
Sign up to save your podcasts
Or


อุ่นเครื่องภาพยนตร์ระทึกขวัญเรื่องล่าสุดของ Angelina Jolie
.
ก่อนที่โรงภาพยนตร์จะเปิดทำการ มาพร้อมกับภาพยนตร์ระทึกขวัญสุดเข้มข้นอย่าง Those Who Wish Me Dead ใครสั่งเก็บตาย ผลงานเรื่องล่าสุดของ Taylor Sheridan มือเขียนบทภาพยนตร์มากฝีมือ ที่เคยบอกเล่าเรื่องราวสุดเข้มข้นมาแล้วใน Sicario และวาดลวดลายกำกับภาพยนตร์อาชญากรรมเรื่องเยี่ยมอย่าง Wind River มาแล้ว คราวนี้เขาหยิบเอานวนิยายของ Michael Koryta นักเขียนมากฝีมือเจ้าของรางวัล New York Times Best Selling Author มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์
.
แสดงนำโดยนักแสดงระดับรางวัลออสการ์ Angelina Jolie กลับมารับบท Action ดุเดือดอีกครั้ง หลังจากที่เคยวาดลวดลายบู๊สุดรำห่ำ ด้วยการยิงกระสุนโค้งมาแล้วใน Wanted และเป็นสายลับที่ทำทุกอย่างเพื่อภารกิจใน Salt ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เธอรับบทเป็น แฮนนาห์ หญิงสาวที่ต้องทนทุกข์อยู่กับบาดแผลในอดีตของตัวเอง
.
สมทบด้วย Nicholas Hoult จากภาพยนตร์ Action สนั่นโลกันต์ Mad Max : Fury Road และภาพยนตร์ตระกูล X-Men , Aidan Gillen จากซีรีส์ฟอร์มยักษ์ Game of Thrones และภาพยนตร์ Action วิ่งลืมตาย Maze Runner มารับบท 2 มือสังหารสุดโหด ที่จะตามล่าทั้งแฮนนาห์และคอนเนอร์ ท่ามกลางไฟป่าที่พร้อมจะเผาทุกอย่างให้สิ้นซาก ร่วมด้วยอีกหนึ่งนักแสดงสายโหด Jon Bernthal จากซีรีส์สุดดุ The Punisher
.
ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่อง Those Who Wish Me Dead ใครสั่งเก็บตาย จะเป็นอย่างไร มาร่วมพรีวิวไปพร้อมกันได้ใน #ก่อนตีตั๋ว คลิปล่าสุดจาก Filmment กันได้เลยครับ และอย่าลืมกด Subscribe ช่อง Filmment เอาไว้จะได้ไม่พลาด Content ดีๆ สำหรับคนรักภาพยนตร์ครับ
.
#Filmment #ใครสั่งเก็บตาย #ThoseWhoWishMeDead
———————————————————
สามารถติดตาม Filmment ได้ที่
Youtube : https://bit.ly/3eLRUpw
Spotify : https://spoti.fi/2GqJyVC
Podbean : https://filmment.podbean.com/
Apple Podcast : https://apple.co/2YrJ3ok
OpenChat Line : https://bit.ly/3sidIQz
———————————————————
อย่าลืมกด Like กด Share กด Subscribe และติดกระดิ่งบน Youtube เอาไว้จะได้ไม่พลาด Content ดีๆจาก Filmment ครับ
แม้ว่าเวลาจะเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วขนาดไหน แต่ภาพยนตร์ก็เป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่อยู่เหนือกาลเวลาครับ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานกว่า 20 ปี แต่หากเรามองย้อนกลับไปภาพยนตร์ทุกเรื่องก็ยังคงมีเสน่ห์ในรูปแบบของตัวเองอยู่เสมอ
.
เรียกได้ว่าปี 2001 หรือเมื่อ 20 ปีก่อนนั้น เป็นปีที่มีภาพยนตร์หลากรสชาติ ทั้งภาพยนตร์ที่แหกขนบจากภาพยนตร์แนวเดียวกัน ภาพยนตร์ Drama ที่ซึ้งกินใจ ภาพยนตร์ตลกที่โด่งดังจนกลายเป็นไอคอนแห่งยุค รวมไปถึงภาพยนตร์แฟรนไชส์ทุนสูงหลายต่อหลายเรื่องก็ถือกำเนิดขึ้นในปี 2001 และมีอายุครบ 20 ปีแล้วเช่นกันครับ
.
และวันนี้ Filmment จะพาทุกท่านเดินทางย้อนเวลาไปกับ 10 ภาพยนตร์ที่มีอายุครบ 20 ปีในปีนี้ หลังจากรับชมคลิปนี้แล้วคุณผู้ชมทุกท่านคิดถึงภาพยนตร์เรื่องไหนกันบ้าง คอมเมนต์บอกกันหน่อยนะครับ และอย่าลืมกด Subscribe ช่อง Filmment เอาไว้ จะได้ไม่พลาด Content ดีๆสำหรับคนรักภาพยนตร์ครับ
.
#10ภาพยนตร์ #ครบรอบ20ปี #Filmment
———————————————————
สามารถติดตาม Filmment ได้ที่
Youtube : https://bit.ly/3eLRUpw
Spotify : https://spoti.fi/2GqJyVC
Podbean : https://filmment.podbean.com/
Apple Podcast : https://apple.co/2YrJ3ok
———————————————————
อย่าลืมกด Like กด Share กด Subscribe และติดกระดิ่งบน Youtube ไว้ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาด Content ดีๆจาก Filmment ครับ
Mank ภาพยนตร์ออสการ์ที่ถูกใจนักวิจารณ์แต่อาจไม่ถูกใจผู้ชม
.
การเข้าชิงรางวัลมากสาขาที่สุดในปีนี้ เป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพของภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดีครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อครับว่า Mank เป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องครับ ที่ความรู้สึกของผู้ชมทั่วไป กับนักวิจารณ์ภาพยนตร์หลายๆ สำนัก น่าจะแตกต่างกันเป็นอย่างมากแน่นอนครับ โดย Mank บอกเล่าเรื่องราวของ เฮอร์แมน เจ แมงคีวิคช์ หรือ แมงค์ ในข่วงเวลาที่เขาเขียนบทภาพยนตร์ที่ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของโลกอย่าง Citizen Kane
.
Mank พาผู้ชมเดินทางย้อนเวลาไปในช่วงยุคปี 1930-1940 ครับ ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐกำลังพบเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วง และยังเป็นช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย ซึ่งภาพยนตร์เลือกนำเสนอเรื่องราวของประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาดังกล่าว ผ่านมุมมองของอุตสาหกรรมภาพยนตร์นั่นเองครับ ซึ่งนอกจากการนำเสนอวัฒนธรรมแห่งยุคสมัยแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ Mank นำเสนอก็คือ การตีแผ่ด้านมืดของ Hollywood ในยุคสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาของสังคมชายเป็นใหญ่ เรื่องชู้สาวระหว่างนักแสดงหญิงกับผู้มีอิทธิพลในวงการภาพยนตร์ หรือกระทั่งการวิพากษ์บทบาทและอำนาจของสื่อมวลชน ผ่านเรื่องราวของเกมส์การเมืองภายใน Hollywood ที่ข้องเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งในปี 1934 อีกด้วยครับ
.
ทุกอย่างของภาพยนตร์นั้นโคจรอยู่รอบตัวละครหลักอย่าง เฮอร์แมน เจ แมงคีวิคช์ หรือ แมงค์ มือเขียนบทภาพยนตร์มากฝีมือที่ได้รับมอบหมายให้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องหนึ่งให้ได้ภายในเวลา 60 วัน โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายนอกของแมงค์ที่ดูเป็นคนขี้เล่น รักสนุก และเต็มไปด้วยคำพูดที่คมคายอยู่ตลอดเวลานั้น ภายในเขาเป็นมือเขียนบทภาพยนตร์ที่ไฟกำลังจะมอด ติดสุราเรื้อรัง ติดการพนัน และกำลังมีปัญหาความสัมพันธ์กับภรรยา นอกจากการต่อสู้กับสภาวะจิตใจที่เปราะบางของตัวเองแล้ว แมงค์ยังต้องต่อสู้กับสภาพสังคมอันโหดร้าย ความเห็นต่างทางการเมือง และการกระทำของเหล่าผู้บริหารที่ขัดกับอุดมการณ์อันแรงกล้าของเขา ใครที่เป็นแฟนภาพยนตร์ออสการ์ เปิด Netflix แล้วรับชมภาพยนตร์เรื่อง Mank ได้เลยครับ
.
รีวิวแบบเต็มๆ ของ Filmment จะเป็นอย่างไร กด Subscribe แล้วไปรับชมกันได้เลยครับ
.
#Mank #Oscar2021 #Netflix #Filmment #รีวิวหนัง #รีวิวภาพยนตร์
———————————————————
สามารถติดตาม Filmment ได้ที่
Youtube : https://bit.ly/3eLRUpw
Spotify : https://spoti.fi/2GqJyVC
Podbean : https://filmment.podbean.com/
Apple Podcast : https://apple.co/2YrJ3ok
Line Openchat : https://bit.ly/3sidIQz
———————————————————
อย่าลืมกด Like กด Share กด Subscribe และติดกระดิ่งบน Youtube เอาไว้จะได้ไม่พลาด Content ดีๆ จาก Filmment ครับ
Judas And The Black Messiah ภาพยนตร์ที่รับการเสนอชื่อเข้าชิง 6 รางวัลออสการ์
.
เรื่องราวของ บิล โอนีล โจรขโมยรถผิวสี ที่ถูกบังคับให้แฝงตัวเป็นสายสืบของ FBI เพื่อตีสนิทและล้วงข้อมูลจาก เฟร็ด แฮมป์ตัน ประธานของพรรคเสือดำ หรือ แบล็คแพนเธอร์ โดย บิล ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์สุดตึงเครียด พร้อมทั้งพบเจอกับทางเลือกสำคัญระหว่าง ความถูกต้อง หรือ ความอยู่รอดของตัวเขาเอง
.
ข้อดีที่เด่นชัดที่สุดของภาพยนตร์เรื่อง Judas And The Black Messiah ก็คือ ประเด็นที่ภาพยนตร์ต้องการนำเสนอนั้นอยู่เหนือกาลเวลาครับ แม้ว่าภาพยนตร์จะสร้างจากเรื่องจริงทางประวัติศาสตร์ แต่ผู้ชมก็สามารถเข้าใจและสนุกกับภาพยนตร์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกบริบทของสังคมในยุคสมัยนั้นเลยครับ โดย Judas And The Black Messiah เดินเรื่องได้อย่างเข้มข้น ผ่านการแบ่งน้ำหนักให้กับตัวละครหลักทั้ง 2 คนอย่างเท่าๆกันครับ
.
นอกจากการได้เกาะติดกับชีวิตของ 2 ตัวละครหลักแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ Judas And The Black Messiah ตีแผ่ออกสู่สายตาของผู้ชมก็คือ ความโหดร้ายในการใช้อำนาจของรัฐที่กระทำต่อประชาชนครับ โดยแม้ว่าตัวภาพยนตร์จะไม่ได้มีฉากที่โหดร้ายหรือทำร้ายจิตใจมากนัก แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นในเรื่อง ก็สามารถสร้างความเจ็บปวดและโศกเศร้าให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี
.
ในด้านของนักแสดงนั้น ผมไม่แปลกใจเลยครับที่ทั้ง Daniel Kaluuya และ LaKeith Stanfield ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ทั้ง 2 คน เพราะทั้งคู่นั้นได้มอบการแสดงที่ยอดเยี่ยมในทุกมิติครับ Daniel Kaluuya นั้นสมบูรณ์แบบมากในการรับบทเป็น เฟร็ด แฮมป์ตัน ทั้งท่าทางการเดิน สำเนียงการพูด และแววตาที่แสดงออกถึงความเชื่อมั่นของเขา ในขณะที่ LaKeith Stanfield ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันครับ กับการถ่ายทอดความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นอยู่แทบจะตลอดเวลาของ บิล โอนีล
.
รีวิวแบบเต็มๆ ของ Filmment จะเป็นอย่างไร กด Subscribe แล้วไปรับชมกันได้เลยครับ
.
#JudasAndTheBlackMessiah #Oscar2021 #Filmment #รีวิวหนัง #รีวิวภาพยนตร์
———————————————————
สามารถติดตาม Filmment ได้ที่
Youtube : https://bit.ly/3eLRUpw
Spotify : https://spoti.fi/2GqJyVC
Podbean : https://filmment.podbean.com/
Apple Podcast : https://apple.co/2YrJ3ok
Line Openchat : https://bit.ly/3sidIQz
———————————————————
อย่าลืมกด Like กด Share กด Subscribe และติดกระดิ่งบน Youtube เอาไว้จะได้ไม่พลาด Content ดีๆ จาก Filmment ครับ
รีวิว Promising Young Woman ภาพยนตร์ที่รับการเสนอชื่อเข้าชิง 5 รางวัลออสการ์
.
เรื่องราวของ แคสซี่ อดีตนักศึกษาแพทย์ที่ตัดสินใจลาออกเพื่อมาทำงานในร้านกาแฟเล็กๆ แห่งหนึ่ง โดยมีงานอดิเรกเป็นการแกล้งเมาจนยืนไม่ไหว เพื่อรอให้ผู้ชายมักง่ายพาเธอไปหลับนอนที่บ้าน ก่อนที่แคสซี่จะมอบบทเรียนสำคัญให้กับผู้ชายทุกคนที่ต้องการจะล่วงละเมิดทางเพศกับเธอ แต่อยู่มาวันหนึ่ง แคสซี่กลับได้พบเจอกับเรื่องราวบางอย่าง ที่ทำให้เธอต้องหวนระลึกถึงอดีตที่โหดร้ายของตัวเอง และเป็นการจุดไฟแค้นในใจของเธอให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
.
ภาพยนตร์เรื่อง Promising Young Woman สาวซ่าส์ล่าบัญชีแค้น เป็นภาพยนตร์ที่ผมสามารถเรียกได้เต็มปากว่า มันคือภาพยนตร์แนวล้างแค้นครับ แต่การล้างแค้นของภาพยนตร์นั้นไม่ได้มาในรูปแบบของภาพยนตร์ Action ที่เน้นการเดินหน้าฆ่ามันอย่างเอาเป็นเอาตายครับ กลับกัน Promising Young Woman คือภาพยนตร์ล้างแค้นรูปแบบใหม่ที่ไร้ซึ่งความรุนแรง เต็มไปด้วยความเป็นมนุษย์ และมาพร้อมกับประเด็นอันเข้มข้น
.
ความสนุกของภาพยนตร์เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้ชมได้เห็นตัวละครอย่าง แคสซี่ เริ่มแก้เผ็ดเหล่าผู้ชายมักง่ายด้วยวิธีที่เจ็บแสบ ซึ่งในการแก้เผ็ดเหล่านั้นก็เต็มไปด้วยอุดมการณ์ที่แข็งแรง และบทเรียนสำคัญที่มอบให้กับผู้ชายทุกคน นอกจากนี้ Promising Young Woman สาวซ่าส์ล่าบัญชีแค้น ได้สร้างมิติใหม่ให้กับการล้างแค้น ด้วยการพาเหล่าผู้กระทำผิดทุกคนไปเผชิญหน้ากับอดีตที่โหดร้ายของตัวเอง จึงทำให้การล้างแค้นของภาพยนตร์นั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ และเต็มไปด้วยการกระตุกความคิดของผู้ชมให้หันมองปัญหาที่ตัวภาพยนตร์ต้องการนำเสนอได้อย่างคมคายครับ
.
การแสดงของ Carey Mulligan เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดึงดูดสายตาผู้ชมได้เป็นอย่างดีครับ โดยเป็นการถ่ายทอดตัวละครที่มีมิติ เต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ถูกกดทับเอาไว้ด้วยความแค้น และยังต้องแบกรับกับความเจ็บปวดจากอดีตอันโหดร้ายอีกด้วย ซึ่งแม้ว่าตัวภาพยนตร์จะไม่ได้มีการเล่าอย่างชัดเจนเป็นภาพให้เห็นว่า อดีตและเรื่องราวที่แคสซี่ต้องเผชิญนั้นโหดร้ายขนาดนั้น แต่ผู้ชมก็สามารถสัมผัสถึงบาดแปลที่รุนแรงและยากเกินรักษาของตัวละครได้ผ่านการแสดงของ Carey Mulligan ครับ
.
รีวิวแบบเต็มๆ ของ Filmment จะเป็นอย่างไร กด Subscribe แล้วไปรับชมกันได้เลยครับ
.
#PromisingYoungWoman #สาวซ่าส์ล่าบัญชีแค้น #Filmment #รีวิวหนัง #รีวิวภาพยนตร์
———————————————————
สามารถติดตาม Filmment ได้ที่
Youtube : https://bit.ly/3eLRUpw
Spotify : https://spoti.fi/2GqJyVC
Podbean : https://filmment.podbean.com/
Apple Podcast : https://apple.co/2YrJ3ok
Line Openchat : https://bit.ly/3sidIQz
———————————————————
อย่าลืมกด Like กด Share กด Subscribe และติดกระดิ่งบน Youtube เอาไว้จะได้ไม่พลาด Content ดีๆ จาก Filmment ครับ
Sound Of Metal ภาพยนตร์ที่รับการเสนอชื่อเข้าชิง 6 รางวัลออสการ์
.
เรื่องราวของ รูเบน มือกลองหนุ่มมากความสามารถ ที่กำลังจะต้องสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเขาไป ซึ่งก็คือ การได้ยินของเขาที่ลดลงอย่างรวดเร็ว และจะทำให้เขากลายเป็นคนหูหนวกในที่สุด รูเบน จึงต้องเรียนรู้และก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาอันโหดร้ายนี้ไปให้ได้
.
โดยภาพยนตร์เรื่อง Sound Of Metal นั้นมีจุดเด่นที่แข็งแรงมากในด้านการสร้างเงื่อนไขที่แสนเจ็บปวดให้กับตัวละครครับ โดยเรื่องราวถูกเล่าผ่านตัวละครอย่าง รูเบน มือกลองของวงดนตรีแนวเฮฟวี่เมทัล ซึ่งมี ลู แฟนสาวของเขาเป็นนักร้องนำ ซึ่งภาพยนตร์ก็ได้โยนเงื่อนไขให้กับตัวละครอย่างรวดเร็วครับ เมื่อวันหนึ่ง รูเบน ต้องประสบกับการสูญเสียการได้ยินแบบเฉียบพลัน โดยการได้ยินของเขาลดลงเป็นรายชั่วโมง และจะต้องสูญเสียการได้ยินทั้งหมดภายในเวลาไม่กี่อาทิตย์เท่านั้น ซึ่งค่ารักษาของอาการนี้ก็แพงจนนักดนตรีอิสระอย่างเขาไม่สามารถเอื้อมถึง จากคนที่มีเสียงดนตรีเป็นทุกส่วนประกอบของชีวิต ทั้งความฝัน ความรัก และความสุข กลับจะต้องสูญเสียการได้ยินและไม่ได้ทำในสิ่งที่เขารักอีกต่อไป
.
ภาพยนตร์เรื่อง Sound Of Metal มีการถ่ายทอดสภาวะการสูญเสียการได้ยินของตัวละคร ผ่านการออกแบบเสียงที่ยอดเยี่ยมครับ โดยตัวภาพยนตร์นั้นเลือกที่จะถ่ายทอดทุกรายละเอียดของเสียงที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมต่างๆ ส่งตรงถึงหูของผู้ชมอย่างครบถ้วนครับ ก่อนที่ตัวภาพยนตร์จะเลือกถ่ายทอดเสียงที่รูเบนได้ยิน ส่งตรงถึงหูของผู้ชมเช่นเดียวกันครับ ซึ่งภาพยนตร์ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมกับการตีความ “เสียงแห่งความเงียบ” ที่ดังก้องอยู่ในหูของรูเบน
.
รีวิวแบบเต็มๆ ของ Filmment จะเป็นอย่างไร กด Subscribe แล้วไปรับชมกันได้เลยครับ
.
#SoundOfMetal #AmazonPrime #Filmment #รีวิวหนัง #รีวิวภาพยนตร์
———————————————————
สามารถติดตาม Filmment ได้ที่
Youtube : https://bit.ly/3eLRUpw
Spotify : https://spoti.fi/2GqJyVC
Podbean : https://filmment.podbean.com/
Apple Podcast : https://apple.co/2YrJ3ok
Line Openchat : https://bit.ly/3sidIQz
———————————————————
อย่าลืมกด Like กด Share กด Subscribe และติดกระดิ่งบน Youtube เอาไว้จะได้ไม่พลาด Content ดีๆ จาก Filmment ครับ
Love And Monsters ภาพยนตร์ที่ดูได้อย่างเพลิดเพลินบน Netflix
.
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อดาวหางกำลังจะพุ่งชนโลก มนุษย์จึงยิงระเบิดนิวเคลียร์เพื่อทำลายดาวหาง แต่สารเคมีจากการระเบิด กลับทำให้สัตว์เลือดเย็นทุกชนิดกลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาดยักษ์ จนคร่าชีวิตมนุษย์โลกไปมากมาย หลังจากอาศัยในหลุมหลบภัยมานานถึง 7 ปี โจเอล หนุ่มคลั่งรัก ตัดสินใจครั้งสำคัญ ด้วยการออกเดินทางผจญภัยตามหา เอมี่ แฟนสาวของเขาที่อยู่ไกลออกไป ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด ที่พร้อมจะคร่าชีวิตของเขาได้ทุกเมื่อ
.
สิ่งแรกที่ต้องบอกกับผู้อ่านทุกท่านก่อนเลยก็คือ ภาพยนตร์เรื่อง Love And Monsters ไม่ใช่ภาพยนตร์แนวสัตว์ประหลาดที่เน้นความ Action หรือ ความสยองขวัญ แต่อย่างใดครับ แต่ Love And Monsters เป็นภาพยนตร์เบาสมองที่สามารถรับชมได้อย่างเพลิดเพลิน และยังสอดแทรกความ Coming Of Age หรือการเจริญเติบโตขึ้นของตัวละคร ผ่านเรื่องราวการเดินทางผจญภัยของ โจเอล อีกด้วยครับ
.
Love And Monsters มีการตีความโลกหลังวันสิ้นโลกได้อย่างน่าสนใจครับ การกลายพันธุ์ของเหล่าสัตว์เลือดเย็นทำให้พวกมันกลายเป็นจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร โดยมีประชากรโลกเหลืออยู่เพียง 5% เท่านั้น ซึ่งทุกคนก็ต้องซ่อนตัวอยู่ในหลุมหลบภัยแทบจะตลอดเวลาครับ ธรรมชาติจึงถูกฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง ทุกที่ในเมืองนั้นกลายเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามมากๆ นอกจากนี้การออกแบบเหล่าสัตว์ประหลาดในเรื่องยังสามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเหล่าแมลงและสัตว์เลื้อยคลานนั้น สามารถสร้างสรรค์ได้อย่างน่าเกลียดน่ากลัวมากๆ ครับ การออกแบบอันยอดเยี่ยมนี้ ยังส่งให้ Love And Monsters เป็นผู้เข้าชิงรางวัล Oscar สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยมอีกด้วยครับ
.
รีวิวแบบเต็มๆ ของ Filmment จะเป็นอย่างไร กด Subscribe แล้วไปรับชมกันได้เลยครับ
.
#LoveAndMonsters #Netflix #Filmment #รีวิวหนัง #รีวิวภาพยนตร์
———————————————————
สามารถติดตาม Filmment ได้ที่
Youtube : https://bit.ly/3eLRUpw
Spotify : https://spoti.fi/2GqJyVC
Podbean : https://filmment.podbean.com/
Apple Podcast : https://apple.co/2YrJ3ok
———————————————————
อย่าลืมกด Like กด Share กด Subscribe และติดกระดิ่งบน Youtube เอาไว้จะได้ไม่พลาด Content ดีๆ จาก Filmment ครับ
Seobok ซอ บก มนุษย์อมตะ มาพร้อม 2 นักแสดงเกาหลีชื่อดังอย่าง กงยู และ พัคโบกอม
.
เรื่องราวของ ซอบก มนุษย์โคลนนิ่งคนแรกของโลก ด้วยความอมตะของเขา ทำให้ซอบกตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่ต้องการจะจับตัวเขาไปทดลอง กีฮอน อดีตสายลับมากฝีมือจึงถูกมอบหมายให้ดูแลซอบก และพาเขาไปส่งยังจุดหมายอย่างปลอดภัยให้ได้
.
ภาพยนตร์นั้นมาในแนว Action Sci-Fi ที่ผสมผสานไปกับการตั้งคำถามเชิงปรัชญา กลิ่นอายของ Drama และมีความเป็น Road Movie อยู่ในภาพยนตร์ครับ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ ตัวภาพยนตร์มีทุกองค์ประกอบที่ว่ามาอย่างครบถ้วน แต่น่าเสียดายครับที่ตัวภาพยนตร์ไปไม่สุดสักทางครับ เงื่อนไขและการเดินทางร่วมกันของทั้ง 2 ตัวละครนั้นนำมาซึ่งการแฝงมุมมองทางปรัชญาและวิทยาศาสตร์มากมายครับแต่แทบทุกประเด็นกลับถูกสำรวจเพียงผิวเผินเท่านั้นทำให้ภาพยนตร์มีคำถามที่น่าสนใจแต่กลับไม่ได้รับคำตอบมากมายครับ
.
การพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ตัวละครนั้นก็ไม่ราบรื่น และสิ่งที่ตัวละครเรียนรู้ในช่วงท้ายเรื่องก็ดูจะยัดเยียดและขาดเหตุผลรองรับไปสักหน่อยครับ เมื่อความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งคู่เกิดไม่ทำงาน ความ Drama ที่เกิดขึ้นจากตัวละครทั้งคู่ จึงไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้ผู้ชมรู้สึกได้มากพอครับ อีกหนึ่งสิ่งที่ผมรู้สึกไม่ชอบเท่าไรนักเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง Seobok ก็คือ การตีความและออกแบบมนุษย์โคลนอย่าง ซอบก ครับ ซึ่งในตัวอย่างภาพยนตร์นั้นบอกผู้ชมเพียงแค่ว่า ซอบก เป็นมนุษย์โคลนคนแรกที่มีความเป็นอมตะเท่านั้น แต่ในภาพยนตร์ยังมีความลับอย่างอื่นซ่อนอยู่ครับ ซึ่งความลับของภาพยนตร์นั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบเอาเสียเลยครับ เนื่องจากทุกอย่างมันดูขัดแย้งกันในตัวเองเป็นอย่างมากครับ
.
รีวิวแบบเต็มๆ ของ Filmment จะเป็นอย่างไร กด Subscribe แล้วไปรับชมกันได้เลยครับ
.
#ซอบก #มนุษย์อมตะ #Seobok #Filmment #รีวิวหนัง #รีวิวภาพยนตร์
———————————————————
สามารถติดตาม Filmment ได้ที่
Youtube : https://bit.ly/3eLRUpw
Spotify : https://spoti.fi/2GqJyVC
Podbean : https://filmment.podbean.com/
Apple Podcast : https://apple.co/2YrJ3ok
———————————————————
อย่าลืมกด Like กด Share กด Subscribe และติดกระดิ่งบน Youtube เอาไว้จะได้ไม่พลาด Content ดีๆ จาก Filmment ครับ
Nobody ภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของหนังบู๊ยุค 90
.
เรื่องราวของ ฮัตช์ ชายหนุ่มผู้มีชีวิตอันแสนธรรมดาคนหนึ่ง กลับต้องพบเจอกับอันตรายอย่างสุดขั้ว เมื่อเขาบังเอิญไปเหยียบหางของ ยูเลี่ยน มาเฟียรัสเซียจอมโหด ที่พร้อมจะตามล่าฮัตช์และครอบครัวอย่างไม่ลดละ ฮัตช์ จึงต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวในอดีตของเขาเพื่อปกป้องครอบครัวให้ได้
.
Nobody คนธรรมดานรกเรียกพี่ มาด้วยเรื่องราวที่เรียบง่ายและเห็นได้ทั่วไปจากภาพยนตร์ Action หลายต่อหลายเรื่องในยุคนี้ครับ กับการที่ตัวละครหลักนั้นเป็นมือสังหารที่ต้องการจะวางมือและใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แต่ก็มีเหตุให้พวกเขาต้องวาดลวดลายอยู่เสมอ ซึ่งการที่ภาพยนตร์นั้นเลือกใช้เนื้อเรื่องที่เรียบง่ายและเป็นสูตรสำเร็จนั้นไม่ใช่ปัญหาครับ เนื่องจาก Nobody เป็นภาพยนตร์ที่เน้น Action และความบันเทิงเป็นหลักอยู่แล้ว แต่บทภาพยนตร์นั้นก็ยังคงมีปัญหาให้เห็นอยู่บ้างเช่นเดียวกันครับ โดยภาพยนตร์นั้นเลือกที่เปิดประเด็นหลายอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวละครเอาไว้ แต่กลับไม่ได้ถูกขยายความอย่างครบถ้วนครับ
.
ในแง่ของฉาก Action ที่เป็นจุดเด่นของภาพยนตร์เรื่อง Nobody นั้น เต็มไปด้วยองค์ประกอบที่ทำให้ผมนึกถึงภาพยนตร์ Action ยุค 90 ครับ ไม่ว่าจะเป็น การที่พระเอกจะต้องพูดประโยคเท่ห์ๆ ก่อนจะยิงปืนแทบทุกครั้ง การต่อสู้ที่มาแบบครบทุกรูปแบบ ทั้งการต่อสู้แบบประชิดตัว การยิงปืนต่อสู้ ระเบิด การขับรถไล่ล่า และฉากต่อสู้ใหญ่ในช่วงท้ายเรื่องที่มักจะเกิดขึ้นในสถานที่ปิดครับ ซึ่งแม้จะเป็นรสชาติที่ไม่ใหม่นัก แต่มันก็ยังคงอร่อยอยู่เสมอครับ โดยตัวทุกฉาก Action นั้นไม่ได้มาในรูปแบบที่สวยงามหรือโชว์ศิลปะการต่อสู้กันมากมายนักครับ แต่เป็นฉาก Action ที่เน้นความหนักหน่วง รุนแรง และเอาเป็นเอาตายเป็นหลักครับ นอกจากนี้ภาพยนตร์เรื่อง Nobody ยังมีการแทรกมุขตลกได้อย่างลงตัวอีกด้วย โดยทุกอย่างถูกยกระดับให้สนุกขึ้นด้วยเทคนิคและงานสร้างที่ทันสมัยของยุคปัจจุบัน พร้อมกับการตัดต่อที่มีสไตล์อย่างชัดเจนครับ
.
รีวิวแบบเต็มๆ ของ Filmment จะเป็นอย่างไร กด Subscribe แล้วไปรับชมกันได้เลยครับ
.
#Nobody #คนธรรมดานรกเรียกพี่ #Filmment #รีวิวหนัง #รีวิวภาพยนตร์
———————————————————
สามารถติดตาม Filmment ได้ที่
Youtube : https://bit.ly/3eLRUpw
Spotify : https://spoti.fi/2GqJyVC
Podbean : https://filmment.podbean.com/
Apple Podcast : https://apple.co/2YrJ3ok
———————————————————
อย่าลืมกด Like กด Share กด Subscribe และติดกระดิ่งบน Youtube เอาไว้จะได้ไม่พลาด Content ดีๆ จาก Filmment ครับ
Silk Road ยุทธการปราบเว็บเถื่อน เข้าฉายรับสงกรานต์ 12 เมษายนนี้
.
สร้างจากเรื่องจริงของ รอส อาชญากรไซเบอร์ ผู้คิดค้นเว็ปไซต์เถื่อนที่มีชื่อว่า ซิลค์โรด เว็ปไซต์ที่ผู้คนทั่วโลกสามารถซื้อขายยาเสพติดและสิ่งผิดกฏหมายได้ผ่านระบบบิตคอยน์ ทำให้ ริค ตำรวจปราบปรามยาเสพติดมือเก๋า ต้องตามล่าและจับตัวรอส เพื่อหยุดยั้งเว็ปไซต์ซิลค์โรดให้ได้
.
โดย Silk Road ยุทธการปราบเว็บเถื่อน เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดผ่านตัวละครหลัก 2 คน ที่เปรียบเสมือนครึ่งวงกลมของกันและกันครับ และตัวละครหลักทั้งคู่นั้นคือจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของเรื่อง รอส เด็กหนุ่มรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับความคิดสุดโต่ง และอุดมการณ์ที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ และ ริค ตำรวจปราบปรามยาเสพติดรุ่นเก่าที่ตามไม่ทันเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ และมักใช้วิธีการแบบเดิมๆ ในการไขคดีอยู่เสมอ ซึ่งบางครั้งก็อยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างความถูกต้องและการกระทำอันไม่เหมาะสม
.
ข้อดีของการที่ภาพยนตร์เลือกให้ผู้ชมทำความรู้จักกับตัวละครทั้งคู่อย่างละเอียดถี่ถ้วนขนาดนี้ก็คือ เมื่อถึงจุดหนึ่งของเรื่องราว ทุกอย่างในเรื่องล้วนเลยเถิดจนเกินควบคุมได้ ภาพยนตร์ก็ได้พาตัวละครทั้งคู่ไปเรียนรู้กับประเด็นสำคัญครับว่า บางครั้งชีวิตของคนเรามันไม่ได้มีแค่คำว่าดำกับขาว แต่มันยังมีพื้นที่สีเทาที่เต็มไปด้วยความไม่ชัดเจน ก่อนที่ภาพยนตร์จะเข้มข้นถึงขีดสุด เมื่อตัวละครทั้งคู่ก้าวเข้าสู่จุดที่พวกเขาต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต และเป็นการตัดสินใจที่หันหลังกลับไม่ได้อีกต่อไปครับ
.
แต่หนึ่งสิ่งที่ต้องเรียนตามตรงสำหรับผู้อ่านที่อยากจะไปชมภาพยนตร์เรื่อง Silk Road ก็คือ หากผู้ฟังท่านไหนคาดหวังที่จะได้รับชมภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนที่เข้มข้นและระทึกอยู่ตลอดเวลา Silk Road ไม่ได้ตอบโจทย์ในข้อนั้นครับ ส่วนผู้ฟังท่านไหนที่กำลังกังวลว่า ภาพยนตร์เกี่ยวกับเว็ปไซต์เถื่อน น่าจะต้องเต็มไปด้วยศัพท์ทางคอมพิวเตอร์ที่เข้าใจยาก สบายใจได้ครับ เพราะภาพยนตร์เล่าเรื่องราวการสืบสวนผ่าน ริค ตำรวจที่ก้าวไม่ทันเทคโนโลยี ผู้ชมจึงได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ผ่านมุมมองของเขา และยังได้เรียนรู้พัฒนาไปพร้อมกับตัวละครอีกด้วย
.
รีวิวแบบเต็มๆ ของ Filmment จะเป็นอย่างไร กด Subscribe แล้วไปรับชมกันได้เลยครับ
.
#SilkRoad #ยุทธการปราบเว็บเถื่อน #Filmment #รีวิวหนัง #รีวิวภาพยนตร์
———————————————————
สามารถติดตาม Filmment ได้ที่
Youtube : https://bit.ly/3eLRUpw
Spotify : https://spoti.fi/2GqJyVC
Podbean : https://filmment.podbean.com/
Apple Podcast : https://apple.co/2YrJ3ok
———————————————————
อย่าลืมกด Like กด Share กด Subscribe และติดกระดิ่งบน Youtube เอาไว้จะได้ไม่พลาด Content ดีๆ จาก Filmment ครับ
From the publisher's feed

3 Listeners

17 Listeners