
Sign up to save your podcasts
Or


"การถือศีลอดวันอารอฟะห์ อัลลอฮจะลบล้างความผิดสองปี",
- ขยันทำความดีใน 10 วันแรกเดือนซุลฮิจจะฮฺ
- การเฉลิมฉลองในวันอีด (10 ซุลฮิจจะฮฺ) วันตัชรีก (11-13 ซุลฮิจจะฮฺ)
- ห้ามถือศีลอดในวันอีด และวันตัชรีก
1. ความสำคัญของวันอีดุ้ลอัฎฮาและวันอัยยามุตตัชรีก วันอีดุ้ลอัฎฮาซึ่งตรงกับวันที่ 10 ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ เป็นวันเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ของประชาชาติอิสลาม และเป็นวันสิ้นสุดช่วงเวลาแห่งการเคร่งครัดในการทำอิบาดะฮ์
นอกจากนี้ยังมีวันอัยยามุตตัชรีกอีก 3 วันหลังจากวันอีด ซึ่งท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ระบุว่าเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง การกิน การดื่มเครื่องดื่มที่ฮาลาล และการรำลึกถึงอัลเลาะห์ (ซิกิร)
2. ความประเสริฐของวันอะเราะฟะฮ์ (วันที่ 9) และการถือศีลอด วันที่ 9 ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ หรือวันอะเราะฟะฮ์ ถือเป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้ประกอบพิธีฮัจญ์ ซึ่งเป็นซุนนะฮ์ให้ถือศีลอดในวันนี้
การถือศีลอดในวันอะเราะฟะฮ์มีผลบุญมหาศาล โดยมีความหวังว่าอัลเลาะห์จะทรงลบล้างความผิดให้ในระยะเวลา 2 ปี
และในเช้าวันนี้มุสลิมควรเริ่มกล่าวตักบีรเพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าตั้งแต่นะหมาดซุบฮิเป็นต้นไป
3. การรักษาเอกลักษณ์การเฉลิมฉลองของอิสลาม อิสลามกำหนดให้มีวันเฉลิมฉลองเพียง 2 วัน คือ อีดุลฟิตริและอีดุลอัฎฮา ซึ่งอัลเลาะห์ทรงประทานมาให้แทนที่วันเฉลิมฉลองในยุคก่อนอิสลาม (ญาฮิลียะฮ์)
มุสลิมควรภูมิใจในวันอีดของตนเอง และไม่ควรไปให้ความสำคัญหรือเฉลิมฉลองในวันอื่นๆ ที่ไม่ใช่หลักการของอิสลาม เช่น วันปีใหม่หรือวันวาเลนไทน์
4. เป้าหมายที่แท้จริงของการเฉลิมฉลอง การฉลองวันอีดไม่ใช่เพียงการสนุกสนานอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นการแสดงออกถึงความผูกพันระหว่างบ่าวกับพระผู้เป็นเจ้า และเป็นการยืนยันความเคารพภักดีหลังจากที่ได้ปฏิบัติอิบาดะฮ์มาอย่างเต็มที่ในรอบ 10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญะฮ์
นอกจากนี้ในวันอีดและวันอัยยามุตตัชรีกทั้ง 4 วัน ถือเป็นสิ่งที่ "ฮะรอม" (ห้าม) ในการถือศีลอด เพราะเป็นวันที่พระองค์ทรงโปรดให้ดื่มกินและมีความสุข
5. หน้าที่ในการเผยแผ่วัฒนธรรมและสร้างบรรยากาศวันอีด มุสลิมมีหน้าที่สร้างบรรยากาศวันอีดในบ้าน ชุมชน และสังคมให้มีชีวิตชีวา เพื่อให้คนต่างศาสนิกได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมและลักษณะชีวิตตามหลักการอิสลาม
ให้ใช้โอกาสวันอีดในการทำความดี เช่น การมอบของขวัญให้แก่กันแทนที่จะไปให้ในวันอื่นๆ ที่ไม่ใช่วันสำคัญของศาสนา เพื่อเป็นการประกาศสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคม
,
สู่อีมานที่มั่นคง 128
By Islam in Thailand"การถือศีลอดวันอารอฟะห์ อัลลอฮจะลบล้างความผิดสองปี",
- ขยันทำความดีใน 10 วันแรกเดือนซุลฮิจจะฮฺ
- การเฉลิมฉลองในวันอีด (10 ซุลฮิจจะฮฺ) วันตัชรีก (11-13 ซุลฮิจจะฮฺ)
- ห้ามถือศีลอดในวันอีด และวันตัชรีก
1. ความสำคัญของวันอีดุ้ลอัฎฮาและวันอัยยามุตตัชรีก วันอีดุ้ลอัฎฮาซึ่งตรงกับวันที่ 10 ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ เป็นวันเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ของประชาชาติอิสลาม และเป็นวันสิ้นสุดช่วงเวลาแห่งการเคร่งครัดในการทำอิบาดะฮ์
นอกจากนี้ยังมีวันอัยยามุตตัชรีกอีก 3 วันหลังจากวันอีด ซึ่งท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ระบุว่าเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง การกิน การดื่มเครื่องดื่มที่ฮาลาล และการรำลึกถึงอัลเลาะห์ (ซิกิร)
2. ความประเสริฐของวันอะเราะฟะฮ์ (วันที่ 9) และการถือศีลอด วันที่ 9 ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ หรือวันอะเราะฟะฮ์ ถือเป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้ประกอบพิธีฮัจญ์ ซึ่งเป็นซุนนะฮ์ให้ถือศีลอดในวันนี้
การถือศีลอดในวันอะเราะฟะฮ์มีผลบุญมหาศาล โดยมีความหวังว่าอัลเลาะห์จะทรงลบล้างความผิดให้ในระยะเวลา 2 ปี
และในเช้าวันนี้มุสลิมควรเริ่มกล่าวตักบีรเพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าตั้งแต่นะหมาดซุบฮิเป็นต้นไป
3. การรักษาเอกลักษณ์การเฉลิมฉลองของอิสลาม อิสลามกำหนดให้มีวันเฉลิมฉลองเพียง 2 วัน คือ อีดุลฟิตริและอีดุลอัฎฮา ซึ่งอัลเลาะห์ทรงประทานมาให้แทนที่วันเฉลิมฉลองในยุคก่อนอิสลาม (ญาฮิลียะฮ์)
มุสลิมควรภูมิใจในวันอีดของตนเอง และไม่ควรไปให้ความสำคัญหรือเฉลิมฉลองในวันอื่นๆ ที่ไม่ใช่หลักการของอิสลาม เช่น วันปีใหม่หรือวันวาเลนไทน์
4. เป้าหมายที่แท้จริงของการเฉลิมฉลอง การฉลองวันอีดไม่ใช่เพียงการสนุกสนานอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นการแสดงออกถึงความผูกพันระหว่างบ่าวกับพระผู้เป็นเจ้า และเป็นการยืนยันความเคารพภักดีหลังจากที่ได้ปฏิบัติอิบาดะฮ์มาอย่างเต็มที่ในรอบ 10 วันแรกของเดือนซุลฮิจญะฮ์
นอกจากนี้ในวันอีดและวันอัยยามุตตัชรีกทั้ง 4 วัน ถือเป็นสิ่งที่ "ฮะรอม" (ห้าม) ในการถือศีลอด เพราะเป็นวันที่พระองค์ทรงโปรดให้ดื่มกินและมีความสุข
5. หน้าที่ในการเผยแผ่วัฒนธรรมและสร้างบรรยากาศวันอีด มุสลิมมีหน้าที่สร้างบรรยากาศวันอีดในบ้าน ชุมชน และสังคมให้มีชีวิตชีวา เพื่อให้คนต่างศาสนิกได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมและลักษณะชีวิตตามหลักการอิสลาม
ให้ใช้โอกาสวันอีดในการทำความดี เช่น การมอบของขวัญให้แก่กันแทนที่จะไปให้ในวันอื่นๆ ที่ไม่ใช่วันสำคัญของศาสนา เพื่อเป็นการประกาศสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคม
,
สู่อีมานที่มั่นคง 128