1. กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวัน ประชาสัมพันธ์ เรื่องการซื้อหน้ากากอนามัยของแรงงานต่างชาติ
สืบเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งองค์การอนามัยโลกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า โควิด-19 ยังไม่มีแนวโน้มบรรเทาลง รวมถึงจีนแผ่นดินใหญ่ได้ประกาศปิดเมือง หรือใช้มาตรการควบคุมการเข้าออกเมืองและชุมชนทั่วประเทศ ดังนั้น ศูนย์บัญชาการป้องกันโรคของไต้หวัน จึงเริ่มมาตรการใหม่ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. ดังนี้
1. ห้ามชาวจีนแผ่นดินใหญ่ทุกมณฑลเดินทางเข้าไต้หวันชั่วคราว ชาวต่างชาติที่เคยมีประวัติไปเยือนจีนแผ่นดินใหญ่ก่อนเข้าไต้หวัน 14 วัน จะถูกห้ามเข้าไต้หวัน ส่วนชาวไต้หวันที่มีประวัติการเดินทางไปจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และมาเก๊า เมื่อเดินทางกลับเข้าไต้หวันแล้ว ต้องกักตัวเพื่อสังเกตอาการด้วยตนเองที่บ้านพักเป็นเวลา 14 วัน
2. กรณีที่เกิดภาวะขาดแคลนหน้ากากอนามัย อันเนื่องมาจากประชาชนแห่ซื้อกักตุน ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. นี้เป็นต้นมา ไต้หวันใช้มาตรการใหม่ ให้ประชาชน (รวมชาวต่างชาติด้วย) ถือบัตรประกันสุขภาพหรือบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC) กรณีที่ไม่มีบัตรประกันสุขภาพให้ใช้หนังสือเดินทางแทนได้ ซื้อหน้ากากอนามัยตามข้อกำหนดดังนี้
2.1. ซื้อหน้ากากอนามัยจากร้านขาย/จ่ายยา ที่เป็นคู่สัญญาของสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติทั่วไต้หวันจำนวนกว่า 6,500 แห่ง ซึ่งจะมีเครื่องหมายการประกันสุขภาพแห่งชาติติดอยู่หน้าร้าน หากเป็นพื้นที่ห่างไกลสามารถหาซื้อได้ที่สถานีอนามัยท้องที่
เครื่องหมายการประกันสุขภาพแห่งชาติ
2.2. วิธีซื้อจะต้องแสดงบัตรประกันสุขภาพทุกครั้ง เพื่อบันทึกการซื้อจากระบบคราวน์ โดยรับบัตรคิวจากร้านขาย/จ่ายยาก่อน
2.3. ผู้ถือบัตรประกันสุขภาพหรือบัตรถิ่นที่อยู่ หากเลขบัตรลงท้ายด้วยเลขคี่ (1,3,5,7,9) สามารถซื้อได้ในวันจันทร์/พุธ/ศุกร์ และอาทิตย์ ส่วนเลขบัตรที่ลงท้ายด้วยเลขคู่ (0,2,4,6,8) สามารถซื้อได้ในวันอังคาร/พฤหัสบดี/เสาร์ และอาทิตย์
2.4. จำกัดการซื้อได้คนละ 2 แผ่นต่อคนในทุก 7 วัน ในราคาแผ่นละ 5 เหรียญ (ควรเตรียมเงินเหรียญไว้ล่วงหน้า)
2.5. รับฝากซื้อได้ครั้งละไม่เกิน 1 คน แต่ต้องนำบัตรของผู้ฝากซื้อไปเพื่อบันทึกด้วย
2.6. แต่ละร้านจำกัดหน้ากากอนามัยวันละ 250 แผ่น ในจำนวนนี้เป็นหน้ากากอนามัยสำหรับผู้ใหญ่ 200 แผ่น และสำหรับเด็ก 50 แผ่น
กระทรวงสาธารณสุขแถลงว่า ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ปกติไม่จำเป็นจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ยกเว้นจะต้องไปดูแลหรือพาผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาล หรืออยู่ในสถานที่แออัด ด้านกระทรวงแรงงานย้ำเตือนว่า หากไม่มีความจำเป็นหลีกเลี่ยงไปยังชุมชนแออัด เช่น ตลาดสด โรงพยาบาล เป็นต้น ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม และหมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ แอลกอฮอล์ หรือเจลล้างมือ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น (เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว) เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดินหายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ และรักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
หากมีไข้ตัวร้อน ไอ หรือมีอาการไม่สบายคล้ายติดเชื้อ ขอให้แจ้งกับนายจ้างหรือล่าม เพื่อพาไปพบแพทย์ หรือโทรปรึกษากับสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 โดยไม่ต้องเสียค่าโทร เพื่อแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือต่อไป
ตำรวจนครไทจงประชาสัมพันธ์การป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ศูนย์การค้าอาเซียนสแควร์
2. ทำลายสถิติ! ปี 2562 ที่ผ่านมา กองแรงงานนครนิวไทเป ช่วยแรงงานต่างชาติทวงเงินสิทธิประโยชน์คืนจากนายจ้างได้ 53.78 ล้านเหรียญไต้หวัน
กองแรงงาน นครนิวไทเปเปิดเผยสถิติข้อพิพาทด้านแรงงานระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่เป็นแรงงานต่างชาติ ในเขตพื้นที่นครนิวไทเป ปี 2562 ว่า มีทั้งหมด 3,854 คดี โดยข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าจ้างเกิดขึ้นมากที่สุด ตามด้วยปัญหาการบริหาชีวิตความเป็นอยู่ และอันดับ 3 ได้แก่การยุติสัญญาและเปลี่ยนนายจ้างใหม่ เจ้าหน้าที่กองแรงงานได้จัดประชุมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทขึ้นถึง 435 ครั้ง สามารถช่วยแรงงานต่างชาติทวงคืนเงินค่าจ้าง ค่าทำงานล่วงเวลาและเงินชดเชยให้ออกจากงานเป็นต้น ได้ถึง 53.78 ล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำลายสถิติของทุกปีที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญมาจากคดีที่คนงานเวียดนามของเหม่ยถีฟู้ด โรงงานผลิตขนมปังและเค้กป้อนร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่เขตซี่จื่อ นครนิวไทเป ถูกแรงงานเวียดนามกว่า 70 คนกล่าวหาว่าชั่วโมงทำงานนานเกินไปและจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาหรือค่าโอทีไม่ถูกต้อง จนมีการประท้วงไม่เข้าทำงาน กองแรงงานนครนิวไทเปเข้าไปตรวจสอบและไกล่เกลี่ย สามารถตกลงกันได้ นายจ้างยอมจ่ายเงินชดเชยย้อนหลัง 2 ปี คนละ 20,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน เป็นเงินร่วม 40 ล้านเหรียญไต้หวัน
กองแรงงาน นครนิวไทเป กำลังเจรจาข้อพิพาทด้านแรงงานของเหม่ยถีฟู้ด โรงงานผลิตขนมปังและเค้กป้อนร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่เขตซี่จื่อ นครนิวไทเป
นายเฉินรุ่ยเจีย ผอ.กองแรงงานนครนิวไทเปกล่าวว่า ในเขตพื้นที่นครนิวไทเปมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่จำนวน 99,029 คน มากเป็นอัน 3 ของไต้หวัน เป็นรองเพียงนครเถาหยวนและนครไทจง โดยแรงงานต่างชาติในนครนิวไทเป ร้อยละ 56.3 ทำงานในภาคการผลิต ส่วนที่ทำงานอยู่ในภาคสวัสดิการสังคม เช่นผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้านครองสัดส่วนร้อยละ 43.7 คดีข้อพิพาทด้านแรงงานของแรงงานต่างชาติค่อนข้างหลากหลาย แต่ที่เป็นปัญหามากที่สุดคือข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าจ้าง หากผ่านการไกล่เกลี่ย โดยที่กองแรงงานเรียกร้องนายจ้างจ่ายคืนค่าจ้างค้างจ่ายแล้ว แต่นายจ้างยังไม่ปฏิบัติตาม ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายมาตรฐานแรงงานมาตรา 22 ข้อ 2 และกฎหมายการจ้างงานมาตรา 57 ข้อ 9 ต้องระวางโทษปรับ 300,000-1,000,000 เหรียญไต้หวัน
