KResearch Podcast

KResearch Podcast

By ศูนย์วิจัยกสิกรไทยBusiness
Download on the App Store

KResearch Podcast episodes

  • กรอบการฟื้นตัวของตลาดหุ้นเอเชียน่าจะจำกัด เนื่องจากยังคงต้องติดตามสถานการณ์ Omicron อย่างใกล้ชิด
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 21 ธ.ค. 2564
    กรอบการฟื้นตัวของตลาดหุ้นเอเชียน่าจะจำกัด เนื่องจากยังคงต้องติดตามสถานการณ์ Omicron อย่างใกล้ชิด
    - ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ปิดร่วงลงถ้วนหน้าท่ามกลางความกังวลว่าการระบาดของ Omicron จะกระทบเส้นทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลก ขณะที่ตลาดหุ้นจีนเผชิญแรงขาย แม้ว่าธนาคารกลางจีนจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR อายุ 1 ปีลงมา 0.05% มาอยู่ที่ 3.80% (เป็นการลดดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เม.ย. 2563) เนื่องนักลงทุนมองว่า เป็นขนาดการปรับลดที่น้อย และธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มที่ต้องผ่อนคลายต่อเนื่องในปีหน้า ซึ่งทิศทางดังกล่าวเป็นสัญญาณที่ตอกย้ำแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่ลากยาว
    - ส่วนตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียอื่นๆ และมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากข่าวการที่กระทรวงการคลังกำลังศึกษาแนวทางการเก็บภาษีสำหรับการขายหุ้น (Financial Transaction Tax)
    - ตลาดหุ้นยุโรปและอังกฤษเผชิญแรงขายเช่นกัน นำโดย หุ้นกลุ่มเดินทาง สันทนาการ เหมืองแร่ และท่องเที่ยว ขณะที่ทางการอังกฤษได้ประชุมด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส Omicron และอาจมีการยกระดับการคุมเข้มมากขึ้นในเร็วๆ นี้ ขณะที่ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ ร่วงลงเช่นกัน โดย Omicron อาจกลายเป็นสายพันธุ์หลักของประเทศ นอกจากนี้ร่างกฎหมาย Build Back Better วงเงิน 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ของปธน.ไบเดนมีแนวโน้มที่จะไม่ผ่านวุฒิสภา ซึ่งอาจจะส่งผลต่อประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีหน้า
    - สัญญาทองคำ COMEX ปรับตัวลงหลุดแนว 1,800 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มคุมเข้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงอย่างหนัก เพราะตลาดกังวลว่า การระบาดของ Omicron อาจกระทบการเดินทางและความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก
    - ไทยพบผู้ติดเชื้อ Omicron แล้ว 63 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 1 ราย โดยเร็วๆนี้ ทางการไทยจะพิจารณามาตรการรับมือสถานการณ์ Omicron เพิ่มเติม โดยอาจจะมีการยกเลิกการเดินทางเข้ามาแบบ Test & GO และกลับไปใช้แนวทางการกักตัวแทน
    - ตัวเลขส่งออกไทยเดือนพ.ย. เติบโต 24.7% YoY สูงกว่าเดือนก่อนและสูงกว่าที่ตลาดคาด เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าหลักของไทย รวมถึงเงินบาทที่อ่อนค่าและระดับราคาสินค้าส่งออกที่สูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน สำหรับภาพรวมส่งออกไทยปี 2565 KResearch คาดการณ์ที่กรอบ 3.5-4.3%
    ปัจจัยติดตาม: สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 มาตรการรับมือ Omicron และผลการประชุมครม.
    24 min
  • ตลาดหุ้น...ยังเฝ้าระวังไวรัสโอมิครอน หลังหลายประเทศคุมเข้มกิจกรรมเพิ่มขึ้น
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 20 ธ.ค. 2564
    ตลาดหุ้น...ยังเฝ้าระวังไวรัสโอมิครอน หลังหลายประเทศคุมเข้มกิจกรรมเพิ่มขึ้น
    - ตลาดหุ้นเอเชียปิดปะปนในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน โดยญี่ปุ่นปิดลดลง โดยกังวลนโยบายคุมเข้มของ BOE และเฟด ขณะที่ BOJ ก็เตรียมลดนโยบายคุมเข้มลงเช่นกัน ส่วนจีนปรับตัวลดลง หลังถูกถ่วงจากสถานการณ์ความดึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่น
    - ตลาดหุ้นไทยก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โอมิครอนที่เพิ่มขึ้น
    - ราคาทองคำปรับสูงขึ้น โดยนักลงทุนมีความต้องการซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ขณะที่ ราคาน้ำมันปรับลดลง
    - ปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้ ได้แก่ 1) สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในสหรัฐฯและยุโรป 2) ตัวเลขส่งออกของไทย 3) การประชุม กนง. 4) ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญจากฝั่งสหรัฐฯ และจีน
    17 min
  • ตลาดหุ้นไทยอาจแกว่งในแดนลบ ตามทิศทางหุ้นสหรัฐฯ
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 17 ธ.ค. 2564
    ตลาดหุ้นไทยอาจแกว่งในแดนลบ ตามทิศทางหุ้นสหรัฐฯ
    - ตลาดหุ้นเอเชีย และหุ้นไทยปิดในแดนบวกวานนี้เป็นส่วนใหญ่ เพราะมีแรงหนุนจากการประชุมเฟดที่ไม่ได้คุมเข้มนโยบายการเงินที่มากไปกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ตลาดหุ้นอังกฤษปรับเพิ่มขึ้น นำโดย หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ รับข่าวธนาคารกลางอังกฤษปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบนอกเหนือการคาดการณ์ของตลาด เนื่องจากกังวลเงินเฟ้อที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่ ตลาดหุ้นยุโรปได้รับอานิสงส์จากสัญญาณยืนดอกเบี้ยต่ำและพร้อมผ่อนคลายผ่านมาตรการซื้อสินทรัพย์จากธนาคารกลางยุโรป (ECB)
    - หากไม่นับธนาคารกลางอังกฤษที่สร้าง Surprise ให้กับตลาด เมื่อวานนี้ธนาคารกลางหลายแห่งยังยืนดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม อาทิ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และ ECB
    - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงตามแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่อ่อนไหวต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนหมุนเงินลงทุนกลับไปในกลุ่มธนาคารพาณิชย์และพลังงานที่ได้อานิสงส์จากทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจ และอัตราดอกเบี้ยที่จะทยอยขยับขึ้นในปีหน้า
    - เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงเทขายต่อเนื่อง และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลง หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแอกว่าคาด
    - ราคาทองขยับขึ้น เพราะได้รับอานิสงส์จากการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ไวรัสโอมิครอน ขณะที่ ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยยังคงได้แรงหนุนจากข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ปรับลดลงกว่าที่คาด และดอลลาร์ฯ ที่อ่อนค่า
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) สถานการณ์โควิด 2) การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น และการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีนในต้นสัปดาห์หน้า
    22 min
  • ตลาดหุ้นเอเชียวันนี้ ลุ้นปรับขึ้นตามสหรัฐฯ หลังผลเฟดเป็นไปตามคาด
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 16 ธ.ค. 2564
    ตลาดหุ้นเอเชียวันนี้ ลุ้นปรับขึ้นตามสหรัฐฯ หลังผลเฟดเป็นไปตามคาด
    - ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดแดนลบ บรรยากาศการลงทุนเป็นไปอย่างระมัดระวังรอผลการประชุมเฟด ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงเช่นกัน โดยมีแรงขายนำในหุ้นบิ๊กแคปในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคาร การเงิน และพลังงาน
    -ตลาดหุ้นอังกฤษปิดลบจากความกังวลต่อสถานการณ์การระบาดของโอมิครอน และแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจทำให้ธนาคารกลางอังกฤษต้องเตรียมคุมเข้มนโยบายการเงิน โดยเงินเฟ้อล่าสุดของอังกฤษ อยู่ที่ 5.1% สูงสุดในรอบเกือบ 10 ปี
    -ผลการประชุมธนาคารเฟดสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเฟดเพิ่มการปรับลดวงเงินการทำ QE เป็นเดือนละ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ เริ่มตั้งแต่เดือนม.ค. 2565 และคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.00-0.25% ตามคาด แต่ส่งสัญญาณผ่าน dot plot ว่าเจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่ประเมินว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2565
    -ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวก หลังสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด ขณะที่สภาคองเกรสขยับขึ้นเพดานหนี้สหรัฐฯ ทันเส้นตาย และรอส่งต่อให้ ปธน. ไบเดนลงนาม
    -บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปตามแนวโน้มจังหวะการคุมเข้มนโยบายของเฟด อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขาย เพราะข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เพิ่มน้อยกว่าที่ตลาดคาด
    - ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงมากกว่าที่คาด ส่วนราคาทองคำร่วงลงปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์
    -ประเด็นที่ต้องติดตามในวันนี้ ได้แก่ 1) การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางยุโรป 2) สัญญาณมาตรการเศรษฐกิจของไทย 3) ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และ PMI ของสหรัฐฯ
    30 min
  • ตลาดการเงินรอการประชุมเฟดคืนนี้ว่าจะส่งสัญญาณเร่งการลดวงเงิน QE
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 15 ธ.ค. 2564
    ตลาดการเงินรอการประชุมเฟดคืนนี้ว่าจะส่งสัญญาณเร่งการลดวงเงิน QE และมีทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยปีหน้าอย่างไร
    - ตลาดหุ้นวานนี้ปิดผสมผสาน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับไวรัสโอมิครอนและรอผลการประชุมเฟด โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่น ฮ่องกง และจีนต่างก็ปรับลดลง นำโดยหุ้นกลุ่มการเงิน สินค้าฟุ่มเฟือย และอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยปิดบวกได้เล็กน้อย ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่เบาบาง
    - ฝั่งหุ้นยุโรปปิดลดลงติดต่อกันห้าวันทำการ จากความกังวลในสถานการณ์โอมิครอน ด้านหุ้นสหรัฐฯ ก็ขยับลงเช่นกัน จากความกังวลเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นหลังดัชนี PPI เพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่มีการรายงานข้อมูลและเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ อันทำให้ตลาดมองว่าเฟดอาจต้องปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินเร็วขึ้น
    - ราคาทองคำปรับลดลง เช่นเดียวกับราคาน้ำมันที่ลดลง หลัง IEA ระบุว่าโลกอาจเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาด และไวรัสสายพันธ์ุใหม่จะกดดันการเดินทางของโลก
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) การประชุมเฟด 2) ตัวเลขเศรษฐกิจจีน 3) สถานการณ์ไวรัสโอมิครอน
    15 min
  • คุมดอกเบี้ยเช่าซื้อ ไม่เกิน 15% กับการปรับตัวของผู้ประกอบการ #2
    คุมดอกเบี้ยเช่าซื้อ ไม่เกิน 15% กับการปรับตัวของผู้ประกอบการ
    สมัครสมาชิกอ่านฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่: https://www.kasikornresearch.com/TH/subscription/Pages/online-application.aspx?ID_Package=211
    5 min
  • ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงถูกกดดันจากข่าวผู้เสียชีวิตจากโอมิครอนรายแรกในอังกฤษ
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 14 ธ.ค. 2564
    ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงถูกกดดันจากข่าวผู้เสียชีวิตจากโอมิครอนรายแรกในอังกฤษ
    - ตลาดเอเชียปิดในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ หลังนักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ก่อนมีข่าวเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตจากโอมิครอนในอังกฤษ ทั้งนี้ มีแรงซื้อในตลาดหุ้นจีนและญี่ปุ่นค่อนข้างมาก เนื่องจากมองว่าหุ้นจีนน่าจะได้รับแรงหนุนจากสัญญาณของทางการจีนที่จะปรับนโยบายการเงินการคลังมาเน้นดูแลเสถียรภาพของเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเริ่มมีการคาดการณ์ว่า ทางการจีนอาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฝั่งการคลังออกมาเพิ่มเติมในช่วงต้นปีหน้า อย่างไรก็ดีกรอบขาขึ้นของตลาดหุ้นจีนถูกจำกัดจากการยืนยันการพบคลัสเตอร์การระบาดของโควิดในมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งทำให้มีการหยุดชะงักของการผลิตของบางบริษัท
    - ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ถูกถ่วงจากสถานการณ์โควิดสายพันธุ์โอมิครอนในอังกฤษที่รุนแรงขึ้น ซึ่งกดดันราคาบิทคอยน์ลง แต่หนุนให้เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นได้ก่อนการประชุมเฟด และดันราคาทองคำให้ขยับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง
    - บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลง โดย Yield Curve ของสหรัฐฯ มีลักษณะแบนราบลง
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) สถานการณ์โควิดและการยกระดับการควบคุมในหลายประเทศ 2) ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ
    - เงินบาทเช้านี้อยู่ที่ 33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นจากวานนี้ ขณะที่กรอบการเคลื่อนไหวในวันนี้ คาดไว้ที่ 33.30-33.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ
    22 min
  • ตลาดหุ้นเอเชียอาจฟื้นตัวจากช่วงปลายสัปดาห์ก่อน หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาใกล้เคียงกับที่คาด
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 13 ธ.ค. 2564
    ตลาดหุ้นเอเชียอาจฟื้นตัวจากช่วงปลายสัปดาห์ก่อน หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาใกล้เคียงกับที่คาด...สัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางหลายแห่ง
    - ตลาดหุ้นไทยปิดทรงตัวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวท่ามกลางมูลค่าการซื้อ-ขายที่ค่อนข้างเบาบาง ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญแรงขายทำกำไรเมื่อวันศุกร์ ก่อนการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ โดยในส่วนของตลาดหุ้นจีนมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากข้อมูลปริมาณเงินและการปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวนที่อ่อนแอ รวมถึงความกังวลต่อปัญหาอสังหาริมทรัพย์ หลังฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของเอเวอร์แกรนด์จากระดับ C ลงสู่ระดับ Restricted Default (RD)
    - ตลาดหุ้นยุโรปและอังกฤษปรับลดลง เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลต่อมาตรการที่ใช้สกัดการระบาดของโอมิครอนที่อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจแถบยุโรป
    - ดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นถ้วนหน้า หลังข้อมูล CPI สหรัฐฯ ออกมาใกล้เคียงกับตัวเลขคาดการณ์ของตลาด โดยอัตราเงินเฟ้อ เดือนพ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 6.8% YoY สูงสุดในรอบเกือบ 40 ปี (ตลาดคาดที่ 6.7%)
    - ส่วนราคาทองคำในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นท่ามกลางมุมมองที่มองว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ประกอบกับได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากเงินดอลลาร์ฯ ที่มีทิศทางอ่อนค่าลง
    - ราคาน้ำมันทั้ง WTI และ Brent ปรับเพิ่มขึ้น โดยยังคงได้รับอานิสงส์จากการคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน และสัญญาณที่สะท้อนว่า การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตกยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก
    - ปัจจัยติดตามที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางชั้นนำอื่นๆ อาทิ ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางญี่ปุ่น
    24 min

About KResearch Podcast

From the publisher's feed

รับฟังความเคลื่อนไหว เศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ที่น่าสนใจ