Sign up to save your podcastsEmail addressPasswordRegisterOrContinue with GoogleAlready have an account? Log in here.
FAQs about อารามบอย | The Cloud Podcast:How many episodes does อารามบอย | The Cloud Podcast have?The podcast currently has 48 episodes available.
January 28, 2026EP. 18 ทศชาติชาดก (2/2) ภู จะ นา วิ เว ฉากจำและทริกดูชาดกบนฝาผนังวัดต่อเนื่องจากตอนที่แล้วกับ เต ชะ สุ เน มะ 5 ชาติแรกในทศชาติชาดก รายการอารามบอยตอนนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล พาเข้าสู่ 5 ชาติในชุด ‘ภู จะ นา วิ เว’ ซึ่งเป็นตัวแทนของบารมีขั้นสูง อย่างศีล ขันติ อุเบกขา สัจจะ และทาน ที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญก่อนถึงชาติสุดท้ายคือเวสสันดรชาดก ตอนนี้ชวนสังเกตฉากจำที่ช่างนิยมวาดไว้บนฝาผนัง ไม่ว่าจะเป็นพญานาคถูกจับไปแสดงละครงู ฉากพระอินทร์ลงมาล้มพิธีบูชายัญที่พราหมณ์หลอกใช้คนบริสุทธิ์ ฉากพรหมหน้าเดียวถือสาแหรกทองคำลงมาเตือนสติ ฉากพระวิธุรถูกยักษ์เหาะชนภูเขา หรือฉากพระเวสสันดรยกลูกให้ชูชก และฉากที่ชาลี-กัณหา หนีไปซ่อนในสระบัว สำหรับใครที่อยากตามรอย นี่คือฉากสำคัญที่ช่างเขียนภาพมักถ่ายทอดไว้บนฝาผนังวัดภูริทัตชาดก (ภู - ศีลบารมี) : ฉากแสดงละครงู (พญานาค) จันทกุมารชาดก (จะ - ขันติบารมี) : พระอินทร์ล้มพิธีบูชายัญนารทชาดก (นา - อุเบกขาบารมี) : พระพรหมถือสาแหรกทองคำวิธุรชาดก (วิ - สัจจบารมี) : ยักษ์เหาะพาไปฟาดกับภูเขาเวสสันดรชาดก (เว - ทานบารมี) : ยกลูกให้ชูชก / ชาลี-กัณหา หนีซ่อนตัวในสระบัวติดตามทั้งหมดได้ที่รายการอารามบอยตอนนี้...more43minPlay
January 28, 2026EP. 17 ทศชาติชาดก (1/2) เต ชะ สุ เน มะ ฉากจำและทริกดูชาดกบนฝาผนังวัด‘ทศชาติชาดก’ คือเรื่องราว 10 ชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า รายการอารามบอยตอนนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวนเราดู ‘เต ชะ สุ เน มะ’ 5 ชาติแรกในทศชาติชาดก ชวนสังเกตฉากจำที่มักปรากฏบนจิตรกรรมฝาผนังวัด ไม่ว่าจะเป็นฉากพระเตมีย์ยกราชรถด้วยมือเดียว ฉากพระมหาชนกว่ายน้ำ 7 วันก่อนมณีเมขลาจะมาช่วย หรือฉากพระสุวรรณสามถูกยิงล้มลงท่ามกลางฝูงกวาง พร้อมเรียนรู้เป้าหมายสูงสุดว่า สุดท้ายแล้วเราควรรู้เรื่องทศชาติชาดกไปทำไม และทศชาติชาดกต้องการสอนอะไรเรากันแน่ติดตามทั้งหมดได้ที่รายการอารามบอยตอนนี้ และในตอนถัดไปจะเป็นทศชาติชาดก 5 ชาติสุดท้ายในชุด ‘ภู จะ นา วิ เว’ ซึ่งว่ากันว่าเข้มข้นและมีพลังทางใจไม่แพ้กันสำหรับใครที่อยากตามรอย นี่คือฉากสำคัญที่ช่างเขียนภาพมักถ่ายทอดไว้บนฝาผนังวัดเตมิยชาดก (เต - เนกขัมมะบารมี) : ยกราชรถด้วยมือเดียว มหาชนกชาดก (ชะ - วิริยบารมี) : ว่ายน้ำจนมณีเมขลาช่วยสุวรรณสามชาดก (สุ - เมตตาบารมี) : ถูกยิงด้วยธนูเนมิราชชาดก (เน - อธิษฐานบารมี) : เทศนาแก่เหล่าเทวดามโหสถชาดก (มะ - ปัญญาบารมี) : ล่อศัตรูลงอุโมงค์แล้วใช้สันติวิธีเจรจา (ซึ่งเป็นฉากสำคัญที่เท่มาก)...more50minPlay
January 28, 2026EP. 16 เที่ยวโบสถ์อัสสัมชัญ ศิลปะคริสต์ 200 ปี และห้องฝังศพลับใต้ดินภายใต้หลังคาโดมสูงของ ‘อาสนวิหารอัสสัมชัญ’ โบสถ์เก่าแก่อายุร่วม 200 ปีที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซ่อนเรื่องราวของศิลปะตะวันตกและห้องใต้ดินลับที่ไม่มีใครได้เห็น รายการอารามบอยตอนนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวนแขกรับเชิญพิเศษ ดร.