ผอ. กองแรงงานนครนิวไทเปผู้นี้กล่าวเรียกร้องนายจ้างว่า ควรจะให้ความเคารพและยอมรับในวัฒนธรรมและการนับถือทางศาสนา ให้กำลังใจแรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้าง รวมถึงสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีความเป็นมิตรในสถานประกอบการ เพื่อให้แรงงานต่างชาติเกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมและสำนึกความเป็นเจ้าของ พร้อมเรียกร้องให้บริษัทจัดหางานให้บริการที่ดี ช่วยบริหารแรงงานต่างชาติตามนโยบายและกฎหมาย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างและแรงงานต่างชาติ
แรงงานเวียดนามประท้วงโรงงานผลิตขนมปังและเค้กที่เขตซี่จื่อ จ่ายค่าทำงานล่วงเวลาไม่ตรงตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังประชาสัมพันธ์มายังแรงงานต่างชาติว่า หากพบหรือประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านแรงงาน ข้อกฎหมายหรือปัญหาความเป็นอยู่ สามารถปรึกษาหรือขอรับความช่วยเหลือจากกองแรงงานได้ โดยโทรศัพท์ผ่านสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ซึ่งสามารถโทรได้ตลอด 24 ชั่วโมงและไม่ต้องเสียค่าโทร หรือจะติดต่อโดยตรงกับล่ามภาษาไทยของกองแรงงานนครนิวไทเปก็ได้ ที่โทรศัพท์ 02-6472-6473
ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 ทั่วไต้หวันมีแรงงานต่างชาติจำนวน 718,058 คน ในจำนวนนี้ ทำงานอยู่ในนครเถาหยวนมากที่สุด 116,784 คน ตามด้วยนครไทจง 106,026 คน อันดับ 3 เป็นนครนิวไทเป 98,903 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานอินโดนีเซีย 42,898 คน ตามด้วยเวียดนาม 34,355 คน อันดับสามฟิลิปปินส์ 14,278 คน ส่วนคนงานไทยที่ทำงานอยู่ในนครนิวไทเป มีจำนวน 7,371 คน แบ่งเป็นคนงานไทยในภาคการผลิต 7,318 คน และทำงานเป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน 53 คน
ปี 2562 ที่ผ่านมา กองแรงงานนครนิวไทเป ช่วยแรงงานต่างชาติทวงเงินสิทธิประโยชน์คืนจากนายจ้างได้ 53.78 ล้านเหรียญไต้หวัน
3. ไต้หวันทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จ้างแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 11 คน หลอกเพื่อนร่วมชาติสูญเงินกว่า 20 ล้านเหรียญ
กรมสอบสวนคดีอาญา สำนักงานตำรวจของไต้หวันแถลงข่าว ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์แฝงตัวอยู่ในตลาดกลางคืนในเขตซู่หลิน นครนิวไทเป ว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายปลอมตัวเป็นหญิงหลอกเหยื่อชาวเวียดนามลงทุนเงินสกุลดิจิทัลและเว็บการพนันผ่านสื่อโซเชียล โดยอ้างได้ผลตอบแทนสูง เบื้องต้น คาด 3 เดือนหลอกเงินเหยื่อได้แล้ว 20 ล้านเหรียญไต้หวัน
ตำรวจทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จ้างแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 11 คน หลอกเพื่อนร่วมชาติสูญเงินกว่า 20 ล้านเหรียญไต้หวัน
โฆษกกรมคดีอาญา สำนักงานตำรวจแถลงว่า ได้รับแจ้งข้อมูลจากพลเมืองดีช่วงปลายปีที่ผ่านมาว่า มีชาวไต้หวันว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าร่วมขบวนการต้มตุ๋น ตำรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวตั้งสำนักงานอยู่ชั้นสองของอาคารสังกะสีขนาดพื้นที่ 200 ผิงบนตลาดกลางคืนสวนสาธารณะซินเหรินในซู่หลิน ตำรวจจึงตั้งหน่วยเฉพาะกิจคอยติดตามสอดส่องความเคลื่อนไหวของขบวนการต้มตุ๋นแก๊งนี้อย่างใกล้ชิด พบทำงานตั้งแต่เที่ยงถึง 22.30 น. เป็นประจำทุกวัน โดยมีการว่าจ้าง รปภ. ตลาดกลางคืนทำหน้าที่คอยดูต้นทางให้ หากมีคนแปลกหน้าที่น่าสงสัยเข้าไปสอดส่อง รปภ. จะกดปุ่มสัญญาณเตือนภัยให้ขบวนการบนชั้นสองได้รับทราบ จากนั้น จะเข้าไปในที่หลบภัย เมื่อได้ข้อมูลแน่ชัดแล้ว ตำรวจได้ยื่นขออนุญาตต่อสำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นนครนิวไทเป ส่งเจ้าหน้าที่อัยการสนธิกำลังตำรวจหน่วยงานต่างๆ หลายสิบนาย เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ได้จู่โจมเข้าล้อมและทลายฐานมั่นของขบวนการต้มตุ๋นดังกล่าว จับกุมนายเกา อายุ 26 ปี ชายชาวไต้หวันผู้เป็นหัวโจก พร้อมสมุนชาวไต้หวันและ รปภ.ตลาดกลางคืนรวม 3 คน และแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายอีก 11 คน เป็นชาย 7 หญิง 4 นอกจากนี้ ยังยึดอุปกรณ์ที่ใช้ในการต้มตุ๋นได้เป็นจำนวนมาก อย่างคอมพิวเตอร์ 16 เครื่อง มอนิเตอร์ 36 เครื่อง สมาร์ทโฟน 20 เครื่อง และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD 12 เครื่อง
ยึดของกลางเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มากมาย
โฆษกกรมคดีอาญากล่าวว่า นายเกา หัวหน้าขบวนการได้ว่าจ้างแรงงานเวียดนามที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเข้าทำงาน โดยพักรวมกัน อาศัยสื่อสังคมออนไลน์ เช่นเฟซบุ๊ก และ Zalo แอพแชทอันดับ 1 ที่คนเวียดนามใช้กัน ปลอมตัวเป็นนักธุรกิจหญิงเข้าไปตีสนิทและชักชวนให้ชาวเวียดนามลงทุนสกุลเงินดิจิทัล อย่างบิตคอยน์ อีเธอเรียม และเว็บกานพนันระหว่างประเทศ โดยอ้างว่า ให้ผลตอบแทนสูง ปลอดภัยและมั่นคง ปรากฎว่ามีเหยื่อชาวเวียดนามจำนวนมากหลงคารม ยอมควักเงินลงทุน ตั้งแต่เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนต.ค. ปีที่แล้วเป็นต้นมา จนถึงวันถูกจับ ช่วงระยะเวลา 3 เดือน ดูดเงินจากเหยื่อมาได้แล้วประมาณ 20 ล้านเหรียญไต้หวัน จำนวนผู้เสียหายยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่คาดว่าน่าจะหลายร้อยคน
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวตั้งสำนักงานอยู่ชั้นสองของอาคารสังกะสีขนาดพื้นที่ 200 ผิงบนตลาดกลางคืนสวนสาธารณะซินเหรินในซู่หลิน
จากการตรวจสอบ นายเกาจ่ายค่าจ้างให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเหล่านี้เดือนละ 30,000 เหรียญไต้หวัน มีการสอนเทคนิคกลโกง หากใครสามารถหลอกให้เหยื่อโอนเงินได้สำเร็จ จะได้รับเงินโบนัสต่างหาก อย่างเช่น หากหลอกให้เหยื่อโอนเงิน 700 ล้านด่อง หรือประมาณ 910,000 เหรียญไต้หวัน จะได้รับเงินโบนัส 1% หากหลอกให้โอนเงินได้ 1,400 ล้านด่องหรือประมาณ 1.8 ล้านเหรียญไต้หวัน จะได้รับเงินโบนัส 2% เป็นต้น
ตำรวจนำผู้ต้องหาทั้งหมด 14 คน ส่งดำเนินคดี ข้อหาช่อโกง เล่นการพนัน และฝ่าฝืนกฎหมานต่อต้านการฟอกเงิน กฎหมายสถาบันการเงินต่อไป
ตำรวจกรมคดีอาญา สำนักงานตำรวจไต้หวันแถลงข่าว