คอร์สอานาปานสติ วันที่ 19-22 มิ.ย. 68 ณ วัดบุปผาราม กทม. โดย พระกิตติวิมลเมธี (พระอาจารย์สุชีพ สุธมฺโม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดบุปผาราม วรวิหาร
เมื่อเช้านี้ทบทวนสภาวะให้ดีนะ จะพูดตั้งแต่เราเข้าคอร์สนี้มาจนถึงเมื่อเช้านี้ ที่นั่งภาวนา พอถึงจุดหนึ่ง หมายถึงว่า ชีวิตหรือจิตใจของเรานี้เมื่อเจอจิตตัวเอง เราจะทําอย่างไรก็สุดแท้แต่เมื่อเราพบจิตของตนเอง ทุกอย่างมันจะเปลี่ยน ที่มันพบจริงอย่างมีกําลัง ทุกอย่างมันจะเปลี่ยนเลย อานาปานสติข้อที่ จิตฺตปฏิสํเวที ถ้าถึงข้อนี้แล้วมันจะเปลี่ยนเลย
แล้วหลักของอานาปานสติที่เรารู้ลมอยู่นี่ ถ้าในเบื้องต้นมันวางจิตได้ถูกต้อง รู้ลมอย่างถูกต้อง ในชั้นแรกพอกายมันนิ่ง สติรู้ลมออกรู้ลมเข้า ลมแรกที่จะถูกรู้คือลมที่มันหยาบ มันจะถูกรู้ก่อน ลมหยาบนั้นน่ะพอมันถูกรู้แล้ว ลมต่อไปมันจะค่อยๆเบาลงละเอียดลง
ลองลืมตาดูนะ ลืมตาก้ม ลืมตาเหมือนกับเราคิดอะไรสักอย่างหนึ่ง ไม่สนใจสิ่งที่ตาเห็น แต่จิตมันกําลังรู้ลมอยู่ เรียกว่า ลืมตารู้ลม ลืมตาครึ่งๆไม่ต้องเปิดกว้างมาก ก้มนิดๆ ครั้งแรกลมที่จะถูกรู้มันก็คือลมหยาบๆก่อน เพราะกายยังไม่ค่อยจะสงบ ไม่ค่อยจะนิ่ง ภายในไม่ค่อยจะจัดระบบของร่างกายยังไม่นิ่งเท่าไร ลมมันก็จะหยาบ ลมแรกๆอาจจะเป็นลมเร็วแรงแล้วก็สั้น ลมเร็วลมแรงนั่นนะเรียกว่าหยาบ รู้ลมนั้นไป มันจะค่อยๆสงบลง ละเอียดลง เบาลง
แล้วก็ไล่สภาวะไปตรงๆ ดูไปตรงๆ ลมแรกๆที่มันรู้มันจะเป็นลมหยาบ ในขณะที่กายยังไม่สงบ พอรู้ลมได้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ลมต่อมาๆมันจะค่อยสงบ ละเอียดลง เบาลง แล้วมันก็จะสั้นลง น้อยลง คำว่าลมสั้นลงนี่คือลมมันน้อย ระยะเกิดช้า ไหลเร็ว แล้วก็สั้น คือลมมันน้อยลง เบาละเอียดแล้วก็น้อยลง แต่ถ้ากายเคลื่อนไหว กายสั่นสะเทือน มันก็ยังไม่เบา แต่มันจะเบากว่าลมแรก ละเอียดกว่าลมแรก
ในขณะที่กายนี้มันนิ่งอยู่ เราก็ไม่ต้องไปจัดการแทรกแซง บังคับ ข่ม เพ่ง จ้องอะไรเลย เอาแค่รู้ลม เห็นร่างกายมันหายใจออกหายใจเข้า ตอนที่มันกระทบอยู่นั่นน่ะ
อยู่กับร่างกายนี้ หมายถึง จิตอยู่ที่กายนี้ ถ้าพูดว่าเรา เราไม่ไปอยู่ที่ไหน ไม่ไปคิดเรื่องอะไร อยู่กับร่างกายนี้ตลอดเวลาทุกขณะที่รู้ลมหายใจ เวลามันเข้าสู่ความสงบ ลมมันจะละเอียด เบา แล้วก็น้อยลง สติมันจะรู้เห็นร่างกายพร้อมลมหายใจ
จิตจะรู้เห็นร่างกายพร้อมลมหายใจ เวลารู้ลมหายใจเข้า มันรู้ร่างกายที่นั่งอยู่ด้วย เวลารู้ลมหายใจออก มันรู้ร่างกายที่นั่งอยู่ด้วย
บางครั้งมันจะรู้เป็นส่วนๆ ส่วนบน ส่วนล่าง พร้อมลมหายใจออก พร้อมลมหายใจเข้า
บางครั้งมันรู้ทั้งหมดเป็นส่วนหน้า บางครั้งมันรู้ทั้งหมดทั้งร่าง ทั้งหน้าทั้งหลังที่นั่ง ก็สุดแท้ แต่ที่มันรู้ได้ มันขึ้นอยู่กับความละเอียดของลมและความสงบแห่งจิต
พอรู้ลมได้พร้อมรู้ร่างกายไปด้วย แล้วมันก็สงบ สงบคือมีร่างกายเหมือนไม่มี มีลมเหมือนไม่มี แต่มันรู้ลมรู้กายอยู่ มันจะเย็นๆผุดขึ้นมาจากภายในก็ดี มันร่าเริงลึกๆก็ดี หรืออิ่มลึกก็ตามที ที่มันมีสภาวะบางอย่างในขณะที่กายสงบ ลมสงบ จิตสงบ ซึ่งรู้ลมรู้กายอยู่
มันมีความคิดที่เป็นภาษาพูดอยู่ข้างใน รู้ รู้นี่หมายความว่ารู้เห็นเฉยๆนะ ตรงๆ รู้ปั๊บมันดับปึ๊บ รู้ปั๊บมันดับ หรือเผลอหลุดออกไปคิดเรื่องใด รู้ตัวปั๊บก็เห็นความคิดนั้นดับ จิตมันค่อยๆกลับมารู้ลมเบาๆ รู้ลมรู้กายอย่างเดิม แม้นว่ามันเผลอไปคิดแล้ว เห็นความคิดนั้นดับ แล้วมันกลับมารู้ลมรู้กายเบาๆอย่างเดิม นั่นยังสงบเหมือนเดิมนะ เพราะมันไม่หลุดออกไปซ่องเสพอารมณ์นอก
ถ้ามันติดอยู่กับอารมณ์อะไรนะ พึงดู เมื่อใดที่ดูจิตจะถอยกลับไปข้างใน ลึกสุดอยู่ข้างใน ถอยกลับไป ถอยกลับไป ถอยกลับไป ถอยออกจากอารมณ์ด้วยการดู มีความคิดขึ้นมา ถอย ถอยออกจากความคิดด้วยการดูความคิด ถอยออกจากอารมณ์ด้วยการดูอารมณ์ ถอยออกจาก ความคิดด้วยการดูความคิด ถอยกลับไปให้สุด แล้วมันไปหยุดอยู่ที่จุดที่นิ่งที่สุดของมัน ตัวที่จะถอยจิตกลับไปให้สุดหยุดอยู่ที่ฐานได้ก็คือตัวดู ถอยออกจากความคิดก็คือดูความคิด ถอยออกจากอารมณ์ก็คือดูอารมณ์
สภาวะจิตขณะนี้มันเป็นความสงบของกายที่สงบ สังเกตจากลมที่มันละเอียด แผ่ว ละมุน เบา ยามทุกอย่างสงบ กายสงบ ลมสงบ ลมสงบหมายความว่า ลมมันหยุด มีสภาวะหนึ่งนิ่งอยู่ภายใน สงบนิ่งอยู่ภายใน กายก็สงบ ลมก็สงบ มีสภาวะหนึ่งนิ่งอยู่ภายใน สภาวะที่นิ่งอยู่ภายในนั่นแหละคือจิต โดยไม่ได้คิดอะไร เมื่อเห็นจิตตัวที่นิ่งอยู่ภายในได้ มีลมหายใจออก มีสติเกิดจากจิตตัวที่นิ่งนั้นแหละรู้ลม
เห็นจิตที่นิ่งอยู่ มีสติรู้ลมนั้นได้อยู่ รู้ลม
รู้จิตที่นิ่งอยู่ รู้ลมออก รู้จิตที่นิ่งอยู่ รู้ลมเข้า
#พระกิตติวิมลเมธี #วัดบุปผาราม #อานาปานสติ #สติปัฏฐาน #ปฏิบัติธรรม #สมาธิ #สมาธิภาวนา #นั่งสมาธิ #วิปัสสนา #วิปัสสนากรรมฐาน
#ปัญญา #ธรรมะในชีวิตประจำวัน #ธรรมะ #พระธรรมเทศนา #พุทธศาสนา #คำสอน #ความตั้งมั่น #จิตตสังขาร