
Sign up to save your podcasts
Or


สวัสดีครับพี่น้องแฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน หากกำลังเล่นมือถืออยู่แล้วจู่ๆ มีหน้าต่างเด้งขึ้นมาเตือนว่า "โทรศัพท์ของคุณติดไวรัส", "เครื่องถูกแฮ็ก" หรือ "พบขยะในโทรศัพท์" ขอให้ตั้งสติและห้ามกดปุ่มใดๆ บนหน้าจอนั้นเด็ดขาดครับ
ข้อความแจ้งเตือนสีแดงหรือสีเขียวที่ดูน่ากลัวเหล่านี้ ไม่ใช่ระบบรักษาความปลอดภัยของมือถือ แต่เป็นเพียง "โฆษณาหลอกลวง" ที่มิจฉาชีพสร้างขึ้นมาข่มขู่ให้เราตกใจ หากเผลอกดปุ่มเพื่อทำความสะอาดหรือสแกนไวรัสตามที่มันบอก อาจกลายเป็นการกดอนุญาตให้ติดตั้งแอปพลิเคชันดูดเงิน หรือถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวในเครื่องไปจนหมด
วิธีรับมือเมื่อเจอหน้าจอแจ้งเตือนไวรัสปลอม
ปิดหน้าต่างทิ้งทันที: หากเด้งขึ้นมาระหว่างเข้าเว็บไซต์ ให้ปิดแท็บ (Tab) ของเว็บเบราว์เซอร์นั้นทิ้งไปเลย หรือกดปุ่มโฮม (Home) เพื่อสลับหน้าจอออกไป
ล้างประวัติการท่องเว็บ: เข้าไปที่การตั้งค่าของเบราว์เซอร์ (เช่น Safari หรือ Chrome) แล้วเลือก "ล้างประวัติการเข้าชมและข้อมูลเว็บไซต์" เพื่อเคลียร์โฆษณาขยะที่ฝังตัวอยู่
ถอนการติดตั้งแอปแปลกปลอม: หากเผลอกดปุ่มติดตั้งไปแล้ว ให้เข้าไปเช็กในหน้าการตั้งค่าของมือถือ หากพบแอปพลิเคชันที่ชื่อแปลกหรือไม่เคยโหลด ให้กด "ถอนการติดตั้ง (Uninstall)" ทันที
รีสตาร์ทเครื่อง: ปิดและเปิดโทรศัพท์ใหม่หนึ่งรอบ เพื่อล้างการทำงานของโปรแกรมที่อาจตกค้างอยู่ในระบบ
วิธีสร้างเกราะป้องกันให้มือถือของคุณ
โหลดแอปจากสโตร์ทางการเท่านั้น: ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่าน App Store (สำหรับ iPhone) หรือ Google Play Store (สำหรับ Android) ห้ามโหลดผ่านลิงก์นอกสโตร์เด็ดขาด
เมินลิงก์ข่มขู่หรือชวนเชื่อ: หลีกเลี่ยงการกดลิงก์ที่ส่งมาทาง SMS, กลุ่ม LINE หรือแบนเนอร์โฆษณาที่ใช้คำพูดกระตุ้นให้ตื่นตระหนก
ปรึกษาคนใกล้ตัว: หากเจอหน้าจอแปลกๆ แล้วทำตัวไม่ถูก ให้วางมือถือลงแล้วเรียกให้ลูกหลานหรือผู้เชี่ยวชาญช่วยดู ห้ามกดแก้ไขเองหากไม่มั่นใจ
ความตื่นตระหนกคือช่องโหว่ชั้นดีที่มิจฉาชีพใช้โจมตีเราครับ จำไว้เสมอว่าระบบมือถือปกติจะไม่มีการเด้งเตือนไวรัสแบบสุ่มบนหน้าเว็บ ฝากแชร์โพสต์นี้ไปเตือนคุณพ่อคุณแม่และผู้สูงอายุในครอบครัว จะได้ไม่เผลอกดจนมือถือโดนแฮ็กจริงๆ ครับ
#รู้ทันมิจ #มือถือติดไวรัส #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #แอปดูดเงิน #เตือนภัยออนไลน์
สวัสดีครับพี่น้องกัลยาณมิตร แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน วันนี้มีภัยร้ายแรงที่กำลังเจาะลึกเข้าไปถึงระดับชุมชนและหมู่บ้านในต่างจังหวัด โดยพุ่งเป้าไปที่ผู้สูงอายุและชาวบ้านที่อยากมีรายได้เสริม นั่นคือแชร์ลูกโซ่ตัวใหม่ที่ใช้ชื่อแอบอ้างว่า "CPG" ครับ
ชำแหละกลโกง CPG (Creative Pulse Group / CPG333)
เหยื่อล่อแสนหวาน: โฆษณาชวนเชื่อว่าแค่ใช้มือถือกดดูโฆษณาวันละไม่ถึง 2 นาที ก็ได้เงิน 390-400 บาทต่อวัน เดือนนึงรับแตะหมื่นบาท
เงื่อนไขซ่อนมีด: ก่อนจะทำงานได้ ต้องจ่ายเงิน "ค่ามัดจำงาน" ยิ่งจ่ายมัดจำแพง ผลตอบแทนก็ยิ่งสูงขึ้น
รายได้จริงมาจากไหน?: เงินที่คุณได้ ไม่ได้มาจากค่าดูโฆษณาครับ แต่มาจากการที่คุณไป "ชักชวนคนอื่น" (Referral) ให้มาสมัครต่อ โดยแบ่งเปอร์เซ็นต์เป็นทอดๆ 5%, 3%, 1% นี่คือโครงสร้างของแชร์ลูกโซ่ (Ponzi Scheme) แบบ 100%
จับโป๊ะความน่าเชื่อถือทิพย์
สร้างผู้บริหารปลอม: อ้างชื่อฝรั่งดูดี เช่น Santiago Torres, Elena Rodriguez พร้อมรูปโปรไฟล์สุดหรู ความจริงคือพวกนี้ไม่มีตัวตนในวงการธุรกิจโลก เป็นแค่รูปที่สร้างขึ้นมาหรือขโมยมาแอบอ้าง
ประวัติศาสตร์แต่งเอง: อ้างว่าตั้งบริษัทที่นิวยอร์กตั้งแต่ปี 2009 แต่สืบประวัติการจดทะเบียนนิติบุคคลที่อังกฤษ พบว่าเพิ่งจดทะเบียนตั้งบริษัทบังหน้าเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2025 ที่ผ่านมานี้เอง
อ้างรัฐบาลไทย: ปล่อยข่าวลวงว่าร่วมมือกับรัฐบาลทำโครงการ 5 ปี จ้างงานคนไทย 3 ล้านคน... โกหกทั้งเพครับ!
ทำไมถึงระบาดหนักในต่างจังหวัด?มิจฉาชีพใช้กลยุทธ์ "คนกันเอง" โดยเจาะจงให้ผู้นำชุมชนหรือญาติพี่น้องที่ได้เงินไปก่อนหน้า มาเป็นหน้าม้าช่วยการันตี พอชาวบ้านเห็นว่าคนกันเองได้เงินจริง ก็แห่เอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายมาลงทุนตาม โดยไม่ทันได้ตรวจสอบเบื้องหลังบริษัท สุดท้ายพอไม่มีคนสมัครใหม่ เครือข่ายก็ล่ม บล็อกแชทหนี ทิ้งหนี้สินและความแตกแยกไว้ให้คนในหมู่บ้านมองหน้ากันไม่ติด
วิธีรับมือและทวงสิทธิ์คืน
อายัดเงินทันที: โทรสายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออายัดบัญชีม้าทันที
แจ้งความออนไลน์: รวบรวมสลิปโอนเงิน แชทสนทนา เข้าไปแจ้งความที่ www.thaipoliceonline.go.th เท่านั้น
การขอเงินคืนจาก ปปง.: เมื่อคดีถึงที่สุด ปปง. จะเฉลี่ยทรัพย์คืนให้ "ผู้เสียหาย" เท่านั้น (ผู้เสียหาย = คนที่โอนเงินลงทุนไป มากกว่า เงินที่ได้รับกลับคืนมา ใครที่ได้กำไรไปแล้วจะไม่มีสิทธิ์ขอคืนครับ) และจำไว้ว่า ปปง. ไม่มีนโยบายทักไลน์ไปหาเหยื่อเด็ดขาด ต้องยื่นเรื่องผ่านเว็บไซต์ทางการเท่านั้น
แชร์ลูกโซ่ไม่ได้น่ากลัวแค่ตอนมันเชิดเงินหนี แต่มันทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชนให้พังทลายครับ ฝากลูกหลานกลับไปเตือนพ่อแม่ปู่ย่าตายายด่วนๆ ก่อนเงินเก็บทั้งชีวิตจะหายวับไปกับตา
แถวบ้านของท่าน เริ่มมีคนมาชักชวนให้ดูโฆษณาเพื่อแลกเงินแบบนี้บ้างหรือยังครับ?
สวัสดีครับพี่น้องแฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน จากข่าวแชร์ในไลน์เรื่องใบสั่งแปะหน้ารถมีคิวอาร์โค้ดดูดเงิน หากท่านได้รับใบสั่งแล้วเกิดความไม่แน่ใจ แนะนำว่าอย่าเพิ่งสแกนจ่ายทันที แต่ให้เข้าไปตรวจสอบความถูกต้องผ่านช่องทางหลักของทางราชการก่อนครับ
วิธีเช็คใบสั่งออนไลน์ผ่านช่องทางของรัฐ
เว็บไซต์หลัก E-Ticket ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (แนะนำ): เข้าไปที่เว็บไซต์ใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน หากใช้งานครั้งแรกให้คลิกลงทะเบียนแล้วกรอกเลขบัตรประชาชน เลขใบขับขี่ หรือทะเบียนรถ จากนั้นเข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่านเพื่อค้นหาใบสั่งค้างจ่ายตามช่วงวันที่หรือเลขทะเบียนรถได้ทันที
แอปพลิเคชัน ทางรัฐ: เข้าไปที่เมนูบริการ "ตรวจสอบใบสั่งจราจร" ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
แอปพลิเคชัน police care: เป็นอีกหนึ่งช่องทางหลักบนสมาร์ทโฟนที่สามารถใช้ตรวจสอบประวัติและใบสั่งค้างชำระได้
ข้อควรระวังเรื่อง SMS แจ้งค่าปรับ
กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายส่ง SMS เพื่อแจ้งให้ประชาชนชำระค่าปรับใบสั่ง
หากได้รับข้อความที่มีลิงก์ให้กดเติมเงินหรือจ่ายเงิน โปรดอย่าหลงเชื่อเด็ดขาด เพราะเป็นกลอุบายของมิจฉาชีพ
การนำเลขทะเบียนหรือข้อมูลบัตรประชาชนไปเช็กในระบบของรัฐโดยตรง จะช่วยยืนยันได้ทันทีว่ารถของท่านทำผิดกฎจราจรและมีใบสั่งจริงหรือไม่ ปลอดภัยกว่าการสแกนจ่ายโดยไม่ตรวจสอบครับ
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #ใบสั่งปลอม #เช็คใบสั่งออนไลน์ #เตือนภัยออนไลน์
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ไม่ใช่แค่วิกฤตในประเทศไทย แต่กลายเป็นความเสี่ยงสูงสุดระดับโลกไปแล้วครับ
ยอดการรับแจ้งความคดีออนไลน์ของไทยตั้งแต่ปี 2022 ถึงเดือนสิงหาคม 2026 พุ่งสูงถึง 1,387,581 เรื่อง และสร้างมูลค่าความเสียหายรวมมหาศาลกว่า 1,000,119,489,700,144 บาท
🔴 ปี 2022: รับแจ้ง 163,436 เรื่อง (ความเสียหาย 22,525,777,060 บาท)🔴 ปี 2023: รับแจ้ง 244,486 เรื่อง (ความเสียหาย 25,136,409,097 บาท)🔴 ปี 2024: รับแจ้ง 380,522 เรื่อง (ความเสียหาย 35,501,775,182 บาท)🔴 ปี 2025: รับแจ้ง 379,840 เรื่อง (ความเสียหาย 25,386,901,163 บาท)🔴 ปี 2026 (ถึง ส.ค.): รับแจ้ง 219,297 เรื่อง (ความเสียหาย 1,000,010,938,837,641 บาท)
ตัวเลขที่ก้าวกระโดดนี้สอดคล้องกับรายงานของที่ประชุม World Economic Forum (WEF) ที่ออกมายืนยันชัดเจนว่า ภัยไซเบอร์คือวาระเร่งด่วน และปัญหาเรื่องมิจฉาชีพออนไลน์จะยังคงแฝงตัวอยู่คู่กับพวกเราไปอีกอย่างน้อย 10 ปี โดยรูปแบบกลโกงจะยิ่งซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมาหลอกลวงอย่างแนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ
ในยุคที่มิจฉาชีพจ้องจะขโมยเงินของเราตลอดเวลา เกราะป้องกันที่ดีที่สุดคือสติและการรู้เท่าทัน ขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังตัว ไม่กดลิงก์แปลกปลอม ไม่โอนเงินให้คนที่ไม่รู้จัก และคอยรับข่าวสารอัปเดตกลโกงใหม่ๆ จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อย่างเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกของเราอย่างสม่ำเสมอครับ เราต้องก้าวให้ทันและเอาชนะวิกฤตภัยออนไลน์นี้ไปด้วยกัน
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #ภัยไซเบอร์ #สถิติคดีออนไลน์ #เตือนภัยออนไลน์
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน วันนี้มาแนะวิธีตรวจสอบสถานะ "บัญชีม้า" ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ และปลอดภัย 100% ครับ
ภัยเงียบจากการจ้างเช็กบัญชีม้า
มิจฉาชีพมักแฝงตัวมารับจ้างตรวจสอบสถานะบัญชีธนาคาร หรือหลอกขอข้อมูลส่วนตัวเพื่อนำไปช่วยเช็กประวัติให้
การส่งรูปบัตรประชาชน เลขบัญชี หรือเบอร์โทรศัพท์ให้คนอื่น เท่ากับเปิดช่องโหว่ให้มิจฉาชีพนำข้อมูลของคุณไปเปิดบัญชีม้า หรือสวมรอยก่อเหตุหลอกลวงซ้ำสอง
วิธีตรวจสอบสถานะบัญชีด้วยตัวเอง (ฟรีและปลอดภัย)
เข้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของตำรวจไซเบอร์ที่ www.thaipoliceonline.go.th
ทำการเข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID (แอปพลิเคชันยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของกรมการปกครอง)
ดำเนินการตรวจสอบสถานะบัญชีธนาคารของตนเองตามขั้นตอนในระบบ
หากบัญชีของคุณปลอดภัยและไม่มีความผิดปกติใดๆ ระบบจะแสดงข้อความว่า "ไม่พบข้อมูลบัญชี"
หากบัญชีมีความเสี่ยงหรือเคยถูกนำไปพัวพันกับคดีความ จะมีข้อมูลรายละเอียดแจ้งให้ทราบทั้งหมด
บัญชีของเรา ข้อมูลของเรา ตรวจสอบด้วยตัวเองปลอดภัยที่สุดครับ ยุคนี้มิจฉาชีพแฝงตัวมาทุกรูปแบบและไว้ใจใครไม่ได้เด็ดขาด ห้ามส่งข้อมูลส่วนตัวให้คนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์นำไปตรวจสอบให้เด็ดขาด ฝากแชร์โพสต์นี้ไปเตือนเพื่อนๆ และคนในครอบครัวให้รู้วิธีป้องกันตัวเองที่ถูกต้องกันด้วยนะครับ
#รู้ทันมิจ #บัญชีม้า #เช็กบัญชีม้าด้วยตัวเอง #ThaID #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #เตือนภัยออนไลน์ #ตำรวจไซเบอร์
ทุกวันนี้มิจฉาชีพมักสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการอ้างว่าธุรกิจของตน "จดทะเบียน สคบ. ถูกต้องตามกฎหมาย" เพื่อล่อลวงให้คนมาร่วมลงทุนในแชร์ลูกโซ่ การตรวจสอบข้อเท็จจริงนี้ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อและหลีกเลี่ยงการเป็นผู้กระทำผิดร่วมครับ
วิธีตรวจสอบ สคบ. ผ่านระบบ OCPB Direct
เข้าเว็บไซต์ทางการ: พิมพ์ URL ocpbdirect.ocpb.go.th บนเบราว์เซอร์ ซึ่งเป็นระบบตรวจสอบสถานะการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
ค้นหาชื่อธุรกิจ: นำชื่อบริษัท หรือเลขทะเบียน สคบ. ที่ถูกกล่าวอ้างมากรอกในระบบค้นหา
ตรวจสอบสถานะ: หากค้นหาไม่พบ ชื่อไม่ตรง หรือสถานะถูกเพิกถอน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการแอบอ้าง และธุรกิจนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการอย่างถูกต้อง
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (หากแอบอ้างหรือเข้าไปร่วมชักชวนผู้อื่น)
ความผิดตาม พ.ร.บ. ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545: การดำเนินธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงโดยไม่จดทะเบียนให้ถูกต้อง ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและมีโทษทางอาญาทั้งจำคุกและปรับ
ความผิดเรื่องแชร์ลูกโซ่และฉ้อโกง: หากรูปแบบธุรกิจเน้นการชักชวนหาสมาชิกใหม่เพื่อนำเงินมาจ่ายผลตอบแทนคนเก่า การเข้าไปร่วมชักชวนผู้อื่นลงทุนอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 (แชร์ลูกโซ่) และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
การดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด: ศาลมักมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิดในคดีแชร์ลูกโซ่อย่างเด็ดขาดและมีการยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้อง
การอ้างเลข สคบ. ปลอมไม่ได้ทำให้แชร์ลูกโซ่กลายเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย หากพบเห็นธุรกิจต้องสงสัย สามารถนำหลักฐานแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 เพื่อหยุดยั้งความเสียหายก่อนที่จะลุกลามและสร้างผลกระทบต่อผู้อื่นครับ
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน ผม รองเป็นไท ครับ วันนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องมาอัปเดตและทำความเข้าใจให้ตรงกัน เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่สุจริตครับ
จากคลิปเตือนภัยก่อนหน้านี้ ที่ผมได้ออกมาเตือนเรื่องเพจมิจฉาชีพชื่อ "MOK MART" ซึ่งมีพฤติกรรมน่าสงสัยคือ ใช้บัญชีบุคคลธรรมดารับโอนเงิน และมีแอดมินอยู่มาเลเซีย จนกระทั่งเพจนั้นถูกปิดหนีไป แต่เหตุการณ์นี้ได้สร้างความเข้าใจผิดและส่งผลกระทบต่อ "แบรนด์ตัวจริง" เข้าอย่างจังครับ
ล่าสุดผมได้รับการประสานงานผ่านเพื่อนตำรวจว่า เจ้าของแบรนด์ MOK ตัวจริงได้รับความเดือดร้อน ลูกค้าเกิดความไม่มั่นใจจนทำให้ยอดขายสะดุด ผมจึงได้ขอให้ทางบริษัทส่งหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ใจ เพื่อที่ผมจะได้มาทำคลิปชี้เป้าเพจจริง ป้องกันไม่ให้ประชาชนสับสน และกั้นไม่ให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสเอาชื่อไปสวมรอยหลอกใครได้อีก
ทางเจ้าของแบรนด์ได้ส่งเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องตามกฎหมายมาให้ผมตรวจสอบครบถ้วน ดังนี้ครับ:
ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ยืนยันการจดทะเบียนนิติบุคคล
หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า แบรนด์ MOK
สมุดบัญชีธนาคารในนามบริษัท สำหรับรับโอนเงินค่าสินค้า
สรุปได้ชัดเจนครับว่า แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ MOK ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีตัวตนจริง ภายใต้ชื่อ "บริษัท ลักกี้คริสตัล" ครับ
หากพี่น้องท่านใดสนใจสั่งซื้อตู้โชว์กระจก หรือเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ MOK ขอให้ยึดหลักการสังเกตดังนี้ครับ:
ชื่อเพจที่ถูกต้อง: ต้องเป็นเพจเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า "MOK ตู้โชว์กระจกและกระจกบานใหญ่" เท่านั้น
กฎเหล็กการโอนเงิน: เวลาชำระค่าสินค้า ต้องโอนเข้าบัญชีชื่อ "บริษัท ลักกี้คริสตัล" เท่านั้น!
