1. ไต้หวันให้การคุ้มครองแรงงานต่างชาติเทียบเท่าแรงงานท้องถิ่น กรณีตั้งครรภ์ในระหว่างทำงานในไต้หวัน แม้จะเดินทางกลับไปคลอดที่ไทย ก็มีสิทธิ์ขอรับสวัสดิการการคลอดบุตรจากกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันได้
แรงงานต่างชาติเพศหญิงในภาคการผลิต มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตรจากกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันได้เช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น
สวัสดิการช่วยเหลือค่าคลอดบุตรจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน
1) คุณสมบัติผู้ยื่นขอ ต้องตั้งครรภ์ระหว่างเป็นสมาชิกกองทุนฯ และสอดคล้องเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังนี้ :
1.1 คลอดปกติ เป็นสมาชิกกองทุนฯ ครบ 280 วัน
1.2 กรณีคลอดก่อนกำหนด ต้องเป็นสมาชิกกองทุนฯ ครบ 181 วัน (อายุครรภ์ครบ 20 สัปดาห์ แต่ไม่ถึง 37 สัปดาห์ หาก ไม่ทราบจำนวนวันตั้งครรภ์ที่แน่นอน ให้ใช้น้ำหนักของทารกเป็นเกณฑ์ โดยมีน้ำหนักเกิน 500 กรัม แต่น้อยกว่า 2,500 กรัม)
ทั้งนี้ ระยะเวลาการเป็นสมาชิกกองทุนฯ สามารถรวมสะสมได้ ไม่จำเป็นต่อเนื่องกันหรือทำงานกับนายจ้างรายเดียวกัน
2) มาตรฐานการจ่ายค่าคลอดบุตร
จ่ายเป็นก้อนครั้งเดียวจำนวน 60 วันของเงินค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ย 6 เดือนสุดท้าย โดยนับจากวันที่คลอด (กรณีที่คลอดบุตรฝาแฝด จะได้รับเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน)
เงื่อนไขการขอรับสวัสดิการช่วยเหลือค่าคลอดบุตรจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน (จัดทำโดย สนร. ไทเป)
3.1 แบบคำร้องขอรับสวัสดิการช่วยเหลือค่าคลอดบุตร (ตัวอย่างแนบ)
3.3 สำเนาบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC)
3.4 ใบรับรองการเปิดบัญชีจากธนาคาร (ฉบับภาษาอังกฤษ)
3.5 สูติบัตร หรือใบรับรองการคลอดบุตร (กรณีทารกเสียชีวิตขณะคลอด ต้องมีใบรับรองจากสถานพยาบาล หรือแพทย์/ผดุงครรภ์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ) โดยต้องระบุข้อมูลของผู้ที่คลอด ได้แก่ ชื่อ-สกุล วันเดือนปีเกิด เลขที่บัตรประชาชน วันที่คลอด กรณีทารกเสียชีวิต ต้องระบุวันที่เสียชีวิต สาเหตุ จำนวนสัปดาห์ที่ตั้งครรภ์ และวันที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย
3.6 ผู้ที่คลอดบุตรนอกพื้นที่ไต้หวัน ต้องมีใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลในไต้หวันที่เคยไปรับการตรวจครรภ์ หากไม่มี ให้แนบใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลของประเทศนั้นๆ โดยระบุ วันที่เข้ารับการตรวจครรภ์ จำนวนสัปดาห์ที่ตั้งครรภ์ และวันที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย
เอกสารประกอบข้างต้น (ยกเว้นข้อ 3.1-3.4) ต้องผ่านการแปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน และผ่านการรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย และสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย
เงื่อนไขการขอรับสวัสดิการช่วยเหลือค่าคลอดบุตรจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน (จัดทำโดย สนร. ไทเป)
4) การยื่นขอรับสวัสดิการช่วยเหลือค่าคลอดบุตร
ต้องยื่นขอภายใน 5 ปี นับแต่วันที่คลอด หากเลยกำหนด จะหมดสิทธิการยื่นขอ (ยื่นผ่านสำนักงานแรงงานของจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ จากนั้นจะส่งกลับมายังสำนักงานแรงงานไทยที่ไต้หวันเป็นผู้ดำเนินการยื่นขอต่อกองทุนฯ โดยไม่เสียค่าบริการ)
หากคลอดบุตรระหว่างทำงานในไต้หวัน มารดามีสิทธิลาคลอดได้ก่อนหรือหลังคลอด 8 สัปดาห์ (ให้นับวันหยุดในระหว่างวัน ลารวมด้วย) ผู้ที่เข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ เกิน 6 เดือน จะได้รับเงินค่าจ้างเต็มจำนวน หากไม่ครบ จะได้รับค่าจ้าง 50%
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานแรงงานไทย ไทเป โทรศัพท์ 02-2701-1413 โทรสาร 02 2701-1433
หรือสอบถามผ่านทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/labourtaipei
แรงงานต่างชาติเพศหญิงในภาคการผลิต มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตรจากกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันได้เช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น
2. แรงงานหญิงเวียดนามและฟิลิปปินส์ขอรับค่าคลอดบุตรจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันมากสุด เผยมีจำนวนไม่น้อยหัวหมอตั้งครรภ์ก่อนเดินทางกลับประเทศ หรือทำใบเกิดปลอมจาก รพ.บ้านเกิด
จากกรณีที่ไต้หวันให้การคุ้มครองแรงงานต่างชาติเทียบเท่าแรงงานท้องถิ่น โดยกองทุนประกันภัยแรงงาน นอกจากคุ้มครองความปลอดภัยในระหว่างทำงานที่ไต้หวันแล้ว ยังมีสวัสดิการต่างๆ เช่นเงินบำเหน็จชราภาพ เงินสงเคราะห์กรณีญาติในสายเลือดตรงเสียชีวิต และเงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตร หากตั้งครรภ์ระหว่างทำงานในไต้หวัน แม้จะเดินทางกลับไปคลอดที่บ้านเกิด ก็มีสิทธิ์ขอรับสวัสดิการการคลอดบุตรจากกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันได้
แรงงานหญิงฟิลิปปินส์และเวียดนาม ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตรจากกองทุนฯ ของไต้หวันมากที่สุด
เจ้าหน้าที่กองทุนฯ เปิดเผยว่า แรงงานต่างชาติที่ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตร ฟิลิปปินส์มาเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยเวียดนามนาม และอินโดนีเซีย ส่วนแรงงานหญิงไทยยื่นขอน้อยสุด อาจเป็นเพราะแรงงานหญิงไทยในภาคการผลิตมีสัดส่วนน้อย และส่วนใหญ่ไม่ทราบมีสวัสดิการนี้ ส่วนปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้กับเจ้าหน้าที่กองทุนฯ มากที่สุดคือ พบมีสูติบัตรหรือใบเกิดปลอม สำหรับยื่นขอรับเงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตรในสัดส่วนสูง ทำให้ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
แรงงานหญิงฟิลิปปินส์และเวียดนาม ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตรจากกองทุนฯ ของไต้หวันมากที่สุด
แหล่งข่าวในวงการ บจง. เปิดเผยว่า มีแรงงานเวียดนามและฟิลิปปินส์บางรายหัวหมอ ตั้งครรภ์ก่อนเดินทางกลับประเทศ หลังจากคลอดแล้ว จะมีขบวนการช่วยทำเรื่องขอรับเงินค่าคลอดบุตรจากกองทุนฯ ของไต้หวัน และเนื่องจากระบบการสาธารณสุข และการเชื่อมต่อฐานข้อมูลของประเทศเหล่านี้ไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร จึงปรากฎสูติบัตรหรือใบเกิดปลอมค่อนข้างมาก
แรงงานฟิลิปปินส์ที่หน้าสถานีรถไฟจงลี่
3. การยื่นขอรับเงินสงเคราะห์กรณีญาติสายเลือดตรงเสียชีวิตจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน
สวัสดิการอีกประการหนึ่งจากการเดินทางมาทำงานในภาคการผลิตของไต้หวันคือ เมื่อญาติสายเลือดตรงที่บ้านเกิดเสียชีวิต สามารถขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันได้
เมื่อญาติสายเลือดตรงที่บ้านเกิดเสียชีวิต สามารถขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันได้
กองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันอนุญาตให้แรงงานต่างชาติ (ยกเว้นที่ทำงานตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน) มีสิทธิยื่นขอรับเงินสงเคราะห์กรณีญาติสายเลือดตรงเสียชีวิต (ได้แก่ บิดามารดา คู่สมรส และบุตร) โดยมีเงื่อนไขการอนุมัติจ่ายเงิน ดังนี้
1) บิดามารดา หรือคู่สมรสเสียชีวิต จะได้รับ 3 เดือนของเงินค่าจ้างที่เอาประกัน
2) บุตรอายุครบ 12 ปี ขึ้นไปเสียชีวิต จะได้รับ 2 เดือนของเงินค่าจ้างที่เอาประกัน
3) บุตรอายุไม่ถึง 12 ปีเสียชีวิต จะได้รับ 1½ เดือนของเงินค่าจ้างที่เอาประกัน
เมื่อญาติสายเลือดตรงที่บ้านเกิดเสียชีวิต สามารถขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันได้
1) แบบคำร้อง กรอกข้อมูลส่วนตัวและเซ็นชื่อในช่องข้อมูลของผู้ยื่นขอ บริษัทนายจ้างซึ่งเป็นผู้เอาประกันประทับตรารับรอง
2) สำเนาหนังสือเดินทาง / สำเนาใบถิ่นที่อยู่ (ARC) ของผู้ยื่นขอ
3) มรณบัตร / ทะเบียนบ้าน / หนังสือแสดงความสัมพันธ์ทางสายเลือดของผู้ยื่นขอและผู้เสียชีวิต (เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร เป็นต้น) โดยเอกสารจะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและผ่านการรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทยและสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย
กรณีผู้ยื่นขอไม่อาจเดินทางกลับไปทำเรื่องด้วยตนเองที่ประเทศไทย สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำการแทน โดยต้องทำหนังสือมอบอำนาจที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป 02-2775-2211
เมื่อญาติสายเลือดตรงที่บ้านเกิดเสียชีวิต สามารถขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันได้
ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นสำหรับการยื่นของรับเงินสงเคราะห์กรณีญาติสายเลือดตรงเสียชีวิต
1. บิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต แรงงานที่เป็นผู้เอาประกันภัยแรงงานมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ มีสิทธิรับได้คนเดียวเท่านั้น ถ้าเป็นคนไต้หวัน วิธียื่นขอคือให้คนที่มีวงเงินประกันภัยสูงกว่าเป็นผู้ยื่น แต่สำหรับแรงงานไทย วงเงินประกันส่วนใหญ่จะเท่ากัน ก็ต้องตกลงกันระหว่างพี่น้องว่า ใครจะเป็นผู้ยื่น
2. กรณีเคยรับไปแล้ว 1 ครั้ง อย่างเช่นบิดาเสียชีวิต ยื่นขอรับเงินสงเคราะห์ไปแล้ว มารดาเสียชีวิต จะรับได้ไหม คำตอบคือได้ และถ้าโชคร้ายคู่สมรสเสียชีวิต ก็สามารถรับได้ พูดง่ายๆ คือบิดามารดา คู่สมรสและบุตร เสียชีวิต ยื่นขอเงินสงเคราะห์ดังกล่าวได้ทั้งนั้น แต่จำกัดผู้มีสิทธิรับเงินเพียงครอบครัวละ 1 คน
3. หากยกเลิกสัญญาแล้ว บิดาหรือมารดาเสียชีวิต จะมีสิทธิขอรับเงินสงเคราะห์ไหม? ต้องดูว่า มีการถอนสมาชิกกองทุนฯ แล้วหรือยัง หรือสูญสิ้นสมาชิกภาพแล้วหรือยัง หากยัง มีสิทธิยื่นขอได้ แต่หากญาติในสายเลือดตรงเสียชีวิตหลังสูญสิ้นสมาชิกภาพแล้ว จะหมดสิทธิในการยื่นขอรับเงินสงเคราะห์ดังกล่าว
เมื่อญาติสายเลือดตรงที่บ้านเกิดเสียชีวิต สามารถขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันได้