GenTalk

GenTalk

Download on the App Store

GenTalk episodes

  • ทำไมเราถึงซื้อ

    ที่เราเลือกซื้อสินค้ามันเป็นเพราะตัวสินค้ามันดีหรือเพราะใจเราเทไปให้แบรนด์นั้นแล้ว?


    ที่คุณบอกว่าสินค้านี้มี Features ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร แต่อาทิตย์ถัดไปแบรนด์คู่แข่งก็ปล่อยตัวสินค้าที่ทำได้เหมือนกับสินค้าที่คุณบอกเป๊ะ

    แบบนี้ Unique Selling Point มันมีจริงๆหรือ? ทำไมแบรนด์ถึงเริ่มมาใช้ Emotional Selling Point ในการดึงลูกค้าแทน

    45 min
  • Stress Management คนสำเร็จเขาจัดการกับความเครียดยังไง

    รู้ไหมว่าความเครียดที่พอดีกลับส่งผลดี

    แต่ความเครียดระดับไหนที่ทำให้ดีมากที่สุด?

    ไม่เครียดเลยก็ทำให้เราเปื่อย ไม่มีแรงผลักดัน

    แต่เครียดมากไปก็ทำให้เราสติแตก

    แล้วเราจะจัดการความเครียดยังไงหละ


    การจัดการกับการที่เราไม่เครียดเลย

    • ลองตั้ง Deadline ดูไหม
    • การจัดการกับการที่เราเครียดเกินไป

      • พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
      • เลิกถามตัวเองว่า What if?
      • ลอง Disconnectบ้าง
      • จำกัด Caffeine ต่อวัน
      • แค่เปลี่ยนคำความรู้สึกก็เปลี่ยนได้นะ
      • การนอน
      • การหายใจ
      • 33 min
      • Survivorship Bias ใครว่าทำตามนี้แล้วจะสำเร็จทุกคน

        Survivorship Bias - อคติที่เกิดจากการเห็นคนอื่นสำเร็จแล้วเราประเมินโอกาสความสำเร็จของเรามากไป

        เมื่อเราเลือกที่จะมองแต่สิ่งที่ Sexy หรือการมองแต่คนที่สำเร็จจนลืมดูว่า Character ของคนที่เดินมาทางเดียวกันกลับเหมือนกับคนที่สำเร็จไม่มีผิด

        แล้วแบบนี้สิ่งที่เขาทำมันคือสูตรสำเร็จจริงๆหรอ สิ่งที่คุณคิดว่าเป็น successful factor นั้นอาจเป็นแค่โชคชะตา เมื่อคุณไปดูคนที่เขาล้มเหลวแล้วเทียบกับคนที่ประสบความสำเร็จเขามีข้อแตกต่างกันยังไงกันแน่

        • เมื่อโชคชะตาและเวลาไม่เป็นใจ
        • ความสำเร็จแบบพลุ vs ความสำเร็จแบบจรวด
        • เมื่อเราเห็นแต่ความสำเร็จ (GOAL) จนลืมดูเส้นทาง (JOURNEY)
        • 28 min
        • Imposter Syndrome เราเก่งจริงหรือเรามันแค่จอมปลอม

          Imposter Syndrome เมื่อเราเชื่อว่าเราไม่เก่ง เราไม่คู่ควรกับสิ่งที่เราได้รับ เรามันแค่จอมปลอมคนนึง

          ใน EP นี้เราจะมาเจาะลึกถึงเหตุผลที่เราเกิด Imposter Syndrome และวิธีรับมือกับมัน

          32 min
        • MVP เขาไม่ได้ Perfect ตลอด

          ถ้าบอกว่าMVP ไม่จำเป็นต้อง Perfect หละ

          .

          ถ้าพูดถึงMVP ใครๆก็จะนึกถึงผู้เล่นที่เก่งที่สุดเพราะคำว่าMVP สำหรับหลายคนมันคือคำว่า “Most Valuable Player” แต่MVP ที่เราจะพูดใน EP นี้คือ “Minimum Viable Product”

          .

          Minimum Viable Productคือการปล่อยสินค้าเท่าที่จำเป็นในเวลาที่สั้นและใช้ทุนต่ำโดยเน้นไปที่การเก็บข้อมูลจากกลุ่มลูกค้า

          .

          เชื่อหรือไม่ว่าGoogle หนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกทำโปรเจคล่มเยอะที่สุดบริษัทนึงเพราะเขาไม่ได้ใช้Concept Minimum Viable Product

          .

          แล้วทำไมStart-up อย่าง AirBnB กับNetflixถึงเติบโตได้เร็วขนาดนี้?

          .

          AirBnB เริ่มต้นธุรกิจโดยการใช้Google Form ก่อนที่จะเป็นApp จองที่พัก ส่วน Netflix ก็แค่เปิดเช่าหนังออนไลน์โดยยังไม่ได้เริ่มจากโมเดลSubscription สิ่งที่ทำให้AirBnB กับNetflix เติบโตได้เร็วคือการที่เขาเก็บข้อมูลจากผู้ใช้และปรับเปลี่ยนธุรกิจอย่างรวดเร็ว

          .

          สิ่งที่ตรงข้ามกับ MVP คือการคิดว่าไอเดียของตัวเองดีที่สุดโดยไม่รับฟังคนอื่น แต่สิ่งที่น่ากลัวอีกอย่างนึงคือการที่เราโฟกัสในสิ่งที่ไม่จำเป็น

          .

          การเป็นMVP ในที่นี้คือการรับฟัง Feedback ที่มีประโยชน์ เมื่อเรารับฟังและปรับปรุงไปเรื่อยๆเราก็สามารถเป็นMost Valuable Player ได้ในอนาคต

          30 min
        • ถ้าโลกนี้ไม่มี Google

          ถ้าโลกนี้ไม่มีGoogle หละ?

          .

          ทุกวันนี้เราแทบจะใช้ Google คิดแทนเราเลย ไม่ว่าเรามีปัญหาอะไรสิ่งแรกๆที่คนคิดจะทำเราก็จะคิดถึง Google ทันทีจนเราเคยชินจนทักษะการแก้ปัญหาหรือการคิดเราน้อยลง แล้วถ้าวันนึง Google หายไปหละ

          .

          ตัวอย่างนึงที่หลายๆคนอาจเคยได้ดูคือหนังเรื่อง “Cast Away” ในหนังพนักงานเขาเวลาเจอปัญหาก็จะพึ่ง Search Engine อย่างYahooพอมาติดเกาะด้วยความรู้ที่ไม่ค่อยมีเขาเลยต้องหาวิธีแก้ปัญหานั้นด้วยตัวเอง แล้วถ้าเกิดเป็นตัวอย่างเช่นโอกาสทางด้านธุรกิจถ้าคุณพึ่ง Google มากไปจนคุณไม่มีความรู้รอบตัวเพราะคุณให้Google เป็นสมองที่สองของคุณ คุณจะทำอย่างไร?

          .

          ในวิดิโอของคุณThomas Frank – “The Skill You’re Slowly Losing” เขาพูดว่าถ้าคุณเจอปัญหาให้ใช้เวลา15 นาทีพยายามแก้มันก่อนที่เราจะขอความช่วยเหลือไม่ว่าจะเกิดจากGoogle หรือผู้รู้เพราะการที่เราพยายามแก้ปัญหานั้นถึงแม้ว่าเราทำผิดแต่พอเรารู้คำตอบที่ถูกต้องแล้วเราจะจำได้แม่นกว่าเดิม

          .

          ทุกๆการกระทำของคุณเป็นการโหวตถึงตัวตนของคุณและคุณต้องเข้าใจว่าร่างกายของคนเรานั้นฉลาดมากเพราะมันจะเรื่องสิ่งที่ง่ายเสมอ ยิ่งถ้าคุณเสนอสิ่งง่ายๆอย่างขอความช่วยเหลือจาก Google จนเคยชินแล้ว… ร่างกายเราก็จะเลือก Google  แต่ถ้าคุณเลือกที่จะฝึกแก้ปัญหาแน่นอนว่าร่างกายของคุณจะทำให้มันง่ายขึ้นเมื่อคุณฝึกมันบ่อยๆ

          .

          นอกจากนั้นแล้วถ้าคุณพึ่งGoogle มากไปมันแทบจะคิดแทนคุณเลยนะตัวอย่างเช่นคุณไปเที่ยวแล้วถ้าคุณตามGoogle คุณอาจพลาดสิ่งอื่นๆที่Google ไม่ได้แน่นำคุณด้วยนะ

          .

          แล้วคุณเชื่อGoogleได้จริงๆหรอถ้าเทียบระหว่างการถามผู้รู้ที่ไว้ใจได้กับสื่อใน Internet ที่ Google หาให้คุณ

          .

          ถ้าอยากแก้ปัญหาเก่งๆ หากระดาษมาจดมาวาดเพราะถ้าคุณเห็นภาพคุณก็จะมองโจทย์ได้ชัดเจนขึ้นนะ

          แถมคุณยัง Happy ด้วยกับการที่คุณสามารถแก้ปัญหานั้นได้ด้วยตัวคุณเอง


          ------------------------------------

          สามารถติดตาม GenTalk Podcast ได้ที่

          Spotify: http://bit.ly/GenTalkSpotify

          Apple Podcast: http://bit.ly/GenTalkApplePodcast

          35 min
        • JOMO vs FOMO ตามเทรนด์ไปทำไมถ้าเรามีความสุขกับตัวเอง

          JOMO: Joy of missing out อาการที่มีความสุขไม่ว่าตัวเองจะตกเทรนด์

          FOMO: Fear of missing out อาการกลัวการตกเทรนด์

          .

          Fear of missing out เห็นได้บ่อยครั้งในเวลามีเทรนด์ใหม่เกิดขึ้น เพราะสังคมส่วนใหญ่ตามเทรนด์นี้เราเลยอยากเข้าสังคมนี้ด้วยเหมือนกัน

          ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดจาก FOMO ก็มีเรื่อง Bandwagon Effect นั้นก็คือถึงแม้มันไม่ได้เป็นตัวตนของเราจริงๆแต่เราก็เลือกที่จะทำเพราะทำตามคนอื่น นอกจากนั้นยังมีเรื่อง Snob effect ที่ว่าด้วยความอยากโดดเด่นในสังคมที่ตนอยุ่อีกด้วย

          .

          Joy of missing out มักจะเกิดขึ้นกับคนที่ได้รับข้อมูลข่าวสารมากไปจนเกิดอาการ toxic และพร้อมที่จะเอาตัวเองมาออกจากจุดนั้น เริ่มมีกระแสของเรื่อง JOMO มากขึ้น เห็นได้ชัดจากแอพพลิเคชั่น social media detox ในยุคปัจจุบัน

          .

          อย่างไรก็ตามพวกเราควรสร้างสมดุลระหว่าง FOMO และ JOMO ไม่ควรมีอย่างใfอย่างหนึ่งมากไป

          หากมี FOMO มากไป อยากได้ อยากตามกระแสอาจทำให้เราใช้จ่ายเกินตัวหรือทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนของเรา

          หากมี JOMO มากไป อาจทำให้เราเสียเปรียบเรื่องข้อมูลข่าวสารรอบตัวและเป็นปัญหาได้ในการใช้ชีวิต


          27 min
        • Burnout vs Brownout หมดไฟหรือจะสู้หมดใจ

          Burnout vs Brownout หมดไฟหรือจะสู้หมดใจ


          อาการ Burnout เป็นคำทุก Gen เคยได้ยินนั้นคืออาการหมดไฟแต่ Brownout หละแค่ได้ยินกันรึเปล่า? Brownout คืออาการหมดใจซึ่งเกิดได้จากสถานที่ทำงานที่มี Value ไม่ตรงกับเราเหมือนเราเลือกเดินไปคนหละทาง

          .

          การรักษาอาการ Burnout ทำได้ตั้งแต่การจัดการแบ่งงานและการพักผ่อน นอกจากนั้นเรายังสามารถเลือกที่จะปรับมุมมองของตัวเองที่อ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้น อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นโดยที่เราไม่รู้ Background ของเขาเลย

          .

          แต่เมื่อเราเกิดอาการ Brownout มันมีการ Mismatch ระหว่าง Value ของบริษัทและตัวพนักงาน การรักษาตรงนี้ได้คือนำตัวเราไปอยู่ในจุดที่เรามีความสุขเพราะเราได้สร้างผลงานที่มีความหมายสำหรับเราและบริษัทด้วย เพราะสุดท้ายบริษัทเขาก็ต้องการ Talent ที่มี value ตรงกับบริษัทเหมือนกัน



          33 min

        About GenTalk

        From the publisher's feed

        พูดคุยเรื่องน่ารู้สำหรับคนทุก Gen