ตั้ว-ปติสร เพ็ญสุต คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ ครุ่นคริสต์ ใน The Cloud พาคุณเดินเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์กลางของคาทอลิกไทยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 พร้อมถอดรหัสสถาปัตยกรรมตะวันตกหลากยุคที่ฝังแน่นอยู่ในสยามมายาวนานกว่า 2 ศตวรรษ เรื่องเริ่มต้นในรัชกาลที่ 1 เมื่อ บาทหลวงปาสกาล รวบรวมเงินบริจาคสร้างวัดเพื่อเฉลิมฉลองแม่พระรับยกขึ้นสวรรค์หรือวันอัสสัมชัญ (Assumption) และเป็นโบสถ์หลังแรกที่สร้างขึ้นจึงเป็นอาคารแบบวิลันดา ตกแต่งหน้าบันด้วยลายเครือเถาบาโรก มีวงรีตรงกลางและไม้กางเขนเหนือยอดจั่ว อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์หลังนี้เปรียบเสมือนหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมคริสต์แบบตะวันตกยุคแรก ๆ ที่ปรากฏในแผ่นดินไทยต่อมาเมื่อโบสถ์เดิมเริ่มคับแคบจึงสร้างโบสถ์หลังใหม่ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยออกแบบร่วมกันระหว่าง บาทหลวงหลุยส์ โรมิเออ และวิศวกรนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น มาริโอ ตามาญโญ วิศวกรประจำราชสำนัก R. Gotte วิศวกรชาวเยอรมันผู้เปลี่ยนหลังคาให้เป็นเครื่องก่อทรงประทุนเรือ และ ชาร์ลส์ โบดาต์ วิศวกรฝรั่งเศสผู้รับผิดชอบโครงสร้างผนังรับน้ำหนัก โบสถ์หลังใหม่จึงผสานศิลปะโรมาเนสก์ในรูปแบบซุ้มโค้งและหอระฆังคู่ ศิลปะกอทิกในกระจกกุหลาบกลางหน้าบัน ศิลปะไบแซนไทน์ในจิตรกรรมปูนเปียกใต้โดม และศิลปะโรมันผ่านหัวเสาแบบโครินเธียนเข้าไว้ด้วยกันอย่างวิจิตรเมื่อคุณก้าวเข้าสู่อาสนวิหารแห่งนี้ สายตาจะถูกดึงสู่หอระฆังคู่ที่ตั้งตระหง่าน ซุ้มอาร์กโค้งขนาดใหญ่ และแสงที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกสี ก่อนจะพบกับพระแท่นบูชาที่ประดิษฐานรูปเคารพ ‘แม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์’ ซึ่งสอดคล้องกับภาพจิตรกรรมบนโดมด้านบนที่เล่าเรื่องเดียวกัน ทุกองค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนถึงชื่อ Assumption ได้อย่างชัดเจน ทั้งในเชิงความหมายและศิลปะจุดเด่นที่สุดที่ไม่ควรพลาดคือ Crypt หรือ ห้องใต้ดิน ที่ซ่อนอยู่ใต้พระแท่นบูชา ซึ่งใช้เป็นสถานที่ฝังศพของพระสังฆราชและบาทหลวงผู้มีบทบาทสำคัญในคาทอลิกไทยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ที่สำคัญ โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีองค์ประกอบเช่นนี้ โดยปกติไม่ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชม เป็นพื้นที่ที่สงบ ลึก และเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ก่อนกลับ อย่าลืมแวะชมอาคารหอสมุดมิชชันนารีใกล้ ๆ ที่ยังเก็บภาพถ่ายโบสถ์หลังแรก เอกสารโบราณ และบันทึกสำคัญเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาในสยาม ซึ่งช่วยเติมเต็มเรื่องราวเบื้องหลังสถาปัตยกรรมและศรัทธาที่ซ่อนอยู่ในอาสนวิหารแห่งนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นหากคุณกำลังมองหาสถาปัตยกรรมยุโรปในเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความหมายทางประวัติศาสตร์และความเชื่อ อาสนวิหารอัสสัมชัญคือสถานที่ที่เราขอชวนคุณร่วมค้นหาในรายการอารามบอย ตอนนี้ข้อมูลเพิ่มเติม :อาสนวิหารอัสสัมชัญเป็นอาสนวิหารประจำมิสซังโรมันคาทอลิกแห่งกรุงเทพฯโบสถ์หลังปัจจุบันสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2461 โดยตกแต่งด้วยวัสดุนำเข้าจากฝรั่งเศส อิตาลี และสิงคโปร์คำว่า Assumption หมายถึงการที่แม่พระมารีได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ทั้งกายและวิญญาณ...more25minPlay
January 28, 2026EP. 15 ของแปลกในวัดนิเวศธรรมประวัติ อยุธยา ที่ ร.5 ตั้งใจสร้างให้คนไทยเห็น - The Cloud Podcast‘วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร’ ตั้งอยู่บนเกาะทางใต้ของพระราชวังบางปะอิน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2419 เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชกุศลในคราวเสด็จแปรพระราชฐาน หากคุณกำลังมองหาวัดที่ไม่เหมือนวัด ทั้งแปลกตา งดงาม และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ รายการอารามบอย โดย ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และแขกรับเชิญพิเศษ ดร.กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์ เจ้าของรายการพอดแคสต์ คอลัมน์ และพ็อกเกตบุ๊ก Business Family จะพาคุณนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ไปยังเกาะกลางน้ำซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่สงบสำหรับบำเพ็ญพระราชกุศลของรัชกาลที่ 5 วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร เป็นวัดพุทธที่หน้าตาเหมือนโบสถ์คริสต์ พระอุโบสถสีเหลืองทรงโกทิก หอระฆังยอดแหลม หน้าต่างกระจกสี และซุ้มประตูโค้งแหลม ล้วนดูคล้ายศาสนสถานตะวันตก หากแต่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปที่วิจิตรงดงามพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมิได้เพียงออกแบบวัดให้แปลกตา แต่ยังมีพระราชดำริความตอนหนึ่งว่า เพื่อให้อาณาประชาราษฎร์ทั้งปวงชมเล่นเป็นของแปลก ยังไม่เคยมีในพระอารามอื่น แลเป็นของมั่นคงถาวรสมควรเป็นพระอารามหลวงในหัวเมืองอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญภายในพระอุโบสถ คือพลับพลาสไตล์ตะวันตก ซึ่งหน้าบันประดับตราช้างเผือกสามเศียร สัญลักษณ์ของสยามเหนือ สยามกลาง และสยามใต้ พลับพลาองค์นี้เป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 5 ในคราวเสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน เป็นอีกสิ่งที่ตอกย้ำสถานะว่าเป็นวัดหลวงโดยแท้บริเวณด้านในสุดของอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธนฤมลธรรโมภาส พระพุทธรูปกึ่งสมจริงในซุ้มแบบตะวันตกโดย พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ประติมากรหลวงผู้สร้างพระสยามเทวาธิราช รายล้อมด้วยพระสาวกทั้ง 8 ปางจงกรม และปางลอยถาด แต่ละองค์ล้วนมีนัยเชื่อมโยงถึงบูรพกษัตริย์ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระราชวังบางปะอินเหนือแท่นพระประธานมีกระจกสีรูปรัชกาลที่ 5 ประทับนั่งในฉลองพระองค์ครุย ด้านล่างมีจารึกภาษาละตินว่า ‘Chulalongkorn Rex Siamensis จุฬาลงกรณ์ กษัตริย์แห่งสยาม’ กระจกสีชิ้นนี้มีเพียงชิ้นเดียวในประเทศไทย และอาจมีไม่กี่ชิ้นในโลกที่รวมอัตลักษณ์ตะวันออกกับตะวันตกไว้ในบานเดียวกันข้างพระอุโบสถเป็นสุสานสวนหินดิศกุลอนุสรณ์ ซ่อนประวัติของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งเคยผนวช เคยประทับที่พระตำหนัก และเคยเริ่มต้นงานการศึกษาสมัยใหม่จากห้องเรียนเล็ก ๆ ข้างวัด ท้ายที่สุดก่อนกลับ อย่าลืมแวะชมพิพิธภัณฑ์ของวัด ซึ่งจัดแสดงข้าวของเก่าแก่ ภาพกระจกสีต้นฉบับ และทศชาติชาดกแบบที่หาชมยาก ติดตามทั้งหมดได้ที่รายการอารามบอยตอนนี้...more31minPlay
January 28, 2026EP. 14 วัดบวร ศูนย์กลางธรรมยุติ ศูนย์รวมพระสังฆราช และจุดเปลี่ยนพุทธศาสนาไทย - The Cloud Podcastวัดบวรนิเวศวิหาร ไม่ได้เป็นเพียงวัดหลวงกลางพระนคร หากแต่เป็นสถานที่ที่หล่อหลอมพุทธศิลป์ ความคิด และการเปลี่ยนผ่านสำคัญของพระพุทธศาสนาไทย โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่วัดแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางของธรรมยุติกนิกายในเวลาต่อมา เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงขึ้นครองราชย์ หลังจากที่ทรงสถาปนาธรรมยุติกนิกายขึ้นตั้งแต่ครั้งยังทรงผนวช ณ วัดราชาธิวาส โดยเน้นความเคร่งครัดในพระวินัย พระบาลี และแนวปฏิบัติอันบริสุทธิ์วัดนี้ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อรัชกาลที่ 4 โปรดฯ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (พรหม) จำพรรษาที่วัดบวรฯ และแต่งตั้งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์แรกแห่งธรรมยุติกนิกาย ซึ่งก่อนหน้านั้นตำแหน่งนี้จะผูกโยงอยู่กับวัดมหาธาตุเป็นหลัก ซึ่งเป็นการสลายธรรมเนียมที่เคยผูกโยงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชไว้กับวัดมหาธาตุ จนกลายเป็นแบบแผนใหม่ที่ดำรงอยู่จนปัจจุบัน และไม่ใช่เพียงเรื่องของนโยบาย วัดบวรฯ ยังเป็นที่จำพรรษาของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ หนึ่งในนั้นคือ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ที่ประชาชนไทยคุ้นเคยและเคารพบูชารายการอารามบอยตอนล่าสุด ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และ ดร.กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์ จะพาคุณย้อนรอยความสำคัญของวัดแห่งนี้ผ่าน 9 แง่มุมที่ไม่เพียงบอกเล่าประวัติศาสตร์ หากยังเผยถึงความคิดของผู้สร้าง ช่างผู้ร่วมงาน และพระผู้ปฏิบัติธรรมที่มีบทบาทเปลี่ยนแปลงพุทธศาสนาไทยอย่างเป็นระบบเริ่มตั้งแต่ที่มาอันของวัดที่เคยเป็นพื้นที่ของวังหน้า ก่อนจะเปลี่ยนผ่านเป็นวัดประจำพระองค์รัชกาลที่ 4 และผูกพันกับพระมหากษัตริย์หลายรัชกาลเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธชินสีห์ พระพุทธรูปสำคัญจากพิษณุโลก ด้านหลังมีหลวงพ่อโตจากเพชรบุรี และผนังโดยรอบปรากฏภาพปริศนาธรรมโดย ขรัวอินโข่ง ใช้ภาพแบบตะวันตกเปรียบเทียบพระรัตนตรัย เช่น การเปรียบพระพุทธเจ้าเป็นกัปตันเรือ เป็นนายช่าง เป็นสารถี ซึ่งพบได้เพียงไม่กี่แห่งในสยามพระเจดีย์องค์ประธานของวัดบวรฯ ไม่เพียงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แต่ยังสะท้อนแนวคิดทางจักรวาลวิทยาและการเมืองระหว่างประเทศ ผ่านการเลือกใช้รูปสัตว์ทั้ง 4 ได้แก่ ช้าง สิงโต ม้า และอินทรี เหนือซุ้มประตู สัญลักษณ์แทนสยาม อังกฤษ ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา ในยุคที่สยามกำลังเผชิญแรงกดดันจากโลกตะวันตกถัดจากนั้นคือพระวิหารพระศาสดา ประดิษฐานพระศรีศาสดาคู่กับพระพุทธชินสีห์และ พระพุทธชินราชพร้อมด้วยภาพจิตรกรรมเรื่องธุดงควัตร 13 และพุทธประวัติตอนปรินิพพาน และยังมีพระไสยาสน์จากวัดพระพายหลวง สุโขทัย ที่หาชมได้ยากในเขตพระนครหนึ่งในแง่มุมที่หลายคนไม่รู้ คือภายในวัดบวรฯ มีวัดร้างเก่าแก่ชื่อวัดรังษีสุทธาวาสที่แม้ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งแล้ว แต่ยังคงรักษาโบราณสถานดั้งเดิมไว้ ทั้งพระอุโบสถที่ใช้บานประตูร่วมกัน และพระวิหารทรงไทยที่สงบนิ่งอย่างน่าเกรงขามปิดท้ายด้วยพิพิธภัณฑ์ 2 แห่ง ได้แก่ ตึกมนุษยนาควิทยาทาน อาคารสถาปัตยกรรมตะวันตกที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงสร้างถวายกรมพระยาวชิรญาณวโรรส และตึก ภปร. ที่จัดแสดงเครื่องบริขารของอดีตเจ้าอาวาส ตาลปัตร ย่าม เครื่องสังเค็ด รวมถึงพระพุทธรูปสำคัญ เช่น พระนิรันตราย พระมหานาคชินะ และพระกริ่งปวเรศ ซึ่งเป็นมากกว่าวัตถุโบราณ หากคือสิ่งที่บรรจุความทรงจำของพระผู้ใหญ่แห่งยุคไว้ในนั้นหากจะกล่าวถึงสัญลักษณ์แห่งวัดบวรฯ ที่ผู้คนศรัทธาและจดจำที่สุด คงหนีไม่พ้นพระไพรีพินาศ พระพุทธรูปองค์แรกของวัดที่มีชื่อเสียงด้านปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย องค์จริงยังคงประดิษฐานอยู่ที่ระเบียงเจดีย์ เป็นจุดที่ควรไปกราบสักครั้งในชีวิตหากคุณอยากรู้จักวัดบวรนิเวศฯ ให้ลึกซึ้งกว่าแค่ผ่านตา หรืออยากเข้าใจว่าทำไมวัดนี้จึงเป็นศูนย์กลางศรัทธาและภูมิปัญญาทางพุทธศาสนาไทยมายาวนานกว่าร้อยปี เราขอชวนไปฟังทั้งหมดได้เลยในรายการอารามบอยตอนนี้...more53minPlay
