
Sign up to save your podcasts
Or


สวัสดีครับพี่น้องแฟนเพจทุกท่าน ผม รองเป็นไท ครับ
จากข่าวเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสำคัญต่างๆ รั่วไหลออกไปในช่วงนี้ ผมเข้าใจดีครับว่าทำให้หลายท่านเกิดความกังวลใจอย่างมาก แต่ผมอยากบอกทุกคนว่า "ไม่ต้องตื่นตระหนกครับ แต่เราต้องตื่นตัวและเตรียมรับมือ"
เมื่อข้อมูลบางส่วนของเราอาจไปอยู่ในมือคนอื่นแล้ว ปราการด่านสุดท้ายที่จะปกป้องบัญชีและทรัพย์สินของเราได้ก็คือ "รหัสผ่าน" ครับ วันนี้ผมมี 3 วิธีตั้งรับง่ายๆ เพื่อปกป้องบัญชีของคุณให้ปลอดภัยขั้นสุดมาฝากกันครับ:
1️⃣ ห้ามใช้ "ข้อมูลส่วนตัว" มาตั้งเป็นรหัสผ่านเด็ดขาด 🚫
หลายคนชอบตั้งรหัสผ่านให้จำง่ายๆ เช่น วันเดือนปีเกิด, เลขบัตรประชาชน หรือ เบอร์โทรศัพท์... เลิกทำด่วนเลยนะครับ! เพราะเมื่อข้อมูลเหล่านี้หลุดไป มิจฉาชีพจะนำมาใช้สุ่มเดารหัสผ่านเข้าบัญชีธนาคารหรือโซเชียลมีเดียของเราเป็นอันดับแรก เปลี่ยนไปใช้รหัสที่คาดเดายาก มีทั้งตัวอักษรและตัวเลขผสมกันจะปลอดภัยกว่าครับ
2️⃣ เปิดระบบ "ยืนยันตัวตน 2 ชั้น" (2FA) เสมอ 📱
ยุคนี้การใช้ "รหัสผ่านอย่างเดียว" ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้วครับ! ทุกแอปพลิเคชันสำคัญ โดยเฉพาะแอปธนาคารและโซเชียลมีเดีย ควรเข้าไปตั้งค่าเปิดการยืนยันตัวตน 2 ชั้น (Two-Factor Authentication) นั่นคือการใช้รหัสผ่าน ควบคู่ไปกับ การรับรหัส OTP ผ่านเบอร์มือถือ หรือ ระบบสแกนใบหน้า/ลายนิ้วมือ (Biometrics) เพื่อให้มั่นใจว่าคนที่จะเข้าสู่ระบบได้ ต้องเป็นตัวเราจริงๆ เท่านั้น
3️⃣ อย่าหลงเชื่อ "ลิงก์ปลอม" ที่ให้เปลี่ยนรหัสผ่าน 🔗
มิจฉาชีพมักจะอาศัยจังหวะที่คนกำลังตื่นตระหนกเรื่องข้อมูลหลุด สวมรอยเป็นธนาคารหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ส่ง SMS หรืออีเมลมาขู่ว่า "บัญชีของคุณไม่ปลอดภัย กรุณากดลิงก์เพื่อเปลี่ยนรหัสผ่านหรือยืนยันตัวตนใหม่"... ห้ามกดลิงก์และห้ามกรอกข้อมูลเด็ดขาดครับ! เพราะนั่นคือลิงก์ดักฟิชชิ่ง (Phishing) หากเผลอกรอกไป มิจฉาชีพจะได้รหัสผ่านและยึดแอคเคาน์ของคุณไปทันที
ทำเพียงแค่ 3 ข้อนี้ บัญชีและข้อมูลส่วนตัวของท่านก็จะปลอดภัยจากมิจฉาชีพขึ้นอีกหลายระดับเลยครับ
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "ต้องระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอ" โจรมันพัฒนากลโกงทุกวัน เราเองก็ต้องอัปเดตเกราะป้องกันตัวเองทุกวันเช่นกันครับ ฝากแชร์โพสต์นี้ไปเตือนเพื่อนๆ และคนในครอบครัวให้รีบไปเช็กและเปลี่ยนรหัสผ่านกันด้วยนะครับ!
#รู้ทันมิจ #ข้อมูลหลุด #ข้อมูลรั่วไหล #ตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัย #ยืนยันตัวตนสองชั้น #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #เตือนภัยออนไลน์ #ตำรวจไซเบอร์
🛡️ 3 กฎเหล็ก ปกป้องรหัสผ่านและบัญชีส่วนตัว
สวัสดีครับพี่น้องกัลยาณมิตรทุกท่าน ผม รองเป็นไท ครับ วันนี้มีประเด็นข่าวใหญ่ระดับประเทศที่ต้องรีบนำมาสร้างเป็น "วัคซีนไซเบอร์" ด่วนที่สุดครับ!
จากกรณีข่าวที่มีการแฮ็กและเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทะเบียนรถยนต์หรู และรูปถ่ายติดบัตรของประชาชน ข้าราชการระดับสูง ไปจนถึงระดับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลุดว่อนโลกออนไลน์ ตอนนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) ร่วมกับ กระทรวง DE, กรมการขนส่งทางบก และคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) เร่งสืบสวนหาต้นตอและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดแล้วครับ
แต่ประเด็นสำคัญที่ผมอยากเน้นย้ำและเตือนพี่น้องประชาชนทุกคนคือ "มิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะฉวยโอกาสเอาข้อมูลนี้มาหลอกเราอย่างไร?" เตรียมรับมือกับ 3 รูปแบบภัยคุกคามนี้ไว้เลยครับ:
1️⃣ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ / กรมการขนส่งทางบกมันจะโทรมาข่มขู่เรื่องการต่อภาษีรถยนต์ คดีอุบัติเหตุจราจร หรือทะเบียนรถสวมรอย โดยความน่ากลัวคือ มันจะ "พูดข้อมูลส่วนตัวและทะเบียนรถของเราได้อย่างถูกต้องเป๊ะๆ ทุกตัวอักษร" เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้เราตกใจกลัวและหลงเชื่อว่ากำลังคุยกับเจ้าหน้าที่ตัวจริง
2️⃣ ส่ง SMS แนบลิงก์ปลอมส่งข้อความมุ่งเป้ามาที่มือถือท่าน อ้างว่าท่านมีใบสั่งจราจรค้างชำระ ได้รับเงินคืนค่าน้ำมัน คืนภาษี หรือขู่ว่าเอกสารสำคัญของท่านหลุด ให้รีบกดลิงก์เพื่อตรวจสอบ
3️⃣ หลอกให้ติดตั้ง "แอปดูดเงิน"ทำทีเป็นเจ้าหน้าที่รัฐติดต่อมา อ้างว่าระบบถูกแฮ็ก ให้ท่านรีบโหลดแอปพลิเคชันของหน่วยงาน (แอปปลอม) เพื่อทำการยืนยันตัวตน ป้องกันอายัดบัญชี หรือแก้ไขข้อมูลที่รั่วไหล
ยุคนี้เราต้องปรับวิธีคิดใหม่ครับ ในเมื่อข้อมูลอาจจะหลุดไปแล้ว เกราะป้องกันเดียวที่จะปกป้องเงินในบัญชีเราได้คือ "สติ"
อย่าตกใจเมื่อโจรรู้ข้อมูล: การที่ปลายสายรู้ชื่อ นามสกุล หรือทะเบียนรถเรา ไม่ได้แปลว่าเขาคือเจ้าหน้าที่ตัวจริง! ท่องไว้เสมอว่า "ข้อมูลมันหลุด โจรมันก็แค่อ่านตามโพย"
ห้ามกดลิงก์ใน SMS หรือแชท: ไม่ว่าข้อความนั้นจะดูน่าเชื่อถือแค่ไหน หรือส่งมาจากชื่อหน่วยงานที่คุ้นเคย หากมีลิงก์แนบมา ห้ามกดเด็ดขาด
ตัดสาย แล้วโทรเช็กเอง: หากกังวลว่ารถเรามีปัญหาจริงไหม หรือมีหมายจับจริงหรือเปล่า ให้กดตัดสายทิ้ง แล้วโทรศัพท์สอบถามไปยังหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรงผ่านเบอร์สายด่วนอย่างเป็นทางการ
กฎเหล็ก "ไม่โอน ไม่โหลด": ตำรวจและหน่วยงานรัฐ ไม่มีนโยบายให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี และห้ามโหลดแอปพลิเคชันใดๆ ตามคำบอกของปลายสายเพื่อยืนยันตัวตนเด็ดขาด
ข้อมูลหลุดเป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องไปจัดการแก้ไข แต่ "เงินในบัญชี" จะหลุดตามไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเด็ดขาดของเราครับ ฝากพี่น้องช่วยกันแชร์โพสต์นี้ไปเตือนสติคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อไม่ให้ใครตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ฉวยโอกาสจากสถานการณ์นี้นะครับ
#รู้ทันมิจ #ข้อมูลหลุด #แก็งคอลเซ็นเตอร์ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #วัคซีนไซเบอร์ #เตือนภัยออนไลน์ #มิจฉาชีพออนไลน์ #AOC1441
⚠️ รูปแบบกลโกงที่มิจฉาชีพจะงัดมาใช้:🛡️ คาถาป้องกันตัว (เมื่อข้อมูลไม่ใช่ความลับอีกต่อไป):
สวัสดีครับพี่น้องแฟนเพจทุกท่าน วันนี้ผมมีเรื่องราวเตือนภัยจาก "ผู้เสียหายจริง" ที่ทักเข้ามาเล่าประสบการณ์ตรงให้ฟังครับ เป็น 6 เดือนที่ต้องทนทุกข์อยู่กับวงจรที่กัดกินชีวิตอย่างร้ายกาจ ใครที่กำลังคิดจะกู้เงินผ่านแอปออนไลน์... ขอให้หยุดและอ่านโพสต์นี้ให้จบก่อนตัดสินใจครับ!
