“…เพราะว่าเขาทั้งหลายที่เกิดมาแต่พวกยิศราเอลนั้น หาได้เป็นชาติยิศราเอลแท้สิ้นทุกคนไม่ คือว่าเขาเหล่านั้นที่เป็นลูกตามเนื้อหนัง จะนับเป็นบุตรของพระเจ้าไม่ได้, แต่ลูกแห่งคำทรงสัญญานั้น จึงจะนับเป็นเชื้อสายได้.”
“…เพื่อพระดำริของพระเจ้าตามซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้ จะตั้งมั่นคงอยู่, มิใช่ตามการประพฤติ, แต่ตามพระองค์ผู้ทรงเลือกไว้, เหตุฉะนั้นจะเป็นตามใจปรารถนาหรือตามใจผู้วิ่งไปนั้นก็หามิได้, แต่เป็นตามพระทัยพระเจ้าผู้ทรงสำแดงความเมตตา.”
“และเพื่อจะได้ทรงสำแดงสง่าราศีอันอุดมของพระองค์ แก่ผู้เหล่านั้นที่เป็นเครื่องภาชนะแห่งความเมตตา, ซึ่งพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมไว้ก่อนให้สมกับสง่าราศีนั้น, คือเราทั้งหลายที่พระองค์ได้ทรงเรียกมาแล้ว,“
”และการนี้จะบังเกิดมาคือว่าในที่ซึ่งพระองค์ตรัสแก่เขาว่า, “เจ้าทั้งหลายหาได้เป็นพลไพร่ของเราไม่,“ ในที่นั้นเอง เขาทั้งหลายจะได้ชื่อว่า เป็นบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่”
“ถ้าอย่างนั้นแล้วเราทั้งหลายจะว่าอย่างไร? ก็จะว่า พวกต่างประเทศที่มิได้ประพฤติตามความชอบธรรม ยังได้รับความชอบธรรม, คือความชอบธรรมที่เกิดแต่ความเชื่อ. แต่พวกยิศราเอลนั้นซึ่งประพฤติตามบัญญัติแห่งความชอบธรรม, ยังไม่ได้บรรลุถึงบัญญัติแห่งความชอบธรรมนั้น. เพราะเหตุอะไร? เหตุที่เขามิได้แสวงหาโดยความเชื่อ, แต่ได้แสวงหาโดยการประพฤติ. เขาได้สะดุดที่หินสะดุดนั้น (ไม่เชื่อฟังพระคำของพระเจ้า 1 ปต. 2:8)”
โรม 9:6, 8, 11, 16, 23-24, 26, 30-32