
Sign up to save your podcasts
Or


• สำรวจสวัสดิการเดิมที่มีอยู่ ถ้าต้องการซื้อเพิ่มเติมแนะนำแบบแยกจ่ายซึ่งเบี้ยถูกกว่าสำหรับเพิ่มเติมความคุ้มครอง
• แบบแยกจ่ายมีจุดเด่นที่เป็นวงเงินคุ้มครองต่อโรค แต่ไม่ลิมิตความคุ้มครองต่อปี หากเจ็บป่วยหลายโรคในปีเดียวกัน อาจจะเบิกค่ารักษาได้สูงกว่าแบบเหมาจ่าย ในขณะที่จ่ายเบี้ยถูกกว่า
• แบบเหมาจ่ายมีจุดเด่นที่ครอบคลุมวงเงินรักษา ปลดความกังวลเรื่องการต้องจ่ายค่ารักษาส่วนต่างเพราะ ไม่มีลิมิตรายการต่างๆในกระบวนการรักษาขอเพียงให้อยู่ในวงเงินเหมาจ่าย ซึ่งมักเริ่มต้นที่ปีละ 1 ล้านบาทเป็นต้นไป และยังครอบคลุมเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลได้อีกหลายปี โดยไม่ต้องซื้อประกันเล่มใหม่เพิ่ม
• แบบเหมาจ่ายมีราคาเบี้ยที่สูง ควรตรวจสอบเบี้ยประกันในระยะยาวที่จะปรับขึ้นทุก 5 ปี โดยเฉพาะช่วงวัยเกษียณที่เราไม่รายได้ เราจะสามารถจ่ายเบี้ยส่วนนี้ไปได้ตลอดสัญญา เพื่อรับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่องหรือไม่
มีงานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยพริ้นซ์ตัน (Princeton University) ในปี 2010 นำทีมโดย Daniel Kahmeman พบว่า รายได้ระดับที่ต่ำประมาณ 25,000 บาทต่อเดือน สร้างความเครียดกังวลกับการใช้จ่ายที่ไม่เพียงพอ และจะมีความพึงพอใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น จนถึงระดับ 200,000 บาทต่อเดือน หลังจากนั้นระดับรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะไม่สัมพันธ์กับระดับความสุขความสบายใจที่เพิ่มขึ้นอีกต่อไป ในทางกลับกัน อาจจะสร้างความเครียดให้เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากรายได้ที่สูง ทำให้วิถีชีวิตเราเปลี่ยนไปจากเดิม และเริ่มไม่สามารถหาความสุขจากสิ่งที่ "เรียบง่าย" อีกต่อไป
https://www.facebook.com/107774121099216/posts/225438315999462/
การเป็นบุคคลล้มละลายกับการทำประกันชีวิต
• เป็นบุคคลล้มละลายสมัครทำประกันชีวิตได้หรือไม่
บทความอ้างอิง
อ้างอิงบทความ https://link.medium.com/J6GzXpA7Xeb
ติดตามต่อได้ที่ https://youtube.com/channel/UC5YacoWGUmZCRMWTVL9Wu4Q
อ่านบทความได้ที่ https://bit.ly/39kDOen
ฟังคลิปภาพประกอบได้ที่ https://youtu.be/g11_gIylhrs
Active Income & Passive Income ในการสร้างรายได้หลังเกษียณ
• Active Income ควรทำได้ตลอดชีวิตไม่มีเกษียณ
การสร้างรายได้ทั้ง Active และ Passive เพื่อสร้างอิสรภาพทางการเงิน เป็นสิ่งที่ต้องทำคู่กัน โดยปรับรูปแบบไปตามช่วงอายุ
วัยเกษียณไม่ใช่เพียงแค่การใช้เงินที่สะสมไว้หรือจาก passive income ที่สร้างไว้ แต่การยังมี active income อยู่ทำให้เรามีชีวิตที่สนุกสนานในวัยเกษียณด้วยเช่นกัน
5 เรื่องทางการเงินที่กูรูแนะนำแต่มันอาจจะไม่เวิร์คสำหรับคุณ
ความสำเร็จของการจัดการการเงิน มันอาจจะดีกับคนบางคน แต่ไม่เหมาะกับคนบางคน
ที่มาบทความ
18 ความเสี่ยงที่เราต้องเผชิญทำให้เงินเกษียณหมดเร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น • อายุเฉลี่ยในช่วงที่เราเกษียณอาจจะเพิ่มจากตอนนี้ไปอีกสัก 10-20 ปี ถ้าตอนนี้คุณอายุ 40 ปี กว่าคุณจะถึงวัยเกษียณ คุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่อายุ 100 ปีก็ได้ • การถอนเงินใช้ในวัยเกษียณเราไม่ได้ถอนที่จำนวนคงที่ไปทุกปี แต่เราจะต้องถอนใช้มากขึ้น ตามภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้อำนาจการซื้อของเราลดลง และถอนใช้ก้อนใหญ่มากขึ้น ตามสุขภาพเราที่แย่ลงต้องใช้เงินไปกับค่ายา ค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ดังนั้นการประมาณเงินในวัยเกษียณ "ไม่ใช่" จำนวนเงินที่คาดว่าจะใช้ในเดือนแรก×จำนวนเดือนที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่...แน่นอน!!
อ่านบทความ Risks to Retirement Income 18 Ways to Lose it All ได้ที่
https://bit.ly/2OKhfZg
ขอบคุณข้อมูลจาก คุณหมู รุจิพรรณ พรรัตนพิทักษ์ เจ้าของเพจ https://www.facebook.com/345HRs/
EP.32 เกษียณเร็ว ตายช้า เกษียณช้า ตายเร็ว
มีงานวิจัยที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างอายุเกษียณจากงานประจำและการมีอายุยืนพบว่า คนที่เกษียณอายุหลังจาก 55 ปี หากทำงานต่ออีก 10 ปี ถึงอายุ 65 ปี อายุจะสั้นลงเป็น 2 เท่าของอายุงานที่ทำงานต่อ คือ อายุสั้นลง 20 ปี
การทำงานให้ยาวนานขึ้น เพื่อให้เรามีเงินพอใช้หากเราอายุยืนเป็นสิ่งจำเป็น แต่การทำงานที่อยู่ภายใต้ความเครียดและความกดดัน ทำให้เรามีอายุที่สั้นลง และอาจจะไม่ได้อยู่ใช้ชีวิตที่เราอยากใช้ก็ได้
หากเราวางแผนการเงินได้ดี เราจะสามารถเกษียณจากงานประจำที่เคร่งเครียดได้เร็วขึ้น และผันตัวมาทำงานอิสระที่เรารัก รายได้พอเลี้ยงตัว ได้ใช้ชีวิตที่เหลือที่อิสระ ก็จะทำให้เราเป็นคนอายุยืนที่มีความสุขค่ะ
อ้างอิงบทความ http://www.ptarmigannest.net/wp-content/uploads/2008/04/retirement-age-vs-life-span.pdf
ฟังทาง Youtube https://youtu.be/pZc6TxnIuus
From the publisher's feed