
Sign up to save your podcasts
Or


หลายคนต้องการตัวเลือกมากๆ เพื่อให้แน่ใจว่าตนจะได้สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ในช่วงเวลานั้น แต่สำหรับบางคนที่แค่ได้เลือกสิ่งที่ตรงกับใจ หรือคว้าตัวเลือกแรกที่ตรงตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ก็มีความสุขแล้ว
อีกหนึ่งวิธีจัดการกับอาการรับมือไม่ไหว คือ การปฏิเสธคนให้เป็น แต่เราต้องรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรปฏิเสธ ด้วยวิธีเลือกสิ่งสำคัญ 5 อันดับแรก และปฏิเสธสิ่งที่เหลือทิ้งไป เพราะถ้าไม่ทำเช่นนี้ ชีวิตเราจะไม่มีตัวกรองอะไรเลย ซึ่งส่งผลไปถึงการจัดการเวลาที่ไม่มีประสิทธิภาพด้วย
หากอยากลดหรือกำจัดอารมณ์เชิงลบที่เกิดจากอาการรับมือไม่ไหว เราจำเป็นต้องตระหนักถึง 2 ข้อเท็จจริงที่ว่า การใช้ชีวิตของเรากำลังอยู่ในภาวะรับรู้ล้น หรืออาการขาดๆ เกินๆ และอาการดังกล่าวไม่ใช่แค่ประสบการณ์รายบุคคล แต่ยังเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม และวัฒนธรรมด้วย เพื่อให้เรากล้าที่จะปฏิวัติตัวเอง ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ได้ผลก็คือ การออกห่างจากฝูงชนบ้าง
ถ้าต้องการเปลี่ยนนิสัยที่ไม่ดี เราจำเป็นต้องหา “ตัวกระตุ้น” ของนิสัยที่ไม่ดีให้เจอก่อน แล้วค่อยๆ เปลี่ยนนิสัยนั้น หรือใช้วิธี "กำหนดรางวัล" ที่มาจากปัจจัยภายใน เพราะเมื่อสมองรับรู้ได้ถึงรางวัล ก็จะหลั่งโดพามีนออกมาให้เรารู้สึกดี เกิดเป็นแรงจูงใจที่อยากจะทำนิสัยนั้นอีก
บางครั้งกิจวัตรเล็กๆ ก็เปรียบเสมือนหลักยึด ที่มีพลังพอจะเปลี่ยนแปลงกิจวัตรโดยรวม เช่น การปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดในตอนกลางคืน เพื่อให้เข้านอนได้เร็วในวันที่เหนื่อยล้า และลุกออกจากเตียงได้ง่ายในเช้าวันถัดมา ซึ่งมีผลไปถึงการปรับเปลี่ยนกิจวัตรของเช้าวันนั้นที่ง่ายขึ้นด้วย แต่ถึงอย่างไร เราจำเป็นต้องมีการวางแผนรับมือที่ดี ว่าปัจจัยใดจะส่งผลให้กิจวัตรนั้นสำเร็จ หรือเป็นอุปสรรคต่อกิจวัตรโดยรวม
หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการสร้างนิสัยที่นำไปสู่ความสำเร็จก็คือ การตั้งเป้าหมายแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยการโยนความทะเยอทะยานทิ้ง และระบุกิจวัตรเล็กๆ ในกิจกรรมโดยรวมแทน เพราะการทำเรื่องเล็กๆ ให้สำเร็จทีละเรื่อง ย่อมดีกว่าทำเรื่องใหญ่ๆ ที่ไม่รู้จะสำเร็จหรือไม่
เมื่อเราสร้างนิสัยหนึ่งขึ้นมา สมองจะกำหนดเส้นทางเดินประสาทของนิสัยนั้น ซึ่งแต่ละครั้งที่เราทำจนเป็นกิจวัตร ทางเดินประสาทจะยิ่งแข็งแรงขึ้น ดังนั้นหากรู้สึกว่ากิจวัตรนั้นเป็นนิสัยที่ไม่ดีในชีวิตเรา ก็ให้ลองค่อยๆ ปรับเปลี่ยนกันไป ถึงแม้จะยากแต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้
ความเครียด ทำให้เราขาดสมาธิ เกิดความวิตกกังวล เหนื่อยล้า หดหู ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพที่แย่ลงในทุกๆ กิจกรรมที่ทำ และในระยะยาว อาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ฉะนั้นการจัดการความเครียดในแต่ละวันจึงสำคัญ
หากคุณกำลังทำให้ชีวิตตัวเองยุ่งยากเกินความจำเป็น ให้ลองกลับไปทำ “เรื่องธรรมดา” ที่เคยมองข้าม เช่น ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งนอกจากจะสร้างความสุข ความสนุก ให้กับตัวเองแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย
From the publisher's feed