บอร์ดบีโอไอมีมติเห็นชอบเรื่อง “การปรับปรุงการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัล” เพื่อลดปัญหาความซับซ้อนในการพิจารณาให้การส่งเสริมการลงทุนแก่ผู้ประกอบการหรือผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ เนื่องจากรูปแบบการดำเนินธุรกิจของการพัฒนาซอฟต์แวร์ การพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล และการพัฒนาดิจิทัลคอนเทนต์ มีความใกล้เคียงกัน โดยบอร์ดบีโอไอได้ควบรวมประเภทกิจการให้กลายเป็น 1 ประเภท ภายใต้ชื่อประเภท “กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล หรือดิจิทัลคอนเทนต์”
ซึ่งการปรับประเภทกิจการ “กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล หรือดิจิทัล คอนเทนต์” บอร์ดบีโอไอได้ปรับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลถึง 8 ปี และกำหนดเงื่อนไขที่มุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาทักษะบุคลากรไทยด้านไอที โดยผู้ที่ขอรับการส่งเสริมจะต้องลงทุนจ้างงานบุคลากรไทยด้านไอทีไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาทต่อปี
ทั้งนี้ กิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Commerce ก็นับรวมใน “กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล หรือดิจิทัล คอนเทนต์” นี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีกับผู้ประกอบการที่สนใจลงทุนด้าน e-Commerce เพราะที่ผ่านมากิจการ e-Commerce จะได้รับสิทธิประโยชน์ ที่ไม่ใช่อากรเท่านั้น โดยการขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอในกิจการ e-Commerce นี้ไม่รวมถึงการค้าปลีกและค้าส่งสินค้าทุกประเภท