คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่3)
ช่วงวินาทีศักดิ์สิทธิ์ของวันศุกร์ประเสริฐ
“เวลานั้นประมาณเที่ยงวัน
เกิดมืดมัวทั่วทั้งแผ่นดินจนถึงบ่ายสามโมง ดวงอาทิตย์ก็มืดไป
ม่านในพระวิหารก็ขาดตรงกลาง
พระเยซูทรงร้องเสียงดังตรัสว่า
“ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ขอฝากจิตวิญญาณของข้าพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์”
ตรัสอย่างนั้นแล้วก็สิ้นพระชนม์
เมื่อนายร้อยเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จึงสรรเสริญพระเจ้าว่า
“แท้จริงท่านผู้นี้เป็นคนชอบธรรม”
ฝูงชนทั้งหมดที่มาชุมนุมกันเพื่อจะดูเหตุการณ์นั้น
เมื่อเห็นแล้วก็พากันตีอกชกตัวกลับไป
ทุกคนที่รู้จักพระองค์ รวมทั้ง
พวกผู้หญิงซึ่งตามพระองค์มาจากกาลิลี ก็ยืนอยู่แต่ไกลมองเห็นสิ่งเหล่านี้”
~ลูกา 23:44-49 THSV11
มีคำกล่าวไว้ว่า
“ในวันที่โลกมืดมิดที่สุด พระเจ้ากำลังทำงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระองค์!”
(On the darkest day, God was doing His greatest work.)
พระธรรมตอนนี้ (ลูกา 23:44–49) กล่าวถึง การกระทำกิจสำคัญของพระเจ้า
ที่ให้พระเยซูคริสต์เสด็จลงมาตายไถ่บาปมนุษย์โลก
เพราะในวินาทีที่พระเยซูคริสต์ ทรงสิ้นพระชนม์บนกางเขน
ได้เกิดช่วงวินาทีศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในประวัติศาสตร์” ขึ้น ดังนี้
- ทั่วแผ่นดินเกิดมืดมัว( “เกิดมืดมัวทั่วทั้งแผ่นดิน”,ข้อ 44)
~ตั้งแต่เที่ยงวัน ถึงบ่ายสามโมง (3 ชั่วโมง)
น่าแปลก ที่ช่วงที่ควรสว่างที่สุด แต่ดวงอาทิตย์กลับมืดมิด โดยการแทรกแซงของพระเจ้า
ตีความกันว่าความมืด คือ
1).การพิพากษาบาป (อาโมส 8:9)
ในวินาทีที่พระเยซูคริสต์ตาย บาปของมนุษย์ทั้งหมดถูกวางลงบนพระองค์
ในวินาทีนั้น พระเยซูกำลังแบกโทษแทนมนุษย์ทุกคน
2).การไว้ทุกข์ของพระเจ้า
ในวินาทีที่พระเยซูตาย พระเจ้าทรงใช้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินั้น
เป็นการแสดงความโศกเศร้าและการ “ไว้ทุกข์” ให้แก่พระบุตร
- ม่านหนาทึบในพระวิหารขาดกลาง(“ม่านในวิหารก็ขาดตรงกลาง”,ข้อ 45)
=เป็นสัญลักษณ์ว่า สิ่งที่ขวางกั้นระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า ถูกทำลายลงแล้ว
จากการตายของพระเยซูคริสต์
พระเยซูเป็นเหมือนมหาปุโรหิตยิ่งใหญ่ที่นำมนุษย์ให้เขาไปหาพระเจ้า
ได้รับความรอดจากพระองค์จากการถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาลบบาป
- พระเยซูทรงร้องเสียงดังและสิ้นพระชนม์
“พระเยซูทรงร้องเสียงดังตรัสว่า
“ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ขอฝากจิตวิญญาณของข้าพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์”
ตรัสอย่างนั้นแล้วก็สิ้นพระชนม์ “(ข้อ 46)
นี่คือ “คำสุดท้าย” ของพระเยซูในพระธรรมลูกา
หมายความว่า
1).พระเยซูยอม “มอบชีวิต” ด้วยความสมัครใจ
2).พระเยซูไว้วางใจในพระบิดาแม้แต่ในยามเจ็บปวดที่สุด
3).พระเยซูกระทำภารกิจไถ่บาป “เสร็จสิ้นแล้ว!”
วิธีที่พระเยซูสิ้นพระชนม์สอนเราว่า…
“ชีวิตที่ดีที่สุด คือชีวิตที่ฝากไว้ในพระหัตถ์พระเจ้า!”
- นายร้อยสรรเสริญพระเจ้า
“”เมื่อนายร้อยเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จึงสรรเสริญพระเจ้าว่า
“แท้จริงท่านผู้นี้เป็นคนชอบธรรม”(ข้อ 47)
นายร้อย = ทหารโรมัน (คนต่างชาติ)ที่ “ไม่รู้จักพระเจ้า” กลับมองเห็นความจริง
ในขณะที่ผู้นำศาสนายิวปฏิเสธความจริงที่ “เปิดเผยต่อทุกคน”ว่า
พระเยซูคริสต์เป็นผู้บริสุทธิ์ชอบธรรมแม้ถูกตรึงเหมือนอาชญากรบนกางเขน
บางครั้ง…คนที่ “อยู่ไกล” กลับมองเห็นชัดกว่าคนที่ “อยู่ใกล้”
- ฝูงชนพากันตีอกชกหัวกลับไป
“ฝูงชนทั้งหมดที่มาชุมนุมกันเพื่อจะดูเหตุการณ์นั้น
เมื่อเห็นแล้วก็พากันตีอกชกตัวกลับไป ” (ข้อ 48)
=สัญลักษณ์ของ “ความเสียใจและสำนึกผิด”
พวกเขาเริ่มรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น…ไม่ใช่เรื่องธรรมดา
ความจริงฝ่ายวิญญาณบนกางเขนมีพลังทำให้หัวใจที่แข็งกระด้าง “อ่อนลง”
- คนที่รู้จักพระเยซูและพวกผู้หญิง ยืนมองอยู่จากที่ไกล
“ทุกคนที่รู้จักพระองค์ รวมทั้งพวกผู้หญิงซึ่งตามพระองค์มาจากกาลิลี
ก็ยืนอยู่แต่ไกลมองเห็นสิ่งเหล่านี้” (ข้อ 49)
นับเป็นภาพที่น่าสะเทือนใจ เมื่อคนที่รักพระเยซูทำได้แค่มอง อยู่ไกลๆ
อาจจะด้วยความกลัว หรือความสับสน พวกเขายังไม่เข้าใจแผนของพระเจ้า
เรื่องการเป็นขึ้นจากความตายของพระเยซู ความเชื่อจึงยังไม่สมบูรณ์
พี่น้องที่รัก
1.ในยามที่ชีวิตของคุณเผชิญกับความมืดมิด
จงจำไว้ว่าพระเยซูคริสต์จะอยู่กับคุณเหมือนกับที่เคยอยู่ในวันศุกร์ประเสริฐเพื่อคุณ
2.ในยามที่คุณเจ็บปวดและสิ้นหวัง
จงวางใจ “ฝากชีวิตของคุณไว้ในพระหัตถ์พระเจ้า”
3.ในยามที่คุณสับสนไม่เข้าใจ
จงอย่าเพิ่งหนีไปไหนไกล แต่จง “ยืนอยู่กับพระคริสต์”ไว้อย่าไปไหน
แล้ว วินาทีเหล่านั้น จะเป็นช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์ ในชีวิตของคุณ!
…อาเมนไหมครับ?
………………………………
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 3เมษายน2026(ตอนที่3ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี