1. เตือน! คนไทยในไต้หวันนำเข้าหรือให้ญาติส่งสะตอ มังคุด ผลิตภัณฑ์พืชและสัตว์มาทาง EMS มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ปรับไม่เกิน 3 ล้านเหรียญไต้หวัน ปี 63 ชาวต่างชาติถูกดำเนินคดีไปแล้ว 184 ราย
ไต้หวันมีกฎหมายตรวจและกักกันพืช กฎหมายป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ ห้ามนำเข้าพืช เช่น ผลไม้สด ต้นพืช เมล็ดพืช ดิน แมลง เนื้อสัตว์และสัตว์มีชีวิตเข้าสู่ไต้หวันโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา ตรวจพบผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติ นำเข้าสะตอ มังคุด ส้มจี๊ด และผลิตภัณฑ์พืชและเนื้อสัตว์ ผ่านทางไปรษณีย์ หรือ EMS ถูกตรวจพบและถูกดำเนินคดีแล้ว 184 คดี โทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ปรับไม่เกิน 3 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ
ระวัง นำเข้าสะตอหรือส่งมาทางไปรษณีย์ มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ปรับไม่เกิน 3 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ
ระวัง นำเข้ามังคุดหรือส่งมาทางไปรษณีย์ มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ปรับไม่เกิน 3 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ห้ามนำเข้าหรือให้ญาติส่งเนื้อหมูหรือผลิตภัณฑ์เนื้อหมูเข้าไต้หวันเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 1 ล้านเหรียญไต้หวัน หากเคยถูกปรับแต่ค้างจ่ายค่าปรับ และได้เดินทางเข้าสู่ไต้หวันรอบใหม่ จะถูกห้ามเข้าประเทศ จะส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์การทำงานในไต้หวัน
ผลิตภัณฑ์เนื้อหมู ห้ามนำเข้าหรือส่งมาทางไปรษณีย์อย่างเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1,000,000 เหรียญไต้หวัน
จึงเตือนแรงงานไทย อย่านำเข้าและควรแจ้งให้ญาติพี่น้องทราบ อย่างส่งพืชผล เนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาทางไปรษณีย์ เพราะอาจทำให้คนรับเดือดร้อน
แหนมและไส้กรอกอิสาน เป็นผลิตภัณฑ์เนื้อหมู ห้ามนำเข้าหรือส่งมาทางไปรษณีย์อย่างเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1,000,000 เหรียญไต้หวัน
2. แรงงานขาดแคลนรุนแรง ทำนายจ้างไต้หวันเดือดร้อนหนัก วอนรัฐบาลแก้กฎหมายผ่อนคลายกฎระเบียบ
ไต้หวันประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ยิ่งมาเจอสถานการณืโควิด ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศมีอุปสรรค แรงงานต่างชาติเดินทางเข้าไต้หวันลำบาก ไม่เพียงแต่ภาคการผลิตเท่านั้น ภาคการก่อสร้างที่ประสบปัญหานี้มานานหลายปี ขณะนี้บานปลายจนโครงการก่อสร้างต่างๆ ต้องลดเงื่อนไข เพิ่มมูลค่าโครงการก่อสร้าง กระนั้นก็ยังไม่ค่อยมีผู้เข้าประกวดราคา ทำให้โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายโครงการต้องหยุดชะงัก
โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในนครเถาหยวน
นอกจากภาคการก่อสร้างแล้ว อุตสาหกรรมการผลิตและภาคการเกษตรก็ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานรุนแรงไม่แพ้กัน ผู้ประกอบการจึงเรียกร้องรัฐบาลทบทวนนโยบาย ยกเลิกหรือขยายระยะเวลาทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติให้มากกว่า 12 ปี มิเช่นนั้น แหล่งที่มาของแรงงานจะลดน้อยลงไปอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจประเทศผู้ส่งออกแรงงานเติบโตขึ้น ความต้องการแรงงานภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับประเทศคู่แข่ง อย่างญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ ดึงดูดแรงงานจากประเทศอาเซียนด้วยเงื่อนไขที่น่าสนใจ
จากสถิติของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นปี 2563 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่จำนวน 709,123 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่หรือ 457,267 คน ทำงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิต รองลงมาเป็นภาคสวัสดิการสังคมมีจำนวน 251,856 คน ตามมาด้วยการประมง ส่วนภาคการก่อสร้างมีจำนวน 6,201 คน ในจำนวนนี้ เป็นคนงานไทยมากที่สุด 4,225 คน ตามด้วยเวียดนาม 1,449 คน อินโดนีเซีย 452 คนและฟิลิปปินส์ 75 คน
โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในนครเถาหยวน
3. เกิดหลัง 2505 ขอได้เมื่อไหร่? คลิกดูคุณสมบัติและเกณฑ์อายุที่มีสิทธิ์ขอเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน
แรงงานไทยที่เคยมาทำงานในภาคการผลิตของไต้หวัน ทุกคนต้องเข้าประกันภัยแรงงาน ซึ่งมีการคุ้มครองหลายรายการ และเมื่ออายุครบ 60 ปีขึ้นไปมีสิทธิขอรับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน ตามคุณสมบัติและเงื่อนไขดังนี้
1) ต้องเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน คือแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันในภาคการผลิต ก่อสร้างและผู้อนุบาลในองค์กร (ยกเว้นผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน ซึ่งไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน)
แรงงานไทยที่เคยมาทำงานในภาคการผลิตของไต้หวัน เมื่ออายุครบ 60 ปีขึ้นไป มีสิทธิขอรับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน
2) เกณฑ์อายุที่มีสิทธิ์ยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ
ปีเกิด (พ.ศ.)
อายุยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ
ก่อนหรือใน 2500
อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
2501
อายุครบ 61 ปีบริบูรณ์
2502
อายุครบ 62 ปีบริบูรณ์
2503
อายุครบ 63 ปีบริบูรณ์
2504
อายุครบ 64 ปีบริบูรณ์
2505 เป็นต้นไป
อายุครบ 65 ปีบริบูรณ์
3) อัตราเงินบำเหน็จชราภาพที่มีสิทธิ์ได้รับ จะเท่ากับอายุการเข้ากองทุนฯ ปีละ 1 เดือนของอัตราค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยใน 60 เดือนก่อนจะลาออกจากการเป็นสมาชิกกองทุนฯ ส่วนผู้ที่เข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ ไม่ถึง 5 ปี ให้คำนวณตามอัตราค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยตามระยะเวลาการเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ จริง (สามารถรวมสะสมได้)
4) วิธีและขั้นตอนในการขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ ให้ผู้ยื่นขอรับบำเหน็จชราภาพพร้อมลงนามในใบคำร้องได้ที่สำนักงานแรงงานจังหวัด หรือที่กระทรวงแรงงาน ประเทศไทย
5) เอกสารประกอบการขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ
- สำเนาหนังสือเดินทาง หรือ สำเนาใบถิ่นที่อยู่ (บัตร ARC)
- หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากจากธนาคารที่เปิดบัญชีในประเทศไทย
- ประวัติการทำหนังสือเดินทางจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (สำหรับผู้เคยเปลี่ยนหนังสือเดินทางหรือเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลในการกลับเข้าไปทำงานที่ไต้หวัน)
- ใบเปลี่ยนชื่อ (เฉพาะผู้เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หลังกลับจากการทำงานที่ไต้หวันถึงช่วงยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ)
- เอกสารที่กล่าวมาทั้งหมดต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ/ภาษาจีน การสะกดชื่อ-นามสกุลต้องตรงตามในหนังสือเดินทาง โดยผ่านการรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ยกเว้น สำเนาใบถิ่นที่อยู่ หรือบัตร ARC และประวัติการทำหนังสือเดินทางที่ออกโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- ข้อแนะนำ ควรเก็บใบถิ่นที่อยู่ หรือบัตร ARC ฉบับจริง (หรือสำเนา) ให้ครบทุกใบ เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลของกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน
- อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากคู่มือแรงงานไทย ในเฟซบุ๊กของสำนักงานแรงงานไทย ไทเป ได้ที่ https://www.facebook.com/labourtaipei
แผ่นโปสเตอร์กระทรวงแรงงานของไทย ประชาสัมพันธ์เรื่องเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวัน