KResearch Podcast

KResearch Podcast

By ศูนย์วิจัยกสิกรไทยBusiness
Download on the App Store

KResearch Podcast episodes

  • ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสขึ้นต่อ รับข่าวดีประสิทธิภาพของวัคซีนเข็มสาม ต้านโอมิครอน
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 9 ธ.ค. 2564
    ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสขึ้นต่อ รับข่าวดีประสิทธิภาพของวัคซีนเข็มสาม ต้านโอมิครอน
    - ตลาดหุ้นเอเชียปรับขึ้นต่อ อาทิ ตลาดญี่ปุ่น จีน และฮ่องกง โดยตลาดคลายความกังวลต่อการระบาดของไวรัสโอมิครอน เนื่องจากมองว่าภาวะเจ็บป่วยจะรุนแรงน้อยกว่าเดลต้า ขณะที่ ทางการจีนผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมด้วยการเพิ่มสภาพคล่องให้ระบบผ่านการทำ Reverse Repo เพื่อบรรเทาความเสี่ยงของการขาดสภาพคล่องของบริษัทอสังหาฯ จีน
    - อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยุโรปและอังกฤษปิดลบ หลังเผชิญแรงขายในหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย และหุ้นกลุ่มที่เชื่อมโยงกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดเร่งขึ้น และเริ่มมีการประกาศมาตรการคุมเข้มแล้ว อาทิ ในอังกฤษ
    - ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้น รับข่าวไฟเซอร์ที่กล่าวถึงประสิทธิภาพของวัคซีนเข็มที่สามในการป้องกัน/ลดความรุนแรงของไวรัสโอมิครอน ประกอบกับมีปัจจัยบวกจากตัวเลขตลาดแรงงานซึ่งยังสะท้อนภาวะตึงตัว
    - เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลง และบอนด์ยีลด์ปรับเพิ่มขึ้น ตามแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งก็มีผลจำกัดขาขึ้นของราคาทองคำเช่นกัน
    - ราคาน้ำมัน WTI ปิดบวกสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ตามการช้อนซื้อกลับของนักลงทุน
    - กกร. คงประมาณการจีดีพีปี 2564 ที่ 0.5-1.5% และมองการเติบโตปีหน้าที่ 3.0-4.5% โดยยังต้องติดตามความเสี่ยงของการระบาดของโควิด
    - ปัจจัยติดตามที่สำคัญ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อจีนที่สะท้อนจากดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภค และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ในวันนี้ รวมถึงตัวเลข CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งจะประกาศในวันศุกร์นี้
    23 min
  • เช้านี้สินทรัพย์เสี่ยงยังได้รับปัจจัยหนุนจากการคลายความกังวลเกี่ยวไวรัสโอมิครอน
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 8 ธ.ค. 2564
    เช้านี้สินทรัพย์เสี่ยงยังได้รับปัจจัยหนุนจากการคลายความกังวลเกี่ยวไวรัสโอมิครอน...ขณะที่ KResearch มองหากโอมิครอนรุนแรงกว่าเดลต้า อาจกดจีดีพีโต 2.8% ปีหน้า
    - ตลาดหุ้นโซนเอเชียบวกสดใส หลังมีความชัดเจนมากขึ้นว่าไวรัสโอมิครอนไม่น่าจะนำมาสู่อาการป่วยที่รุนแรง โดยตลาดหุ้นไทยปิดบวกเหนือ 1,600 จุด ได้รับปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปิดดีลซื้อกิจการสินเชื่อรายย่อย ทั้งนี้อยู่ในช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวจึงทำให้มูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง
    - หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปิดสดใสเช่นกัน โดย NASDAQ ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 3% ขณะที่ ทองคำได้แรงหนุนจากแรงซื้อก่อนเทศกาลปีใหม่
    - ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส และคาดการณ์อุปทานที่ลดลงจากการเจรจานิวเคลียร์ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบจากฝั่งสหรัฐฯ ที่จะประกาศออกมาคืนนี้
    - สำหรับผลกระทบของโอมิครอนต่อเศรษฐกิจไทยนั้น สร้างความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจไทยในปีหน้า โดยขอบเขตผลกระทบขึ้นกับประสิทธิผลของวัคซีน และระดับความรุนแรงของโรค ทั้งนี้ หากโอมิครอนรุนแรงน้อยกว่าเดลต้า ก็คงไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการปิดประเทศ ทำให้จีดีพีโตได้ 3.7% บนมุมมองว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นมาที่ 4 ล้านคน แต่หากเป็นกรณีแย่ที่โอมิครอนรุนแรงและนำมาสู่มาตรการจำกัดการเดินทางต่างๆ โดยเฉพาะช่วง 2-3 เดือนแรก ทำให้จีดีพีลดลงมาที่ 2.8%
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ สถานการณ์โอมิครอน
    26 min
  • คุมดอกเบี้ยเช่าซื้อ ไม่เกิน 15% กับการปรับตัวของผู้ประกอบการ
    คุมดอกเบี้ยเช่าซื้อ ไม่เกิน 15% กับการปรับตัวของผู้ประกอบการ
    สมัครสมาชิกอ่านฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่: https://www.kasikornresearch.com/TH/subscription/Pages/online-application.aspx?ID_Package=211
    6 min
  • ตลาดไทยเฝ้าระวังสถานการณ์โอไมครอนหลังมีผู้ติดเชื้อรายแรกแล้ว
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 7 ธ.ค. 2564
    ตลาดไทยเฝ้าระวังสถานการณ์โอไมครอนหลังมีผู้ติดเชื้อรายแรกแล้ว
    - ตลาดเอเชียในวันจันทร์อยู่ในภาวะระมัดระวัง ท่ามกลางการเฝ้าติดตามสถานการณ์โอไมครอน แม้บรรยากาศจะเริ่มฟื้นกลับในช่วงท้ายตลาด หลังมีผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าการติดเชื้อโอไมครอนจะไม่ได้สร้างภาวะความเจ็บป่วยที่รุนแรง ขณะที่ ตลาดหุ้นฮ่องกงและจีนถูกถ่วงเพิ่มเติมจากปัญหา Evergrande
    - ฝั่งตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ มีแรงหนุนกลับจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับโอไมครอนลง หลังมีรายงานว่าอาการป่วยของผู้ติดเชื้อโอไมครอนอาจไม่ถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งหนุนแรงซื้อคืนในหุ้นหลายกลุ่ม อาทิ หุ้นกลุ่มสายการบิน และอุปโภคบริโภค
    - ราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้น หลังตลาดคลายกังวลโอไมครอน และซาอุดีอาระเบียปรับขึ้นราคาน้ำมันที่ขายให้กับเอเชียและสหรัฐฯ ตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ประกอบกับการหารือระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม
    - เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัว โดยแม้ข้อมูล Non-farm payrolls ออกมาต่ำกว่าคาดใน พ.ย. แต่อัตราการว่างงานสหรัฐฯ ลดลงไปอยู่ที่ 4.2% จาก 4.6% ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นสัญญาณดีกว่าที่คาด ทำให้ตลาดมองว่าการประชุมเฟดกลางเดือนนี้ อาจเร่งลดวงเงิน QE ทำให้จบรอบเร็วขึ้นเป็นช่วงปลายไตรมาสแรกปีหน้า และอาจตามมาด้วยสัญญาณคุมเข้มด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ย
    - บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับขึ้น รับโอกาสที่เฟดอาจทยอยคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น ขณะที่ ราคาทองคำลดลง
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์โอไมครอนทั่วโลกและไทย 2) ตัวเลขการส่งออกของจีน 3) สัญญาณตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยเฉพาะในประเด็นไต้หวัน
    27 min
  • นลท. รอติดตามไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 3 ธ.ค. 2564
    นลท. รอติดตามไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
    - ตลาดหุ้นเอเชียปิดผสมผสาน ยังคงมีแรงซื้อหุ้นคืนในบางตลาด อย่างไรก็ดี ความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของไวรัสโควิด-19 กดดันตลาดหุ้นญี่ปุ่นและจีน ขณะที่จีนมีปัจจัยรอกดดันเพิ่มเติมจากปัญหาการขาดสภาพคล่องของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ส่วนตลาดหุ้นไทยปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง ต่างชาติยังขายสุทธิติดต่อกัน 5 วันทำการ โดยแม้มีแรงหนุนในหุ้นพลังงาน ปิโตรเคมี และ ICT แต่ก็มีแรงขายหุ้นบิ๊กแคปในกลุ่มแบงก์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว และขนส่ง
    - ด้านตลาดหุ้นยุโรปและอังกฤษปิดลดลงจากความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 โอไมครอน ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกถ้วนหน้า แม้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โอมิครอน แต่ตลาดรับรู้ไปมากแล้ว และ ณ ขณะนี้ สหรัฐฯ มีแผนรับมือเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์นี้แล้ว นอกจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีแรงหนุนจากการลดลงของความเสี่ยงต่อภาวะปิดหน่วยงานราชการสหรัฐฯ ได้ทันเส้นตาย หลังจากที่คองเกรสผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวใช้จ่ายได้ถึง 18 ก.พ. 2565 และรอส่งต่อให้ ปธน. ไบเดนลงนาม
    - ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ดีกว่าที่ตลาดคาด หนุนค่าเงินดอลลาร์ฯ และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ให้ขยับขึ้น เพราะช่วยตอกย้ำความเป็นไปได้ที่เฟดจะทยอยปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินมาเป็นคุมเข้มในระยะข้างหน้า ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลง
    - ด้านราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังโอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิตตามแผนเดิมที่ 4 แสนบาร์เรลต่อวันในเดือนม.ค. ไม่ส่งสัญญาณผลิตเพิ่มไปมากกว่านี้ตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ
    - เช้านี้ เงินบาทอ่อนค่าผ่านแนว 33.95 และขยับเข้าใกล้ระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ
    ประเด็นติดตาม: ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ และเงินเฟ้อของไทย
    23 min
  • สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนรายแรก ...อาจกดดันบรรยากาศตลาดสินทรัพย์เสี่ยงวันนี้
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 2 ธ.ค. 2564
    สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนรายแรก ...อาจกดดันบรรยากาศตลาดสินทรัพย์เสี่ยงวันนี้
    - สรุปภาพรวมวานนี้ ตลาดหุ้นเอเชียปิดบวกตามแรงซื้อคืนหุ้นตามปัจจัยทางเทคนิค หลังตลาดปรับตัวลดลงอย่างมากก่อนหน้านี้ โดยในส่วนของตลาดหุ้นจีนมีแรงเข้าซื้อในหุ้นอสังหาริมทรัพย์และพลังงาน ส่วนตลาดหุ้นไทยปิดบวกตามทิศทางหุ้นบิ๊กแคปในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะ พลังงาน แบงก์ และ ICT
    - ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกตามแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มเหมือง กลุ่มน้ำมัน รวมถึงหุ้นการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงอีกครั้ง หลังศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 ของสหรัฐฯ ยืนยันรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสโอไมครอนรายแรกในประเทศ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดแรงขายกระจายในหุ้นหลายกลุ่ม ทั้งสายการบิน ท่องเที่ยว โรงแรม และค้าปลีก
    - ขณะที่ดอลลาร์ฯ แข็งค่าจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดี โดยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนและดัชนี ISM ภาคการผลิตเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้นมากกว่าตลาดคาด
    - ด้านราคาทองคำปิดบวกเล็กน้อยในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเรื่องการตรวจพบผู้ป่วยสายพันธุ์โอไมครอนในสหรัฐฯ และความไม่นอนเกี่ยวกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งปัจจัยนี้กดดันราคาน้ำมันให้ปรับลดลงเช่นกัน นอกจากนี้ข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ลดลงน้อยกว่าที่คาดก็เพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมันด้วยเช่นกัน
    - ประธาน Fed ระบุว่า เศรษฐกิสสหรัฐฯ ที่ยังมีความแข็งแกร่ง ขณะที่ภาวะความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์-อุปทานที่ยังมีต่อเนื่องอาจส่งผลทำให้เงินเฟ้อไม่ปรับตัวกลับลงมาในช่วงครึ่งหลังของปีหน้าตามที่เคยประเมินไว้ หลัง ดังนั้น Fed อาจต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว
    - OECD ปรับลดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลงมาที่ 5.6% (คาดการณ์เดิมที่ 5.7%) หลัก ๆ จากปัญหาโควิด-19 ห่วงโซ่อุปทาน และเงินเฟ้อ โดยในรอบนี้มีการทบทวนตัวเลขประมาณการของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนลงมาด้วย
    - ธปท. ระบุว่าไม่สนับสนุนให้สินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ เนื่องจากมีความผันผวนสูง เสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ ข้อมูลส่วนบุคคล และการถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน โดยจะหารือและพิจารณารูปแบบการกำกับที่เหมาะสมกับ ก.ล.ต. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
    - ประเด็นติดตาม: ผลการประชุม OPEC+ ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ประเด็นเพดานหนี้ของสหรัฐฯ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย และสถานการณ์โควิด-19
    21 min
  • แม้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอาจมีแรงซื้อคืน หลังร่วงลงแรง แต่ขาขึ้นยังจำกัด...จับตาโอไมครอน
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 1 ธ.ค. 2564
    แม้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอาจมีแรงซื้อคืน หลังร่วงลงแรง แต่ขาขึ้นยังจำกัด...จับตาโอไมครอน
    - ตลาดหุ้นร่วงลงทั่วโลก ซึ่งรวมถึงไทย จากความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสโอไมครอน โดยหลายประเทศตรวจพบผู้ติดเชื้อสายพันธ์ุใหม่นี้แล้ว อาทิ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และในยุโรป
    ซึ่งบดบังข่าวดีของตัวเลขเศรษฐกิจในบางประเทศที่ออกมาดี เช่น ดัชนี PMI ของจีน ขณะที่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถูกกดดันเพิ่มเติมจากการที่ประธานเฟดย้ำกว่าอาจลด QE มากกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ต่อเดือน ซึ่งจะมีการหารือถึงเรื่องดังกล่าวในการประชุมเดือนธ.ค.นี้ และอาจจบ QE เร็วกว่าช่วงกลางปีหน้า
    - ราคาบิทคอยน์ร่วงลง เช่นเดียวกับราคาทองคำ โดยถูกกดดันจากถ้อยแถลงของประธานเฟด
    - ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงแรง จากความกังวลเกี่ยวกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่อาจกระทบการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมันในภาพรวม
    - ตัวเลขเศรษฐกิจไทย รายงานโดย ธปท.สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในเดือนตุลาคม อาทิ การบริโภคในประเทศ อย่างไรก็ตาม ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12 ด้าน MPI ยังฟื้นตัวต่อ โดยมีแรงหนุนจากปัญหาการขาดแคลนชิพที่คลี่คลาย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการผลิตรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ แนวโน้มภาคการผลิตในอีก 1-2 เดือนข้างหน้านั้น KResearch มองว่ายังน่าจะขยายตัวต่อเนื่อง แต่หากต่อภาพออกไปหลังจากนั้น คงต้องจับตาไวรัสโอไมครอนที่ระบาดในหลายประเทศ และอาจนำมาสู่การล็อคดาวน์รอบใหม่ ซึ่งประเทศเหล่านี้มีสัดส่วนการส่งออกมากกว่า 10% ของไทย รวมถึงปัญหาค่าระวางเรือ และปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้วย
    - ประเด็นติดตามวันนี้ ได้แก่ 1) สถานการณ์ของไวรัสโอไมครอน 2) การเปิดเผยข้อมูลภาคการผลิตในหลายประเทศ
    29 min
  • Meta Skill ทัศนคติที่พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา ตอบโจทย์ตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
    Meta Skill ทัศนคติที่พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา ตอบโจทย์ตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
    สมัครสมาชิกอ่านฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่: https://www.kasikornresearch.com/TH/subscription/Pages/online-application.aspx?ID_Package=211
    4 min
  • ตลาดหุ้นเอเชียอาจฟื้นกลับตามทิศทางหุ้นสหรัฐฯ วานนี้
    KResearch: วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 30 พ.ย. 2564
    ตลาดหุ้นเอเชียอาจฟื้นกลับตามทิศทางหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ ... ระหว่างรอรอติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไวรัสโอไมครอน
    - ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้เผชิญแรงขายต่อเนื่องจากวันศุกร์ที่ผ่านมาท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า โอไมครอน โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้รับปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากมาตรการปิดเมือง ด้านตลาดหุ้นจีนมีแรงขายในหุ้นกลุ่มเหมือง เนื่องจากทางการจีนส่งสัญญาณดูแลกลไกราคาถ่านหิน แต่กรอบขาลงของหุ้นจีนยังจำกัดเพราะมีแรงหนุนกลับในหุ้น Healthcare
    - ส่วนตลาดหุ้นไทยร่วงลงหนักหลุดระดับ 1,600 จุด และปิดที่ 1589.69 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 3 เดือน นักลงทุนต่างชาติ สถาบันในประเทศ และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ แรงขายต่อเนื่องรวมกันถึง 8.8 พันล้านบาท
    - บรรยากาศการลงทุนฟื้นตัวกลับในช่วงตลาดยุโรปและสหรัฐฯ โดยดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ ทั้ง 3 ดัชนีกลับมาปิดในแดนบวก หลังจากมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากแอฟริกาใต้ออกมาเปิดเผยว่า ผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนมีอาการไม่รุนแรง รับรู้รสและกลิ่นได้ ขณะที่ปธน. โจ ไบเดน ยืนยันว่า จะไม่มีการล็อกดาวน์หรือจำกัดการเดินทาง หากประชาชนมีการฉีดวัคซีนและสวมหน้ากากอนามัย อย่างไรก็ดี ประธาน Fed มีท่าทีที่ระมัดระวังกว่า โดยระบุว่า ยังคงต้องรอติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของโอไมครอน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
    - เงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้น เพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำ ด้านราคาน้ำมันกลับมาปิดบวกจากแรงซื้อคืนสัญญาน้ำมันก่อนผลการประชุม OPEC+
    - รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังระบุว่าเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยเดือนต.ค. เริ่มปรับดีขึ้น ขณะที่รมว.คลัง มองว่า เศรษฐกิจไทยปี 2565 จะสามารถเติบโตได้ที่ 4% ด้าน ธปท. ระบุว่าไวรัสโอไมครอนอาจกระทบภาคการท่องเที่ยว และทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้าลง โดยจะมีการพิจารณาเพิ่มเติมในการประชุมกนง. ครั้งถัดไป (22 ธ.ค.64)
    - เงินบาทแข็งค่ากลับมาทดสอบแนว 33.60 หลังวานนี้แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 7 สัปดาห์ที่ 33.77 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามแรงขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของต่างชาติ
    - ปัจจัยติดตาม: สถานการณ์โควิด-19 โอไมครอน / PMI ภาคการผลิตและภาคบริการของจีน / อัตราเงินเฟ้อยุโรป / ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ / รายงานภาวะเศรษฐกิจการเงินจากธปท.
    23 min

About KResearch Podcast

From the publisher's feed

รับฟังความเคลื่อนไหว เศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ที่น่าสนใจ