KResearch Podcast

KResearch Podcast

By ศูนย์วิจัยกสิกรไทยBusiness
Download on the App Store

KResearch Podcast episodes

  • หุ้นฝั่งเอเชียขาดแรงหนุน...ตลาดในประเทศวันนี้รอติดตามผลประกอบการกลุ่มแบงก์ และตัวเลขส่งออกไทย
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 21 ม.ค. 2565
    หุ้นฝั่งเอเชียขาดแรงหนุน...ตลาดในประเทศวันนี้รอติดตามผลประกอบการกลุ่มแบงก์ และตัวเลขส่งออกไทย
    - ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ปิดปะปน โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดในแดนบวกตามแรงซื้อคืนของนักลงทุน ขณะที่ตลาดหุ้นจีนปิดติดลบเล็กน้อยตามแรงขายทำกำไร หลังจากที่ตลาดปรับตัวขึ้นในช่วงแรกตามอานิสงส์จากการประกาศลดอัตราดอกเบี้ย LPR ทั้งอายุ 1 ปีและ 5 ปีของธนาคารกลางจีน
    - ตลาดหุ้นไทยลงเล็กน้อยตามแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ โดยบรรยากาศตลาดหุ้นไทยขาดแรงหนุนใหม่ๆ เนื่องจากรับรู้ข่าวการนำมาตรการ Test & Go กลับมาใช้อีกครั้งไปมากแล้ว
    - ด้านตลาดหุ้นฝั่งยุโรปยังคงปรับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง นำโดยแรงซื้อหุ้นกลุ่มเดินทาง และท่องเที่ยว ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีของเยอรมนียังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 0% หลัง ECB ย้ำว่ามุมมองที่ว่าเงินเฟ้อจะชะลอลงในช่วงหลังจากนี้
    - หุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนลบทั้ง 3 ดัชนี นักลงทุนขายทำกำไรก่อนการประชุมเฟดสัปดาห์หน้า ขณที่ ปธน. โจ ไบเดนมีท่าทีสนับสนุนเฟดให้ปรับลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพื่อดูแลเงินเฟ้อ
    - ราคาทองคำปิดทรงตัว หลังดัชนีเงินดอลลาร์ฯ เริ่มฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ดี ตลาดทองคำยังมีปัจจัยบวกจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียประคองอยู่ ด้านราคาน้ำมันปรับตัวลง โดยมีแรงกดดันจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นสวนทิศทางคาดการณ์ของตลาด
    - ไทยจะกลับมาเปิดลงทะเบียนรับนักท่องเที่ยว Test & Go ได้อีกครั้งในวันที่ 1 ก.พ. นี้ ขณะที่รมว.คลังประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้โตในกรอบ 3.5-4.5% ขณะที่ความท้าทายในปีนี้จะอยู่ที่ 3 เรื่อง ได้แก่ การคงอยู่ของโควิด-19 ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) ข้อมูลการส่งออกของไทย 2) อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่น และ 3) สถานการณ์การระบาดของโอมิครอน
    19 min
  • ตลาดหุ้นเอเชียอาจมีแรงซื้อคืน หลังเผชิญแรงเทขายวานนี้
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 20 ม.ค. 2565
    ตลาดหุ้นเอเชียอาจมีแรงซื้อคืน หลังเผชิญแรงเทขายวานนี้...ส่วนตลาดหุ้นไทย ลุ้นแรงหนุนเพิ่มเติมจากการปรับมาตรการจากที่ประชุมศบค.
    - ตลาดหุ้นส่วนใหญ่วานนี้ ซึ่งรวมถึงหุ้นไทย ปรับลดลง เนื่องจากตลาดกังวลเกี่ยวกับบอนด์ยีลด์ที่ขยับขึ้นในหลายประเทศ และสถานการณ์โควิด โดยเฉพาะฝั่งเอเชีย ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในหลายประเทศยังปรับขึ้น และอาจกดดันแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยในวันนี้รอติดตามการตอบรับของตลาด หลัง PBOC ปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ลงเพื่อช่วยหนุนเศรษฐกิจ
    - อย่างไรก็ตาม หุ้นฝั่งยุโรปปรับขึ้น ตอบรับข่าวบวกของผลประกอบการไตรมาส 4/64 ของบจ.ที่ออกมาดีกว่าคาด ขณะที่ หุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนลบ ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ลงมา 4 วันทำการติดต่อกัน ส่วนดัชนี NASDAQ ร่วงลงเข้าสู่โซนปรับฐาน หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ขยับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี
    - ราคาน้ำมันทำ New High ต่อเนื่องในรอบ 7 ปี โดย WTI ปรับขึ้นมา 4 วันทำการติดต่อกัน โดยมีแรงหนุนจากข่าวการระงับท่อส่งน้ำมันระหว่างอิรัก-ตุรกี หลังมีเหตุระเบิดทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และ IEA ปรับเพิ่มคาดการณ์ความต้องการน้ำมันเพิ่มเติม
    - เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก โดยแม้ว่าเฟดมีแนวโน้มขยับดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. ด้วยความเป็นไปได้ 90% แต่ธนาคารกลางอังกฤษอาจขยับดอกเบี้ยในเดือน ก.พ. ซึ่งเร็วกว่าเฟด เพื่อดูแลแรงกดดันเงินเฟ้ออังกฤษที่พุ่งสูงสุดรอบ 30 ปี
    - ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น มาแตะระดับสูงสุดรอบ 2 เดือน หลังเงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่า ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มจากประเด็นความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ รวมถึงความต้องซื้อทองคำเพื่อเป็นเครื่องมือชดเชยความเสี่ยงเงินเฟ้อ
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) การปรับมาตรการดูแลโควิดจากที่ประชุมศบค. ชุดใหญ่ 2) ข้อมูลสต็อกน้ำมันของสหรัฐฯ และ 3) การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน
    28 min
  • ราคาน้ำมันแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี จากเหตุไม่สงบตะวันออกกลาง
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 19 ม.ค. 2565
    ราคาน้ำมันแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี จากเหตุไม่สงบตะวันออกกลาง .. ขณะที่ตลาดหุ้นยังถูกกดดันจากประเด็นการคุมเข้มนโยบายการเงินของ Fed ต่อเนื่อง
    - ตลาดหุ้นเอเชียปิดปะปน โดยตลาดญี่ปุ่นปรับลง หลังตลาดกังวลกับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ BOJ ยังคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษตามที่ตลาดคาด เพื่อทำให้ต้นทุนการกู้ยืมอยู่ในระดับต่ำ ส่วนตลาดจีนปรับเพิ่มขึ้น โดยมองว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ PBOC จะช่วยหนุนเศรษฐกิจ
    - ฝั่งตลาดหุ้นไทย ปรับลดลงจากความกังวลเรื่องผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ทีทเพิ่มสูงขึ้น
    - ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลง หลังผลประกอบการธนาคารบางแห่งออกมาไม่ดี และถูกกดดันจากกระแสคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟดที่อาจแรงกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้
    - ราคาทองคำปรับลดลง ขณะที่ ราคาน้ำมันปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี หลังมีรายงานว่ากลุ่มกบฏฮูตีได้ก่อเหตุโจมตี UAE ซึ่งอาจซ้ำเติมปัญหาอุปทานตึงตัว
    - ประเด็นติดตามวันนี้ ได้แก่ สถานการณ์โอมิครอน ประเด็นในตะวันออกกลาง รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
    24 min
  • อนาคต BEV ไทย
    อนาคต BEV ไทย
    สมัครสมาชิกอ่านฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่: https://www.kasikornresearch.com/TH/subscription/Pages/online-application.aspx?ID_Package=211
    5 min
  • บาทแข็งรับโอกาสที่ทางการไทยเตรียมผ่อนคลายมาตรการดูแลโควิดเพิ่มเติม
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 18 ม.ค. 2565
    บาทแข็งรับโอกาสที่ทางการไทยเตรียมผ่อนคลายมาตรการดูแลโควิดเพิ่มเติม
    - ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับขึ้นวานนี้ นำโดย ตลาดหุ้นจีน เนื่องจากทางการจีนผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมผ่านการลดดอกเบี้ยของโครงการเงินกู้ระยะกลาง หลังจีดีพีไตรมาส 4/2564 รวมถึงยอดค้าปลีกและยอดลงทุนอสังหาริมทรัพย์เดือนธ.ค. 64 ของจีนออกมาไม่สดใส
    - ตลาดหุ้นไทยปิดในแดนบวก ตามแรงหนุนในหุ้นกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค ท่องเที่ยว และขนส่ง ประกอบกับ หลังรมว. กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า การประชุม ศบค. ชุดใหญ่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอาจมีการปรับมาตรการที่ใช้ดูแลสถานการณ์โควิดในประเทศบางส่วน
    - ตลาดหุ้นยุโรปและอังกฤษปิดบวกตามอานิสงส์จากสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงินของทางการจีน ซึ่งหนุนหุ้นพลังงานและเหมืองแร่ ส่วนตลาดสหรัฐฯ หุ้นและพันธบัตรสหรัฐฯ ปิดทำการวานนี้ เนื่องในวัน Martin Luther King Junior
    - ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้น จากการคาดการณ์ Cycle อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดที่อาจมากถึง 3-4 ครั้งในปีนี้ ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อในช่วงเช้าวันนี้
    - ราคาน้ำมันยังปรับขึ้นต่อเนื่อง สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ BRENT แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปีวานนี้ ตามภาวะอุปทานตึงตัว
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) สถานการณ์โควิด 2) ผลการประชุม BOJ ซึ่งตลาดคาดว่าจะเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยตามเดิม และ 3) ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อาทิ ผลการสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย
    - เงินบาทแข็งค่าเช้านี้ ผ่านแนว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ รับแนวโน้มที่ทางการไทยน่าจะทยอยพิจารณาผ่อนคลายมาตรการดูแลโควิดเพิ่มเติม
    21 min
  • ตลาดหุ้นไทย อาจได้รับผลกระทบจากข่าวที่ย้ำการขึ้นดอกเบี้ยเฟดในมี.ค.
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 17 ม.ค. 2565
    ตลาดหุ้นไทย อาจได้รับผลกระทบจากข่าวที่ย้ำการขึ้นดอกเบี้ยเฟดในมี.ค. รวมถึงรอการประกาศผลประกอบการ บจ.ไทย
    - ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเอเชียลดลงไปอยู่ในแดนลบ เช่นเดียวกับตลาดยุโรปและดาวน์โจนส์ของสหรัฐฯ เนื่องจากเจ้าหน้าที่เฟดสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. รวมถึง ECB ก็มีสัญญาณลักษณะเดียวกัน เพื่อดูแลความเสี่ยงเงินเฟ้อ ท่ามกลางความกังวลของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่ยังเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ
    - สัญญาทองคำ Comex ส่งมอบเดือน ก.พ.ปรับลดลง หลังเงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น ผนวกกับมีแรงเทขายทำกำไรก่อนวันหยุดยาว
    - ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น
    - ปัจจัยติดตามในสัปดาห์นี้ 1) ตัวเลขเศรษฐกิจจากหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน และสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินท่าทีของธนาคารกลางชาติต่างๆ 2) สถานการณ์โควิด 3) การทยอยประกาศผลประกอบการปี 2564 ของ บจ.ไทย
    21 min
  • ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียเช้านี้อาจปรับตัวลงตามตลาดสหรัฐฯ
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 14 ม.ค. 2565
    ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียเช้านี้อาจปรับตัวลงตามตลาดสหรัฐฯ ด้านเกาหลีใต้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ..รอติดตามมาตรการประคองค่าครองชีพ อาจมีการเลื่อนคนละครึ่งเฟส 4 เร็วกว่าคาด
    - ตลาดหุ้นเอเชียปิดผสมผสาน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและจีนปรับตัวลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การระบาดของโอมิครอนที่อาจกระทบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยบวกเล็กน้อยตามแรงซื้อสุทธิของต่างชาติ ระหว่างวัน SET ทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปี 5 เดือนที่ 1,682 จุด
    - ตลาดหุ้นยุโรปปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง นักลงทุนรอติดตามการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในยุโรป ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขาย โดยดัชนีหุ้นหลักปิดแดนลบทั้ง 3 ดัชนี นำโดย หุ้นกลุ่มเทคฯ เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังข้อมูล PPI ขยับขึ้น และเจ้าหน้าที่เฟดมีท่าทีสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. นี้
    -ราคาทองคำร่วงลงสวนทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันโลกปรับลดลงเล็กน้อยตามแรงขายทำกำไรหลังจากที่ราคาปรับขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา
    - ประเด็นเรื่องการเก็บภาษีหุ้นยังคงต้องติดตามต่อหลังมีการคัดค้านจากหลายฝ่าย และมีผลการศึกษาถึงผลกระทบเชิงลบที่ออกมา
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) ผลประกอบการของบจ. ในตลาดหุ้นต่างประเทศและไทย 2) ตัวเลขการส่งออกของจีน 3) มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ และ 4) สถานการณ์โควิด
    19 min
  • รัฐเตรียมเก็บภาษีความเค็ม ห่วงใยสุขภาพผู้บริโภค…ท้าทายผู้ประกอบการ
    รัฐเตรียมเก็บภาษีความเค็ม ห่วงใยสุขภาพผู้บริโภค…ท้าทายผู้ประกอบการ
    สมัครสมาชิกอ่านฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่: https://www.kasikornresearch.com/TH/subscription/Pages/online-application.aspx?ID_Package=211
    6 min
  • ตลาดหุ้นลุ้นบวกต่อ ตามตลาดต่างประเทศและการคาดการณ์ว่า แม้เฟดจะคุมเข้มแต่จะไม่มากไปกว่าที่ตลาดคาด
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 13 ม.ค. 2565
    ตลาดหุ้นลุ้นบวกต่อ ตามตลาดต่างประเทศและการคาดการณ์ว่า แม้เฟดจะคุมเข้มแต่จะไม่มากไปกว่าที่ตลาดคาด และจะไม่กระทบเศรษฐกิจ
    - ตลาดหุ้นส่วนใหญ่กลับมาอยู่ในแดนบวกเมื่อวานนี้ ทั้งฝั่งเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการที่ถ้อยแถลงของประธานเฟดสะท้อนว่าการขึ้นดอกเบี้ยเฟดจะไม่กระทบเศรษฐกิจ โดยตลาดคาดการณ์ว่าปีนี้ เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 3-4 ครั้ง หลังจบกระบวนการลดวงเงิน QE แล้ว
    - ด้านข้อมูลเงินเฟ้อเดือน ธ.ค.ของสหรัฐฯ ออกมาสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของตลาด โดยเพิ่มขึ้นแตะ 7% YoY สูงสุดในรอบ 39.5 ปี สวนทางกับข้อมูลเงินเฟ้อจีนชะลอลงในเดือน ธ.ค. ซึ่งชี้ว่า PBOC สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้อีก
    - ตลาดหุ้นไทยปิดบวกวานนี้ตามตลาดเอเชีย โดยนักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ทำให้มีแรงหนุนเข้ามาในหุ้นกลุ่ม Big Cap อาทิ พลังงาน ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว ขนส่ง แบงก์ ไฟแนนซ์
    - บอนด์ยีลด์ระยะ 10 ปีของสหรัฐฯ ปรับลดลง เนื่องจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาแม้จะเป็นตัวเลขที่สูง แต่ก็ยังสอดคล้องกับที่ตลาดคาด ขณะที่ราคาน้ำมันทั้งสัญญา WTI และ Brent เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน โดยนักวิเคราะห์ในตลาดน้ำมันบางส่วนเริ่มมองว่า ราคาน้ำมันอาจเพิ่มขึ้นแตะระดับ 100 ดอลลาร์ฯ ภายในไตรมาส 1/2565
    - ราคาทองคำ (สัญญา COMEX) ปิดสูงสุดนับตั้งแต่เปิดปี 2565 เป็นต้นมา สวนทางกับเงินดอลลาร์ฯ ที่อ่อนค่าลง
    - KResearch เปิดเผยดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน (KR-ECI) เดือนธ.ค.64 ที่ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เนื่องจากยังกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของราคาอาหารและเครื่องดื่ม ขณะที่ มองไปข้างหน้า ราคาสินค้าแพง และโอมิครอนที่มีความไม่แน่นอนสูง จะยังกดดันภาวะการครองชีพของครัวเรือน ทำให้ภาครัฐอาจต้องออกมาตรการดูแลเพิ่มเติม
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ สถานการณ์โควิดที่ผู้ติดเชื้อใหม่ยังสูงกว่าผู้ที่หายป่วยกลับบ้าน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และ PPI ตลอดจนถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด
    26 min
  • ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง หลังถ้อยแถลงของประธานเฟดไม่ได้สะท้อนการคุมเข้มมากกว่าคาด
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 12 ม.ค. 2565
    ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง หลังถ้อยแถลงของประธานเฟดไม่ได้สะท้อนการคุมเข้มมากกว่าคาด
    - ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลงเมื่อวานนี้ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มคุมเข้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ขณะที่ตลาดหุ้นจีนมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากความเสี่ยงของไวรัสโอมิครอนที่กระทบกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีน ส่วนหุ้นไทยปิดแดนบวก นำโดยแรงซื้อในกลุ่ม ICT พลังงาน และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
    - ฝั่งตลาดหุ้นยุโรปฟื้นตัวขึ้นรับความหวังต่อผลประกอบการในไตรมาส 4 ของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นเช่นกันตามแรงหนุนในหุ้นพลังงานและเทคโนโลยี หลังจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลสะท้อนสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินตามที่ตลาดรับรู้ไปแล้ว
    - เงินดอลลาร์ฯ ที่อ่อนค่าลงหนุนสัญญา COMEX ทองคำปรับเพิ่มขึ้น ส่วนราคาน้ำมันโลกพุ่งแรงตามปัจจัยด้านอุปทาน เพราะกำลังการผลิตของประเทศผู้ผลิตน้ำมันบางรายมีปัญหา
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) ข้อมูล CPI ของสหรัฐฯ 2) ข้อมูล CPI และ PPI ของจีน และ 3) สถานการณ์โควิด และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
    24 min

About KResearch Podcast

From the publisher's feed

รับฟังความเคลื่อนไหว เศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ที่น่าสนใจ