January 28, 2026EP. 13 วัดราชาธิวาสฯ จุดกำเนิดธรรมยุติ และต้นแบบพระอุโบสถไทยยุคใหม่ - The Cloud Podcastสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม’ และเป็นที่รู้จักกันในนาม ‘สมเด็จครู’ ทรงเป็นบุคคลต้นแบบด้านศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมไทยที่ส่งอิทธิพลต่อช่างไทยรุ่นหลังตราบจนถึงปัจจุบันหลังจาก ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และ ทัน-อธิภัทร แสวงผล พาไปชมและเล่าหนึ่งในผลงานที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงที่สุดอย่าง วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ไปแล้วในตอนก่อน วันนี้รายการอารามบอยจะพาคุณไปรู้จักอีกหนึ่งผลงานทางสถาปัตยกรรมของสมเด็จครูใน ‘วัดราชาธิวาสวิหาร’วัดที่ รัชกาลที่ 4 เคยทรงผนวชเป็น พระวชิรญาณภิกขุ และทรงริเริ่มธรรมยุติกนิกายขึ้นที่นี่ เพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้กลับมาตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ทั้งยังได้รับอิทธิพลจากแนวคิดสมัยใหม่และพระภิกษุฝ่ายรามัญและวัดนี้เองยังเป็นที่ที่สมเด็จครูออกแบบพระอุโบสถหลังพิเศษที่ผสมผสานศิลปะไทย ขอม และตะวันตกไว้อย่างกลมกลืน กลายเป็นต้นแบบให้กับอุโบสถยุคหลังอีกหลายแห่งเมื่อคุณเดินเข้าสู่วัดราชาธิวาสวิหาร สิ่งแรกที่สะดุดตาคือพระอุโบสถที่สมเด็จครูทรงออกแบบไว้อย่างวิจิตร ผสมผสานศิลปะไทย ขอม และตะวันตก เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน จนเกิดเป็นพระอุโบสถรูปแบบพิเศษที่มีเพียงหลังเดียวในยุคนั้น และมีอิทธิพลให้ในการออกแบบอุโบสถสมัยใหม่ยุคหลังของวัดอีกหลายแห่ง ส่วนพระพุทธรูปประธาน พระสัมพุทธพรรณี ประดิษฐานภายในซุ้มเสาแบบตะวันตกที่มีพระราชลัญจกรของรัชกาลที่ 1 - 5 เรียงราย ด้านหลังพระประธานยังคงมีพระพุทธรูปดั้งเดิมจากสมัยอยุธยา โดยไม่มีการย้ายออก เพียงแต่กั้นผนังไว้ เพราะถ้าย้ายไปก็เสมือนไล่เจ้าของเดิมผนังด้านในพระอุโบสถ บรรจงเขียนภาพเรื่อง พระเวสสันดรชาดก ทั้ง 13 กัณฑ์ โดยฝีมือร่างแบบของสมเด็จครู และลงสีโดย คาร์โล ริโกลี จิตรกรชาวอิตาเลียน ผสมจินตนาการแบบไทยกับเทคนิคแบบตะวันตก อ้อมไปด้านหลังพระอุโบสถ คือเจดีย์ล้อมสิงห์ ทรงแปลกตา ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะอินเดียผสมอยุธยา ภายในซุ้มบรรจุพระพุทธรูปศิลปะชวาที่รัฐบาลดัตช์ถวายรัชกาลที่ 5และไม่ไกลกันคือศาลาการเปรียญที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก วัดใหญ่สุวรรณารามและ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ โดยมีธรรมาสน์ 2 องค์ที่สมเด็จครูออกแบบขึ้นใหม่โดยเฉพาะอาคารอีกหลังที่น่าสนใจคือพระตำหนักสมเด็จพระพันปีหลวง อดีตพระตำหนักพญาไท ที่ถูกย้ายมาประกอบเป็นกุฏิพระในวัด และยังคงกลิ่นอายสถาปัตยกรรมรัชกาลที่ 6 อย่างครบถ้วนทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านการออกแบบของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ อย่างแท้จริง โดยหนึ่งในหลักฐานสำคัญคือเมื่อครั้งถวายงานออกแบบแผ่นศิลาจารึกโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร (ที่ต่อมามีชื่อว่า ศิลาจารึกรูปสุนทรีวาณี) โดยพระองค์ทรงออกแบบลายเส้นขึ้นด้วยพระองค์เอง เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ 5 และทันทีที่พระองค์ทอดพระเนตรแบบที่ 1 ก็ทรงพอพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง ถึงขั้นไม่ทอดพระเนตรแบบอื่นอีกเลย พร้อมมีพระราชหัตถเลขาลงวันที่ 17 เมษายน ความตอนหนึ่งว่าฉันไม่ได้นึกยอเลย แต่อดไม่ได้ว่า เธอเป็นผู้นั่งอยู่ในหัวใจฉันเสียแล้ว นั่นคือความรัก ความไว้วางพระราชหฤทัย และการยอมรับอย่างที่สุดในพระปรีชาของสมเด็จครู และหากคุณอยากรู้จักพระองค์ให้มากขึ้น ผ่านงานศิลป์ งานสถาปัตยกรรม และความคิดเบื้องหลังผลงานที่ยังมีอิทธิพลมาถึงปัจจุบัน เราขอชวนคุณไปฟังทั้งหมดได้เลยในรายการอารามบอยตอนนี้...more38minPlay
January 28, 2026EP. 12 วัดเบญจมบพิตรฯ ชมสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่ของชาติโดยนายช่างใหญ่แห่งสยาม - The Cloud Podcastในวันที่ 28 เมษายน เรารำลึกถึง ‘วันนริศ’ หรือวันประสูติของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้ได้รับยกย่องให้เป็น ‘นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม’ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ สมเด็จครู หนึ่งในผู้สร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ของชาติ หนึ่งในนั้นก็คือ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ซึ่งถือเป็นผลงานที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงที่สุดวันนี้รายการอารามบอย กับ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย และ ทัน-อธิภัทร แสวงผล แอดมินเพจ สมเด็จครู จะพาคุณไปสัมผัสความงามของวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม และเล่าถึงความสำคัญในเชิงสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์เมื่อคุณเดินทางมาถึงวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม สิ่งแรกที่คุณจะพบคือพระอุโบสถ ซึ่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงออกแบบไว้อย่างประณีตและงดงาม ภายนอกอุโบสถมีหลังคาซ้อนลดหลั่นถึง 4 ชั้นเรียงรายสวยงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุดของไทย ภายในพระอุโบสถยังเต็มไปด้วยศิลปกรรมที่ทรงคุณค่า สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างศาสนาและศิลปะไทย เช่น กระจกสีลวดลายเทพนมในสไตล์ตะวันตก เสมาหินอ่อนที่ออกแบบมาอย่างลงตัว ภายในยังมีพระพุทธชินราชจำลอง ซึ่งนับเป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดในไทย ยิ่งเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้กับสถานที่แห่งนี้จุดเด่นที่ไม่ควรพลาด คือการเจาะช่อง 8 ช่องภายในพระอุโบสถ บรรจุภาพเจดีย์สำคัญ จากทั่วประเทศ เช่น พระปฐมเจดีย์ วัดใหญ่ชัยมงคล พระธาตุพนม เพื่อรำลึกถึงขอบเขตพระราชอำนาจและอาณาเขตของราชอาณาจักรสยามนอกจากนี้ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปแห่งแรกของไทย รวบรวมพระพุทธรูปจากหลากหลายยุคสมัย รวมทั้งพระพุทธรูปต่างประเทศที่สะท้อนถึงการเดินทางของพระพุทธศาสนาในแผ่นดินสยามวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามจึงเป็นสัญลักษณ์ทางศิลปะและประวัติศาสตร์ที่สำคัญของชาติ และเราอยากชวนทุกคนตามไปเยี่ยมชมทั้งหมดในรายการอารามบอยรอบนี้ ข้อมูลเพิ่มเติม :วัดเดิมชื่อ วัดแหลม ก่อนได้รับการปฏิสังขรณ์และเปลี่ยนชื่อเป็น วัดเบญจมบพิตร ในสมัยรัชกาลที่ 5ความงามของพระอุโบสถทำให้วัดนี้ได้รับชื่อเล่นว่า วัดหินอ่อน...more47minPlay
