KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 19 พ.ย. 2564
นักลงทุนเริ่มจับตาสถานการณ์โควิดที่จำนวนผู้ติดเชื้อกลับมาเร่งขึ้น...สำหรับไทย รอติดตามสัญญาณเงินทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยเฉพาะของค่าเงินบาท
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ปรับตัวลง โดยตลาดหุ้นเกาหลีปิดลดลงติดต่อกัน 2 วันทำการจากการปรับเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อโควิด ด้านตลาดหุ้นจีนยังได้รับปัจจัยกดดันจากสัญญาณปัญหาการระดมสภาพคล่องของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นแม้ปิดแดนลบ แต่ลดช่วงลบได้บางส่วนรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งมีวงเงินสูงกว่าที่คาด
- ตลาดหุ้นไทยปิดบวกสวนทางตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค ตามแรงหนุนหุ้นเฉพาะตัวในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และสื่อสาร
- ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลง ตามแรงขายหุ้นพลังงานและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ขณะที่บรรยากาศการลงทุนถูกกดดันมากขึ้นจากแนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้นจนเกิดความกังวลที่ว่าทางยุโรปอาจต้องใช้มาตรการคุมเข้มการระบาดที่เข้มงวดขึ้น
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P500 และ NASDAQ) ได้รับปัจจัยหนุนจากตัวเลขตลาดแรงงานและข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาแข็งแกร่ง รวมถึงการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนออกมาแข็งแกร่ง แต่ DJIA ปิดลบ ได้รับปัจจัยกดดันจากแรงขายหุ้นเฉพาะตัว โดยเฉพาะหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจด้านไอทีและระบบเครือข่ายทั่วโลก
- เงินดอลลาร์ฯ ถูกขายทำกำไร ขณะที่เงินปอนด์ได้รับปัจจัยหนุนจากความเป็นไปได้ในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ ขณะที่ราคาทองคำปรับลดลงจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดี และแรงขายทำกำไร
- สำหรับตลาดน้ำมัน แม้มีแรงซื้อกลับ แต่ยังคงต้องติดตามความเป็นไปได้เกี่ยวกับการระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์
- ธนาคารกลางตุรกีปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาที่ 15% ตามที่ตลาดคาด แม้เงินเฟ้อจะอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายถึง 4 เท่า ค่าเงินลีราเผชิญแรงขาย ร่วงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่
- ผู้ว่าธปท. ระบุว่า ไทยต้องเร่งยกระดับเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ เน้นการเติบโตด้านที่ไทยเติบโตดีและมีศักยภาพ ในฝั่งของธนาคารในปีหน้า จะมีการสนับสนุนในเรื่อง Open Banking มากขึ้น
- ปัจจัยติดตาม: ยอดค้าปลีกของอังกฤษ สถานการณ์โควิด-19 และสัญญาณเงินทุนต่างชาติ