KResearch Podcast

KResearch Podcast

By ศูนย์วิจัยกสิกรไทยBusiness
Download on the App Store

KResearch Podcast episodes

  • หุ้นไทยรอติดตามผลประกอบการไตรมาส 3 ของกลุ่มแบงก์
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 19 ต.ค. 64
    หุ้นไทยรอติดตามผลประกอบการไตรมาส 3 ของกลุ่มแบงก์
    - ตลาดหุ้นหลักในเอเชียส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ เผชิญแรงเทขายตามตลาดหุ้นจีน หลัง GDP ในไตรมาส 3 โตเพียง 4.9% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาด นอกจากนี้หุ้นอสังหาริมทรัพย์ในจีนยังเผชิญแรงขายจากความกังวลเรื่องการขึ้นภาษีอสังหาริมทรัพย์ตามการส่งสัญญาณล่าสุดจากปธน. สี จิ้นผิงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
    - ตัวเลข GDP จีนที่น่าผิดหวัง กระตุ้นแรงขายต่อเนื่องในฝั่งตลาดหุ้นยุโรป และกดดันดัชนีหุ้นดาวน์โจนส์สหรัฐฯ ปิดในแดนลบ ขณะที่ตลาดหุ้นอังกฤษมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากการส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ
    - อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นของหุ้นเทคโนฯ และความหวังต่อรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 หนุนให้ S&P500 และ NASDAQ ปรับเพิ่มขึ้นได้
    - ดอลลาร์ฯ แข็งค่า และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามการคาดการณ์เกี่ยวกับจังหวะคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟดในปีหน้า กดดันราคาทองคำร่วงลง แต่ราคาน้ำมันยังทรงตัวสูงตามปัจจัยอุปทานตึงตัว
    - การประชุมนักวิเคราะห์ของธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อของไทยน่าจะเคลื่อนไหวใกล้กรอบล่างของเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 1-3% ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นในปีหน้า ซึ่งทำให้ไทยไม่น่าจะเผชิญกับภาวะ stagflation
    - ปัจจัยติดตาม: ผลประกอบการไตรมาส 3 ของกลุ่มแบงก์ / ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐฯ / ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารอินโดนีเซีย
    23 min
  • ตลาดหุ้นให้น้ำหนักที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน สัปดาห์นี้ไทยมีประกาศผลประกอบจากฝั่งธนาคาร
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 18 ต.ค. 64
    ตลาดหุ้นให้น้ำหนักที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน สัปดาห์นี้ไทยมีประกาศผลประกอบจากฝั่งธนาคาร ..เช้าวันนี้ติดตามตัวเลข GDP จีนไตรมาส 3
    - ตลาดหุ้นเอเชียปรับขึ้น โดยตลาดญี่ปุ่นมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มส่งออกหลังเงินเยนอ่อนค่า ท่ามกลางการจับตาการเลือกตั้งในวันที่ 31 ต.ค.นี้ ส่วนจีนและฮ่องกง ตลาดได้แรงบวกจากการที่ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนออกมาให้ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการดูแลปัญหาอสังหาริมทรัพย์ในจีน อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยปิดลง สวนทางตลาดอื่นในภูมิภาค
    - ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ก็ปรับขึ้นเช่นกัน ตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการ บจ.ที่ออกมาดี
    - บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ประเภท 10 ปียังคงอยู่เหนือ 1.5% กดดันราคาทองคำให้ปรับร่วงลง
    - ราคาน้ำมันยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการคาดการณ์ที่ว่าความต้องการใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่ง IEA ออกมาย้ำถึงทิศทางอุปสงค์น้ำมันที่เพิ่มขึ้นในปีหน้าด้วย
    - ปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้ ได้แก่ 1) สถานการณ์โควิดในประเทศ หลังการทยอยผ่อนคลายกิจกรรมต่างๆ 2) การประกาศผลประกอบการ บจ.ระหว่างสัปดาห์ 3) ตัวเลขส่งออกของไทย 4) สถานการณ์น้ำท่วม 5) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ข้อมูลผลผลิตภาคอุตสาหกรรม การเริ่มสร้างบ้าน รวมถึงตัวเลขฝั่งจีน อาทิ ข้อมูลจีดีพีไตรมาส 3/2564 ตลอดจนปัญหา Evergrande
    - สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 32.80-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
    20 min
  • หุ้นไทยรอประกาศผลประกอบการ บจ. ขณะที่แผนคลายล็อกดาวน์และเปิดประเทศเพิ่มเติมคงหนุนหุ้นบางกลุ่ม
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 15 ต.ค. 64
    หุ้นไทยรอประกาศผลประกอบการ บจ. ขณะที่แผนคลายล็อกดาวน์และเปิดประเทศเพิ่มเติมคงหนุนหุ้นบางกลุ่ม
    - ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดในแดนบวก แม้ว่าตลาดหุ้นจีนปิดลบ จากการที่ดัชนีราคาผู้ผลิตที่พุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 10.7% YoY ซึ่งส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจจีนในไตรมาส 3/2564 ที่น่าจะชะลอแรงส่งลงจากไตรมาส 2
    - ตลาดหุ้นไทยปิดลบ ตามแรงขายจากนักลงทุนสถาบันในประเทศ ก่อนการประกาศผลประกอบการ บจ.ไตรมาส 3/2564 รวมถึงสถานการณ์โควิดที่ยังไม่นิ่ง
    - ตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้น เช่นเดียวกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการ บจ.ที่ออกมาดี รวมถึงตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ปรับลดลงมากกว่าคาดและกลับไปอยู่ที่ระดับก่อนโควิดแล้ว
    - ดัชนีเงินดอลลาร์ฯ ยังอ่อนค่าต่อ ตามการลดลงของบอนด์ยีลด์ระยะยาวของสหรัฐฯ ซึ่งดันให้ราคาทองคำขยับขึ้น
    - ราคาน้ำมันขยับขึ้น เนื่องจากซาอุดิอาระเบียปฏิเสธสหรัฐฯ ในการปรับเพิ่มอุปทานน้ำมัน
    - เช้านี้ เงินบาทยังแข็งค่าต่อ ทดสอบแนว 33.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) ทิศทางฟันด์โฟลว์ 2) ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ยอดค้าปลีก ราคาสินค้านำเข้า และดัชนีราคาผู้บริโภค
    26 min
  • หุ้นไทยรอติดตามลุ้นสัญญาณบวกจาก ที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 14 ต.ค. 64
    หุ้นไทยรอติดตามลุ้นสัญญาณบวกจาก ที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่
    - ตลาดหุ้นไทยปิดบวกวันอังคาร รับข่าวการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและการทยอยคลายล็อกดาวน์ ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นหลายกลุ่ม อาทิ สายการบิน ค้าปลีก และโรงแรม ขณะที่ หุ้นเอเชียหลายตลาดปิดแดนบวกในวันพุธ อาทิ เกาหลีใต้ จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย โดยมีแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการส่งออกของจีน ตัวเลขการจ้างงานในเกาหลีใต้ รวมถึงการควบคุมสถานการณ์โควิดที่ก้าวหน้าในเชิงบวก
    - ตลาดหุ้นฝั่งยุโรปปรับตัวขึ้น สวนทางกับดัชนีดาวน์โจนส์ของสหรัฐฯ ที่ปิดติดลบเล็กน้อย หลังดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด โดยเฉพาะในหมวดอาหาร ค่าเช่า และพลังงาน ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ตัวสั้น ขยับขึ้นรับการที่เฟดส่งสัญญาณ QE Tapering ด้วยแผนการทยอยลดการซื้อพันธบัตรและ MBS รวมกันเดือนละ 15,000 ล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งอาจจะเห็นในช่วงกลางพ.ย. หรือในเดือนธ.ค. นี้ และอาจทำให้กระบวนการ QE Tapering สิ้นสุดลงช่วงกลางปีหน้า อย่างไรก็ดี บอนด์ยีลด์ตัวยาวย่อลง เนื่องจากตลาดยังเชื่อว่า เงินเฟ้อสหรัฐฯเป็นภาวะชั่วคราว ซึ่งบอนด์ยีลด์ตัวยาวที่ปรับตัวลง กระตุ้นแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อทำกำไร
    - ราคาทองคำปรับขึ้น หลังนักลงทุนมีความต้องการซื้อทองคำเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
    - ราคาน้ำมันปรับลดลง หลัง OPEC ปรับลดประมาณการใช้น้ำมันโลกลงทั้งในปีนี้และปีหน้า
    - ธนาคารกลางสิงคโปร์ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินเช้านี้ ผ่านแผนการทยอยปล่อยให้เงินดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับตะกร้าเงิน
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ที่เตรียมผ่อนคลายกิจกรรมเพิ่มเติม 2) ตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ 3) รายงานการประชุมนโยบายการเงินของ ธปท.
    - เงินบาทแข็งค่าขึ้นทดสอบ 33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ เช้านี้ รับข่าวการเปิดประเทศของไทย และแผนการคุมเข้มของธนาคารกลางสิงคโปร์
    23 min
  • ภาษี e-Service ผลกระทบต่อผู้ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลต่างประเทศ
    ภาษี e-Service ผลกระทบต่อผู้ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลต่างประเทศ
    สมัครสมาชิกอ่านฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่: https://www.kasikornresearch.com/TH/subscription/Pages/online-application.aspx?ID_Package=211
    5 min
  • แม้หุ้นไทยมีปัจจัยบวกจากข่าวการเปิดประเทศ
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 12 ต.ค. 64
    แม้หุ้นไทยมีปัจจัยบวกจากข่าวการเปิดประเทศ แต่ขาขึ้นคงจำกัดตามทิศทางตลาดเอเชียจากปัญหาอสังหาฯ จีนและเงินเฟ้อโลกพุ่ง
    - ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ยืนในแดนบวกวานนี้ โดยตลาดญี่ปุ่นได้แรงซื้อในหุ้นกลุ่มส่งออกหลังเงินเยนอ่อนค่า และรับข่าวดีของจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสฯ ที่ลดลง รวมถึงสัญญาณจากนายกฯใหม่ที่ยังจะไม่ขึ้นภาษี Capital Gain Tax อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นจีนปิดลบ ขณะที่มีข่าวว่าบริษัท Evergrande น่าจะมีการผิดนัดชำระดอกเบี้ยของหุ้นกู้เป็นครั้งที่สามเมื่อวานนี้ รวมถึงบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีก 2 รายที่มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้เช่นกัน
    - ตลาดหุ้นไทยปิดลบ เนื่องจากขาดปัจจัยบวกใหม่ ประกอบกับมีแรงขายก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2564 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์
    - ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก แต่มีหุ้นหลายกลุ่มถูกกดดันจากความกังวลเงินเฟ้อที่มีแรงหนุนเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันในระยะนี้ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางอังกฤษจำเป็นต้องคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น
    - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวก กังวลเงินเฟ้อ และแรงกดดันต่อต้นทุนธุรกิจจากราคาพลังงานที่ยังคงพุ่งสูงขึ้น ซึ่งก็จะกดดันให้เฟดต้องเดินหน้าลดวงเงิน QE ขณะที่ตลาดบางส่วนเริ่มประเมินความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า
    - ดัชนีเงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้น เช่นเดียวกับราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นต่อจากสัญญาณอุปทานตึงตัว
    - นายกฯ ไทยแถลงนโยบายเปิดรับการเดินทางเข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัว เริ่ม 1 พ.ย. สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดส และมีหลักฐานการตรวจการติดเชื้อตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยต้องเป็นผู้ที่มาจากประเทศที่ไทยกำหนดว่ามีความเสี่ยงต่ำ และภายใน 1 ธ.ค. น่าจะมีการเตรียมผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มแรงกระตุ้นรับช่วงเทศกาลปลายปี
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) สถานการณ์โควิดในประเทศและน้ำท่วม 2) ประมาณการเศรษฐกิจโลกของ IMF 3) ข้อมูลการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของตลาดแรงงานในสหรัฐฯ
    25 min
  • ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้รอติดตามปัจจัยใหม่จากผลประกอบการไตรมาส 3
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 11 ต.ค. 64
    ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้รอติดตามปัจจัยใหม่จากผลประกอบการไตรมาส 3
    - ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดบวกสดใสเมื่อวันศุกร์ก่อนหน้า รับข่าวการบรรลุข้อตกลงในการขยับเพดานหนี้ของสหรัฐฯ ขณะที่ ตลาดหุ้นไทยปิดบวกตามตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค เช่นกัน นำโดย หุ้นพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
    - อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลง โดยแม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดค่อนข้างมาก แต่ตลาดยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะเริ่มลดการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ QE ภายในปีนี้
    - บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 1.603% ซึ่งจำกัดกรอบราคาทองคำ ทำให้ราคาปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง
    - ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สัญญาน้ำมัน WTI เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 1.3% ปิดที่ 79.35 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ ต.ค. 2557 ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า ตลาดน้ำมันจะตึงตัวมากขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
    - ปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้ ได้แก่ 1) สถานการณ์น้ำท่วมและผู้ติดเชื้อไวรัสในประเทศ 2) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน และเงินเฟ้อ รวมถึง 3) สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์จีน
    - ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ คาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.40-34.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 4 ปีครั้งใหม่ที่ 33.99 บาทต่อดอลลาร์ฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
    28 min
  • คาดหุ้นปรับขึ้น...รับข่าวดีการปลดล็อกเพดานหนี้สหรัฐฯ ชั่วคราว
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 8 ต.ค. 64
    คาดหุ้นปรับขึ้น...รับข่าวดีการปลดล็อกเพดานหนี้สหรัฐฯ ชั่วคราว
    - ตลาดหุ้นเอเชียปิดบวกถ้วนหน้าวานนี้ คาดหวังการผ่านร่างกฎหมายที่ช่วยคลี่คลายปัญหาเพดานหนี้สหรัฐฯ นอกจากนี้ หุ้นญี่ปุ่นมีปัจจัยหนุนจากแรงซื้อตามปัจจัยทางเทคนิค หลังจากถูกขายมาตลอดหลายวันก่อนหน้านี้ ขณะที่ตลาดจีนจะกลับมาเปิดทำการวันนี้ โดยรอความคืบหน้าปมปัญหา Evergrande
    - ตลาดหุ้นไทยปิดบวก ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มแบงก์ โรงไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง และกลุ่มเทคฯ
    - ตลาดหุ้นยุโรป ได้ปัจจัยบวกจากข่าวที่รัสเซียจะช่วยจัดหาก๊าซเพิ่มเติมให้กับยุโรป ขณะที่ ตลาดสหรัฐฯ ได้รับแรงหนุนจากการคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของทางการสหรัฐฯ ลงบางส่วน รวมถึงตัวเลขผู้รอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ปรับลดลงรายสัปดาห์มากสุดในรอบ 3 เดือน
    - สำหรับเช้านี้ ร่างกฎหมายยกเพดานหนี้ขึ้นชั่วคราวของสหรัฐฯ ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาสหรัฐฯ แล้ว ทำให้เพดานหนี้ขยับขึ้นอีก 4.8 แสนล้านดอลลาร์ฯ ก่อนที่จะต้องส่งคืนให้สภาฯ ล่าง และปธน. ไบเดนรับรองตามลำดับ ซึ่งน่าจะยกเพดานหนี้ได้ทันก่อนวันที่ 18 ตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตาม เพดานหนี้ที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้จ่ายทางการคลังของสหรัฐฯ ไปจนถึงวันที่ 3 ธันวาคมนี้เท่านั้น
    - บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับขึ้น ขณะที่ ราคาทองคำปรับลดลง
    - ราคาน้ำมันดิบปิดบวก หลังสหรัฐฯ ปฏิเสธข่าวการระบายน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์เพื่อดูแลราคาพลังงานในช่วงนี้
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) สถานการณ์โควิด ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อสูงกว่าผู้หายป่วย รวมถึงปัญหาการระบาดทางภาคใต้ 2) สถานการณ์น้ำท่วม 3) ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
    21 min
  • เศรษฐกิจอินเดีย...ฟื้นตัวแรง คาดส่งออกไทยไปอินเดีย ปี 64 พุ่ง 40%
    เศรษฐกิจอินเดีย...ฟื้นตัวแรง คาดส่งออกไทยไปอินเดีย ปี 64 พุ่ง 40%
    สมัครสมาชิกอ่านฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่: https://www.kasikornresearch.com/TH/subscription/Pages/online-application.aspx?ID_Package=211
    6 min

About KResearch Podcast

From the publisher's feed

รับฟังความเคลื่อนไหว เศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ที่น่าสนใจ