คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!
1. กระทรวงแรงงานอำนวยความสะดวก ปีหน้าเป็นต้นไป การยื่นเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติจะเป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด นายจ้างอยู่ที่บ้านก็สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้
กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป การยื่นเรื่องขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติ การขอใบอนุญาตทำงาน ขอโอนย้ายแรงงานต่างชาติไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ ฯลฯ ไม่ต้องไปยื่นขอด้วยตนเองที่กระทรวงแรงงานอีกแล้ว อยู่ที่บ้านก็ทำได้ และเป็นบริการเปิดให้ยื่นขอได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องขอในช่วงเวลาราชการ
นางชิวเยว่หยุน ผอ. สำนักงานกิจการแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นายจ้าง เพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาในการยื่นขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติและเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงแรงงานได้เริ่มโครงการการทำเรื่องโดยระบบออนไลน์มาตั้งแต่เดือนพ.ค. 2559 เป็นต้นมา จนถึงเดือนพ.ค. ปี 2561 นายจ้างและบริษัทจัดหางานในไต้หวันส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89 ยื่นเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติทางระบบออนไลน์ ดังนั้น จึงตั้งเป้าหมายตั้งแต่ 2562 เป็นต้นไป จะใช้ระบบออนไลน์ทั้งหมด ยกเลิกการยื่นเอกสารที่เคาน์เตอร์
ผอ. สำนักงานกิจการแรงงานข้ามชาติผู้นี้กล่าวว่า ยื่นเอกสารระบบออนไลน์ ช่วยประหยัดเวลาลงได้อย่างมาก การยื่นแบบดั้งเดิม เฉพาะส่งเอกสารและส่งกลับ ต้องใช้เวลาประมาณ 12 วัน หากเอกสารไม่ครบต้องเพิ่มเติมจะนานกว่านี้ แต่การยื่นเอกสารระบบออนไลน์ ตั้งแต่ยื่นเรื่องจนอนุมัติใช้เวลา ไม่เกิน 7 วัน นอกจากประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยนายจ้างและบริษัทจัดหางานประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย ผู้ยื่นส่วนใหญ่ทราบและเปลี่ยนมาใช้ระบบออนไลน์กันแล้ว ยังคงมีส่วนน้อยที่ยังใช้บริการแบบดั้งเดิม จึงเตือนให้นายจ้างและบริษัทจัดหางานเหล่านี้ รีบปรับตัว เพราะในปีหน้า จะเปลี่ยนมาใช้ระบบออนไลน์กันทั้งหมดแล้ว
ปีหน้าเป็นต้นไป การยื่นเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติจะเป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด นายจ้างอยู่ที่บ้านก็สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้
2. NGO ในไต้หวันเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิมีเสียงในการลงประชามติเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตน
เนื่องจากไม่พอใจการแก้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน ส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานสูญเสียสิทธิประโยชน์ เช่น ถูกตัดวันหยุดนักขัตฤกษ์ไป 7 วัน ขยายการบังคับใช้ของการทำงานในระบบความผิดชอบ ทำให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาหรือโอทีในวันเสร์ แต่ใช้วิธีให้ไปหยุดในวันอื่นแทน เป็นต้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานจึงมีการชุมนุมสำแดงพลัง ในกรุงไทเป เรียกร้องให้ผู้ใช้แรงงานลงนามเพื่อให้ได้รายชื่อครบจำนวน 280,000 คน ซึ่งเป็นเงื่อนไขขั้นแรกในการลงประชามติแก้ไขกฎหมายมาตรฐานแรงงาน
ในการชุมนุมครั้งนี้ นอกจากกลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงาน ซึ่งเป็นกลุ่มเรียกร้องสิทธิประโยชน์ของแรงงานท้องถิ่นแล้ว ยังมีองค์กร NGO ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิลงคะแนนเสียงเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนด้วย โดยชูคำขวัญว่า อยู่ร่วมกัน ต้องมีสิทธิร่วมตัดสินใจด้วยกัน
NGO ในไต้หวันเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิมีเสียงในการลงประชามติเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนที่หน้าสถานีรถไฟไทเป
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน มีแรงงานอินโดนีเซียกลุ่มหนึ่งชุมนุมอยู่ที่สถานีรถไฟไทเป ภายใต้การนำของกลุ่ม NGO ใช้ภาษาอินโดนีเซียร้องตะโกนเรียกร้องสิทธิประโยชน์ของพวกตน หวังว่า รัฐบาลจะได้ยินเสียงสะท้อนจากแรงงานต่างชาติบ้าง 1 ในแรงงานอินโดนีเซียกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องจากไม่มีระบบการแปลภาษาที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย ทำให้แรงงานต่างชาติซึ่งไม่รู้กฎหมาย มักถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ ประกอบกับแรงงานต่างชาติมาจากประเทศที่แตกต่างกัน ไม่สามารถจะสื่อสารกันได้ เขาจึงเรียกร้องให้แรงงานทั้ง 4 ชาติ รวมพลังสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว เรียกร้องสิทธิประโยชน์ขของพวกตน เช่นเดียวกับการรวมพลังของแรงงานท้องถิ่น
NGO ในไต้หวันเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติมีสิทธิมีเสียงในการลงประชามติเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนที่หน้าสถานีรถไฟไทเป
ด้านสมาคมแรงงานนานาชาติไต้หวันหรือ TIWA กล่าวว่า ชั่วโมงการทำงานของแรงงานต่างชาติยาวนานมาก แต่ละเดือนมากถึง 300 ชั่วโมง แต่ได้รับค่าจ้างเพียง 30,000 เหรียญเศษ บวกกับมีเสียงวิจารณ์ในทำนองเหยียดหยามไม่น้อยที่ว่า แรงงานต่างชาติเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ควรจะอดทนทำงานหาเงินไปเลี้ยงครอบครัว ทำให้สิทธิด้านแรงงานของแรงงานต่างชาติถูกละเลย ดังนั้น จึงหวังว่า แรงงานต่างชาติจะมีสิทธิเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น ในการลงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ โดยหวังว่า จะสามารถล่ารายชื่อกลุ่มผู้ใช้แรงงานได้กว่า 280,000 ราย ซึ่งเป็นเงื่อนไขขั้นแรกของการลงประชามติ
ขบวนรถรณรงค์เรียกร้องขอมีสิทธิมีเสียในการลงประชามติในกลุ่มแรงงานต่างชาติเริ่มเคลื่อนที่แล้ว
3. คดียิงคนงานเวียดนาม 9 นัดเสียชีวิต สถานีตำรวจซินจู๋ถูกสภาการตรวจสอบติงว่าทำเกินกว่าเหตุ
คดีที่นายเหงือนกั๊วฟี คนงานเวียดนามหลบหนีนายจ้าง เมาสุราและยาไอซ์ ใช้ท่อนไม้และก้อนหินทุบรถและขัดขืนการจับกุม ต่อสู้และแย่งรถตำรวจ ถูกตำรวจยิง 9 นัดเสียชีวิต นอกจากสำนักงานอัยการของศาลท้องถิ่นซินจู๋สั่งฟ้องตำรวจ ในข้อหาประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตแล้ว สภาการตรวจสอบได้ดำเนินการตรวจสอบความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย และเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา สภาการตรวจสอบแถลงผลการตรวจสอบ โดยท้วงติงสถานีตำรวจซินจู๋ว่า ใช้อาวุธปืนอย่างไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ
ทั้งนี้ในรายงานของสภาการตรวจสอบระบุว่า สถานีตำรวจซินจู๋ ไม่ได้กวดขันการฝึกซ้อมยิงปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเหตุให้ตำรวจในสังกัด ขณะปฏิบัติหน้าที่ ใช้ปืนอย่างไม่เหมาะสม ระยะเวลา 12 วินาที ยิงรัวถึง 9 นัด กระสุนฝังร่างของแรงงานต่างชาติ ลูกกระสุนถูกยิงเข้าบริเวณเอวและหลัง เป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติรายนี้เสียชีวิต เป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบในการใช้ปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ยังล่าช้าในการส่งผู้ถูกยิง จนเป็นเหตุให้เสียเลือดปริมาณมากจนเสียชีวิต
ก่อนหน้านี้ นายเฉินฉงเหวิน พลตำรวจจากสถานีตำรวจจู๋เป่ย ก็ถูกสำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นซินจู๋สั่งฟ้องในข้อหาประมาทในหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต จากการใช้อาวุธปืนอย่างไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ
คดีนี้ ถือเป็นแรงงานต่างชาติรายแรกในรอบ 30 ปี นับแต่ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเป็นต้นมา ที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต สำหรับผลคืบหน้าของคดีนี้ แม้สภาการตรวจสอบจะลงความเห็นว่าตำรวจเป็นฝ่ายผิด แต่ยังคงต้องรอการตัดสินของศาลว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แต่ตำรวจไต้หวันปัจจุบัน ค่อนข้างลำบาก การปฏิบัติหน้าที่มักจะถูกกล่าวว่าทำเกินกว่าเหตุและถูกฟ้องร้องบ่อย จนคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยอยากจะเป็นตำรวจเหมือนในอดีตแล้ว แม้รัฐจะเพิ่มสวัสดิการอย่างมากก็ไม่ค่อยมีผล
กลุ่ม NGO ประท้วงหน้าทำเนียบประธานาธิบดีคดีตำรวจยิงคนงานเวียดนาม 9 นัดเสียชีวิต
4. สองคนงานไทยเมาแล้วขับแถมพกยาไอซ์โดนจับ ตำรวจตรวจสอบแก๊งค้ายาที่อยู่เบื้องหลัง
ยาเสพติดให้โทษโดยเฉพาะยาไอซ์ ยังคงระบาดในกลุ่มแรงงานต่างชาติ เมื่อปลายเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจเห็น 2 คนงานไทยขับขี่มอเตอร์ไซค์ส่ายไปส่ายมาบนถนน เรียกให้หยุดแล้วให้เป่าลม พบระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจสูงถึง 0.77 mg/L เดินแทบไม่ได้ ยังขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ อันตรายมาก จากการตรวจดูเอกสารคนงานไทยทั้ง 2 เป็นแรงงานถูกกฎหมายมาทำงานได้ 6 ปีแล้ว ได้แก่นายกำธร อายุ 33 ปี และนายสมัคร อายุ 26 ปี ทั้งสองทำงานอยู่ในโรงงานแถวซู่หลิน แต่อยู่คนละโรงงาน หลังตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์แล้ว ตำรวจถามว่า พกอะไรผิดกฎหมายมาด้วยหรือเปล่า คนงานไทยทั้ง 2 รีบตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมยโหย่ว เหมยโหย่ว แปลว่าไม่มี แต่พอตำรวจตรวจดูกระเป๋าก็มีซองเกล็ดสีขาวๆ เหมือนเกล็ดหิมะหรือยาไอซ์หล่นลงมา 2 ซอง ตำรวจถามว่า นี่คืออะไร นายสมัครรีบรับสารภาพทันทีว่าเป็นยาไอซ์ของตน มีไว้เพื่อกระตุ้นให้ตื่นตัวจะได้ไม่ง่วงในเวลาทำโอที แต่ไม่ยอมให้ข้อมูลว่าซื้อมาจากไหน ตำรวจจึงรวบตัวคนงานไทยทั้งสองไปยังสถานีตำรวจ ส่งให้อัยการดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับเป็นอันตรายต่อสาธารณะและมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง
ก่อนหน้านี้ ตำรวจเพิ่งจะตรวจพบแรงงานหญิงอินโดนีเซียในเขตซู่หลินมียาไอซ์ไว้ในครอบครอง จึงมีการตรวจสอบ เพื่อตามหาแก๊งยาเสพติดให้โทษที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีต่อไปแล้ว
2 คนงานไทยที่เขตซู่หลิน นครนิวไทเป เมาแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์แถมพกยาไอซ์โดนจับ
## คลิกที่ไอคอนหูฟังด้านบน เพื่อฟังรายการออนไลน์ หรือคลิกไปที่ "ฟังวิทยุออนไลน์" ที่อยู่แถบด้านล่างซ้ายจอภาพ แล้วเลือกฟังรายการเต็ม 1 ชั่วโมงตามความประสงค์ ซึ่งจะอัพเดททันการณ์ที่สุด ##