มิจฉาชีพมักจะขโมยชื่อแบรนด์ รูปภาพ หรือโลโก้ของร้านค้าที่มีชื่อเสียงไปสร้างเพจปลอมเพื่อหลอกลวงลูกค้า (เหมือนกรณีเพจ MOK MART)
จุดสังเกตง่ายๆ คือ ไม่ว่าเพจจะดูน่าเชื่อถือแค่ไหน หรือมีคนติดตามเยอะเท่าไหร่ หากถึงขั้นตอนการชำระเงินแล้ว ปลายทางให้โอนเข้า "บัญชีชื่อบุคคลธรรมดา (นาย ก. หรือ นาง ข.)" ให้ฟันธงและกดบล็อกทิ้งทันทีครับ นั่นคือบัญชีม้าแน่นอน!
ธุรกิจออนไลน์ที่โปร่งใส ต้องตรวจสอบได้ และรับเงินผ่านบัญชีนิติบุคคลครับ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการที่ทำมาหากินสุจริตทุกท่าน และขอให้พี่น้องประชาชนมีสติก่อนโอนเงินเสมอครับ
ท่านเคยเจอเพจขายเฟอร์นิเจอร์เพจไหน ที่ทำทีเป็นบริษัทใหญ่แต่สุดท้ายให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวบ้างไหมครับ?
🏢 แบรนด์ MOK ตัวจริงคือใคร?✅ วิธีสังเกตเพจจริง ซื้อเฟอร์นิเจอร์ MOK ปลอดภัย 100%🛑 เตือนภัย: แยกให้ออกระหว่างร้านจริง กับ โจรปลอมตัว
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน ผม รองเป็นไท จากเพจ ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก ครับ
ช่วงนี้ใครที่กำลังจัดบ้านและคิดจะนำ "เสื้อผ้ามือสอง" ไปโพสต์ขายออนไลน์เพื่อหารายได้เสริม ขอให้หยุดอ่านโพสต์นี้ก่อนครับ! เพราะตอนนี้แก๊งมิจฉาชีพได้เปลี่ยนมุกใหม่ จากที่เคยหลอกขายของ คราวนี้พวกมันสวมรอยมาเป็น "คนรับซื้อเสื้อผ้า" หรือเปิดเพจรับซื้อเสื้อผ้ามือสองบังหน้า เพื่อหลอกดูดเงินจากแม่ค้าพ่อค้ามือใหม่ไปเป็นจำนวนมากครับ
มิจฉาชีพมักจะแฝงตัวอยู่ในกลุ่มซื้อขายเสื้อผ้ามือสองบนโซเชียลมีเดีย เมื่อเห็นเราโพสต์ขาย มันจะเข้ามาทำทีเป็นสนใจเหมาหมดตู้ แต่มีแผนลวงดังนี้ครับ:
ทักมาขอซื้อและให้แอด LINE: มิจฉาชีพจะทักมาบอกว่าสนใจซื้อ แต่ขอให้เราติดต่อผ่านแอดมินร้าน หรือแพลตฟอร์มรับซื้อส่วนกลางแทน
ดึงเข้ากลุ่มหน้าม้า: เมื่อแอด LINE ไปแล้ว แอดมินจะดึงเราเข้า LINE OpenChat ที่เต็มไปด้วยหน้าม้า คอยส่งสลิปโชว์ยอดเงินว่าขายได้จริงและได้กำไรดี
หลอกให้โอนเงินเปิดบิล: แอดมินจะแจ้งว่าลูกค้าโอนเงินค่าเสื้อผ้ามาให้แล้ว แต่เราต้อง "โอนเงินสมัครสมาชิก" หรือ "จ่ายค่าเปิดการมองเห็นร้านค้า" ก่อนจึงจะถอนเงินค่าชุดของเราได้
อ้างว่าทำผิดกฎ: เมื่อเราหลงโอนเงินไป ระบบจะอ้างว่าเราลืมใส่บันทึกช่วยจำ ทำให้ระบบล็อก และบังคับให้ต้องโอนเงินยอดหลักหมื่นถึงหลักแสนเพื่อปลดล็อก!
คนซื้อของจริง จะขอเลขบัญชีและโอนเงินเข้าบัญชีเราโดยตรง ไม่ผ่านแอดมินหรือระบบคนกลางที่ซับซ้อน
มีการเรียกเก็บ "ค่าสมัครสมาชิก" หรือ "ค่าค้ำประกัน" ก่อนที่จะให้เราถอนเงินยอดขายของเราเอง
ปลายทางให้เราโอนเงินเข้า "บัญชีบุคคลธรรมดา" หรือบัญชีบริษัทรับชำระเงินออนไลน์ (Payment Gateway) แทนที่จะเป็นบัญชีบริษัทรับซื้อจริงๆ
ห้ามโอนก่อนเด็ดขาด: กฎเหล็กของการเป็นคนขายคือ เราต้องเป็นฝ่าย "รับเงิน" ไม่ใช่ฝ่าย "โอนเงิน" หากมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมก่อน ให้บล็อกทันที
อย่าหลงเชื่อคำขู่: หากเราไหวตัวทันและขอยกเลิก มิจฉาชีพมักจะข่มขู่ว่าจะฟ้องร้องดำเนินคดี หรือแบล็กลิสต์เรา ขอให้มีสติและอย่ากลัว เพราะนั่นคือคำขู่ลอยๆ ของโจรครับ
ไม่เข้ากลุ่มทำกิจกรรม: หากการขายของต้องแลกมาด้วยการเข้ากลุ่มไปทำกิจกรรมกดไลก์ กดรีวิว หรือโอนเงินปั่นยอด ให้รีบกดออกจากกลุ่มทันที
หากท่านเผลอโอนเงินไปแล้ว ให้รีบโทรแจ้งอายัดบัญชีที่สายด่วน AOC 1441 โดยเร็วที่สุดครับ
ท่านเคยเจอคนทักมาขอซื้อของ แล้วบังคับให้แอด LINE ไปคุยกับแอดมินเพื่อเปิดระบบร้านค้าบ้างไหมครับ?
💥 สเต็ปกลโกง "หลอกให้เปิดร้าน"🚩 จุดสังเกตว่าเป็นมิจฉาชีพ🛡️ วิธีป้องกันตัว ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
#รู้ทันมิจ EP453: เริ่มนับ 1 หยุดจ่ายเงินกู้นอกระบบ (จ่ายดอกท่วมต้น กฎหมายพร้อมปกป้องคุณ!) 🛑⚖️
สวัสดีครับพี่น้องกัลยาณมิตรทุกท่าน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก วันนี้เรามาเจาะลึกพฤติกรรมสุดแนบเนียนของมิจฉาชีพสายโรแมนซ์สแกมที่อัปเกรดตัวเองมาเป็น "ไฮบริดสแกม" (Hybrid Scam) กันครับ
กลโกงนี้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการข่มขู่ แต่เริ่มต้นด้วยความห่วงใย คำหวาน และการสร้างอนาคตปลอมๆ เพื่อต้อนเหยื่อให้ตายใจ มาดูกันครับว่าพวกมันมี "สเต็ปอ่อยเหยื่อ" อย่างไรบ้าง จะได้รู้ทันก่อนสูญเงินหมดตัว!
1️⃣ สเต็ปที่ 1: ตกหลุมรัก และ สร้างความไว้ใจมิจฉาชีพจะแฝงตัวมาในแอปพลิเคชันหาคู่ โซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่ทักผิดใน LINE โปรไฟล์มักจะดูดี มีฐานะ หน้าตาหล่อสวย พวกมันจะคุยกับเหยื่อทุกวัน เอาใจใส่ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ จนเหยื่อเกิดความผูกพันและเชื่อใจว่านี่คือ "ความรัก" จริงๆ
2️⃣ สเต็ปที่ 2: โยนเหยื่อล่อ (ทำงานง่ายๆ ไม่ต้องเสียเงิน)เมื่อเหยื่อติดกับดักความสัมพันธ์ มิจฉาชีพจะเริ่มอ้างว่าตัวเองยุ่งมาก และขอความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เช่น "ที่รัก ช่วยเข้าไปกดรับออเดอร์ในร้านค้าออนไลน์ให้หน่อยได้ไหม วันนี้ยุ่งมากเลย"พอกดเข้าไป เหยื่อจะเห็นว่ามีออเดอร์เข้ามาจริง กดปุ๊บได้เงินปั๊บ ระบบโชว์ยอดเงินกำไรเข้ามารัวๆ (จุดนี้คือการสร้างภาพลวงตาให้เหยื่อเห็นว่า ระบบนี้หาเงินได้จริง โดยที่เหยื่อยังไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท!)
3️⃣ สเต็ปที่ 3: วางกับดัก "สร้างอนาคตร่วมกัน"เมื่อเหยื่อเห็นว่าหาเงินได้ง่าย มิจฉาชีพจะเริ่มแผนการหลัก คือการชวนเปิดร้านค้าออนไลน์เป็นของตัวเอง หรือเปิดเป็น "ร้านคู่รัก" เพื่อสร้างอนาคตด้วยกัน แต่มีเงื่อนไขว่า "ต้องโอนเงินเพื่อเปิดแพ็กเกจการลงทุน หรือสต๊อกสินค้า"
4️⃣ สเต็ปที่ 4: กดดันด้วยสลิปปลอม และ ความเกรงใจเมื่อถึงเวลาต้องจ่ายเงิน มิจฉาชีพจะใช้ไม้ตายคือ "งั้นเราออกกันคนละครึ่งนะ" จากนั้นมันจะส่ง "สลิปการโอนเงิน (ปลอม)" มาโชว์ว่ามันได้โอนเงินส่วนของมันเข้าระบบไปแล้ว คราวนี้ก็เหลือแค่เหยื่อ...ด้วยความที่เป็นคนรักกัน ความเชื่อใจ และ "ความเกรงใจ" ที่เห็นอีกฝ่ายออกเงินไปแล้ว เหยื่อจึงยอมโอนเงินส่วนของตัวเองตามไปในที่สุด!
หลังจากเหยื่อโอนเงินเปิดแพ็กเกจไปแล้ว ระบบจะเริ่มสร้างปัญหาหลอกลวงสารพัด เช่น:
มีออเดอร์ใหญ่เข้ามา ต้องเติมเงินเพื่อรับออเดอร์เพิ่ม
ทำภารกิจผิดพลาด ต้องโอนเงินปลดล็อก
เมื่อจะถอนเงิน อ้างว่าต้องเสียภาษี หรือค่าธรรมเนียม VIP
สุดท้ายเหยื่อถูกสูบเงินจนหมดตัว และเมื่อรู้ความจริง มิจฉาชีพ (ที่เคยเป็นคนรัก) ก็จะบล็อกช่องทางการติดต่อและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยครับ
รักแท้ ต้องไม่ชวนเสียตังค์: หากคนคุยออนไลน์ที่คุณไม่เคยเจอหน้าตัวเป็นๆ เริ่มชักชวนให้ทำภารกิจ เปิดร้านค้าออนไลน์ หรือลงทุนคริปโต... ให้ฟันธงไว้ก่อนเลยว่า "มิจฉาชีพ 100%"
อย่าเชื่อสลิปโอนเงิน: สลิปโอนเงินที่อีกฝ่ายส่งมาอ้างว่าออกให้ก่อน หรือออกคนละครึ่ง ล้วนเป็นสลิปที่ปลอมแปลงขึ้นมาทั้งสิ้นครับ
สติเหนือความเกรงใจ: ความเกรงใจคือจุดอ่อนที่มิจฉาชีพชอบใช้ ท่องไว้เสมอว่า เงินของเรา อยู่ในกระเป๋าเรา ปลอดภัยที่สุด อย่าโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลธรรมดา หรือแพลตฟอร์มที่ไม่รู้จักเด็ดขาด
ฝากพี่น้องช่วยกันแชร์โพสต์นี้ไปเตือนเพื่อนๆ และคนใกล้ตัว โดยเฉพาะคนที่กำลังมีความรักทางออนไลน์ ให้ระวังกลโกงรูปแบบนี้ให้ดีนะครับ!
ท่านเคยเจอคนคุยออนไลน์ที่เริ่มเปลี่ยนบทสนทนามาเป็นการชวนลงทุนหรือให้ช่วยกดรับออเดอร์สินค้าบ้างไหมครับ?
🔍 4 สเต็ป "อ่อยเหยื่อ" เชือดนิ่มๆ สไตล์มิจฉาชีพ💥 จุดจบของการลงทุนทิพย์🛡️ คาถาป้องกันตัวจาก "รักออนไลน์ ลวงลงทุน"
From the publisher's feed