1. บริษัทจัดหางานไต้หวันเสนอเก็บค่าต่อสัญญาจากแรงงานต่างชาติเป็นค่าจ้างขั้นต่ำ 1 เดือน กรณีต่อสัญญากับนายจ้างเดิม หากเปลี่ยนนายจ้างใหม่เก็บ 2 เดือน สำนักงานแรงงานประเทศผู้ส่งออกคัดค้าน กลุ่ม NGO เรียกร้องหยุดขูดรีดแรงงานต่างชาติต่อไป
เมื่อบ่ายวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมานี้ กระทรวงแรงงานไต้หวัน ได้เชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไปประชุมเพื่อหารือประเด็นที่บริษัทจัดหาไต้หวันเสนอให้มีการเรียกเก็บค่าต่อสัญญาแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญาแล้วดังนี้
1. กรณีต่อสัญญาใหม่กับนายจ้างรายเดิม เก็บค่าดำเนินการจากแรงงานต่างชาติเท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำ 1 เดือน และค่าช่วยเหลือฉุกเฉินในต่างประเทศ 300 เหรียญต่อคนต่อเดือน เก็บค่าดำเนินการจากนายจ้าง เท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำ 2 เดือน
2. กรณีโอนย้ายไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ เก็บค่าดำเนินการจากแรงงานต่างชาติเท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำ 2 เดือน และค่าช่วยเหลือฉุกเฉินในต่างประเทศ 300 เหรียญต่อคนต่อเดือน เก็บค่าดำเนินการจากนายจ้าง เท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำ 2.5 เดือน
ที่ประชุมหารือประเด็นที่บริษัทจัดหาไต้หวันเสนอให้มีการเรียกเก็บค่าต่อสัญญาจากแรงงานต่างชาติและนายจ้าง
นายหวงเก่าเจี๋ย ประธานสหพันธ์การจัดหางานไต้หวันกล่าวถึงเหตุผลของการเสนอเก็บค่าบริการต่อสัญญาว่า กฎหมายอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเก็บค่าใช้จ่ายและค่าบริการดูแลจากนายจ้างและแรงงานต่างชาติ เป็นอัตราค่าใช้จ่ายและค่าบริการเมื่อ 18 ปีที่แล้ว ในขณะนั้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 15,840 เหรียญไต้หวัน ปัจจุบันปรับขึ้นเป็น 23,100 เหรียญ ปรับขึ้นแล้ว 46% ประกอบกับค่าครองชีพและค่าจ้างพนักงานบริษัทจัดหางานต่างๆ กว่า 30,000 คนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก แต่ค่าใช่จ่ายและค่าบริการของบริษัทจัดหางานยังคงเดิม นอกจากนี้ การอนุญาตให้แรงงานต่างชาติต่อสัญญาและเปลี่ยนนายจ้างใหม่ที่ไต้หวันได้ เป็นงานบริการเพิ่มที่ต้องใช้ความเป็นมืออาชีพช่วยเหลือดำเนินการต่อแรงงานต่างชาติและนายจ้าง
ด้านเครือข่ายสนับสนุนและเสริมพลังแรงงานย้ายถิ่นในไต้หวัน (MENT) ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่ม NGO ไปชุมนุมประท้วงหน้าอาคารที่ทำการกระทรวงแรงงานก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น เคลือบแคลงว่าการเรียกประชุมหารือประเด็นดังกล่าว เป็นการช่วยให้บริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าซื้อตำแหน่งงานจากผิดกฎหมายให้กลายเป็นถูกกฎหมายหรือไม่ เครือข่ายสนับสนุนและเสริมพลังแรงงานย้ายถิ่นในไต้หวันแถลงว่า กฎหมายการจ้างงานได้ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วันเมื่อทำงานครบสัญญา 3 ปี โดยอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ ไม่ต้องกลับประเทศไปเสียค่าหัวคิวมารอบใหม่ แต่บริษัทจัดหางานเปลี่ยนวิธีขูดรีดมาเป็นเก็บค่าต่อสัญญาหรือค่าซื้อตำแหน่งงานจากแรงงานต่างชาติที่ต้องการต่อสัญญากับนายจ้างรายเดิม หรือเปลี่ยนนายจ้างใหม่ในอัตรา 20,000-100,000 เหรียญไต้หวัน กระทรวงแรงงานเดิมยืนยันว่า การเก็บค่าซื้อตำแหน่งงานเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย แต่ในวันนี้ กลับต้านการล็อบบี้ไม่ไหว เชิญหน่วยงานต่างๆ มาหารือประเด็นบริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าต่อสัญญาจากแรงงานต่างชาติและนายจ้างได้หรือไม่? เท่ากับเป็นการรับรองพฤติกรรมดังกล่าวว่าสามารถทำได้
แนวร่วมกลุ่ม NGO ไปชุมนุมหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ประท้วง บจง.ที่เสนอจะจัดเก็บค่าต่อสัญญา
ต่อข้อกังขาของกลุ่ม NGO ข้างต้น กระทรวงแรงงานแถลงยืนยันว่า กฎหมายห้ามมีการเก็บค่าซื้อตำแหน่งงานหรือค่าต่อสัญญา หากมีหลักฐานว่าบริษัทจัดหางานใดมีพฤติกรรมดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลต่อกระทรวงแรงงานได้ จะดำเนินการโดยเด็ดขาด ส่วนการจัดประชุมหารือค่าบริการต่อสัญญาตามที่บริษัทจัดหางานเสนอ เพื่อรับฟังความเห็นจากหลายฝ่ายที่มีต่อประเด็นนี้
ส่วนการประชุม ซึ่งมีนางหวงชิวกุ้ย อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงานเป็นประธานในที่ประชุม และมีหน่วยงานที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุม ได้แก่สำนักงานแรงงานของประเทศผู้ส่งออกแรงงานทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ไทย อินโดนีเซีย เวียดนามและฟิลิปปินส์ สมาคมการจัดหางานทั้ง 6 สมาคม องค์กรตัวแทนของฝ่ายนายจ้างและองค์กร NGO รวมทั้งหมด 25 หน่วยงาน
แนวร่วมกลุ่ม NGO ไปชุมนุมหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ประท้วง บจง.ที่เสนอจะจัดเก็บค่าต่อสัญญา
นางหวงชิวกุ้ย อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงาน ประธานในที่ประชุมกล่าวเปิดการประชุมว่า อยากรับฟังความเห็นจากหลายฝ่ายที่มีต่อข้อเสนอของบริษัทจัดหางานข้างต้น เพื่อนำไปพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ กฎหมายอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเก็บค่าใช้จ่ายได้ดังนี้
1. ค่าบริการจัดหางานจากนายจ้าง ไม่เกินอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 1 เดือนต่อการจัดส่งแรงงานต่างชาติ 1 คน
2. ค่าบริการ ปีละไม่เกิน 2,000 เหรียญไต้หวันต่อแรงงานต่างชาติ 1 คน
ค่าบริการดูแลในอัตราเดือนละไม่เกิน 1,800 เหรียญไต้หวันในปีแรก ปีที่ 2 เดือนละไม่เกิน 1,700 เหรียญ และปีที่ 3 เป็นต้นไป เดือนละไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน โดยต้องให้การดูแลความเป็นอยู่ ให้คำปรึกษา ช่วยเป็นล่ามสื่อสารกับนายจ้างช่วงระหว่างสัญญา รับ-ส่ง ขณะเดินทางถึงไต้หวันและครบสัญญาเดินทางกลับประเทศ ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน ทำใบถิ่นที่อยู่ พาไปตรวจโรคและรายงานผลการตรวจโรคต่อหน่วยงานสาธารณสุข และจะต้องให้บริการจริงจึงจะเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวได้
ด้านประเทศผู้ส่งออกแรงงานแสดงความเห็น โดยนางลัพธวรรณ วอลช์ ผอ. สำนักงานแรงงาน ไทเปกล่าวเป็นลำดับแรกว่า สำนักงานฯ ขอบคุณบริษัทจัดหางานที่ให้การดูแลแรงงานไทย และเห็นใจความยากลำบากในการประกอบธุรกิจของบริษัทจัดหางาน แต่การเพิ่มภาระให้แก่แรงงานต่างชาติ จะส่งผลให้แรงจูงใจในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจของบริษัทจัดหางาน เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์และคำนึงถึงการขยายตลาดแรงงานไทย เสนอให้นายจ้างเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการนี้มากขึ้น ขณะที่สำนักงานแรงงานอีก 3 ประเทศก็แสดงจุดยืนเช่นเดียวกับ สนร.ไทเป นั่นคือหากจะเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม ควรเก็บจากนายจ้าง ไม่เห็นด้วยที่จะเก็บจากแรงงานต่างชาติ
ประธานในที่ประชุมกล่าวสรุปในช่วงท้ายก่อนปิดการประชุมว่า กระทรวงแรงงานจะนำความเห็นและข้อเสนอของทุกฝ่ายไปประมวลผลและประกอบการพิจารณาต่อไป
แนวร่วมกลุ่ม NGO ไปชุมนุมหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ประท้วง บจง.ที่เสนอจะจัดเก็บค่าต่อสัญญา
2. จับอดีตแรงงานไทยถือวีซ่าท่องเที่ยวซ่อนตัวในร้านอาหารไทย 509 วัน เสพยาไอซ์และดัดแปลงปืนยาวหลายกระบอก
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับแจ้งข้อมูลว่า มีชาวต่างชาติอาศัยบนชั้น 3 ของร้านอาหารไทยในเขตหยางเหมย นครเถาหยวน เสพยาเสพติดและดัดแปลงอาวุธปืน หลังจากตรวจสอบจนมีหลักฐานชัดเจนแล้ว เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมานี้ ตำรวจจู่โจมห้องพักชั้น 3 ของร้านอาหารไทยดังกล่าว จับนายพันกร ย่อมไธสง อายุ 36 ปีจากจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมของกลางเป็นยาไอซ์ 2 กรัม อุปกรณ์เสพ 2 ชุด และที่ทำให้ตำรวจตะลึงได้แก่ ท่อเหล็กที่ใช้ทำลำกล้องปืนยาว เครื่องไม้เครื่องมือในการดัดแปลปืนเพียบ ตั้งแต่สว่านไฟฟ้า เครื่องตัด เครื่องเจีย เป็นต้นกว่า 20 รายการ
จับอดีตแรงงานไทยถือวีซ่าท่องเที่ยวซ่อนตัวในร้านหารไทย 509 วัน เสพยาไอซ์และดัดแปลงปืนยาวหลายกระบอก
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครเถาหยวนแถลงว่า นายพันกร เคยเดินทางมาทำงานที่นครเถาหยวนตั้งแต่ 2555 รวม 3 โรงงานด้วยกัน ครั้งล่าสุดเดินทางมาทำงานในโรงงานผลิตแผงวงจรไฟฟ้าแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมผิงเจิ้น นครเถาหยวน และได้เดินทางกลับประเทศเมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 แต่กลับได้ไม่ถึงเดือน ก็ถือวีซ่าท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่ไต้หวันอีก โดยไปเช่าห้องพักชั้น 3 ของร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในเขตหยางเหมยเป็นที่หลบซ่อนตัวนานถึง 509 วัน ระหว่างนี้ได้ซื้ออุปกรณ์เครื่องมือผลิตและดัดแปลงปืนยาว นายพันกรให้การว่า ปืนเป็นของเพื่อน แต่ตนเรียนรู้วิชาดัดแปลงปืนจากในเว็บ และทำห้องทดลองยิงเอง ตำรวจทดลองยิงดู พบว่าปืนหน้าตาแปลกๆ ที่ดูเหมือนลำกล้องทั่วไป มีอนุภาพทำลายสูง แต่นายพันกรปฏิเสธว่าผลิตปืนขาย อ้างว่าทำไปเพราะความชื่นชอบและอยากเรียนรู้
ตำรวจตะลึง ตรวจพบท่อเหล็กที่ใช้ทำลำกล้องปืนยาว เครื่องไม้เครื่องมือในการดัดแปลปืนเพียบ ตั้งแต่สว่านไฟฟ้า เครื่องตัด เครื่องเจีย เป็นต้นกว่า 20 รายการ
ตำรวจสอบถามเรื่องยาเสพติด เริ่มแรกทีเดียว นายพันกรปฏิเสธเคยเสพยาเสพติด และเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ได้ควักกระเป๋ากางเกงให้ตำรวจดู แต่นึกไม่ถึงว่า มีซองพลาสติกบรรจุยาไอซ์หลุดออกมาจากกระเป๋า 1 ซอง เจ้าตัวจึงแก้ตัวว่า เสพยาเพื่อแก้ง่วง จะได้ทำงานดัดแปลงปืนในช่วงกลางคืนได้ ตำรวจตรวจพบกล่องโลหะบรรจุยาไอซ์และซองพลาสติกเต็มกล่อง รวมน้ำหนักยาไอซ์ 2 กรัมและอุปกรณ์เสพยาไอซ์ 2 ชุด
ตรวจพยของกลางกล่องโลหะบรรจุยาไอซ์และซองพลาสติกเต็มกล่องและอุปกรณ์เสพยาไอซ์ 2 ชุด
หลังสอบปากคำ ตำรวจได้ควบคุมตัวส่งให้อัยการดำเนินคดีตามกฎหมาย ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมอาวุธปืน ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป จนถึงจำคุกตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังถูกดำเนินคดีอีก 1 กระทง ได้แก่ฝ่าฝืนกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เสพและมียาเสพติดไว้ในครอบครอง ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนปืนที่ดัดแปลงถูกนำออกขายไปแล้วบ้างไหม? ผู้ซื้อเป็นใคร? ตำรวจจะขยายผลตรวจสอบต่อไป
