KResearch Podcast

KResearch Podcast

By ศูนย์วิจัยกสิกรไทยBusiness
Download on the App Store

KResearch Podcast episodes

  • เช้านี้บาทแข็งหลุด 33 บาท ขณะที่ หุ้นเอเชียและหุ้นไทยลุ้นขึ้นวันนี้ตามตลาดต่างประเทศ
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 9 พ.ย. 2564
    เช้านี้บาทแข็งหลุด 33 บาท ขณะที่ หุ้นเอเชียและหุ้นไทยลุ้นขึ้นวันนี้ตามตลาดต่างประเทศ
    - ตลาดหุ้นเอเชียปรับฐานตามแรงเทขายทำกำไร แต่ตลาดหุ้นจีนขยับขึ้นจากแรงหนุนในหุ้นท่องเที่ยว และพลังงานใหม่ ประกอบกับข้อมูลการส่งออกของจีนเดือนต.ค. ออกมาดีกว่าคาด ด้านตลาดหุ้นไทยปิดทรงตัว แม้มีแรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ แต่ก็ถูกถ่วงจากแรงเทขายในหุ้นโรงไฟฟ้าและผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
    - เงินบาทแข็งค่าหลุด 33 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามสัญญาณซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยและตลาดพันธบัตรไทย ก่อนการประชุม กนง. เช้านี้ เงินบาทยังแข็งค่าต่อไปทดสอบแนว 32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
    - ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงหนุนหุ้นกลุ่มเหมืองและทรัพยากร และพลังงาน ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ทั้ง 3 ดัชนี โดยได้รับอานิสงส์ต่อเนื่องจากการที่สภาคองเกรสผ่านโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ประกอบกับยังคงมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
    - ราคาทองคำปรับขึ้นหลังเงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลง แต่บอนด์ยีลด์ฟื้นตัวขึ้นตามสัญญาณกังวลเงินเฟ้อ ขณะที่ ราคาน้ำมันปรับขึ้น ตามแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) กระแส Fund Flows ที่จะกระทบทิศทางเงินบาท 2) ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ และ 3) ถ้อยแถลงของประธานเฟด
    23 min
  • บรรยากาศตลาดหุ้นเอเชียยังระวังสัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน..วันนี้ติดตามถ้อยแถลงประธาน Fed
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 8 พ.ย. 2564
    บรรยากาศตลาดหุ้นเอเชียยังระวังสัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน..วันนี้ติดตามถ้อยแถลงประธาน Fed
    - ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับลดลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการชำระหนี้ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของจีน ขณะที่ตลาดหุ้นจีนมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติม จากการที่ทางการจีนออกมาตรการกระตุ้นการผลิตและควบคุมราคาถ่านหิน
    - ตลาดหุ้นไทยค่อนข้างทรงตัว สัปดาห์นี้รอติดตาม MSCI Rebalance และผลประกอบการของบจ.
    - ด้านตลาดหุ้นยุโรปยังมีแรงหนุนต่อเนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 3 ขณะที่รายงานข่าวเกี่ยวกับผลการทดลองยาเม็ดต้านโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ หนุนบรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ นอกจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลตลาดแรงงาน ทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงาน
    ของสหรัฐฯ เดือนต.ค. ที่ออกมาดีกว่าที่คาด
    -อย่างไรก็ดีบอนด์ยีลด์ระยะยาวที่ปรับตัวลง และความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อหนุนราคาทองคำขยับขึ้น ส่วนราคาน้ำมันปรับขึ้นเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยังคงได้รับแรงหนุนจากภาวะอุปทานตึงตัว
    - ปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้ ได้แก่ ถ้อยแถลงของประธานเฟด (8-9 พ.ย.) ผลการประชุมกนง. (10 พ.ย.) และผลประกอบการไตรมาส 3
    21 min
  • ตลาดหุ้นไทยลุ้นบวกต่อ ตามบรรยากาศหุ้นต่างประเทศ
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 5 พ.ย. 2564
    ตลาดหุ้นไทยลุ้นบวกต่อ ตามบรรยากาศหุ้นต่างประเทศ
    - ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้บวกถ้วนหน้า ตามแรงหนุนจากการที่เฟดทยอยลดวงเงิน QE ตามคาด และส่งสัญญาณไม่รีบขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด ขณะที่ BOJ ออกมาระบุว่าไม่รีบผ่อนคลายนโยบายการเงิน เช่นเดียวกับธนาคารกลางฟิลิปปินส์ที่ไม่รีบขึ้นดอกเบี้ยเช่นกัน อย่างไรก็ดีธนาคารกลางฮ่องกงส่งสัญญาณเตือนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นหลังเฟดเริ่มลดวงเงิน QE
    - ตลาดหุ้นไทยปิดบวกตามแรงซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศ โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มแบงก์ ไฟแนนซ์ ท่องเที่ยว และขนส่ง
    - ด้านตลาดหุ้นยุโรปทะยานแตะ New High ครั้งใหม่ ยังคงรับข่าวที่ธนาคารกลางยุโรประบุว่ายังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า เช่นเดียวกับ BOE ที่มีมติคงวงเงิน QE และไม่ขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งมติในเรื่องดอกเบี้ยสวนการคาดการณ์ของตลาดที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ ปิดปะปน โดย NASDAQ และ S&P500 ทำ New High แต่ Dow Jones ปิดลดลงตามบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ย่อตัวลง หลังเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณรีบขึ้นดอกเบี้ย ส่วนปัจจัยหนุนตลาด ได้แก่ ข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ลดลงต่ำกว่าคาด
    - ราคาน้ำมันปรับลดลง หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่าคาด รวมถึงแนวโน้มการผลิตน้ำมันของซาอุฯ ที่เพิ่มขึ้น และอิหร่านจะกลับมาเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับชาติตะวันตกอีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่เพิ่มขึ้นติดต่อกันสามวันทำการ 2) ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ และ 3) ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของไทย
    23 min
  • ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มได้รับ sentiment เชิงบวกจากฝั่งสหรัฐฯ
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 4 พ.ย. 2564
    ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มได้รับ sentiment เชิงบวกจากฝั่งสหรัฐฯ ..วันนี้ติดตามการประชุม BOE และการประชุม OPEC +
    - ตลาดหุ้นเอเชียปรับลดลงวานนี้ นักลงทุนลดความเสี่ยงรอติดตามผลการประชุม Fed ขณะที่ตลาดหุ้นจีนได้รับปัจจัยกดดันเพิ่มเติมหลังนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนเตือนว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับแรงกดดันช่วงขาลง นอกจากนี้ความกังวลต่อโควิดในจีนก็กระตุ้นแรงขายหุ้นจีนออกมาด้วยเช่นกัน ด้านตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตามตลาดหุ้นในภูมิภาค แม้นักลงทุนต่างชาติจะอยู่ในฝั่งซื้อสุทธิก็ตาม
    - ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง ได้รับปัจจัยหนุนจากผลประกอบการแข็งแกร่ง นอกจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ปัจจัยหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจ (ข้อมูลจ้างงานภาคเอกชน และ PMI ภาคบริการ) ที่ออกมาดี รวมถึงผลการประชุม Fed ที่ประกาศแนวทางลดวงเงิน QE ตามคาด และส่งสัญญาณไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ย
    - การประชุม Fed คงอัตราดอกเบี้ยที่ 0-0.25% และมีการปรับลดวงเงินซื้อสินทรัพย์ลงเดือนละ 15,000 ล้านดอลลาร์ฯ เริ่มตั้งแต่เดือนพ.ย. หลังเศรษฐกิจฟื้นตัวตามคาด ขณะที่ยังคงมีมุมมองต่อเงินเฟ้อตามเดิมว่ามาจากปัจจัยชั่วคราว แต่ก็ยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ประธาน Fed ระบุว่า จะอดทนต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
    - ค่าเงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลง หลังมติ Fed เป็นไปตามคาด อย่างไรก็ดีผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับสูงขึ้น
    - ตลาดทองคำเผชิญแรงขายหนัก (ปิดทำการก่อนรู้ผลประชุม Fed) เช่นเดียวกับตลาดน้ำมัน (WTI -3.6%, Brent -3.2%) เนื่องจากข้อมูลสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดการณ์
    - กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2564 มาที่กรอบ 0.5-1.5% จากปัจจัยการเปิดประเทศ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ 1) ผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ หรือ BoE 2) การประชุม OPEC+ และ 3) ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ
    24 min
  • ตลาดการเงินทั่วโลกรอติดตามผลการประชุมเฟดคืนนี้
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 3 พ.ย. 2564
    ตลาดการเงินทั่วโลกรอติดตามผลการประชุมเฟดคืนนี้
    - ตลาดหุ้นเอเชียปิดผสมผสาน ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดแดนลบวานนี้ โดยนักลงทุนขายทำกำไรหุ้นญี่ปุ่น ขณะที่หุ้นจีนถูกถ่วงลงจากแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มการเงิน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ดี หุ้นไทยบวกสวนทางตามแรงซื้อคืนหุ้นบิ๊กแคปบางตัว แต่การเคลื่อนไหวภาพรวมยังอยู่ในกรอบแคบ
    - ตลาดหุ้นยุโรป และดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ ทั้ง 3 ดัชนี ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีแรงหนุนจากผลประกอบการไตรมาส 3 ที่มีทิศทางดีกว่าที่คาด
    -เงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าก่อนผลการประชุมเฟดกดดันราคาทองคำลดลง ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ปรับลดลงตามแรงขายทำกำไรก่อนการประชุม OPEC+
    - ศปก.ศบค. ระบุว่า จะใช้เวลา 15 วันนับจาก 1 พ.ย. เพื่อประเมินผลของการผ่อนคลายมาตรการสกัดโควิด-19 และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่ต้องกักตัวในเฟสแรก ก่อนจะพิจารณาว่าจะผ่อนคลายมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่
    - สรท. คาดการณ์ว่า การส่งออกไทยในปี 2564 จะเติบโต 12% ขณะที่ในปี 2565 อาจเติบโตประมาณ 5% อย่างไรก็ดี มีหลายปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบการส่งออกในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องในปีหน้า
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ 1) ผลการประชุมเฟด 2) ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน และข้อมูล PMI ภาคบริการของสหรัฐฯ
    16 min
  • อนาคต...กระท่อม
    กระท่อม...ความท้าทายขึ้นอยู่กับอุปสงค์ในระยะแรกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
    สมัครสมาชิกอ่านฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่: https://www.kasikornresearch.com/TH/subscription/Pages/online-application.aspx?ID_Package=211
    5 min
  • หุ้นเอเชียลุ้นปรับขึ้นตามดัชนีหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปที่ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 2 พ.ย. 2564
    หุ้นเอเชียลุ้นปรับขึ้นตามดัชนีหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปที่ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ... แต่นักลงทุนยังคงรอติดตามผลการประชุม Fed อย่างใกล้ชิด
    - ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดแดนลบ นำโดย ตลาดหุ้นจีนซึ่งเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ในจีน ข้อมูล PMI ที่มีสัญญาณอ่อนแอในเดือนต.ค. และปัญหาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่อเนื่องติดต่อกัน 4 วันทำการแล้วตามแรงขายของต่างชาติ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดบวกหลังพรรค LDP ยังสามารถครองเสียงข้างมากในสภาได้ โดยจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาในช่วงกลางเดือนพ.ย. นี้
    - หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหุ้นยุโรปได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคาร ขณะที่สหรัฐฯ ได้รับปัจจัยบวกจากหุ้นพลังงาน และหุ้นในกลุ่มเปิดเศรษฐกิจ หลังสหรัฐฯ จะมีการเปิดประเทศรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสในวันที่ 8 พ.ย. นี้
    - ค่าเงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลง โดยข้อมูล PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ ที่สะท้อนการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง กระตุ้นแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชันก่อนการประชุมเฟด (2-3 พ.ย. นี้) โดยดอลลาร์ฯ ที่อ่อนค่า หนุนราคาทองคำให้ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องท่ามกลางภาวะตลาดตึงตัว รอติดตามการประชุม OPEC+ 4 พ.ย. นี้
    - อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ปรับเพิ่มแผนการออกพันธบัตรในไตรมาสที่ 4 ขึ้นมาที่ 1.015 ล้านล้านดอลลาร์ฯ -
    - ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของไทยปรับดีขึ้น (แม้ค่าดัชนี BSI จะยังอยู่ต่ำกว่าแนว 50) หลังเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ในเดือนที่ผ่านมา แต่ต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูงและปัญหาสภาพคล่องยังเป็นประเด็นท้าทายต่อการฟื้นตัวในระยะถัดไป
    - ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับเกณฑ์การควบคุมหุ้นที่มีความเคลื่อนไหวร้อนแรง ระหว่างวันที่ 1-12 พ.ย. นี้
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ 1)ผลการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย 2) PMI ภาคการผลิตฝั่งยูโรโซน และ 3) สถานการณ์โควิด
    25 min
  • ตลาดหุ้นไทย...รอติดตามแรงหนุนในหุ้นกลุ่มเปิดเศรษฐกิจ
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 1 พ.ย. 2564
    ตลาดหุ้นไทย...รอติดตามแรงหนุนในหุ้นกลุ่มเปิดเศรษฐกิจ
    -ตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวตามผลประกอบการ บจ. และปัจจัยเฉพาะของแต่ละประเทศ โดยหุ้นญี่ปุ่นปิดบวก ตามทิศทางผลประกอบการ บจ. ที่ออกมาดี แต่กรอบการปรับตัวขึ้นยังจำกัดเนื่องจากนักลงทุนรอติดตามผลการเลือกตั้งญี่ปุ่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่หุ้นจีนปรับขึ้นเช่นกัน นำโดย หุ้นสินค้าผู้บริโภคและไอที
    -หุ้นไทยลดเล็กน้อย โดยนักลงทุนยังคงรอปัจจัยใหม่ๆ มากระตุ้น อย่างไรก็ดีแรงกดดันตลาดในภาพรวมมาจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติก่อนการประชุมเฟดสัปดาห์นี้
    -หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปิดแดนบวก โดยมีแรงหนุนจากผลประกอบการ บจ. ไตรมาส 3 ที่ออกมาดี ประกอบกับหุ้นกลุ่มการเงินได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากบอนด์ยีลด์ที่ขยับขึ้น
    -เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่า หลังอัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE และ Core PCE ของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น หนุนความเป็นไปได้ในการเริ่มปรับลดวงเงิน QE ของเฟดในเดือนนี้ และโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า ดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่ากดดันราคาทองคำร่วงลง ขณะที่ราคาน้ำมันยังขึ้นต่อเนื่องท่ามกลางแนวโน้มการปรับตัวเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก
    - ประเทศไทยเพิ่มลิสต์รายชื่อประเทศที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัวภายใต้เงื่อนไขเป็น 63 ประเทศ แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19 หลังเริ่มเปิดประเทศเป็นวันแรกในวันนี้ (1 พ.ย.) ส่วนเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยเดือนก.ย. 2564 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน หลังมีการคลายมาตรการล็อกดาวน์ และการฉีดวัคซีนมีความครอบคลุม อย่างไรก็ดีตลาดแรงงานยังเปราะบาง แม้ปรับดีขึ้นตามอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
    - ปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้ ได้แก่ 1) ผลการประชุมเฟด 2) การประชุมโอเปกพลัส 3) ผลประกอบการไตรมาส 3 ของ บจ.
    19 min
  • หุ้นเอเชียขาดแรงหนุนเช้านี้ แม้ดัชนี SP500 และ Nasdaq สหรัฐฯ แตะระดับสูงสุดครั้งใหม่
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 29 ต.ค. 64
    หุ้นเอเชียขาดแรงหนุนเช้านี้ แม้ดัชนี SP500 และ Nasdaq สหรัฐฯ แตะระดับสูงสุดครั้งใหม่เมื่อคืนที่ผ่านมา
    -ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ส่วนใหญ่ปิดแดนลบต่อเนื่อง หลังทางการจีนเข้าดูแลราคาถ่านหิน ด้วยการกำหนดราคาเป้าหมายการซื้อถ่านหินในประเทศที่ 1,200 หยวนต่อตัน ซึ่งต่ำกว่าที่นักลงทุนคาดไว้ค่อนข้างมาก ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นและธนาคารกลางยุโรปยังผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อในการประชุมเมื่อคืน ซึ่งสัญญาณ ECB ที่ยังไม่พร้อมจะคุมเข้มหนุนตลาดหุ้นยุโรปให้ปิดในแดนบวก แต่ตลาดหุ้นอังกฤษและเยอรมนีปิดแดนลบ หลังผลประกอบการไตรมาส 3/2564 ของบริษัทน้ำมันและยานยนต์ออกมาอ่อนแอกว่าคาด
    - ตลาดหุ้นไทยปิดลบตามภาพรวมหุ้นเอเชีย โดยมีแรงขายกระจายไปในหุ้นกลุ่มเทคฯ ตามผลประกอบการของบริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกมาไม่ดี รวมถึงแรงขายหุ้นพลังงานและปิโตรเคมี หลังราคาน้ำมันลดลง
    - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังปรับขึ้น โดย SP500 และ Nasdaq แตะระดับสูงสุดครั้งใหม่ (New High) แม้จีดีพีไตรมาส 3/2564 ของสหรัฐฯ แย่กว่าที่คาด ทั้งนี้ เนื่องจากตลาดพุ่งความสนใจไปที่ตัวเลขผลประกอบการ บจ.ที่คาดว่าจะออกมาดี
    - บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ระยะกลางและระยะยาวปรับขึ้นได้ รับข้อมูลตลาดแรงงานที่สะท้อนการฟื้นตัว อันทำให้ตลาดมองว่าเฟดจะยังคงเดินหน้า QE Tapering ได้ในเดือนหน้า ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่า รับตัวเลขจีดีพีสหรัฐฯ ไตรมาส 3 ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งหนุนให้ราคาทองคำปรับขึ้น
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) รายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนก.ย. ของธปท. 2) การประชุม ศบค. ชุดใหญ่ว่าจะนำไปสู่การปรับลดพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวดอย่างไร 3) แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของ ปธน.โจ ไบเดน และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (PCE และ Core PCE)
    - ค่าเงินบาทเช้านี้ ทยอยแข็งค่าทดสอบแนว 33.20 และ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามลำดับ
    29 min

About KResearch Podcast

From the publisher's feed

รับฟังความเคลื่อนไหว เศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ที่น่าสนใจ