มิจฉาชีพพวกนี้ไม่ได้เปิดฉากมาด้วยการข่มขู่ตั้งแต่แรกครับ แต่มันมี "สเต็ปการหลอกลวง" ที่จะค่อยๆ ดึงคุณลงไปในหลุมพรางอย่างแนบเนียน:
⚠️ ขั้นที่ 1: "เหยื่อล่อแสนหวาน"เริ่มจากกู้แอปแรก ยอดหลักพัน ดอกเบี้ยดูน้อย ยอมรับได้ จ่ายไหว เพื่อสร้างความเชื่อใจให้เหยื่อตายใจและรู้สึกว่า "แอปนี้พึ่งพาได้จริง"
⚠️ ขั้นที่ 2: "ขยายวงเงิน เพิ่มภาระ"พอวงเงินแอปแรกเต็ม จะมี "หน้าม้า" ทักไลน์มาแนะนำให้ไปกู้แอปที่สอง คราวนี้อนุมัติหลักหมื่น แต่... ดอกเบี้ยพุ่งไปถึง 25-30% แถมโดนหัก "ค่าแพ็กเกจ" อีก 30% ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ใช้เงิน!
⚠️ ขั้นที่ 3: "ยัดเยียดหนี้ ไม่มีวันจบ"เมื่อเหยื่อเริ่มติดกับดัก จะมีคนทักมาแนะนำแอปสุดท้าย (เช่น แก๊งสินเชื่ออีซี่) คราวนี้ล่อด้วยวงเงินเป็นแสน ปล่อยให้ทีละหมื่นสองหมื่น และความน่ากลัวที่สุดอยู่ตรงนี้ครับ... พอเหยื่อกัดฟันหาเงินมาจ่ายใกล้จะหมด มันจะ "ยัดเยียดโอนเงินเข้ามาเอง" อีก 2-3 หมื่น แล้วบวกค่างวดทบทวีคูณไปเรื่อยๆ กลายเป็น "หนี้ทิพย์" ที่จ่ายเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด!
📊 ลองดูสรุปยอดบัญชีของผู้เสียหายรายนี้ตลอด 6 เดือนครับ:
รับเงินโอนเข้าจริง: 210,000 บาท
กัดฟันหาเงินจ่ายไป: 190,000 - 200,000 บาท
แก๊งแอปเถื่อนอ้างว่ายังค้างอีก: 120,000 บาท!! (นี่คือหนี้ทิพย์ที่พวกมันเสกขึ้นมาเองเพื่อสูบเลือดสูบเนื้อ)
💡 ทางออกเดียวเมื่อพลาดไปแล้ว คือต้อง "หักดิบ" ครับผู้เสียหายท่านนี้ตัดสินใจถูกมากที่เลือกหักดิบหนีออกมาก่อนที่ชีวิตจะพังไปมากกว่านี้ สิ่งที่คุณต้องทำทันทีเมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอกคือ:
1️⃣ หยุดจ่ายเด็ดขาด!ไม่ต้องกลัวเสียเครดิตบูโร เพราะนี่คือมิจฉาชีพ ไม่ใช่สถาบันการเงินที่ถูกกฎหมาย การจ่ายเงินให้โจรไม่ได้ช่วยให้หนี้ลดลง2️⃣ รวบรวมหลักฐานไปแจ้งความเตรียมสเตตเมนต์, แชทไลน์, เบอร์โทรศัพท์ และสลิปโอนเงินทั้งหมด ไปลงบันทึกประจำวันหรือแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน3️⃣ เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ตัดช่องทางการติดต่อทุกทาง เพื่อหยุดการรับรู้และการถูกข่มขู่ก่อกวน4️⃣ ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในโซเชียลมีเดียล็อกโปรไฟล์ Facebook, IG, TikTok ทั้งหมดให้เป็นส่วนตัว เพื่อป้องกันไม่ให้มันไปทักหาระรานคนรอบข้างหรือเพื่อนฝูงเพื่อสร้างความอับอาย
จำไว้นะครับ เงินกู้นอกระบบออนไลน์ ไม่มีคำว่า "กู้เพื่อไปตั้งตัว" มีแต่คำว่า "กู้เพื่อไปติดกับดัก"
ช่วยกันแชร์โพสต์นี้ออกไปให้คนที่คุณรักได้อ่าน เพื่อหยุดยั้งวงจรอุบาทว์นี้ อย่าปล่อยให้มิจฉาชีพมาสูบเลือดสูบเนื้อคนไทยด้วยกันอีกเลยครับ!
#รู้ทันมิจ #อย่าติดบ่วงหนี้นอกระบบ #แอปเงินกู้เถื่อน #หนี้ทิพย์ #สินเชื่อออนไลน์ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #เตือนภัยออนไลน์
สวัสดีครับพี่น้องแฟนเพจ "ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก" ทุกท่าน ผม รองเป็นไท ครับ
วันนี้มีเรื่องด่วนระดับสูงสุดที่ต้องรีบออกมาเตือนภัยและสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุกคนครับ เพราะกลโกงของแก๊งแอปเงินกู้เถื่อนตอนนี้ มันยกระดับความเลวร้ายไปอีกขั้น ไม่ได้แค่ทวงเงินกับตัวผู้กู้เท่านั้น แต่มันใช้ "ความกลัวและความอับอาย" ของคนในครอบครัวมาเป็นเครื่องมือรีดไถครับ!
เมื่อเราพลาดพลั้งกดโหลดแอปเงินกู้เถื่อนและกดยอมรับการเข้าถึงข้อมูล สิ่งที่มิจฉาชีพทำคือการดูด "รายชื่อผู้ติดต่อ" และ "คลังรูปภาพ" ในมือถือของเราไปทั้งหมดครับ เมื่อถึงเวลาทวงหนี้ หรือเราเริ่มจ่ายไม่ไหว พวกมันจะงัดแผนสกปรกนี้มาใช้:
ขุดรูปคนใกล้ตัว: มันจะไปค้นหารูปภาพของ พ่อ แม่ ลูก หรือเพื่อนสนิทในมือถือเรา
ตัดต่อประจาน: นำรูปภาพเหล่านั้นมาตัดต่อ แปะข้อความด่าทอหยาบคาย ใส่ร้ายว่าเป็นโจร เป็นคนขี้โกง
ส่งกระจายสร้างความอาย: มันจะส่งภาพตัดต่อนี้กระจายไปหาคนในรายชื่อผู้ติดต่อทั้งหมด เพื่อสร้างแรงกดดันให้เราอับอายจนต้องยอมหาเงินมาจ่ายให้มัน
หลายคนที่รอดพ้นจากวงจรนี้มาได้ ล้วนใช้ความเด็ดขาดเข้าสู้ครับ หากคุณกำลังโดนข่มขู่ในลักษณะนี้ จงทำตาม 7 ขั้นตอนนี้อย่างเคร่งครัด:
❌ ห้ามจ่ายเงินเพิ่มเด็ดขาด: การโอนเงินให้พวกมันแม้แต่บาทเดียว ไม่ได้ช่วยให้เรื่องจบ แต่คือการแสดงให้มันเห็นว่า "เรากลัว" และมันจะกลับมาขูดรีดคุณเรื่อยๆ
📞 ห้ามรับสาย: บล็อกเบอร์แปลก บล็อกเบอร์ที่โทรมาทวงหนี้ทุกเบอร์อย่างเด็ดขาด
📱 อย่าอ่านข้อความ: หากมี SMS หรือแชทข่มขู่ส่งมา อย่ากดเข้าไปอ่าน และห้ามโต้ตอบใดๆ ทั้งสิ้น
📵 โหลด Whoscall ติดเครื่อง: ใช้แอปพลิเคชันช่วยสกรีนและบล็อกเบอร์มิจฉาชีพโดยอัตโนมัติ
🗑️ ลบข้อความทิ้งทันที: ลบทุกข้อความข่มขู่ออกจากสายตา เพื่อไม่ให้บั่นทอนจิตใจและสร้างความหวั่นไหว
🗣️ ชิงบอกความจริงกับคนรอบตัว: นี่คือข้อที่สำคัญที่สุด! รีบแจ้งครอบครัวและเพื่อนสนิทว่ามือถือถูกแฮ็กข้อมูลไปใช้ข่มขู่ และกำชับทุกคนว่า "ห้ามหลงกลโอนเงินให้มิจฉาชีพเด็ดขาด ไม่ว่าจะถูกข่มขู่หรือส่งรูปอะไรมาก็ตาม"
🧘♂️ ทำใจให้สบายและ "รอ 2 เดือน": มิจฉาชีพมีเวลาจำกัดกับเหยื่อแต่ละรายครับ หากเราบล็อกทุกทาง ไม่ตอบโต้ ไม่แสดงความกลัว ประมาณ 1-2 เดือน พวกมันจะรู้ว่าเหยื่อรายนี้รีดเลือดไม่ได้แล้ว และจะเลิกตื๊อหายไปเองครับ
ในสถานการณ์ที่ถูกบีบคั้น สิ่งที่จะช่วยให้เราหลุดพ้นได้คือ ความกล้าที่จะลงมือทำอย่างเด็ดขาด ครับ อย่าปล่อยให้ความกลัวหรือความกังวลว่าจะอับอายมาหยุดยั้งการตัดสินใจที่ถูกต้อง กล้าที่จะบล็อก กล้าที่จะบอกความจริงกับคนรอบข้าง และกล้าที่จะไม่จ่ายเงินให้โจร เมื่อเรากล้าเผชิญหน้าและก้าวข้ามความอายชั่วคราวนี้ไปได้ อำนาจของมิจฉาชีพก็จะหมดลงทันทีครับ
✅ สิ่งที่ต้องทำปิดท้าย:รวบรวมหลักฐาน แคปหน้าจอแอปพลิเคชัน ข้อความข่มขู่ รูปภาพที่ถูกตัดต่อ และสลิปโอนเงิน (ถ้ามี) แล้วนำไปแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ครับ
เราจะไม่ตกเป็นเครื่องมือหาเงินของคนชั่วครับ ฝากพี่น้องแชร์โพสต์นี้ออกไปให้กว้างที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทยรู้ทัน และรอดพ้นจากแก๊งแอปเงินกู้เถื่อนไปด้วยกันครับ!
#รู้ทันมิจ #แอปกู้เงินเถื่อน #ทวงหนี้โหด #สู้ด้วยความกล้า #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #เตือนภัยออนไลน์ #AOC1441
🛑 กลโกงสุดเหิมเกริม: ลามปามถึง "รูปครอบครัว"🛠️ 7 วิธีรับมือขั้นเด็ดขาด (สูตร 2 เดือนหายวับ!)💡 บทเรียนสำคัญ: ความกล้าหาญคือเกราะกำบังที่ดีที่สุด
สวัสดีครับพี่น้องประชาชนแฟนเพจ "ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก" ทุกท่าน
หลายคนสงสัยและมักจะถามว่า "สถานีตำรวจใดที่ถูกมิจฉาชีพแอบอ้างมากที่สุด?" คำตอบคือ มิจฉาชีพจะสับเปลี่ยนชื่อสถานีตำรวจและหน่วยงานรัฐไปเรื่อยๆ ครับ แต่สิ่งที่ "เหมือนกันทุกคดี" คือ "สคริปต์การข่มขู่"
วันนี้ผมขอนำข้อมูลเชิงลึกจากการวิเคราะห์พฤติกรรม (Behavior Analysis) มาแฉให้ทุกท่านเห็น "สเต็ปการล้างสมอง" ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หากท่านได้รับสายที่มีแพทเทิร์นแบบนี้ ฟันธงเลยครับว่าคือมิจฉาชีพ 100%!
มิจฉาชีพไม่ได้โทรมาข่มขู่มั่วๆ แต่มีการวางสเต็ปเป็นลำดับขั้นทางจิตวิทยา เพื่อต้อนเหยื่อให้จนมุมดังนี้ครับ:
จุดชนวนความกลัว: โทรจากผู้ให้บริการเครือข่าย (เช่น AIS/True) แจ้งว่าเบอร์ของคุณถูกนำไปเปิดใช้งานที่จังหวัดอื่นและมีส่วนใช้กระทำความผิด
อ้างอำนาจรัฐ: ทำทีเป็นหวังดี โอนสายให้ "ตำรวจปลอม" หรือหน่วยงานรัฐ (เช่น DSI, ปปง., สอท.) เพื่อแจ้งความ
สร้างหลักฐานทิพย์: บังคับให้เพิ่มเพื่อนใน LINE ของสถานีตำรวจปลอม พร้อมส่งภาพหมายจับ หรือเอกสารราชการปลอมมาข่มขู่
ตัดขาดจากโลกภายนอก: ขู่ห้ามวางสาย และห้ามนำเรื่องนี้ไปปรึกษาใครเด็ดขาด มิฉะนั้นคดีจะเสียรูปคดี เพื่อไม่ให้เหยื่อมีเวลาตั้งสติ
เผด็จศึก: บังคับให้โอนเงินทั้งหมดที่มีในบัญชี เพื่อ "ตรวจสอบเส้นทางการเงิน" หรือแสดงความบริสุทธิ์
จากการวิเคราะห์ประโยคที่มิจฉาชีพใช้บ่อยที่สุดกว่าหลายร้อยคดี นี่คือคีย์เวิร์ดที่พวกมันใช้สร้างความหวาดกลัวและทำให้เหยื่อยอมโอนเงินครับ:
"คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน / บัญชีถูกใช้ฟอกเงิน" (พบมากที่สุดถึง 70-80% ของเคสทั้งหมด)
"บัญชีธนาคารของคุณเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด"
"เบอร์โทรศัพท์ของคุณถูกนำไปเปิดใช้งานและใช้กระทำผิด"
"คุณมีหมายจับ / กำลังจะถูกดำเนินคดี"
"ให้โอนเงินมาตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์"
มิจฉาชีพมักจะใช้คำว่า ตรวจพบว่า... หรือ ระบบพบว่า... เพื่อทำให้สถานการณ์ดูเป็นทางการ น่าเชื่อถือ และต้อนให้เหยื่อต้องรีบพิสูจน์ตัวเองครับ
พี่น้องครับ สิ่งที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำคือการ "เล่นกับความกลัว" โดยทำให้เราเชื่อว่ามีความผิด แล้วใช้กฎหมายมาบีบบังคับ
จำกฎเหล็กของการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตัวจริงไว้เลยนะครับ:
ไม่มีการรับแจ้งความหรือสอบสวนผ่านแอปพลิเคชัน LINE
ไม่มีการส่งหมายจับ หรือหมายเรียกทางแชท
ตำรวจและหน่วยงานรัฐ ไม่มีนโยบายให้ประชาชน "โอนเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน" หรืออายัดเงินเพื่อตรวจสอบโดยเด็ดขาด!
ถ้าเจอสายแปลกๆ โทรมาอ้างเรื่องคดีความ ไม่ว่าจะเป็นสถานีตำรวจใดก็ตาม ให้ท่านมีสติ "กดตัดสายทิ้ง" แล้วบล็อกเบอร์นั้นทันทีครับ อย่าปล่อยให้มิจฉาชีพใช้ความกลัวมาปล้นเงินเก็บทั้งชีวิตของเราไปได้!
ช่วยกันแชร์ข้อมูลเชิงลึกนี้ออกไป เพื่อเป็น "วัคซีนไซเบอร์" ให้คนไทยทุกคนรู้ทันสคริปต์ของโจรครับ!
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #แก็งคอลเซ็นเตอร์ #สคริปต์มิจฉาชีพ #เตือนภัยออนไลน์ #ตำรวจไซเบอร์
🛑 Flow การหลอกลวง (แพทเทิร์นยอดฮิตที่ถูกใช้ซ้ำมากที่สุด)⚠️ Top 5 ประโยคข่มขู่ยอดฮิต (ถ้าได้ยินคำพวกนี้ ให้ตัดสายทันที!)🛡️ คาถาป้องกันตัวจาก "สคริปต์ตำรวจปลอม"
สวัสดีครับพี่น้องแฟนเพจทุกท่าน วันนี้ผมมีมุกใหม่ของมิจฉาชีพที่กำลังระบาดหนักและมีผู้เสียหายแจ้งความเข้ามาเป็นจำนวนมากมาเตือนภัยกันครับ
ช่วงนี้มิจฉาชีพหันมาใช้ "หลอดไฟ LED" และ "หลอดไฟโซล่าเซลล์" เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงครับ โดยมีตั้งแต่การหลอกขายธรรมดาไปจนถึงการ "แจกฟรีเพื่อดึงไปหลอกลงทุน" ซึ่งสร้างความเสียหายตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักแสนบาท! มาดูกันครับว่าพวกมันมีสเต็ปการหลอกอย่างไรบ้าง
1️⃣ มุกแจกฟรี ลากไปหลอกลงทุน (อันตรายที่สุด!)มิจฉาชีพจะยิงแอดโฆษณาใน Facebook อ้างว่าเป็นบริษัทใหญ่ (เช่น อ้างชื่อ Thai Oil หรือ Solartron) จัดแคมเปญ "แจกหลอดไฟ/แผงโซล่าเซลล์ฟรี" เมื่อเหยื่อทักไป มันจะให้แอด LINE และดึงเข้ากลุ่ม จากนั้นจะบอกว่าต้อง "ทำกิจกรรมกดไลก์/กดถูกใจ" เพื่อรับของฟรี ระหว่างทำกิจกรรมเหยื่อจะได้เงินค่าคอมมิชชันกลับมาจริง (หลักสิบหลักร้อย)เมื่อเหยื่อตายใจ มันจะชักชวนให้ "ร่วมลงทุน" ในหุ้นพลังงานหรือคริปโต โอนเงินยอดสูงขึ้นเรื่อยๆ พอเหยื่อจะถอนเงิน มันจะอ้างว่าทำผิดขั้นตอน ลืมใส่บันทึกช่วยจำ และบังคับให้โอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อก สุดท้ายก็ถอนไม่ได้และสูญเงินไปหลักแสนหลักล้านครับ!
2️⃣ มุกสั่งของแพง แต่ส่งหลอดไฟมาให้ (หลอกเก็บเงินปลายทาง - COD)มิจฉาชีพจะเปิดเพจขายของราคาแพง (เช่น กล่องสุ่ม, โทรศัพท์มือถือ, โช้คอถ, อะไหล่รถ) และยินดีให้เก็บเงินปลายทาง แต่เมื่อพัสดุมาถึงและเหยื่อจ่ายเงินไปแล้ว พอแกะกล่องออกมากลับพบว่าข้างในเป็นเพียง "หลอดไฟ LED ราคาถูก" และเมื่อทักกลับไปเพจก็จะถูกบล็อกทันที
3️⃣ มุกหลอกขายตรงๆ โอนปุ๊บ บล็อกปั๊บเปิดเพจขายหลอดไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือหลอดไฟตู้ปลาในราคาถูกกว่าปกติ พอเหยื่อโอนเงินค่าสินค้า หรือมัดจำไปแล้ว ก็ไม่ยอมส่งของ อ้างว่าติดวันหยุด พนักงานส่งผิด สุดท้ายก็ปิดเพจหนีและติดต่อไม่ได้ครับ
นี่คือรายชื่อส่วนหนึ่งของบัญชีที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงครับ (ผมขออนุญาตลงเฉพาะ "ชื่อจริง" และ "เลขบัญชี" โดยสงวนนามสกุลไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ชื่อ-นามสกุลซ้ำกันโดยบังเอิญต้องได้รับผลกระทบนะครับ) หากก่อนกดโอนเงินขึ้นชื่อตามนี้ ห้ามโอนเด็ดขาดครับ!