January 28, 2026EP. 05 ไหว้พระรับโชคช่วงตรุษจีนที่วัดเล่งเน่ยยี่ และเรื่องเข้าใจผิดของเทพเจ้ากับการแก้ชง - The Cloud Podcast เทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงเวลาที่ชาวไทยเชื้อสายจีน (และไทยแท้) นิยมเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการไปวัดเพื่อไหว้พระ ขอพรให้ชีวิตราบรื่น และเสริมโชคดี โดยเฉพาะที่ ‘วัดเล่งเน่ยยี่’ หรือ วัดมังกรกมลาวาส วัดจีนที่มีความสำคัญในกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเยาวราช ศูนย์กลางของชุมชนชาวจีนในไทย ภายในวัดเล่งเน่ยยี่นอกจากจะมีศิลปกรรมแบบจีนที่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (เถียน โชติกเสถียร) เจ้ากรมท่าซ้ายผู้ดูแลการค้าขายทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับชาวจีนซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนนิกายมหายาน โดดเด่นด้วยรูปแบบวัดที่แบ่งออกเป็น 3 วิหาร คือวิหารท้าวจตุโลกบาล วิหารพระประธาน (พระศากยมุนีพุทธเจ้า) และวิหารบูรพาจารย์ ที่ยังมีเทพเจ้าหลายองค์ เช่น ไท้ส่วยเอี๊ย เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา ไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ คนจึงนิยมมาขอพรและแก้ชงกันในช่วงต้นปี รายการอารามบอยตอนนี้จะพาไปเยือนวัดเล่งเน่ยยี่ เรียนรู้เรื่องศาสนาพุทธ นิกายมหายาน ศิลปกรรมและพิธีกรรมแบบจีน เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับบทบาทของเทพเจ้าและการแก้ชง พร้อมเจาะลึก 7 เรื่องที่คนทั่วไปไม่รู้เกี่ยวกับวัดจีนอายุนับร้อยปีแห่งนี้ ดำเนินรายการ : ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ...more40minPlay
January 28, 2026EP. 11 พระธาตุพนม ย้อนประวัติ-ตำนานพระธาตุเก่าแก่ที่สุดในอีสาน - The Cloud Podcastต้อนรับวันมหาสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ตามคติไทยโบราณ ช่วงเวลาที่ใครหลายคนเดินทางกลับบ้าน เพื่อรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่และทำบุญไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคล สำหรับใครที่มุ่งหน้าไปทางภาคอีสาน รายการอารามบอย และ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวนคุณแวะที่ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของภาคอีสาน ศูนย์รวมศรัทธาที่ผูกโยงความเชื่อเรื่อง ‘พญานาค’ ตำนานสมัยพุทธกาล และศิลปะจากหลายยุคสมัย‘พระธาตุพนม’ คือหนึ่งในพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของไทย เชื่อกันว่าเป็นที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุหรือพระบรมสารีริกธาตุส่วนไหปลาร้าของพระพุทธเจ้า และยังเป็นหนึ่งในจอมเจดีย์แห่งสยามที่ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เลือกไว้ในสมัยรัชกาลที่ 5มีตำนานปรากฏใน ตำนานอุรังคธาตุ เล่าถึงในรัชกาลของ พระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช กษัตริย์องค์สำคัญของล้านช้าง เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จมายังภูกำพร้า และมีพุทธทำนายว่า พระบรมสารีริกธาตุของพระองค์จะบรรจุอยู่ที่นี่พร้อมกับพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าในอดีตที่บรรจุอยู่ก่อนแล้ว หลังจากที่พระศาสดาปรินิพพาน พระมหากัสสปะจะนำพระบรมสารีริกธาตุส่วนไหปลาร้า (อุรังคธาตุ) มายังภูกำพร้าจริง ๆ ในคราวนั้น พระยาทั้ง 5 จากแคว้นรอบ ๆ เสด็จมาและร่วมกับสร้าง ‘อูบมุง’ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพร้อมสิ่งของมีค่ามากมาย ดังนั้น ผู้คนในแถบลุ่มน้ำโขงจึงเชื่อกันว่าพระธาตุพนมมีอายุเก่ากว่าตามตำนานอุรังคธาตุนั้นความพิเศษอีกอย่างที่น้อยคนนักจะรู้ คือการที่พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีวอก หรือ ปีสัน ตามภาษาเหนือ ถือเป็นองค์เดียวในภาคอีสาน เชื่อกันว่าเกี่ยวโยงกับความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอันแน่นแฟ้นระหว่างลุ่มน้ำโขงกับดินแดนล้านนา และสะท้อนถึงสถานะศูนย์กลางแห่งศรัทธาของกลุ่มวัฒนธรรมลาว-ล้านช้างพระธาตุพนมจึงไม่ใช่แค่สถูปโบราณ แต่คือผลรวมของการเดินทางข้ามกาลเวลาผ่านศิลปะจามปา ล้านช้าง และการบูรณะครั้งใหญ่ในยุครัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ทำให้พระธาตุสูงถึง 57.5 เมตร เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชาติและศาสนา แต่ใน พ.ศ. 2518 หลังฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน พระธาตุพนมถล่มลงมา ชาวบ้านจากทุกสารทิศจึงร่วมแรงร่วมใจรวมบูรณปฏิสังขรณ์จากเศษซากเดิม และใน พ.ศ. 2522 ได้มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอีกครั้ง โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาด คือการชมพระธาตุพนมในช่วงงานนมัสการประจำปี จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 8 ค่ำ ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักไปด้วยขบวนแห่ รำบูชา การห่มผ้าพระธาตุ และพิธีกรรมเก่าแก่ ทำให้เห็นว่าความศรัทธาไม่เคยหายไปจากที่แห่งนี้ ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ในรายการอารามบอยตอนล่าสุด...more36minPlay
January 28, 2026EP. 10 โลหะปราสาทแห่งสุดท้าย และศิลปะพุทธ-พราหมณ์-ฮินดู ในวัดราชนัดดาราม - The Cloud Podcastวัดราชนัดดารามวรวิหาร คือที่ตั้งของ ‘โลหะปราสาท’ อาคารที่สร้างขึ้นตามต้นแบบจากอินเดียและศรีลังกา ซึ่งทั่วโลกมีเพียง 3 แห่ง แห่งแรก อยู่ที่อินเดีย ปัจจุบันเหลือเพียงซาก แห่งที่ 2 อยู่ที่ศรีลังกา แต่โครงสร้างไม่ใช่โลหะ แห่งที่ 3 อยู่ที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร และเป็นแห่งเดียวที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์โลหะปราสาทเป็นอาคาร 3 ชั้น มียอด 37 ยอด แทนโพธิปักขิยธรรมหรือคุณธรรม 37 ประการที่นำไปสู่การตรัสรู้ เดิมทีตั้งใจให้เป็นกุฏิ แต่ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เสน่ห์ของวัดราชนัดดารามไม่ได้มีแค่โลหะปราสาท หากเดินเข้าไปด้านใน คุณจะพบกับศิลปะที่ผสมผสานทั้งพุทธศาสนา ดาราศาสตร์ และความเชื่อแบบฮินดู ตั้งแต่ บัณเฑาะว์ (เสมาหิน) ที่ตรงกลางมีภาพเทพนพเคราะห์ ไปจนถึงจิตรกรรมฝาผนังที่วาดกลุ่มดาวฤกษ์ 27 กลุ่มตามตำราดาราศาสตร์ไทย ซึ่งมีไม่กี่วัดที่มีศิลปะแบบนี้ นอกจากนี้ยังมีเทพเจ้าฮินดูประดับอยู่บนบานหน้าต่าง และพระพุทธรูปทรงเครื่องปางห้ามสมุทรประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร และอย่าลืมแวะไปที่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เพื่อชื่นชมพระราชานุสาวรีย์ของ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า วัดราชนัดดารามจึงไม่ใช่แค่วัดเก่าแก่ แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวควรค่าแก่การมาเยือนสักครั้งในชีวิต! ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอย กับ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย ได้แล้วตอนนี้ ...more35minPlay
FAQs about อารามบอย | The Cloud Podcast:How many episodes does อารามบอย | The Cloud Podcast have?The podcast currently has 48 episodes available.