้องที่รัก
1.คุณเคยรู้สึกว่า คุณกำลังเดินทางตัวเองไกลด้วยภาระหนักเช่นนั้นอยู่ หรือไม่?
2.คุณเคยอยู่ในสภาวะที่ช่วยตัวคุณเองไม่ได้
ด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งหรือหลายสาเหตุ บ้างหรือไม่?
3.คุณเคยรู้สึกหงุดหงิดหรืออึดอัดใจที่ตัวคุณเองกลายเป็นภาระที่คนอื่นต้องมาแบก
รับบ้างหรือไม่?
4.คุณเคยแบกภาระหนัก ที่แบกแทบไม่ไหว และ
หวังว่าจะมีคนช่วย แต่ สุดท้ายไม่มีใครช่วยบ้างหรือไม่?
คุณเห็นด้วยกับคำกล่าวต่อไปนี้หรือไม่?
”การไม่ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใดเลย ในขณะที่กำลังแบกภาระหนัก
เป็นสิ่งที่ทำให้ภาระหนักที่แบกอยู่นั้น หนักมากขึ้นกว่าที่มันเป็น ขึ้นไปอีก!“
(Not being able to get any help from anyone while carrying it
is what makes a heavy load much heavier than it is!)
― Mehmet Murat ildan
ในพระคัมภีร์มีบทเรียนอะไรที่สอนในเรื่องนี้บ้าง?
มาระโกได้บันทึกเรื่องราวหนึ่งที่น่าสนใจไว้เกี่ยวกับ ชายคนหนึ่ง ที่
1.เขาแบกภาระหนักของตนเองไม่ไหว และ
2.เขากลายมาเป็นภาระหนักให้คนอื่นๆต้องมาช่วยกันแบก
ไว้ดังนี้
”หลังจากผ่านไปหลายวัน
1.พระเยซูเสด็จเข้าไปในเมืองคาเปอรนาอุมอีก
2.คนทั้งหลายได้ยินว่าพระองค์ประทับอยู่ที่บ้าน
3.คนจำนวนมากก็มาชุมนุมกันจนล้นออกไปถึงนอกประตู ขณะที่
4.พระเยซูกล่าวพระวจนะให้พวกเขาฟัง
5.คนสี่คนหามคนง่อยคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์
1).พวกเขาไม่สามารถเข้าไปถึงตัวของพระองค์เพราะมีคนมาก
2).พวกเขาจึงเจาะดาดฟ้าตรงที่พระองค์ประทับนั้นเป็นช่องแล้ว
3).พวกเขาก็หย่อนแคร่ที่คนง่อยนอนอยู่ลงไป
6.พระเยซูทอดพระเนตรเห็นความเชื่อของพวกเขา จึงตรัสกับคนง่อยว่า
“ลูกเอ๋ย บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว”
7.พวกธรรมาจารย์บางคนนั่งอยู่ที่นั่นและคิดในใจว่า
“ทำไมคนนี้พูดอย่างนี้ หมิ่นประมาทพระเจ้านี่
ใครจะอภัยบาปได้นอกจากพระเจ้าองค์เดียว?”
8.พระเยซูทรงทราบทันทีว่าพวกเขาสนทนากันในหมู่พวกเขาอย่างนั้น จึงตรัสว่า
“ทำไมพวกท่านถึงคิดในใจอย่างนี้
1).การที่พูดกับคนง่อยว่า ‘บาปต่างๆ ของท่านได้รับการอภัยแล้ว’ กับ
2).การพูดว่า ‘จงลุกขึ้นยกแคร่เดินไปเถิด’
แบบไหนจะง่ายกว่ากัน?