วณัฐดา (ธ.ไทยพาณิชย์: 420-0-88814-7)
นริศรา (ธ.กสิกรไทย: 0882128735)
รัชนก (ธ.กสิกรไทย: 5272001695)
วรินธร (ธ.กสิกรไทย: 0451788450)
ธนกานต์ (ธ.กสิกรไทย: 1091137069)
ณฐพล (ธ.กสิกรไทย: 1951738200)
อัจฉรา (ธ.กรุงศรีอยุธยา: 2301855363)
ชนิดา (ธ.ทหารไทยธนชาต: 1662495298)
วรางคณา (ธ.กสิกรไทย: 1151288274)
พิชยา (ธ.ก.ส.: 020247032945)
สมศักดิ์ (ธ.อิสลาม: 0671041185)
สมพงษ์ (ธ.ออมสิน: 020476278138)
ราชศักดิ์ (ธ.ออมสิน: 020474738083)
วิรฒิพา / วิริฒิพา (ธ.กรุงไทย: 4250701824 / ธ.กรุงเทพ: 9808549092)
ครองธรรม (ธ.กรุงเทพ: 8690106607)
ชมพูนุท (ธ.กสิกรไทย: 1623464489)
หทัยภัทร (ธ.กสิกรไทย: 1552981649)
ธนากร (ธ.กรุงเทพ: 1210670194)
จินตนา (ธ.กรุงเทพ: 0987897360)
มณีรัตน์ (ธ.กรุงเทพ: 9774999495)
ธีระวัฒน์ / ธีรวัฒน์ (ธ.กรุงไทย: 8670423375 / ธ.กสิกรไทย: 2083641811)
อนุกูล (ธ.กรุงเทพ: 9777265910)
ธันย์ชนก (ธ.กสิกรไทย: XXXXXX1314)
สิริประภา (ธ.กสิกรไทย: XXXXXX2671)
ณัฐพงค์ (ธ.กสิกรไทย: XXXXXX9374)
เอกสิทธิ์ (ธ.ออมสิน: XXXXXX4066)
กามารูดิน (ธ.กสิกรไทย: 2278141368)
ธนชาติ (ธ.กสิกรไทย: 2273590377)
บรรพต (ธ.ออมสิน: 0624590409)
ธาวัน (ธ.กสิกรไทย: 2158505293)
เมธินี (ธ.กรุงไทย: 6789769099)
ไพทูรย์ (ธ.กสิกรไทย: 2288405045)
แดง (ธ.กรุงไทย: 9510257672)
เอกชัยลือ (ธ.กรุงเทพ: 3860792302)
ธนาธิป (ธ.ไทยพาณิชย์: 1115622989)
ศิรินทร์ (ธ.กสิกรไทย: 2348750855)
จตุวิทย์ (ธ.กสิกรไทย: 2343799422)
ทนงศักดิ์ (ธ.กสิกรไทย: 0821808103)
สมหมาย (ธ.ออมสิน: 020486962283)
ชลธิชา (ธ.กสิกรไทย: 2348654902)
อำนวย (ธ.กสิกรไทย: 2348411147)
ของฟรีที่ต้องลงทุนก่อน ไม่มีอยู่จริง: บริษัทใหญ่ๆ ไม่มีนโยบายแจกของฟรีโดยให้ประชาชนต้องโอนเงินทำภารกิจ หรือดึงเข้ากลุ่ม LINE เพื่อปั่นยอดวิวครับ
ระวังการเก็บเงินปลายทาง: หากสั่งของแพง แต่พัสดุที่มาส่งมีน้ำหนักเบา หรือกล่องเล็กผิดปกติ อย่าเพิ่งจ่ายเงิน! ขอถ่ายวิดีโอตอนแกะกล่องต่อหน้าพนักงานขนส่งไว้เป็นหลักฐานเสมอ
เช็กความโปร่งใสของเพจ: กดดูหมวด "ความโปร่งใสของเพจ (Page Transparency)" ว่าเพจเพิ่งสร้างใหม่หรือไม่ หรือมีการเปลี่ยนชื่อเพจมาจากเรื่องอื่นหรือเปล่า ถ้าใช่ บล็อกทิ้งเลยครับ
ความโลภและความอยากได้ของฟรี คือประตูที่เปิดให้มิจฉาชีพเข้ามาปล้นเงินเราครับ หากตกเป็นเหยื่อไปแล้ว ให้รีบโทรแจ้งอายัดบัญชีที่ สายด่วน AOC 1441 ทันที และแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th
ฝากแชร์โพสต์นี้ไปเตือนเพื่อนๆ และคนในครอบครัวด้วยนะครับ จะได้ไม่มีใครต้องมาเสียน้ำตาเพราะคำว่า "แจกฟรี" ครับ!
