คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!
1. 1 ม.ค. 62 ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ลูกจ้างจ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเดือนละ 24 เหรียญไต้หวัน
ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ มีมติปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนจากปัจจุบัน 22,000 เหรียญไต้หวัน เป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้น 1,100 เหรียญ หรือปรับขึ้นในสัดส่วนร้อยละ 5 ได้รับการอนุมัติจากสภาบริหารแล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป ค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนจะปรับขึ้นเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง สำหรับการทำงานที่คิดค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงของแรงงานท้องถิ่น ปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 140 เหรียญไต้หวันเป็น 150 เหรียญไต้หวัน ปรับขึ้น 7.14%
กระทรวงแรงงานแถลงว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนเป็น 23,100 เหรียญ จะมีแรงงานท้องถิ่น 1,363,400คนและแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต 438,000 คน รวมเป็น 2,257,400คน ได้รับอานิสงค์ ส่วนการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงเป็น 150 เหรียญไต้หวันต่อชั่วโมง จะมีแรงงานท้องถิ่นได้รับการปรับขึ้นค่าจ้าง 456,000 คน
และหลังจากปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแล้ว เบี้ยประกันภัยแรงงาน ประกันสุขภาพจะปรับขึ้นตามไปด้วย แต่อัตราการปรับขึ้นเบี้ยประกันทั้งประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพ คาดว่าจะประกาศได้ในเดือนตุลาคมศกนี้
ปีใหม่ปรับขึ้นค่าจ้างเดือนละ 1,100 เหรียญ แต่นายจ้างต้องจ่ายเพิ่มกว่า 1,235 เหรียญ ขณะที่ลูกจ้างจ่ายเพิ่มเดือนละประมาณ 24 เหรียญ
ทางฝ่ายนายจ้างบ่นว่า การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ นอกจากค่าจ้างแล้ว เงินโบนัส เบี้ยประกันภัยแรงงานที่นายจ้างต้องรับผิดชอบร้อยละ 70 แรงงานรับผิดชอบเพียงร้อยละ 20 และเบี้ยประกันสุขภาพที่นายจ้างรับผิดชอบร้อยละ 60 แรงงานรับผิดชอบร้อยละ 30 ส่งผลให้ต้นทุนด้านแรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งนายจ้างจะต้องรับไปเต็มๆ ปีละ 39,000 ล้านเหรียญไต้หวัน
จากการประมาณการของกระทรวงแรงงานคาดว่า แรงงานต่างชาติที่ส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ นายจ้างจะต้องจ่ายเพิ่มในส่วนที่เป็นเบี้ยประกันภัยแรงงานและเบี้ยประกันสุภาพ 135 เหรียญไต้หวัน บวกกับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น 1,100 เหรียญ แต่ละเดือน นายจ้างต้องจ่ายเพิ่ม 1,235 เหรียญไต้หวันต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 คน
สำหรับแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่มีค่าจ้างรายเดือนเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หลังวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 23,100 เหรียญไต้หวันแล้ว จะเสียเบี้ยประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น 20 เหรียญ จากเดิม 418 เหรียญเป็น 438 เหรียญ และเบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น 4 เหรียญ จากเดิม 310 เหรียญเป็น 314 เหรียญ สรุปก็คือตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นไป ค่าจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นเดือนละ 1,100 เหรียญ แต่จ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเดือนละประมาณ 24 เหรียญไต้หวัน ขณะที่มีวงเงินคุ้มครองจากประกันภัยแรงงานเพิ่มขึ้น และที่สำคัญ เงินบำเหน็จชราภาพที่มีเพียงไต้หวันเท่านั้น ที่จ่ายให้แก่แรงงานต่างชาติ หลังอายุครบ 65 ปีขึ้นไปแล้ว จะได้รับมากขึ้น เพราะอัตราค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันเพิ่มสูงขึ้น
ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลในครัวเรือน เนื่องจากไม่อยู่ในการคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่ได้อยู่ในขอบข่ายได้รับการปรับ แต่สำหรับผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลไทย สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวัน กำหนดให้นายจ้างขณะยื่นขอนำเข้าแรงงานไทยในตำแหน่งนี้ จะต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
ปรับขึ้นค่าจ้างเดือนละ 1,100 เหรียญ นายจ้างจ่ายเพิ่มกว่า 1,235 เหรียญ ลูกจ้างจ่ายเพิ่มเดือนละประมาณ 24 เหรียญ
2. กลุ่ม NGO ในไต้หวันประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่าย เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมานี้ ตัวแทนของสมาคมแรงงานนานาชาติและศูนย์บริการคู่สมรสเวียดนาม สององค์กรนอกภาครัฐ หรือ NGO ในไต้หวันไปชุมนุมประท้วงอยู่หน้าที่ทำการสำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยในกรุงไทเป ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย บนภูเขาอาลีซาน ตะขอตาข่ายส่วนที่เป็นเหล็กถูกใส่หัวของแรงงานเวียดนาม จนได้รับบาดเจ็บ อีกหลายวันต่อมาพบว่าแรงงานเวียดนามรายนี้ ซึ่งถูกจับกุมแต่หนีรอดออกไปได้ นอนเสียชีวิตอยู่ในป่า ขณะที่มือยังถูกล๊อคด้วยกุญแจมือ กลุ่ม NGO เรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของแรงงานเวียดนามรายนี้ว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ยกเลิกระบบให้เงินรางวัลตามผลงานการจับกุมแรงงานต่างชาติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเปิดให้แรงงานต่างชาติสามารถโอนย้ายนายจ้างได้โดยเสรี ห้ามมีการเก็บค่าบริการจัดหางาน เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้าง
กลุ่ม NGO ประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดไม้บนดอยเสียชีวิต
แรงงานเวียดนามที่เคราะห์เสียชีวิตรายนี้ ชื่อนายหวงเหวินถวน เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ในตำแหน่งลูกเรือประมง เนื่องจากทนต่อการทำงานหนักและนายจ้างดุด่าไม่ไหว ทำงานได้เพียง 4 เดือนก็หลบหนีนายจ้างไปรับจ้างตัดไม้บนเขาอาลีซานในเมืองเจียอี้อย่างผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 14 เมษายนปีนี้ นายหวงและเพื่อนร่วมชาติอีกหลายคน ขณะที่กำลังแบกท่อนไม้ลงจากดอย ถูกตำรวจป่าไม้ที่เดินทางไปดักรออยู่แล้วใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ แต่ตะขอตาข่ายไปถูกใส่หัวของนายหวงได้รับบาดเจ็บ แม้จะถูกจับใส่กุญแจมือ แต่นายหวงหนีรอดออกไปได้ อีก 4 วันต่อมา มีคนไปพบนายหวงนอนตายอยู่ในป่า ในลักษณะขึ้นอืด บนหัวมีบาดแผล และที่มือยังมีกุญแจมือล็อคอยู่ นิติเวชชันสูตรศพกล่าวว่า สาเหตุการตายมาจากกระดูกบนหัวแตกร้าวและไม่สามารถทนต่ออุณหภูมิบนดอยที่เปลี่ยนแปลงอย่างฮวบฮาบได้
สมาคมแรงงานนนานาชาติไต้หวันแถลงว่า การเสียชีวิตของนายหวง ไม่ใช่เป็นคดีเฉพาะกรณี ทั้งนี้ เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2560 ก็เคยเกิดเหตุการณ์ที่คนงานเวียดนามหลบหนีนายจ้างในเมืองซินจู๋รายหนึ่ง ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งเหตุเดินทางมาจับกุม ถูกตำรวจยิง 9 นัดเสียชีวิต คดีนี้ สำนักงานอัยการของศาลท้องถิ่นซินจู๋สั่งฟ้องตำรวจ ข้อหาใช้อาวุธปืนอย่างไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ ประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ในส่วนของคดีแพ่ง ตำรวจที่ตกเป็นจำเลย ได้ยอมความกับทายาทของผู้ตายแล้ว ในวงเงินชดเชย 2.5 ล้านเหรียญไต้หวัน จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของนายหวงว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ยกเลิกระบบให้เงินรางวัลตามผลงานการจับกุมแรงงานต่างชาติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเปิดให้แรงงานต่างชาติสามารถโอนย้ายนายจ้างได้โดยเสรี ห้ามมีการเก็บค่าบริการจัดหางาน เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้าง
NGO พาพี่สาวผู้ตาย (สวมเสื้อเหลือง) ไปประท้วงตำรวจใช้ปืนยิงตาข่ายล้อมจับ เป็นเหตุให้น้องชายที่เป็นแรงงานผิดกฎหมายเสียชีวิต
3. ผู้อนุบาลอินโดโหด ตบและทีบหน้าคนชรา ภาพทำร้ายคนแก่ถูกโพสลงเฟซบุ๊ก ชาวโซเชียลด่าลั่นทั้งเมือง
ไต้หวันเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว ประชากรสูงอายุ หรือ 65 ปีขึ้นไปมีมากกว่า 3 ล้านคน ในจำนวนนี้มีคนชราจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาสุขภาพ ต้องการคนมาดูแล จึงมีการนำเข้าผู้อนุบาลต่างชาติเพื่อมาดูแลคนชรา ณ สิ้นเดือนก.ค.ปีนี้ มีจำนวน 253,046 คน ดังนั้นในบ้านมีผู้อนุบาลต่างชาติจึงเป็นภาพที่พบเห็นได้โดยทั่วไปในครอบครัวชาวไต้หวัน ผู้อนุบาลต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานอินโดนีเซีย ทำงานดี มีความอดทน เป็นที่ชื่นชอบของนายจ้างและคนแก่ที่ถูกดูแล แต่ก็มีผู้อนุบาลใจโหด มักจะตบตีทำร้ายคนชราที่ไม่มีทางสู้เป็นข่าวให้ได้ยินเป็นระยะๆ อย่างช่วงนี้ โลกโซเชียลส่งว่อนคลิปสาวอินโดนีเซียตบตีทำร้ายอากงวัย 80 ปี ที่ป่วยเป็นอัมพาตเคลื่อนไหวไม่ได้ ฟ้องหลานสาวว่าถูกทำร้าย นายจ้างซึ่งเป็นหลานสาวอากงจึงติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามดูการดูแลของผู้อนุบาลจากมือถือ พบภาพที่น่าเสียใจและน่าโมโหอย่างยิ่ง ผู้อนุบาลที่ตนจ่ายค่าจ้างว่าจ้างมาดูแลคุณปู่ กลับทำร้ายตบตี กระทั่งใช้เท้าทีบหน้าคนแก่ที่ป่วยและไร้ทางสู้เป็นประจำ
ผู้อนุบาลอินโดโหด ป้อนอาหารให้อากงโดยวิธียัดอาหารเข้าปาก ตบตีและทีบหน้าอากงที่เป็นอัมพาต
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองจางฮั่ว ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายหนึ่งเดินทางมาดูแลอากงวัย 80 ปี ที่ป่วยเป็นอัมพาตเคลื่อนไหวและช่วยตัวเองไม่ได้ ต่อหน้านายจ้างปฏิบัติหน้าที่ดี แต่ลับหลังอยู่กับอากงสองต่อสอง กลับปฏิบัติต่ออากงอย่างโหดร้ายทารุณ เช่นป้อนอาหารใช้วิธียัดอาหารเข้าปาก ตบบ้องหู ตบหน้า แม้กระทั่งใช้เท้าทีบหน้าอากงที่ไม่มีทางสู้ อากงเนื่องจากป่วยเป็นอัมพาต ไม่สามารถพูดจาได้สะดวกคล่องแคล้ว ได้แต่แสดงอาการ ซึ่งพอสื่อกันรู้เรื่องฟ้องหลายครั้งแล้วว่า ถูกผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ทำร้าย แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐาน หลานอากงจึงแอบติดตั้งกล้องวงจรปิด พบพฤติกรรมที่โหดร้ายทารุณของผู้อนุบาลรายนี้ แต่ไม่ได้แจ้งความ เพียงแค่เรียกบริษัทจัดหางานส่งผู้อนุบาลใจร้ายรายนี้กลับประเทศ จากนั้นไม่นาน เพื่อนของหลานอากงมาเห็นคลิปดังกล่าวเข้ารู้สึกโมโหเป็นอย่างยิ่ง นำไปโพสลงในเฟซบุ๊ก มีคนแชร์ว่อนโลกโซเชียล และด่ากันลั่นทั้งเมือง
หลังกลายเป็นข่าวใหญ่ กระทรวงแรงงานตรวจสอบจึงพบว่า นายจ้างไม่ได้ดำเนินคดีกับผู้อนุบาลใจโหดรายนี้ เพียงแค่ส่งกลับบ้าน กระนั้นก็ตาม ได้จัดผู้อนุบาลรายนี้อยู่ในบัญชีดำ ห้ามเดินทางเข้ามาทำงานในไต้หวันตลอดชีพ
นายเสวียเจี้ยนจง ผอ. สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า แรงงานต่างชาติ หากทำร้ายผู้สูงอายุหรือคนป่วย นายจ้างควรจะแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และหากอัยการสั่งฟ้อง แม้จะยังไม่มีการตัดสิน กระทรวงแรงงานจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงานทันที หลังจากคดีสิ้นสุดลง จะถูกเนรเทศส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางเข้ามาทำงานที่ไต้หวันตลอดชีวิต
ใช้ทัพพีป้อนอาหารยัดเข้าปากอากง
## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมง ##