มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้ยังอยู่กันที่มุมมองคนรุ่นใหม่ในไต้หวันที่มีต่อการเลือกตั้งทั่วโลกในปีนี้ (2567) ตอนที่ 2 นั่นเพราะว่าปีนี้นอกจากการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในไต้หวันแล้ว ก็ยังมีตารางจัดการเลือกตั้งทั่วโลกแน่นเต็มปฏิทินตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม กว่า 46 ประเทศ (คลิกฟังรายการที่นี่)
เอเชียมีจำนวนคะแนนเสียงมากที่สุด แอฟริกามีจำนวนสนามเลือกตั้งมากที่สุด ทั่วโลกเป็นประชาธิปไตยเพิ่มขึ้นหรือไม่?
ในบรรดา 10 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มี 8 ประเทศจัดการเลือกตั้งทั่วไป
ในบรรดา 10 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มี 8 ประเทศที่จะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2567 ซึ่งเมื่อนับรวมกันแล้วมีประชากรมากกว่า 290 ล้านคน
แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ความยุติธรรมและเสรีภาพของการเลือกตั้งเกรงว่าจะมีไม่เกินครึ่ง โดยเฉพาะที่บังกลาเทศ ปากีสถาน และรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้มีการประท้วงต่อต้านหรือมีความขัดแย้งกับรัฐบาลภายในประเทศ ส่งผลให้ประชาชนตกอยู่ภายใต้การกดขี่ของฝ่ายปกครอง มีบางคนถึงกับถูกจับติดคุก ดังนั้นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในระบอบการปกครองประเทศจึงมีไม่มาก
ขณะที่สหรัฐอเมริกา อินเดีย และอินโดนีเซีย ก็ถูกดัชนีชี้วัดด้านประชาธิปไตยของสถาบันวิจัยด้านการเมืองและเศรษฐกิจ EIU (Economist Intelligence Unit) จัดอยู่ในประเภท “ประชาธิปไตยแบบมีตำหนิ” (Flawed Democracy) แม้ว่ารัฐบาลในระบอบการปกครองประเทศอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าติดตามต่อไป
ทวีปเอเชียมีจำนวนคะแนนเสียงรวมมากที่สุด แต่กลับไม่มีเสรีภาพ?
คะแนนเสียงรวมของการเลือกตั้งมากที่สุดคือเขตทวีปเอเชีย ประเทศที่มีจำนวนประชากรมากทั้งบังกลาเทศ อินเดีย และอินโดนีเซีย ล้วนมีการจัดการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนกังวลคือ พื้นที่เหล่านี้แม้มีกลไกของระบอบประชาธิปไตย แต่ความจริงแล้วกลับไม่มีเสรีภาพ
อินเดียภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี(Narendra Modi)ที่แม้ตอนนี้กำลังชื่นชมอยู่กับผลการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เขากลับเปิดให้ในประเทศแสดงออกถึงการต่อต้านศาสนาอิสลาม ซึ่งถือเป็นการก้าวถอยหลังครั้งใหญ่ของเสรีภาพด้านศาสนา ส่วนอินโดนีเซียก็มีแนวโน้มชัดเจนว่าประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือ โจโค วิโดโด(Joko Widodo)ยังคงสร้างราชวงศ์ทางการเมืองของตนเองให้มั่นคง ขณะที่บังคลาเทศก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเป็นระบอบเผด็จการ เพราะแกนนำฝ่ายค้านยังคงถูกคุมขังอยู่ในคุก จนทำให้ในสังคมไม่เหลือช่องว่างสำหรับความเห็นต่าง
ทวีปแอฟริกาจะเป็นภูมิภาคที่มีสนามการเลือกตั้งมากที่สุด แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะก่อรัฐประหาร
ในปี พ.ศ. 2567 เฉพาะทวีปแอฟริกาจะมีการจัดเลือกตั้งประเภทต่างๆ ในกว่า 20 ประเทศ แต่หลายปีที่ผ่านมา ภูมิภาคแห่งนี้กลับมีการทำรัฐประหารมากที่สุดในโลก
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ทวีปแอฟริกาเคยมีการทำรัฐประหารไปแล้วถึง 9 ครั้ง นอกจากนี้สภาแห่งชาติแอฟริกัน ANC(African National Congress)ก็ถืออำนาจในแอฟริกาใต้มานานกว่า 30 ปี และคาดการณ์ว่าน่าจะยังอยู่ในอำนาจต่อไปอีก ดังนั้นแม้ว่าปี พ.ศ. 2567 ทวีปแอฟริกาจะยังมีการจัดเลือกตั้งขึ้น แต่สถานการณ์ทางเมืองก็ยังคงมีความผันผวน
5 การเลือกตั้งระดับประเทศที่ทั่วโลกให้ความสนใจ
รศ.หลินเจียเหอ (林佳和) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจิ้งจือ NCCU (National Chengchi University) ชี้ให้เห็นว่า ความเป็นจริงแล้วระหว่างปี พ.ศ. 2545 ถึง พ.ศ. 2560 ในจำนวน 128 ทั่วโลกมี 58 ประเทศที่ถูกระบุว่า “กำลังขับเคลื่อนหรือกลับไปสู่ระบอบเผด็จการ” ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เมื่อนำเอารัฐธรรมนูญของระบอบเผด็จการมาเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญของระบอบประชาธิปไตย จะเห็นว่าเติบโตมากขึ้นเร็วขึ้น จนทำให้ตอนนี้มีประชากรบนโลกกว่า 42% ดำรงชีวิตอยู่ในประเทศเผด็จการ “ต่อต้านระบอบประชาธิปไตย”
การที่ประชาชนลงคะแนนเลือกผู้นำประเทศ ก็ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าคือ “การเป็นประชาธิปไตย” ในปี พ.ศ. 2567 ทั่วโลกมีจำนวนการเลือกตั้งทั่วไป 10 สนาม ซึ่งนอกจากไต้หวันแล้ว ก็ยังมีอีก 5 ประเทศที่ควรค่าแก่การให้ความสนใจเป็นพิเศษ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย รัสเซีย อินเดีย เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ซึ่งในที่นี้มีทั้งประเทศประชาธิปไตยรุ่นใหม่ ประเทศประชาธิปไตยรุ่นเก่า และประเทศเผด็จการที่ดูเหมือนจะเป็นประชาธิปไตย โดยการเลือกตั้งในประเทศเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึงประชาธิปไตยและเสรีภาพในแง่มุมที่แตกต่างกัน และสามารถช่วยให้พวกเราเข้าใจปัญหาของประชาธิปไตยที่ประชาคมระหว่างประเทศกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน