อย่างนี้คุณจะว่ายังไง

อย่างงี้จะว่ายังไง วันเสาร์ที่ 2 พ.ย.2567


Listen Later

   สาหร่ายสีเขียวขนาดเล็ก แต่เมื่อรวมกันจะสร้างพลังมหาศาล

   สาหร่ายขนาดเล็กไม่เพียงแค่ใช้เป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ แต่ยังช่วยภารกิจลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบินอีกด้วย เนื่องจากกฎระเบียบทั่วโลกจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป กำหนดให้สายการบินต้องผสมน้ำมันชีวภาพคาร์บอนต่ำหรือเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF) ในเชื้อเพลิงการบิน แต่เนื่องจากปริมาณการรีไซเคิลน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วมีจำกัด ดังนั้น บริษัท FORMOSA SMART ENERGY(ในเครือบริษัทฟอร์โมซาปิโตรเคมี) จึงได้ลงทุนผลิตน้ำมันสาหร่าย คาดว่าจะเริ่มทดลองต้นปี 2025 ตั้งเป้าผลิตได้ปีละ 20,000 ตัน ซึ่งเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการเชื้อเพลิง SAF ของไต้หวันในปี 2030 ถึง 10% โดยสาหร่ายสีเขียวจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่ช่วยกักเก็บคาร์บอนได้ด้วย

หลิวฮุ่ยฉี่ ผู้จัดการ FORMOSA SMART ENERGY กล่าวว่า พลังงานชีวภาพจากสาหร่ายเป็นทางเลือกสำคัญ

   ทั้งนี้ สหภาพยุโรปจะเริ่มบังคับให้เชื้อเพลิงการบินของเที่ยวบินที่ออกจากประเทศสมาชิกในปี 2025 ต้องผสม SAF 2% ขณะที่ญี่ปุ่นกำหนดให้ผสม 1% และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงสิงคโปร์จะเริ่มในปี 2026 โดยต้องเพิ่มเป็น 10% ในปี 2030 ดังนั้น สายการบิน China Airlines และ EVA Air จึงประกาศว่าจะเริ่มผสม SAF ที่ 2% ในปี 2025 เนื่องจากความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพในอุตสาหกรรมการบินจะเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเคมีรายใหญ่เร่งพัฒนาแหล่งที่มาของ SAF ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่ได้มาจากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว และในอดีตที่ประเทศจีนเคยมีปัญหาน้ำมันทอดซ้ำจากท่อน้ำทิ้งถูกทิ้งอย่างไม่ถูกต้อง แต่ปัจจุบันน้ำมันเหล่านั้นได้ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แล้ว

   ปัจจุบัน ราคาตลาดสากลของ SAF หนึ่งตันอยู่ที่ประมาณ 2,500 - 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าเชื้อเพลิงการบินทั่วไปถึง 4 เท่า ขณะที่การผลิต SAF จากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วมีต้นทุนต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 1,500 - 1,700 ดอลลาร์สหรัฐ หมายความว่ามีโอกาสทำกำไรได้ดีที่สุด โดยเชื้อเพลิงการบินผสมน้ำมันใช้แล้วสามารถผสมได้สูงสุด 50% แต่เนื่องจากปริมาณการรีไซเคิลน้ำมันใช้แล้วทั่วโลกมีจำกัด บางครั้งหาซื้อไม่ได้ ทำให้น้ำมันสาหร่ายกลายเป็นพลังงานชีวภาพทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ โดยสาหร่ายสามารถเก็บได้ทุกสัปดาห์ แต่สามารถผสมน้ำมันสาหร่ายในเชื้อเพลิงการบินได้สูงสุดเพียง 15% เท่านั้น

น้ำมันสาหร่ายขวดเล็กๆ แต่มีมูลค่าเศรษฐกิจสูง

   ในอนาคต คาดว่าความต้องการ SAF ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านตันต่อปี ซึ่งกรมการบินพลเรือนคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมการบินของไต้หวันจะใช้เชื้อเพลิงการบินประมาณ 4 ล้านตันต่อปี โดยต้องผสม SAF ในสัดส่วนที่กำหนดไว้ ซึ่งหมายถึงความต้องการ SAF ในปี 2030 จะเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 ตันต่อปี แต่เนื่องจากประชากรของไต้หวันมีน้อย ปริมาณน้ำมันใช้แล้วที่เก็บได้จึงอยู่ที่ประมาณ 70,000 - 80,000 ตันต่อปีเท่านั้น ไต้หวันจำเป็นต้องแสวงหาน้ำมันชีวภาพทางเลือกใหม่ ๆ บริษัทไช่น่าปิโตรเลี่ยม (CPC Corporation, Taiwan) จึงกับร่วมมือกับ CHANT OIL CO., LTD. และ FORMOSA SMART ENERGY ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเฉิงกงเพื่อจัดตั้งบริษัท CH algae (澄灝科技股份有限公司) เพื่อพัฒนา SAF

   บริษัท FORMOSA SMART ENERGY เดิมมีแผนใช้สาหร่ายเขียวผ่านกับระบบเครื่องสังเคราะห์แสงชีวภาพ (Photobioreactor) เพื่อดักจับคาร์บอน แต่เมื่อความต้องการพลังงานชีวภาพจากอุตสาหกรรมการบินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทีมงานค้นพบว่าสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่ผ่านการหมักจะกลายเป็นน้ำมันสาหร่ายที่สามารถนำมาใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน (SAF) ได้ ดังนั้นจึงวางแผนติดตั้งถังทดลอง 2 ถังในเขตชีกู่ นครไถหนานภายในสิ้นปีนี้ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2025

   แหล่งน้ำมัน SAF มีหลายประเภท เช่น น้ำมันใช้แล้ว น้ำมันปาล์ม ถั่วเหลือง และอ้อย หลิวฮุ่ยฉี่(劉慧啟) ผู้จัดการทั่วไปของ FORMOSA SMART ENERGY กล่าวว่า ‘เราไม่ต้องการทำลายป่า และไม่อยากแย่งพื้นที่เพาะปลูกกับเกษตรกร ดังนั้น พลังงานชีวภาพจากสาหร่ายจึงเป็นทางเลือกสำคัญ’

   บริษัท FORMOSA SMART ENERGY อธิบายว่าสาหร่ายขนาดเล็กสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจนกับกลูโคสออกมา และเมื่อทำการหมักสาหร่ายสายพันธุ์นี้ จะทำให้ 55% ของน้ำหนักมันจะกลายเป็นน้ำมันสาหร่ายได้ เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูง อนาคต FORMOSA SMART ENERGY จะร่วมกับบริษัทไชน่าปิโตรเลียมในการขยายตลาด

   FFORMOSA SMART ENERGY จะลงทุนในการผลิตสาหร่ายสีเขียวด้วยการใช้ถังหมัก ตั้งเป้าให้ผลิตน้ำมันสาหร่ายได้ปีละ 20,000 ตัน เพื่อตอบสนอง 10% ของความต้องการ SAF ของไต้หวัน นอกจากนี้ บริษัทยังได้นำเสนออุปกรณ์ดักจับคาร์บอนด้วยสาหร่ายขนาดเล็กในงานสัปดาห์พลังงานอัจฉริยะ โดยรูปแบบของเครื่องสังเคราะห์แสงชีวภาพเป็นแบบแนวนอน ไม่เหมือนกับเครื่องสังเคราะห์แสงฯ ที่ใช้ท่อแนวตั้งทั่วไป ทั้งนี้ การติดตั้งในแนวนอนกักเก็บคาร์บอนได้สูงขึ้นและทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น โดยสาหร่ายขนาดเล็กในถังปฏิกรณ์ขนาด 50 ลิตรแบบแนวนอนสามารถกักเก็บคาร์บอนได้ปีละ 150 ลิตร ซึ่งมากกว่าถังแนวตั้งถึงสามเท่าในปริมาตรเท่ากัน

การพัฒนาและประยุกต์ใช้สาหร่ายขนาดเล็ก

   ที่น่าสนใจคือ สาหร่ายขนาดเล็กที่เก็บเกี่ยวแล้ว สามารถนำไปผ่านกระบวนการ ฟรีซดรายด์ เป็นผงสาหร่าย ซึ่งเป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสาหร่ายสีเขียวและสาหร่ายสีน้ำเงินหลายชนิด โดยสาหร่ายบางชนิดมีโปรตีนสูง ส่วนบางชนิดมีน้ำมันสูง สำหรับสาหร่ายที่มีน้ำมันสูงสามารถอบแห้งและทำเป็นผงเพื่อสกัดน้ำมันสาหร่ายออกมาได้

   บริษัท FORMOSA SMART ENERGY เปิดเผยว่าน้ำมันสาหร่ายมีส่วนผสมของ DHA สูง หากนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะมีมูลค่าต่อหน่วยสูงกว่าการนำไปผลิตเป็นน้ำมันสาหร่ายสำหรับ SAF อย่างไรก็ตาม ตลาด SAF มีความต้องการน้ำมันสาหร่ายสูง แม้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะมีมูลค่าต่อหน่วยสูงกว่า แต่ผลิตภัณฑ์ SAF ก็มีศักยภาพในการผลิตมูลค่ารวมมากกว่า อีกทั้งการผลิตยังสอดคล้องกับนโยบายของประเทศ ดังนั้น บริษัท FORMOSA SMART ENERGY จึงตัดสินใจเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทาน SAF ในไต้หวัน และหากการทดลองผลิตปีหน้าประสบความสำเร็จ บริษัทก็จะกลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันสาหร่ายรายใหญ่ที่สุดในไต้หวัน

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

อย่างนี้คุณจะว่ายังไงBy รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, Rti