อย่างนี้คุณจะว่ายังไง

อย่างงี้จะว่ายังไง วันเสาร์ที่ 9 พ.ย.2567


Listen Later

อยากเป็นหมอของเล่น? 2 หมอมือใหม่เริ่มจากการรื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า!

   เฉินเอี้ยนถิงเริ่มสนใจงานซ่อมแซมตั้งแต่มัธยมต้น เขากล่าวว่าตัวเองชอบรื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านตอนเรียนมัธยมต้น แต่บ่อยครั้งที่รื้อแล้วก็ประกอบกลับไม่ได้ จนกระทั่งได้เข้าร่วมกิจกรรมซ่อมของเล่นของหมอของเล่นมือเก๋าอย่างหลี่เซิง (李昇) ทำให้เขาค้นพบว่าการซ่อมของเล่นสนุกมาก แถมยังประกอบกลับมาได้สำเร็จ ทำให้เกิดความภูมิใจ

เฉินเอี้ยนถิงชอบซ่อมของเล่น

   ด้วยนิสัยของเฉินเอี้ยนถิงที่ไม่ยอมแพ้ เขามักกระตุ้นให้คนอื่น ๆ ลองสำรวจตัวเองและเรียนรู้ร่วมกัน เขาเล่าถึงการก่อตั้งสาขาหนานโถวของ "RTO Toy Doctor" ว่าจริง ๆ แล้วเกิดจากคำแนะนำของรุ่นพี่ที่ต้องการขยายสาขาไปยังเมืองอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เขาจึงชวนหงเหว่ยจวิ้น ผู้มีความสนใจคล้ายกันมาร่วมก่อตั้งสาขาหนานโถว

   หงเหว่ยจวิ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าพื้นฐาน พูดถึงการซ่อมของเล่นด้วยความตื่นเต้นและดวงตาเปล่งประกาย เขาบอกว่าขณะนี้เขาเรียนสาขาอิเล็กทรอนิกส์ในวิทยาลัยสายอาชีพ และสนใจรื้อวงจรไฟฟ้ามานานแล้ว ปกติจะซ่อมพัดลม ไม้ตียุงไฟฟ้า และไฟฉาย รวมถึงมีใบรับรองการซ่อมคอมพิวเตอร์ด้วย

2 หมอของเล่นฝึกอบรมเยาวชนให้เป็นหมอของเล่น

   ทั้งสองได้เสนอแผนการก่อตั้งสาขาหนานโถวกับหัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีโรงเรียนมัธยมซวี่กวง (旭光) เพื่อขอการสนับสนุน จึงแก้ไขปัญหาเรื่องการสถานที่และเครื่องมือสำหรับการซ่อมแซมได้ นอกจากนี้ยังเป็นจุดรวบรวมของเล่นที่ต้องการซ่อมแซมด้วย

   จากประสบการณ์การซ่อมของเล่นของเฉินเอี้ยนถิง พบว่า เด็กนักเรียนระดับไม่เกินประถมศึกษาปีที่ 3 มักนำรถพลาสติกไม่มีมอเตอร์ขับเคลื่อนหรือรถลื่นไถลมาให้ซ่อม ส่วนเด็กประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง 6 มักจะนำของเล่นที่ใช้แบตเตอรี่ เช่น หุ่นยนต์ รถบังคับ หรือของเล่นที่มีแสงและเสียงมาให้ซ่อม ของเล่นเหล่านี้ช่วยฝึกทักษะการรับรู้เชิงพื้นที่ จินตนาการ3 มิติ และการรับรู้เสียงให้กับเด็ก ๆ

   ทั้งสองยังสังเกตเห็นว่าของเล่นหลายชิ้นถูกออกแบบมาไม่ดีและพังง่าย สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อได้รับของเล่นมาซ่อม คือการตรวจสอบลักษณะภายนอกของของเล่น จากนั้นตรวจดูว่าแบตเตอรี่มีกำลังไฟเพียงพอหรือไม่ จำเป็นต้องเปลี่ยนฐานแบตเตอรี่หรือไม่ ก่อนที่จะลงมือซ่อมก็ต้องเรียนรู้โครงสร้างของชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น หลอดไฟ LED ลำโพงขนาดเล็ก และมอเตอร์ นอกจากนี้ยังต้องรู้จักการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการซ่อม เช่น ไขควง คีมปอกสายไฟ และหากเป็นการซ่อมขั้นสูงก็จะใช้หัวแร้งสำหรับการบัดกรี

หมอของเล่นซ่อมของเล่น

   เฉินเอี้ยนถิงและหงเหว่ยจวิ้นได้นำหลักการทางฟิสิกส์และเคมีจากหลักสูตรของโรงเรียนมัธยมทั่วไปและโรงเรียนสายอาชีพมาประยุกต์ใช้ในการฝึกอบรมหมอของเล่น พวกเขายังได้ก่อตั้ง "ค่ายฝึกอบรมหมอของเล่น" โดยจัดเวลาอบรมให้ไม่ตรงกับช่วงสอบในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถมุ่งเน้นกับการเรียนในวันธรรมดา และในวันหยุดจะทำหน้าที่เป็นหมอของเล่น

   ทั้งสองหวังว่านักเรียนมัธยมและเด็ก ๆ จะมีส่วนร่วมในการซ่อมของเล่นด้วยกัน ไม่ใช่เพียงแต่เอาของเล่นมาซ่อมเท่านั้น การซ่อมจะเริ่มจากการทำความเข้าใจโครงสร้างของของเล่นและการใช้เครื่องมือ เมื่อเด็ก ๆ เห็นว่าของเล่นที่พวกเขารักถูกซ่อมจนใช้งานได้อีกครั้ง จะทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจและมีความสุข และการฝึกซ่อมของเหล่านักเรียนเหล่านี้ยังสามารถช่วยให้พวกเขานำทักษะกลับไปซ่อมของใช้ในบ้านของตนเองได้ นับเป็นสิ่งที่ดีมาก

ครูใหญ่หลินหลงเอี้ยนถ่ายภาพร่วมกับเฉินเอี้ยนถิง

   เฉินเอี้ยนถิงกล่าวว่าการวางแผนหลักสูตรการซ่อมของเล่นส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของหงเหว่ยจวิ้น โดยเขาจะเพิ่มเนื้อหาในการทำชิ้นส่วนต่าง ๆ เองเพื่อให้นักเรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้น ส่วนเฉินเอี้ยนถิงจะดูแลเรื่องการประสานงานสถานที่และวางแผนงานจิปาถะต่าง ๆ นอกจากนี้ เฉินเอี้ยนถิงยังคอยสังเกตวิธีการสอนของครูในห้องเรียนและการตอบสนองของนักเรียน เพื่อนำมาปรับใช้กับการฝึกอบรมหมอของเล่น

   "หมอของเล่น" เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในชีวิตของเฉินเอี้ยนถิงและหงเหว่ยจวิ้น ในระหว่างกระบวนการซ่อมของเล่น พวกเขาได้เรียนรู้วิธีการหาสาเหตุของปัญหาและแก้ไขปัญหา เมื่อพูดถึงอนาคต ทั้งสองยังคงตั้งใจที่จะสืบสานจิตวิญญาณของหมอของเล่นในรูปแบบที่แตกต่างกันต่อไปในชีวิต

ฝึกอบรมเยาวชนให้เป็นหมอของเล่น

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

อย่างนี้คุณจะว่ายังไงBy รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, Rti