คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่83)
คุณเป็นคนประเภทใด?
“เพราะฉะนั้นท่านจงระมัดระวังในการดำเนินชีวิต
อย่าดำเนินชีวิตแบบคนไร้ปัญญา แต่
จงดำเนินชีวิตแบบคนมีปัญญา”
~เอเฟซัส 5:15 TNCV
“Be very careful, then, how you live—
not as unwise but as wise,”
~Ephesians 5:15 NIV
อะไรคือความแตกต่างระหว่าง คนมีปัญญากับคนไร้ปัญญา?
ใครเป็นคนมีปัญญาและใครเป็นคนไร้ปัญญา
เราดูได้จากการรู้จักใช้”โอกาส“ที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขา!
1.คนไร้ปัญญา คือ คนที่พลาด ทิ้งหรือ ทำลายโอกาสที่จะอยู่เพื่อพระเจ้าในสภาพแวดล้อมที่วิกฤติ
หรือที่ชั่วร้าย แต่ดำเนินชีวิตอย่างคนที่อยู่ในความมืด เพื่อตัวเองหรือเพื่อสิ่งอนิจจังเท่านั้น แต่
2.คนมีปัญญา คือ คนที่เข้าใจพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับมนุษยชาติและสำหรับตัวเขา และฉลาดในการดำเนินชีวิตและรู้จักใช้ทุกสิ่งและทุก”โอกาส“ที่อยู่ตรงหน้าให้เกิดคุณค่าและคุณประโยชน์สูงสุดเป็นนิรันดร์ตามพระทัยของพระเจ้า
อาจารย์ เปาโล เตือนสติคนในยุคของท่านว่า
“เพราะฉะนั้น
1.จงระวังในการดำเนินชีวิตให้ดี
1).อย่าเหมือนคนไร้ปัญญา แต่
2).ให้เหมือนคนมีปัญญา
2. จงใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์
เพราะว่าทุกวันนี้เป็นยุคสมัยที่ชั่วร้าย
เพราะเหตุนี้ อย่าเป็นคนโง่เขลา แต่
3.จงเข้าใจว่าอะไรคือพระประสงค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า”
~เอเฟซัส 5:15-17 THSV11
อาจารย์ เปาโล กล่าวว่า มีความแตกต่างกัน ระหว่างคนไร้ปัญญา กับคนมีปัญญา
เหมือนกับมีความแตกต่าง ระหว่าง
1.ความมืด และ
2.ความสว่าง
ดังที่ ท่านบรรยายไว้ดังนี้
“เพราะเมื่อก่อนท่านทั้งหลาย
เป็นความมืด แต่บัดนี้ท่าน
เป็นความสว่างในองค์พระผู้เป็นเจ้า
1.จงดำเนินชีวิตอย่างคนของความสว่าง
(เพราะว่าผลของความสว่างคือทุกอย่างที่เป็นความดี ความชอบธรรม และความจริง)
2.จงค้นดูว่าอะไรเป็นสิ่งที่พอพระทัยองค์พระผู้เป็นเจ้า
3.อย่ามีส่วนในกิจการของความมืดที่ไร้ผล แต่
4.จงเปิดเผยกิจการนั้นให้ปรากฏดีกว่า
เพราะว่าแม้แต่จะพูดถึงสิ่งเหล่านั้นที่พวกเขาทำอย่างลับๆ ก็ยังเป็นเรื่องน่าละอาย
แต่ทุกๆ สิ่งที่ได้รับการเปิดเผยโดยความสว่างก็ปรากฏให้เห็น
เพราะว่าทุกๆ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็เป็นความสว่าง
ดังนั้นจึงมีคำกล่าวว่า
คนที่หลับอยู่
1).จงตื่นขึ้น และ
2).จงเป็นขึ้นจากตาย
แล้วพระคริสต์จะทรงส่องสว่างแก่ท่าน”
~เอเฟซัส 5:8-14 THSV11
ท่านยากอบ ก็ช่วยขยายความเพิ่มเติมให้เห็นความแตกต่างระหว่างปัญญาที่มาจากเบื้องบนกับปัญญาฝ่ายโลก (หรือการไร้ปัญญา) ไว้ว่า
“มีใครบ้างในท่านทั้งหลายที่มีปัญญาและมีความเข้าใจ?
1.ให้เขาแสดงออกมาด้วยความประพฤติที่ดีงาม คือ
ด้วยการกระทำที่สุภาพอ่อนโยนพร้อมด้วยปัญญาของเขา
แต่ถ้าหากในใจของพวกท่านมีความขมขื่นเพราะริษยาและมีความมักใหญ่ใฝ่สูง ก็
2.ให้เขาอย่าโอ้อวดและ
3.ให้เขาอย่าต่อต้านความจริงด้วยการโกหก
ปัญญาอย่างนี้
1.ไม่ใช่ปัญญาที่มาจากเบื้องบน
2.แต่เป็นปัญญา
1).ฝ่ายโลก
2).ฝ่ายเนื้อหนังและ
3).ฝ่ายผีปีศาจ
เพราะว่า
ก.ที่ไหนมีความริษยาและความมักใหญ่ใฝ่สูง
ข.ที่นั่นก็มีความวุ่นวายและการทำชั่วทุกอย่าง
แต่ปัญญาจากเบื้องบนนั้น
1.บริสุทธิ์เป็นประการแรก แล้วจึง
2.เป็นความสงบสุข
3. การผ่อนหนักผ่อนเบา
4.การยอมรับฟัง
5. การเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตาและผลดีต่างๆ
6.ไม่มีการลำเอียง
7.ไม่มีการหน้าซื่อใจคด และ
สิ่งที่ตามมาก็คือ
“พวกที่สร้างสันติ ซึ่งหว่านด้วยสันติ ก็จะได้รับผลคือความชอบธรรม””
~ยากอบ 3:13-18 THSV11
พี่น้องที่รัก ขอให้เราที่มีชีวิตในปลายยุคสุดท้ายนี้ จะสำรวจดูตัวเราเองว่า
1.เราเป็นคนมีปัญญาและดำเนินชีวิตอย่างคนแห่งความสว่าง หรือ
2.เราเป็นคนไร้ปัญญาหรือมีปัญญาแต่ปัญญาฝ่ายโลก?
…แล้วคำตอบของคุณคือ อะไรครับ?
~~~~~~~~~~~~~
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์
22มิถุนายน 2025 (ตอน83ของปีที่5)
#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก #Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี