
Sign up to save your podcasts
Or


สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน
หลายคนมักถามผมว่า ตำรวจปราบปรามมิจฉาชีพไซเบอร์ทุกวัน จับกุมบัญชีม้า ทลายรังคอลเซ็นเตอร์ ยึดทรัพย์กันหลักร้อยหลักพันล้าน ทำไมคดีออนไลน์ถึงยังไม่หมดไปเสียที?
คำตอบที่แท้จริงคือ "การจับกุมเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ" เพราะตราบใดที่คนร้ายยังหาช่องว่างทางจิตวิทยามาหลอกลวงได้ และประชาชนยังขาดเกราะกำบัง ขบวนการเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนรูปแบบมาหลอกเราได้เรื่อยๆ จึงเป็นที่มาของยุทธศาสตร์สำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เรียกว่า "วัคซีนไซเบอร์ (Cyber Vaccine)" ครับ
🧬 กำเนิด "วัคซีนไซเบอร์": การสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้
แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่ถูกริเริ่มและขับเคลื่อนเป็นนโยบายระดับชาติจากวิสัยทัศน์ของผู้นำตำรวจอย่างต่อเนื่อง:
จุดเริ่มต้นจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข: ริเริ่มแนวคิดการสร้าง "ภูมิคุ้มกันดิจิทัล" โดยมองว่าตำรวจต้องไม่เพียงแต่วิ่งไล่จับโจร แต่ต้องนำความรู้และกลโกงมาฉีดเป็นวัคซีนให้ประชาชนรู้เท่าทัน เพื่อหยุดยั้งความเสียหายตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ
ต่อยอดสู่วงกว้างโดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์: ยกระดับการพัฒนาข้อสอบและสื่อการเรียนรู้ "วัคซีนไซเบอร์ 18 กลโกงมิจฉาชีพ" เข้าถึงโรงเรียน ชุมชน และองค์กรทั่วประเทศ พร้อมผลักดันระบบแจ้งความออนไลน์ thaipoliceonline และสายด่วนศูนย์ AOC 1441
ขับเคลื่อนเข้มข้นยุค พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์: มุ่งเน้นการบูรณาการตัดวงจรเทคโนโลยี บัญชีม้า ซิมผี และผลักดันการเตือนภัยเชิงรุกร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง
ส่งต่อความมั่นคงสู่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา: เพื่อสานต่อภารกิจปกป้องประชาชนจากภัยไซเบอร์ในยุค AI และเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่าน ให้วัคซีนไซเบอร์กลายเป็นทักษะพื้นฐานในชีวิตประจำวันของคนไทยทุกคน
🛡️ ทำไมทุกคนถึงต้อง "ฉีดวัคซีนไซเบอร์" ให้ตัวเอง?
วัคซีนทางการแพทย์ใช้ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายฉันใด "วัคซีนไซเบอร์" ก็คือความรู้และสติที่ใช้ป้องกันมิจฉาชีพเข้าถึงกระเป๋าเงินของเราฉันนั้นครับ
เชื้อโรคมักกลายพันธุ์: มิจฉาชีพเปลี่ยนมุกหลอกลวงแทบทุกสัปดาห์ จากหลอกโอนเงินตรงๆ พัฒนาไปสู่งานกดรับออเดอร์ หลอกกดลิงก์ดูดเงิน ปลอมเสียง AI หรือแม้กระทั่งหลอกซื้อขายของมือสอง
ภูมิคุ้มกันหมู่เริ่มต้นที่บ้าน: ผู้สูงอายุและเยาวชนคือกลุ่มเปราะบางที่สุดที่มักตกเป็นเป้าหมาย การที่ตัวเรามีความรู้คนเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องนำข้อมูลเหล่านี้ไป "ฉีดวัคซีน" พูดคุยบอกเล่าเตือนสติคนในครอบครัวอยู่เสมอ
คาถาเข็มกระตุ้น 3 ข้อ: ไม่เชื่อ (อย่าเพิ่งปักใจเชื่อข้อความหรือสายโทรแปลกหน้า), ไม่รีบ (อย่าลนลานตามคำขู่หรือคำเร่งเร้า), ไม่โอน (เช็กข้อมูลกับหน่วยงานต้นสังกัดผ่านช่องทางทางการก่อนเสมอ)
การจับกุมเป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่เกราะกำบังด่านแรกที่จะตัดสินว่าเงินของคุณจะยังปลอดภัยหรือไม่ คือ "สติและภูมิคุ้มกันของคุณเอง" ครับ
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระจายวัคซีนไซเบอร์เข็มนี้ ด้วยการกดแชร์โพสต์และพูดคุยเตือนภัยกับคนที่คุณรักในวันนี้ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรออนไลน์อีกต่อไปครับ!
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #วัคซีนไซเบอร์ #เตือนภัยออนไลน์ #ตำรวจไซเบอร์
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน
ยุคนี้ขับรถบนท้องถนนต้องระวังกล้องจราจร แต่ที่ต้องระวังยิ่งกว่าคือ "กล้องทิพย์จากมิจฉาชีพ" ครับ! ล่าสุดมีการระบาดของ SMS ส่งตรงเข้ามือถือ แอบอ้างเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนว่าคุณมี "ใบสั่ง e-Ticket ค้างชำระ" พร้อมแนบลิงก์ย่อมาให้กดจ่ายเงินทันที
บางข้อความถึงขั้นงัดโปรโมชันมาล่อตา เช่น "หากชำระภายใน 15 วัน รับส่วนลดทันที 50%" หวังกระตุ้นให้เหยื่อตกใจและรีบตัดสินใจจ่ายเงิน ใครเจอข้อความแบบนี้ ขอให้ท่องไว้เลยครับว่า "หยุดก่อนคลิก เช็กก่อนจ่าย" เด็ดขาด!
🔍 เจาะกลลวง: หน้าเว็บเนียนกริบ หลอกเอาข้อมูลบัตร
เมื่อเผลอกดลิงก์ใน SMS สิ่งที่คุณจะเจอคือ "เว็บไซต์ปลอม" ที่มิจฉาชีพสร้างเลียนแบบระบบใบสั่งจริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อย่างแนบเนียน โดยแสดงข้อมูลเลขที่ใบสั่ง ทะเบียนรถ ข้อหา และยอดค่าปรับ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
จากนั้นระบบจะต้อนให้คุณกรอก "ข้อมูลส่วนบุคคล" และ "ข้อมูลบัตรเครดิต/เดบิต" (รวมถึงเลขหลังบัตร CVV และรหัส OTP) หากกรอกไปเมื่อไหร่ เงินในบัตรและบัญชีธนาคารจะถูกรูดโอนออกไปจนหมดทันทีครับ!
🛡️ คาถาป้องกันตัว: กฎเหล็กจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตำรวจไม่มีนโยบายส่ง SMS แนบลิงก์: สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีการส่ง SMS หรือ QR Code ไปหาประชาชนเพื่อให้กดชำระค่าปรับเด็ดขาด! หากมีลิงก์แนบมา = มิจฉาชีพ 100%
3 อย่า ท่องให้ขึ้นใจ:
อย่ากดลิงก์ ใน SMS แปลกปลอม
อย่าสแกน QR Code ที่ส่งมาทางข้อความ
อย่ากรอกข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลบัตรการเงิน ผ่านลิงก์ใดๆ
✅ ช่องทางตรวจสอบใบสั่งจราจรที่ถูกต้องและปลอดภัย
หากต้องการเช็กว่ารถของเรามีใบสั่งค้างชำระจริงหรือไม่ ให้เข้าตรวจเช็กด้วยตัวเองผ่าน 3 ช่องทางหลักของทางราชการเท่านั้น:
แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ": เข้าเมนู บริการทั้งหมด > ยานพาหนะ > ตรวจสอบใบสั่งจราจร
แอปพลิเคชัน "Police Care": แอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ระบบใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน (PTM / E-Ticket): พิมพ์ค้นหาและเข้าใช้งานผ่านหน้าเว็บไซต์ทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตนเอง
จำง่ายๆ ครับ "มี SMS แจ้งใบสั่ง อย่ากดลิงก์เป็นอันขาด" ฝากพี่น้องช่วยกันแชร์โพสต์นี้ไปเตือนคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจตกใจกลัวโดนตัดแต้มหรืออยากได้ส่วนลดค่าปรับ หากพบเบาะแสหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรแจ้งสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ!
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #SMSใบสั่งปลอม #ใบสั่งจราจรออนไลน์ #เตือนภัยออนไลน์
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน
ใครที่กำลังมองหารายได้เสริม อยากรับงานฝีมือง่ายๆ มาทำที่บ้าน โดยเฉพาะงาน "รับจ้างแพ็คสบู่ลงกล่อง" ที่โฆษณาตาม Facebook, TikTok และกลุ่มหางานต่างๆ ขอให้หยุดอ่านโพสต์นี้ด่วนเลยครับ! เพราะจากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อขบวนการนี้เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่หลักร้อยบาทไปจนถึงหลักแสนบาท!
🔍 ชำแหละ 4 สเต็ปหลอกลวง "งานแพ็คสบู่ทิพย์"
มิจฉาชีพจะใช้ภาพลักษณ์งานสุจริต รายได้ดี ทำง่ายที่บ้าน เพื่อล่อลวงคนว่างงาน แม่บ้าน หรือนักเรียนนักศึกษา โดยมีรูปแบบกลโกงดังนี้ครับ:
1. โพสต์ล่อใจด้วยค่าแรงสูงเกินจริง: โฆษณาว่ารับสบู่ไปแพ็คที่บ้าน ค่าแรงก้อนละ 8-10 บาท แพ็ค 500 ก้อน ได้ 5,000 บาท จัดส่งอุปกรณ์ฟรีถึงหน้าบ้าน
2. เปิดประตูเก็บเงินค่าธรรมเนียมสารพัด: เมื่อทักแชทไป มิจฉาชีพจะเริ่มตั้งเงื่อนไขสารพัดที่ไม่มีในโพสต์แรก เช่น ขอเก็บ "ค่ามัดจำสินค้า", "ค่าทำบัตรพนักงาน", "ค่าเปิดรหัสสมาชิก", "ค่าประกันอุปกรณ์" หรือ "ค่าจัดส่ง" เริ่มต้นตั้งแต่ 300 - 1,500 บาท โดยสัญญาปากเปล่าว่าจะคืนให้พร้อมค่าแรงเมื่องานเสร็จ
3. ยื้อเวลาและขู่กรรโชก: เมื่อโอนเงินค่ามัดจำไปแล้ว คนร้ายจะยังไม่ส่งของ แต่จะอ้างว่าต้องจ่าย "ค่าทำสัญญาถูกกฎหมาย" หรือ "ค่าประกันความเสียหาย" เพิ่มอีกหลายพันบาท หากเหยื่อเริ่มรู้ทันและขอยกเลิก มิจฉาชีพจะข่มขู่ทันทีว่าจะแจ้งความฟ้องร้อง เอาชื่อไปประจาน หรืออ้างว่าบริษัทเสียหายหลักหมื่นหลักแสนเพื่อบีบให้โอนเงินต่อ
4. ลากเข้าสู่วงจรหลอกลงทุน/เว็บพนัน: หลายกรณีไม่ได้จบแค่ค่ามัดจำสบู่ แต่แอดมินจะดึงเหยื่อเข้ากลุ่ม LINE ชักชวนให้ "ทำกิจกรรมทดลองงาน" เช่น กดไลก์สินค้า สำรองเงินทำภารกิจ หรือพาไปลงทุนเทรดหุ้น/ปั่นบาคาร่า อ้างว่าเพื่อรับสิทธิ์เบิกของ สุดท้ายเงินในบัญชีถูกสูบจนเกลี้ยง และ "ไม่เคยมีสบู่ส่งมาจริงแม้แต่ก้อนเดียว!"
🛡️ คาถาป้องกันตัว "งานสุจริต ต้องได้เงิน ไม่ใช่จ่ายเงิน"
กฎเหล็กของการทำงาน: เราไปเป็น "ผู้รับจ้าง" ต้องได้รับเงินค่าจ้าง ไม่ใช่เป็นฝ่ายจ่ายเงินก่อน หากมีการเรียกเก็บค่ามัดจำ ค่าบัตรสมาชิก หรือค่าสมัครใดๆ ให้ฟันธงทันทีว่าเป็นมิจฉาชีพ 100%
อย่ากลัวคำขู่ฟ้องร้อง: มิจฉาชีพมักอ้างเอกสารสัญญาปลอมและขู่จะส่งทนายฟ้องศาล ท่องไว้เสมอว่า โจรที่ทำผิดกฎหมายไม่มีวันกล้าไปแจ้งความจับเรา อย่าตกใจจนยอมโอนเงินเด็ดขาด
ห้ามส่งรูปบัตรประชาชน: หากอีกฝ่ายขอรูปบัตรประชาชนเพื่อทำบัตรพนักงาน ห้ามส่งเด็ดขาด เพราะคนร้ายจะนำข้อมูลไปเปิดบัญชีม้าหรือนำไปแอบอ้างหลอกลวงผู้อื่นต่อ
หากท่านตกเป็นเหยื่อโอนเงินไปแล้ว ให้รีบโทรแจ้งระงับบัญชีที่สายด่วน AOC 1441 ทันที และรวบรวมหลักฐานแชทและสลิปโอนเงินเข้าแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th เท่านั้นครับ
ฝากแชร์โพสต์นี้ไปเตือนคนในครอบครัวและเพื่อนๆ ที่กำลังหางานทำที่บ้าน อย่าให้ความหวังในการสร้างรายได้ กลายเป็นการเสียเงินเก็บทั้งชีวิตให้กับคนเลวครับ!
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #งานแพ็คสบู่ #หลอกทำงานออนไลน์ #เตือนภัยออนไลน์
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน
หลายปีที่ผมทำเพจนี้ สิ่งที่ทำให้ผมสะเทือนใจที่สุดไม่ใช่ตัวเลขความเสียหายหลักร้อยล้านหรือพันล้าน แต่คือข้อความหลังไมค์จากพี่น้องประชาชนที่ส่งเข้ามาทุกวัน ทั้งลูกหลานที่ร้องไห้เพราะพ่อแม่แอบเอาเงินเก็บทั้งชีวิตไปลงขันในแก๊งเงินบุญหรือแชร์ลูกโซ่, น้องๆ นักศึกษาที่อยากหารายได้เสริมแต่กลับโดนหลอกฟังเพลงดูคลิปแล้วเสียเงินจนหมดบัญชี หรือพ่อค้าแม่ค้าที่เดือดร้อนจนต้องไปกู้แอปเงินกู้เถื่อนแล้วโดนข่มขู่ประจาน
วันนี้มิจฉาชีพไม่ได้มาแบบง่ายๆ อีกต่อไป แต่ใช้จิตวิทยาชั้นสูง ปลอมแปลงเอกสารราชการ และแอบอ้างสถาบันการเงินได้อย่างแนบเนียน คืนนี้ผมจึงขอมอบ LINE Bot “มือปราบแชร์ลูกโซ่ & ภัยการเงินออนไลน์” ที่ผมและทีมงานตั้งใจพัฒนาขึ้นมา เพื่อให้เป็น "ตำรวจคู่ใจประจำมือถือของทุกครอบครัว" คอยช่วยตรวจสอบได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงครับ
🌟 ฟังก์ชันเด่นของ LINE Bot ตัวนี้ ช่วยอะไรคุณได้บ้าง?
🔍 ตรวจจับแชร์ลูกโซ่ & ลงทุนปลอม: แคปหน้าจอแชทหรือถ่ายรูปใบปลิวส่งเข้ามา ระบบ AI จะช่วยอ่านข้อความและวิเคราะห์ผังรายได้ให้ทันที
🏛️ เชื่อมต่อฐานข้อมูล สคบ. แบบเรียลไทม์: ตรวจสอบได้ทันทีว่าธุรกิจนั้นมีใบอนุญาตขายตรงจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการสวมรอยชื่อบริษัท
🏦 เชื่อมต่อฐานข้อมูล ธปท. (แบงก์ชาติ): พิมพ์ชื่อแอปเงินกู้หรือส่งภาพสัญญา ระบบจะเช็กกับฐานข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทยทันที ว่าเป็นผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมาย หรือเป็นแอปเถื่อนที่จ้องดูดข้อมูล
🎧 สแกนงานออนไลน์หลอกลวง: รู้ทันกลโกงประเภทหลอกฟังเพลง, ดูคลิปวิดีโอได้เงิน หรือหลอกกดรับออเดอร์สินค้า
💡 คู่มือจิตวิทยาคุยกับคนในบ้าน: มีแนวทางและคำพูดชวนคิดสำหรับลูกหลาน เพื่อใช้ดึงสติพ่อแม่โดยไม่สร้างความขัดแย้งในครอบครัว
🚨 ส่งเบาะแสตรงเข้า War Room: ข้อมูลเบาะแสสำคัญที่มีการนัดส่งเงินสดหรือหมายเลขโทรศัพท์คนร้าย จะถูกส่งตรงถึงทีมสืบสวนทันที
👉 วิธีแอดไลน์ติดตั้งไว้ให้อุ่นใจ (ใช้งานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย):
🆔 ค้นหาไอดี LINE: @416vcydg (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้านหน้าด้วยนะครับ)
ก่อนจะตัดสินใจโอนเงินให้ใคร หรือก่อนที่คนในบ้านจะหลงเชื่อคำชวนลงทุน แวะเข้ามาตรวจสอบใน LINE นี้ก่อนสัก 1 นาทีนะครับ เงินที่คุณหามาด้วยความยากลำบากทั้งชีวิต จะได้ไม่ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มมิจฉาชีพครับ!
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #มือปราบแชร์ลูกโซ่ #เตือนภัยออนไลน์ #รองเป็นไท
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน
หน่วยงานรัฐที่มีบทบาทด้านเทคโนโลยีโดยตรงอย่าง depa (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล) ยังไม่วายถูกมิจฉาชีพนำชื่อ โลโก้ และโครงการไปแอบอ้างสร้างความน่าเชื่อถือ ล่าสุดทาง depa ต้องออกแถลงการณ์เตือนด่วน หลังพบมิจฉาชีพสร้างเพจปลอมและ LINE OA ปลอม แอบอ้างโครงการอย่าง AI Transformation และ OTOD Smart Living เพื่อหลอกล่อประชาชนและผู้ประกอบการ
🔍 สเต็ปกลโกง: จาก "แจกกล้องฟรี" สู่ "กับดักหลอกลงทุน"
จากข้อมูลรับแจ้งความล่าสุด มิจฉาชีพกลุ่มนี้ใช้กลยุทธ์ตกเบ็ดอย่างแนบเนียน:
1. ยิงแอดแจกของฟรี: สร้างเพจ Facebook ปลอม (เช่น อ้างชื่อร่วมกับแบรนด์กล้องวงจรปิด x depa) โพสต์แจกกล้องวงจรปิด AI ฟรี อ้างว่าเป็นสิทธิประโยชน์จากโครงการรัฐ
2. ต้อนเข้า LINE อ้างติดตามพัสดุ: เมื่อเหยื่อทักไปขอรับสิทธิ์ คนร้ายจะให้แอด LINE เพื่อส่งข้อมูลจัดส่งและติดตามสถานะพัสดุ
3. ชวนทำกิจกรรมระหว่างรอส่งของ: ระหว่างรอของ คนร้ายจะชวนทำภารกิจหมุนเวียนเงินในระบบเพื่อรับผลตอบแทน อ้างว่าได้กำไรเสริมง่ายๆ
4. เชือดด้วยมุก "ทำรายการผิด": ยอดแรกๆ หลักร้อยโอนแล้วถอนกำไรได้จริง แต่พอยอดโอนเริ่มสูงขึ้น จะอ้างทันทีว่า "ใส่บันทึกช่วยจำผิด" หรือ "ระบบขัดข้อง" ต้องโอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อปลดล็อก สุดท้ายสูญเงินทั้งหมดและไม่เคยมีกล้องส่งมาจริง
🛡️ คาถาป้องกันตัว: 3 ข้อเท็จจริงจาก depa
ไม่มีการให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคล: depa ยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงิน หรือให้โอนเงินสมทบผ่านบัญชีบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเด็ดขาด ทุกขั้นตอนต้องมีสัญญาและเอกสารทางการตามระเบียบราชการ
สมัครผ่านช่องทางทางการเท่านั้น: การเข้าร่วมโครงการจริงของ depa ต้องดำเนินการผ่านเว็บไซต์และระบบหลักของสำนักงานฯ ที่กำหนดไว้ ไม่มีการรับสมัครหรือประสานงานผ่าน LINE ส่วนตัว
ของฟรีไม่มีในโลกออนไลน์: ข้อความแจกกล้องวงจรปิดฟรี แจกเงิน หรือให้สิทธิพิเศษเกินจริงโดยไม่มีที่มา ล้วนเป็นเหยื่อล่อเพื่อดึงเราเข้าไปสู่ขบวนการหลอกทำภารกิจ
หากพบเบาะแสเพจแอบอ้าง หรือเผลอโอนเงินไปแล้ว ให้รีบโทรแจ้งระงับบัญชีที่สายด่วน AOC 1441 ทันที และแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th ครับ
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #depa #หลอกลงทุน #เตือนภัยออนไลน์
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน
ช่วงนี้ใน LINE มีข้อความลูกโซ่ส่งต่อกันว่อน เตือนว่า "ห้ามช่วยคนแปลกหน้ากดมือถือตามห้างหรือสถานีรถไฟฟ้าเด็ดขาด เพราะเพียงแค่แตะเครื่อง พูด และมองกล้อง มิจฉาชีพจะใช้ AI ขโมยลายนิ้วมือ ใบหน้า และเสียง ไปกู้เงินจนเต็มวงเงิน กลายเป็นหนี้หลักล้านภายใน 30 นาที!"
อ่านดูแล้วน่ากลัวมากใช่ไหมครับ? ผมขอสรุปให้ฟังชัดๆ ในฐานะ รองเป็นไท เลยว่า ข้อความนี้จัดอยู่ในกลุ่ม "ข้อมูลบิดเบือนที่เกินจริง (Misleading)" เป็นการนำเรื่องจริงบางส่วนมาผสมกับความเข้าใจผิดทางเทคโนโลยีเพื่อปั่นความกลัวครับ!
❌ ส่วนที่แชร์ "เกินจริงและไม่ตรงกับเทคโนโลยี":
แตะหน้าจอ = ถูกดูดไฟล์ลายนิ้วมือ?: ไม่จริงครับ สมาร์ตโฟนทั่วไปไม่มีระบบส่งไฟล์ข้อมูลลายนิ้วมือ (Biometrics) ไปให้แอปพลิเคชันหรือปลายสาย ข้อมูลชีวมิติจะถูกเข้ารหัสและเก็บรักษาไว้ในชิปประมวลผลความปลอดภัยของเครื่อง (เช่น Secure Enclave หรือ TEE) อย่างแน่นหนา การแตะหน้าจอคนอื่นอย่างมากก็ทิ้งแค่ "รอยนิ้วมือทางกายภาพ" เหมือนการจับแก้วน้ำหรือโต๊ะเท่านั้น
เปิดบันทึกหน้าจอ (Screen Recording) เพื่อขโมยหน้าและลายนิ้วมือ?: การบันทึกหน้าจอบันทึกได้เฉพาะภาพบนจอ ไม่สามารถแฮ็กระบบสแกนหน้า Face ID หรืออ่านลายนิ้วมือของคนที่ถือเครื่องได้
30 นาที กู้เงินเกลี้ยงเป็นหนี้ล้าน?: ยังไม่มีหลักฐานว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจริง การทำธุรกรรมทางการเงินหรือเปิดบัญชี e-KYC ต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชุดใหญ่ร่วมกัน เช่น เลขบัตรประชาชน บัญชีธนาคาร และรหัส OTP ไม่ใช่แค่มีคลิปหน้ากับเสียงแล้วระบบจะเสกเงินออกมาได้ทันที
✅ ส่วนที่ "ต้องระวังจริง" ในยุค AI:
ภัย Deepfake และการโคลนเสียง (Voice Cloning) มีจริง: มิจฉาชีพสามารถนำภาพ วิดีโอ หรือตัวอย่างเสียงของเหยื่อไปป้อนให้ AI สร้างสื่อเลียนแบบ เพื่อนำไปหลอกยืมเงินคนใกล้ชิด หรือหลอกขอข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลอื่นได้จริง
มิจฉาชีพไม่ได้ใช้เวทมนตร์: โจรจะไม่สามารถสวมรอยเราได้จากการแตะเครื่องเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการที่มันค่อยๆ สะสมข้อมูลส่วนตัวของเราจากหลายแหล่ง แล้วนำไปใช้เจาะระบบที่มีระบบตรวจจับใบหน้าแบบมีชีวิต (Liveness Detection) ที่หละหลวม
🛡️ กฎเหล็ก: "น้ำใจไม่ใช่ช่องโหว่ แต่ข้อมูลส่วนตัวต้องมีขอบเขต"
เราไม่จำเป็นต้องกลัวจนแล้งน้ำใจและปฏิเสธคนแก่ที่เดือดร้อนจริง แต่ต้องช่วยอย่างปลอดภัยตามแนวทางนี้ครับ:
ช่วยบอกวิธี แต่ไม่ทำธุรกรรมแทน: หากมีผู้สูงอายุขอความช่วยเหลือ ให้ยืนข้างๆ และแนะนำเป็นคำพูด ให้เจ้าของเครื่องเป็นคนกดเอง
ห้ามยุ่งเกี่ยวกับข้อมูลสำคัญ: ไม่พิมพ์รหัสผ่าน ไม่แตะรหัส PIN ไม่บอกรหัส OTP และ "ห้ามนำใบหน้าของเราไปสแกนหน้า (Face Scan) ในมือถือของคนอื่นเด็ดขาด"
ส่งต่อเจ้าหน้าที่: หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับแอปธนาคารหรือเรื่องซับซ้อน แนะนำให้พาไปหาเจ้าหน้าที่สาขาธนาคาร เจ้าหน้าที่สถานี หรือพนักงานห้างสรรพสินค้าโดยตรง
จำไว้เสมอครับว่า "AI ปลอมหน้าและเสียงได้จริง แต่ไม่ได้มีเวทมนตร์ แค่คุณแตะโทรศัพท์คนอื่นครั้งเดียว ไม่ได้แปลว่ามิจฉาชีพจะได้ตัวตนดิจิทัลของคุณไปครบชุด" ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ แต่ต้องตั้งการ์ดเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลไว้เสมอครับ!
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #ข่าวปลอม #Deepfake #เตือนภัยออนไลน์
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน
ช่วงนี้เลื่อนฟีดเฟซบุ๊กไปทางไหน หลายคนคงสะดุดตากับโพสต์ข่าวบันเทิงหน้าตาแปลกๆ ที่ใช้มุกเดิมซ้ำกันเป็นสิบๆ เพจ เช่น พาดหัวตัวโตๆ ว่า "หนุ่ม ศรราม เตือนแล้วนะ!" พร้อมแปะรูปภาพหน้าพี่หนุ่ม ศรราม รัวๆ เต็มหน้าฟีด แล้วตบท้ายด้วยข้อความสั้นๆ ว่า "อ่านต่อในลิงก์..." หรือปักหมุดลิงก์ไว้ใต้คอมเมนต์
เรื่องนี้ไม่ใช่ข่าวซุบซิบดารา แต่เป็นกลศึกทางไซเบอร์ของ "แก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติ" หรือที่เรียกกันติดปากว่า "เพจเขมร" ที่กำลังระบาดหนักครับ!
🔍 เจาะเบื้องหลัง "เพจเขมร" มันทำไปเพื่ออะไร?
ขบวนการพวกนี้ไม่ได้ว่างมานั่งอัปเดตข่าววงการบันเทิงไทยเล่นๆ แต่มันมีเป้าหมายซ่อนเร้นที่เป็นอันตรายต่อกระเป๋าเงินและข้อมูลส่วนตัวของเรา ดังนี้ครับ:
1. ตกเบ็ดล่อกดลิงก์อันตราย (Phishing): อาศัยชื่อเสียงของดาราเบอร์ใหญ่มาดึงดูดความอยากรู้อยากเห็น ลิงก์ที่แนบไปไม่ใช่สำนักข่าวจริง แต่เป็นเว็บดักข้อมูล (Phishing) หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล บัญชีธนาคาร หรือหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันดูดเงิน
2. ฟาร์มยอดผู้ติดตาม (ปั๊มเพจ): การโพสต์เรื่องดาราทำให้คนแห่เข้าไปดู คอมเมนต์ และแชร์อย่างรวดเร็ว เป็นการปั๊มยอดการมองเห็นและสร้างยอด Follower ให้เพจดูน่าเชื่อถือในระยะเวลาอันสั้น
3. ชุบตัวเปลี่ยนชื่อเพจในอนาคต: เมื่อเพจมีคนติดตามแตะหลักหมื่นหลักแสน พวกมันจะ "เปลี่ยนชื่อเพจ" แปลงร่างกลายเป็นเพจขายสินค้าปลอม เพจรับซื้อของมือสอง หรือเพจชวนลงทุนเทรดหุ้น/คริปโต เพื่อเอาไปใช้เชือดเหยื่อระลอกใหญ่ในอนาคต
🛡️ คาถาป้องกันตัว "จับโป๊ะเพจเขมรให้อยู่หมัด"
ส่อง "ความโปร่งใสของเพจ" (Page Transparency): ก่อนจะเชื่อหรือกดอะไร ให้กดเข้าไปที่หน้าเพจ เลื่อนลงไปดูที่หัวข้อ ความโปร่งใสของเพจ จะพบความจริงทันทีว่า "ผู้ดูแลเพจ (Admin) ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา (Cambodia)" หรือมีการเปลี่ยนชื่อเพจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ห้ามกดลิงก์ต่อท้ายข่าวเด็ดขาด: ข่าวสารจริงต้องอ่านจบได้ในเนื้อหา หรือมาจากสำนักข่าวที่มีเครื่องหมายยืนยันตัวตน (ติ๊กถูกสีฟ้า) เท่านั้น หากให้กดลิงก์แปลกปลอมออกไปนอกระบบ = มิจฉาชีพ 100%
ไม่กดไลก์ ไม่คอมเมนต์ ไม่แชร์: การเข้าไปพิมพ์ด่าหรือแชร์เตือน เท่ากับเป็นการช่วยดันอัลกอริทึมให้เพจโจรเติบโต ทางออกที่ดีที่สุดคือการกด "รายงาน (Report)" และบล็อกทิ้งทันที
อย่าปล่อยให้ความอยากรู้เรื่องดารา พาเราไปตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาตินะครับ ช่วยกันแชร์โพสต์นี้ไปเตือนเพื่อนๆ และคนในครอบครัวให้รู้ทันกันด้วยครับ!
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #เพจเขมร #ข่าวปลอมดารา #ลิงก์ดูดเงิน #เตือนภัยออนไลน์
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน
อยู่ดีๆ บนหน้าฟีดโซเชียลก็มีคลิปไวรัลยอดวิวทะลุล้าน อ้างข่าวใหญ่สะเทือนวงการว่า "บุกค้นบ้าน พี่ป๋อ ณัฐวุฒิ เอี่ยวธุรกิจสีเทา" ทำเอาคนตกใจและแชร์กันสนั่นเมือง
ผมขอยืนยันตรงนี้ชัดๆ เลยครับว่า "เรื่องนี้ไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย!" พี่ป๋อไม่ได้ถูกตรวจค้นบ้าน และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น แต่กำลังตกเป็นเหยื่อของการตลาดสุดสกปรกของแก๊งเว็บพนันออนไลน์ครับ
🔍 ชำแหละ 3 สเต็ปแผนชั่ว "โหนชื่อดารา โปรโมตเว็บพนัน"
มิจฉาชีพพวกนี้อาศัยความอยากรู้อยากเห็นของคน มาเป็นเครื่องมือปั่นยอดวิว โดยวางหมากไว้เป็นขบวนการ:
1. ปั้นข่าวปลอมสร้างกระแส: นำภาพและชื่อของดาราดังระดับประเทศมาพาดหัวข่าวให้น่าตกใจ เช่น ถูกตำรวจบุกค้นบ้าน หรือถูกจับคดีธุรกิจสีเทา เพื่อล่อให้คนกดเข้าไปดูจนคลิปกลายเป็นไวรัล
2. ระดมหน้าม้าชงชื่อเว็บ: ใต้คอมเมนต์จะมีทีมงานหน้าม้าเข้ามาพิมพ์ชี้เป้า ทำทีเป็นผู้รู้ เช่น "ธุรกิจที่ว่าคือเว็บนี้นี่เอง..." หรือ "เล่นเว็บนี้อยู่ แตกจริง ได้เงินไว" กลายเป็นการโฆษณาเว็บพนันออนไลน์ให้คนเห็นนับล้านคนแบบฟรีๆ
3. ยืมมือคนแชร์กระจายความเสียหาย: เมื่อคนที่รู้ไม่เท่าทันเห็นข่าว ก็รีบกดไลก์ กดแชร์ หรือแท็กเพื่อนมาดู ยิ่งทำให้ระบบ AI ของแพลตฟอร์มดันคลิปข่าวปลอมนี้ไปให้คนอื่นเห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตกเป็นเครื่องมือช่วยมิจฉาชีพโปรโมตบ่อนโดยไม่รู้ตัว
🛡️ คาถาป้องกันตัว "เช็กก่อนเชื่อ ไม่เป็นเหยื่อการตลาดโจร"
ดาราและคนมีชื่อเสียงหลายท่านต้องตกเป็นเครื่องมือของแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติเหล่านี้ เพื่อไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อ ขอให้ยึดหลักปฏิบัติดังนี้ครับ:
เช็กสำนักข่าวหลักก่อนเชื่อ: ข่าวการจับกุมบุคคลระดับประเทศ หากเป็นเรื่องจริง สำนักข่าวใหญ่และสื่อกระแสหลักต้องรายงานพร้อมกันทุกช่องทาง หากเจอคลิปตัดต่อลอยๆ ในเพจโนเนม ให้ตีเป็นข่าวปลอมไว้ก่อน
สังเกตใต้คอมเมนต์: หากข่าวไหนมีคอมเมนต์แปะลิงก์ หรือพยายามโยงชื่อเว็บพนัน/เว็บลงทุน ให้ฟันธงได้ทันทีว่าเป็นคอนเทนต์หลอกลวงของแก๊งมิจฉาชีพ
หยุดแชร์ แล้วช่วยกัน "รีพอร์ต": อย่าส่งต่อ ไม่กดแชร์ และช่วยกันกดรายงาน (Report) บัญชีหรือคลิปนั้นๆ ทันที เพื่อตัดวงจรการเข้าถึงของเว็บพนัน
อย่าปล่อยให้ความอยากรู้พาเราไปตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา แชร์โพสต์นี้ไปเตือนเพื่อนๆ เพื่อปกป้องทั้งตัวเองและบุคคลบริสุทธิ์ที่โดนนำชื่อไปแอบอ้างกันด้วยนะครับ!
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #ข่าวปลอม #เว็บพนันออนไลน์ #เตือนภัยออนไลน์
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน ช่วงนี้บนฟีดโซเชียลทั้ง TikTok, Facebook และแอปพลิเคชันต่างๆ เต็มไปด้วยโฆษณาชวนเชื่อประเภท "ดูคลิปสั้นดูซีรีส์แล้วได้เงิน", "ดู 1 ตอน ได้ 10 บาท", "ดาวน์โหลดแอปวันนี้รับเงินฟรี 100-200 บาท" หรือ "เช็กอินสะสมเหรียญแลกเงินสด" จนหลายคนหลงเชื่อโหลดมาลองทำ
โปรดระวังให้ดีครับ เพราะเบื้องหลังความบันเทิงที่แจกเงินง่ายเกินจริง คือ "บันไดก้าวแรก" ที่มิจฉาชีพใช้คัดกรองเหยื่อเพื่อลากเข้าสู่วังวนอาชญากรรมออนไลน์ที่อันตรายกว่าเดิม!
🔍 ชำแหละกลลวง "ดูคลิปแลกเงิน" สู่หายนะ 4 ต่อ
ต่อที่ 1: แอปพลิเคชันแฝงมัลแวร์ขโมยข้อมูลแอปพลิเคชันดูคลิปเหล่านี้มักขอสิทธิ์การเข้าถึงอุปกรณ์เกินความจำเป็น เช่น ขอเข้าถึงสมุดรายชื่อ รูปภาพ ข้อความ SMS หรือตำแหน่งที่ตั้ง เมื่อเรากดอนุญาต ข้อมูลส่วนตัวและรหัส OTP ต่างๆ ก็อาจถูกส่งตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์ของคนร้ายทันที
ต่อที่ 2: เหยื่อล่อถอนเงินไม่ได้จริงในช่วงแรกระบบอาจโชว์ยอดเงินหรือเหรียญสะสมพุ่งอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อถึงกำหนดยอดถอน มักจะมีเงื่อนไขแอบแฝง เช่น ต้องแอด LINE เพื่อยืนยันสิทธิ์, ต้องดูโฆษณาเพิ่มนับร้อยคลิป หรือต้องจ่ายค่าธรรมเนียมถอนเงิน
ต่อที่ 3: ชวนเข้ากลุ่มเทเลแกรม ลากไปเว็บพนัน-เงินกู้-หลอกลงทุนเมื่อเหยื่อติดกับดัก มิจฉาชีพจะเริ่มเปลี่ยนบทสนทนา ชวนเข้ากลุ่มปิดเพื่อรับ "ภารกิจพิเศษที่ได้เงินไวกว่าเดิม" เช่น พาไปเล่นเว็บพนันออนไลน์, ชวนกู้เงินด่วนดอกเบี้ยโหด หรือชักชวนให้โอนเงินลงทุนทำภารกิจปั่นยอดวิว ซึ่งสุดท้ายจะถอนเงินไม่ได้แม้แต่บาทเดียว
ต่อที่ 4: เสี่ยงรับเงินฟอก กลายเป็น "บัญชีม้า" โดยไม่รู้ตัวเศษเงินเล็กๆ น้อยๆ หลักสิบหลักร้อยที่โอนเข้ามาในบัญชีของเราเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ อาจเป็นเงินสกปรกที่ถูกฉ้อโกงมาจากเหยื่อรายอื่นในคดีอื่น การรับเงินดังกล่าวอาจทำให้บัญชีธนาคารของคุณถูกจัดอยู่ในกลุ่มบัญชีม้า ต้องสงสัยร่วมฟอกเงิน และถูกระงับการทำธุรกรรมทั้งหมด
🛡️ คาถาป้องกันตัว "ไม่มีเงินฟรีในโลกออนไลน์"
จำไว้เสมอว่าไม่มีใครจ้างเรานั่งดูคลิปเฉยๆ แล้วแจกเงินหลักร้อยหลักพัน: การตลาดของแพลตฟอร์มปกติไม่มีทางจ่ายผลตอบแทนสูงเกินจริงขนาดนั้น หากมี = โกง 100%
ไม่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแปลกปลอม: อย่าติดตั้งแอปตามลิงก์ที่แนบมาในโฆษณา และหมั่นตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง (Permissions) ในมือถืออย่างสม่ำเสมอ
ห้ามส่งหน้าสมุดบัญชีหรือข้อมูลส่วนตัว: อย่าแลกเลขบัญชีหรือเลขบัตรประชาชนกับเศษเงินรางวัลเล็กน้อย เพราะสิ่งที่คุณจะได้รับกลับมาอาจเป็นหมายเรียกจากตำรวจ
หากเผลอติดตั้งแอปหรือโอนเงินเข้าไปในระบบหลอกลวง ให้รีบลบแอป รีเซ็ตเครื่อง และโทรแจ้งสายด่วน AOC 1441 เพื่อขอความช่วยเหลือทันทีครับ
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #ดูคลิปได้เงิน #หลอกลงทุน #บัญชีม้า
สวัสดีครับพี่น้องแฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน ใครที่กำลังถูกแก๊งแอปเงินกู้นอกระบบโทรคุกคาม กดดัน ข่มขู่สารพัด หรือยกข้อกฎหมายมาอ้างจนเกิดความหวาดระแวง ขอให้ตั้งสติและฟังทางนี้ครับ
ความจริงแล้วคำขู่ของพวกมันล้วนเป็น "ข้ออ้างกฎหมายปลอม" ที่ปั้นขึ้นมาเพื่อเล่นกับความกลัวของเหยื่อ มาจับโป๊ะคำขู่ยอดฮิตของแก๊งทวงหนี้เถื่อนกันครับ
ชำแหละ 4 คำขู่ลวงโลก vs ความจริงตามกฎหมาย
คำขู่: "ระวังติดแบล็คลิสต์เครดิตบูโร"
ความจริง: แอปเงินกู้นอกระบบหรือแก๊งกู้เถื่อน ไม่ใช่สถาบันการเงิน ที่เป็นสมาชิกของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (National Credit Bureau) พวกมันไม่มีสิทธิ์และไม่มีช่องทางใดๆ ในการส่งชื่อคุณไปบันทึกในระบบทั้งสิ้น ขู่ให้กลัวไปเองล้วนๆ ครับ
คำขู่: "จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตามถึงทะเบียนบ้าน"
ความจริง: เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิ์ส่งคนมาคุกคาม ข่มขู่ หรือประจานถึงบ้าน การทำแบบนี้ผิด พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ทันที หากมีคนมาจริง คุณมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ให้เข้าบ้าน ถ่ายคลิปวิดีโอไว้ และแจ้งตำรวจจับข้อหาบุกรุกและข่มขู่ได้ทันที
คำขู่: "คิดค่าปรับทวงถามตามกฎหมาย"
ความจริง: กฎหมายไทยคุมเพดานดอกเบี้ยชัดเจน (ทั่วไปไม่เกิน 15% ต่อปี) แต่แก๊งพวกนี้คิดดอกเบี้ยรายวันมหาโหด ตัวมันเองทำผิดกฎหมายตั้งแต่ปล่อยกู้แล้ว การอ้างว่าคิดค่าปรับตามกฎหมายจึงเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ
คำขู่: "จะดำเนินคดีอาญาและออกหมายจับถ้าหลบหนี"
ความจริง: การกู้ยืมเงินเป็น "คดีแพ่ง" ตำรวจไม่มีสิทธิ์มาจับกุมคุณเข้าคุกเพราะติดหนี้ และพวกนี้ไม่มีทางกล้าไปฟ้องศาลแน่นอน เพราะถ้าก้าวขึ้นศาล ตัวเจ้าหนี้เองจะโดนจับดำเนินคดีฐานปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหดและทวงหนี้ผิดกฎหมาย
วิธีตั้งรับและเอาตัวรอด
หยุดจ่ายดอกเบี้ยลอยตัว: การโอนเงินยืดเวลาหรือส่งดอกไปเรื่อยๆ มีแต่จะทำให้หนี้พุ่งไม่รู้จบ และเงินต้นไม่ลดลงเลยแม้แต่บาทเดียว
บันทึกหลักฐานทุกเม็ด: บันทึกเสียงสนทนาขณะโทร แคปหน้าจอแชท ข้อความข่มขู่ และสลิปการโอนเงินทั้งหมดเก็บไว้
แจ้งความดำเนินคดี: หากถูกข่มขู่คุกคามความปลอดภัย นำหลักฐานทั้งหมดเดินทางไปลงบันทึกประจำวันหรือแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้านทันที
จำไว้เสมอครับว่า ยิ่งเรากลัว มิจฉาชีพยิ่งได้ใจ รู้ทันสิทธิ์ตามกฎหมายของตัวเองไว้ แล้วพวกมันจะทำอะไรเราไม่ได้ครับ
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #แอปเงินกู้เถื่อน #ทวงหนี้โหด #เตือนภัยออนไลน์
From the publisher's feed