3. 42 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย เหมารถบัสทัวร์ไถตงอย่างสุขสำราญ ขากลับถูกจับทั้งคันรถ
แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายในเมืองหนานโถว รวมกลุ่มกันเหมารถบัสทัวร์ไถตงและเขิ่นติงเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไถหนานที่ได้รับแจ้งข้อมูลล่วงหน้าแล้ว ร่วมมือกับตำรวจทางด่วนสกัดจับยกคันรถ 42 คน ขณะจะกลับสู่เมืองหนานโถว
42 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายรวมกลุ่มเหมารถทัวร์ไถตง 3 วัน 2 คืน ขากลับถูกจับยกคันรถ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครไถหนานแถลงว่า แรงงานเวียดนามกลุ่มนี้ ปกติจะหลบซ่อนและแอบทำงานอยู่บนภูเขาในเมืองหนานโถว ส่วนใหญ่จะทำงานในไร่ชา ช่วงนี้ถือโอกาสที่งานหมดฤดู ชวนกันเหมารถทัวร์ไปเที่ยวผ่อนคลาดความเครียด เริ่มตั้งแต่หนานโถว ไถตง ยันผิงตง เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ระหว่างเที่ยวลูกทัวร์แต่ละคนรู้สึกเบิกบานใจมาก มีการถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกอย่างมีความสุข แต่หารู้ไม่ว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้รับแจ้งเบาะแส จัดส่งเจ้าหน้าที่คอยประกบตามคณะทัวร์ของแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งวันสุดท้าย คณะทัวร์ชาวเวียดนามกลุ่มนี้เตรียมกลับสู่สถานที่ทำงานในเมืองหนานโถว ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสนธิกำลังตำรวจทางหลวงสกัดกั้นและสั่งให้รถทัวร์เข้าจอดในเขตพักผ่อนกวนเมี่ยว บนทางด่วนสายที่ 3 ช่วงนครไถหนาน เมื่อรถจอดสนิท ตำรวจหลาย 10 นายขึ้นบนรถตรวจสอบ เมื่อเห็นตำรวจเท่านั้นแหละ บรรยากาศแห่งความสุขก็สิ้นสุดทันที แรงงานเวียดนามเพศชายหลายคน พยายามดันประตูฉุกเฉินเพื่อหนี แต่ไม่สำเร็จ ขณะที่ผู้หญิงบางคนอาศัยตัวเล็กหลบซ่อนตัวอยู่ใต้เบาะรถ ถูกจับยกคันรถ
สาวๆ เวียดนามเล่นน้ำที่ชายหาดในเมืองผิงตง ถ่ายรูปไว้เป็ที่ระลึก
แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ถูกจับครั้งนี้ มีทั้งหมด 42 คน เป็นเพศชาย 24 คน เพศหญิง 18 คน ในจำนวนนี้ หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย 35 คน เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว 5 คน อีก 2 คนเป็นชาวเวียดนามที่หลบหนีคดีที่บ้านเกิด ลักลอบเข้าไต้หวันโดยทางเรือ ตำรวจสันนิษฐานว่า แรงงานเวียดนามกลุ่มนี้ น่าจะมีนายหน้าชาวไต้หวันอยู่เบื้องหลังจัดส่งไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย กำลังตรวจสอบเพื่อขยายผลต่อไป สำหรับชาวเวียดนามกลุ่มนี้ หลังจ่ายค่าปรับแล้ว จะถูกส่งกลับประเทศตามกฎหมายกำหนด
เมื่อเห็นตำรวจขึ้นรถ บรรยากาศแห่งความสุขก็จบสิ้นทันที
แรงงานหญิงบางคนอาศัยตัวเล็กหลบซ่อนตัวอยู่ใต้เบาะรถ ถูกตรวจพยต้องออกมาแต่โดยดี
ตำตรวจตรวจคนเข้าเมืองเตือนว่า การว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต นายจ้างจะถูกปรับตั้งแต่ 150,000-750,000 เหรียญไต้หวัน หากกระทำผิดซ้ำภายใน 5 ปี จะถูกจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับเงิน 1.2 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ
แรงงานเวียดนามทั้ง 42 คน ถูกนำตัวไปยังสถานกักกัน หลังเสียค่าปรับแล้ว เตรียมส่งกลับประเทศ