ทั้งนี้เพื่อให้พวกท่านรู้ว่าบุตรมนุษย์มีสิทธิอำนาจในโลกที่จะอภัยบาปได้”
9.พระเยซูจึงตรัสสั่งคนง่อยว่า
“เราสั่งท่านว่า จงลุกขึ้นยกแคร่แล้วกลับบ้านของท่าน”
10.คนง่อยก็
1).ลุกขึ้น
2).ยกแคร่ของตนทันที
3).เดินออกไปต่อหน้าคนทั้งหลาย
11.ทุกคนก็ประหลาดใจและสรรเสริญพระเจ้ากล่าวว่า
“เราไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้เลย”“
~มาระโก 2:1-12 THSV11
บทเรียนที่ได้รับคือ
1. คนบางคนอาจเป็นเหมือนคนง่อย ที่ลุกไม่ได้ และต้องเป็นภาระแก่คนอื่นที่จะช่วย
(มก.2:1-3)
2. เราอาจจะช่วยคนบางคนได้ ถ้าเราร่วมมือกับผู้อื่นและพร้อมที่จะเสี่ยงด้วยความเชื่อ
(มก.2:4)
3. พระเยซูทรงเห็นความเชื่อของเราทั้ง
1).คนที่ต้องการความช่วยเหลือ และ
2).คนที่ลงมือช่วยเหลือ
(มก.2:5ก.)
4.พระเยซูทรงพร้อมจะให้อภัยและช่วยเราเสมอ
(มก.2:5ข.)
5.คนบางคนหรือบางกลุ่มกลับเคร่งในศาสนาแบบขาดความเข้าใจ
(มก.2:6-7)
6.พระเยซูทรงทราบทุกสิ่ง และอดทนสอนเราให้รู้ว่าพระองค์ทรงอำนาจที่ไร้ขีดจำกัด ทั้ง
1).ในการให้อภัย และ
2).ในการช่วยเหลือ/รักษาเรา
(มก.2:8-10)
7.เราต้องเชื่อและเชื่อฟังพระบัญชาและพระวจนะของพระเจ้าในทันทีไม่มีรีรอ
1).การอัศจรรย์จึงจะเกิดขึ้นกับเรา
2).การสรรเสริญพระเจ้าจึงจะมาจากคนทั้งหลาย
(มก.2:11)
พี่น้องที่รัก วันนี้
~คุณเป็นดุจคนง่อยที่่ช่วยตัวเอง และช่วยคนอื่นไม่ได้ อยู่หรือไม่?
ถ้าคุณทราบว่า พระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าผู้
1.ทรงฤทธิ์
2.ทรงรักคุณ
3.ทรงพร้อมแบกภาระ คือ
1).ช่วยรับภาระของคุณแทนคุณ
2).ช่วยคุณให้สามารถรับภาระของตัวเอง ไม่ต้องรบกวนคนอื่นอีก
3).ช่วยให้คุณมีพลังและปัจจัยในการช่วยคนอื่นๆต่อไป
คุณจะเข้าหาพระองค์ด้วยความเชื่อศรัทธา
และรับการช่วยเหลือจากพระองค์หรือไม่?
~คุณเชื่อหรือไม่ว่า บางครั้ง “ภาระหนัก“ที่แบกไม่ไหว (ไม่ว่าจะเป็นของคุณหรือของคนอื่น)
อาจเป็นพระพรที่ซ่อนอยู่สำหรับเราแต่ละคนก็ได้?
ในเมื่อภาระ เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราอยู่แน่ๆ
ดังนั้น แทนที่เราจะกลัว หรือจะหนี หรือ ฮึกเหิมเกินเหตุไปรับภาระหนักเหล่านั้นมาภายในครั้งเดียว
เราควรรู้จักรับมือหรือบริหารภาระหนักเหล่านั้น และช่วยคนอื่นแบกภาระของเขา
เหมือนดังคำแนะนำของ John Newton (1725-1807)ที่ว่า
“ เราสามารถจัดการกับภาระต่างๆได้ง่ายดาย
ถ้าเราจะรับแบกเฉพาะภาระที่กำหนดไว้สำหรับในแต่ละวันเท่านั้น!“
(We can easily manage if we will only take, each day, the burden appointed to it.)
…เห็นด้วยไหมครับ?
~~~~~~~~~~~~~~
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์
15กุมภาพันธ์2024