สวัสดีครับพี่น้องแฟนเพจ "ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก" ทุกท่าน
ช่วงนี้ข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการตลาดทุนคงหนีไม่พ้นกรณีช่องโหว่ของระบบ TSD Investor Portal จากศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ในฐานะที่ผมเองก็ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดทุนและมีการจัดสรรเงินลงทุนในหุ้นอยู่เสมอ เข้าใจดีครับว่าข่าวนี้ทำให้นักลงทุนหลายท่านตื่นตระหนกและกังวลใจอย่างมาก
วันนี้เรามาตั้งสติ กางข้อมูลดูความจริงกันครับว่า ผลกระทบคืออะไร มิจฉาชีพได้อะไรไป และเราจะยกระดับความปลอดภัยให้ตัวเองได้อย่างไร
จากบัญชีผู้ใช้งานระบบทั้งหมดราว 5 ล้านบัญชี มีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ประมาณ 200,000 บัญชีครับ สิ่งที่มิจฉาชีพได้ไปคือ "ข้อมูลหน้าโปรไฟล์เบื้องต้น" ได้แก่
ชื่อ-นามสกุล และ วันเดือนปีเกิด
เลขบัตรประจำตัวประชาชน
ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และ อีเมล
ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ และ เลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
ชื่อธนาคาร และ เลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร
🛡️ ข่าวดีที่ต้องรู้: ข้อมูลพอร์ตการลงทุน จำนวนการถือครองหุ้น และประวัติการซื้อขายของท่าน ยังปลอดภัย 100% ครับ เพราะข้อมูลส่วนนี้ถูกเก็บล็อกไว้อย่างแน่นหนาในระบบหลังบ้าน (Backend) ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับช่องโหว่นี้
เมื่อโจรมีข้อมูลเชิงลึกของเราอยู่ในมือ การหลอกลวงจะ "เนียน" และน่ากลัวขึ้นหลายเท่าตัวครับ สิ่งที่ท่านอาจจะต้องเจอคือ
Targeted Phishing: มันจะโทรมาหา เรียกชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน และเลขบัญชีธนาคารได้ถูกต้องเป๊ะๆ ทุกตัวอักษร เพื่อสะกดจิตให้เราเชื่อว่ามันคือเจ้าหน้าที่ตัวจริง
สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ: แอบอ้างเป็น TSD, เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือตำรวจไซเบอร์ ขู่ว่าพอร์ตหุ้นของท่านพัวพันการฟอกเงิน บีบให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์
หลอกซ้ำซ้อน (Recovery Scam): สวมรอยเป็นทนายความหรือหน่วยงานอาสาเข้ามาช่วยเหลือตามเงินคืน แต่สุดท้ายหลอกให้โอนค่าธรรมเนียมหรือค่าทนายเพิ่ม
เพื่อเป็นการอุดรอยรั่วอย่างถาวร ทาง TSD ได้ปิดช่องโหว่บนเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว และกำลังย้ายระบบ e-Service ไปไว้บนแอปพลิเคชัน wiset แทน ซึ่งประชาชนและนักลงทุนสามารถเชื่อมั่นในความปลอดภัยของระบบใหม่นี้ได้ครับ เพราะ
ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด: ระบบถูกออกแบบมาให้รัดกุมกว่าเดิม ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลจากผู้ไม่หวังดี
ผูกติดแอปฯ ThaID: มีการใช้ระบบยืนยันตัวตน (KYC) ที่เข้มงวดระดับชาติ โดยเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน ThaID ของกรมการปกครอง เพื่อการันตีว่าคนที่เข้าดูข้อมูลได้ จะต้องเป็น "เจ้าของตัวจริง" เท่านั้น หมดสิทธิ์ที่ใครจะมาสวมรอยเจาะระบบหน้าเว็บได้อีกต่อไปครับ
เรื่องกลโกงพวกนี้ บางทีถ้าไม่ติดตามข่าวสารหรือไม่เป็นตำรวจก็แทบไม่รู้หรอกครับว่ามันพลิกแพลงไปได้ไกลแค่ไหน บางครั้งเราต้องมีความกล้าที่จะลุกขึ้นมาจัดการและลงมือทำอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องตัวเอง ความกล้าในที่นี้เริ่มต้นได้ง่ายๆ ดังนี้ครับ:
กล้าที่จะตัดสาย: เมื่อรับสายแปลก แม้ปลายสายจะรู้ข้อมูลเราถูกต้องทุกอย่าง ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง ให้มีสติและห้ามให้ข้อมูลใดๆ เพิ่มเติมเด็ดขาด
ห้ามกดลิงก์: ไม่ว่าจะส่งมาทาง SMS, อีเมล หรือ LINE อ้างว่าเป็น TSD, ตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือตำรวจ ห้ามกดลิงก์และห้ามโหลดแอปฯ นอกสโตร์เด็ดขาด
ท่องจำกฎเหล็ก "ไม่โอนตรวจสอบ": ตำรวจจริงและหน่วยงานรัฐ ไม่มีนโยบายโทรหาเพื่อส่งลิงก์ และไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี ไม่ว่าจะอ้างคดีร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม
ใช้แอปฯ ช่วยกรอง: โหลดแอปพลิเคชัน Whoscall ติดเครื่องไว้ เพื่อช่วยสกรีนเบอร์มิจฉาชีพที่ถูกรีพอร์ตไว้แล้ว
เช็กให้ชัวร์กับช่องทางหลัก: หากสงสัยให้โทรเช็ก TSD Contact Center ที่เบอร์ 0-2009-9999 เท่านั้น
หากตกเป็นเหยื่อหรือเผลอโอนเงินไปแล้ว ให้รีบโทรแจ้งระงับบัญชีที่สายด่วน AOC 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th เท่านั้นครับ
ช่วยกันแชร์ข้อมูลนี้ออกไป เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันให้กับพี่น้องนักลงทุนทุกคนครับ!
📊 เจาะลึกผลกระทบ: ข้อมูลอะไรหลุด อะไรยังปลอดภัย?⚠️ ระวังขั้นสุด! มิจฉาชีพจะเอาข้อมูลนี้ไปทำอะไร?🔒 ก้าวใหม่ที่ปลอดภัยกว่า: TSD ย้ายระบบสู่แอปฯ 'wiset'🛡️ คาถาป้องกันตัว (เซฟเก็บไว้แชร์เตือนเพื่อนนักลงทุนได้เลย!)
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน ผม รองเป็นไท จากเพจ "ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก" ครับ
เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาปีนี้ ผมอยากชวนทุกท่านนำหลักธรรมที่คุ้นเคยอย่าง "พรหมวิหาร 4" มาปรับใช้เป็น "วัคซีนไซเบอร์" เพื่อสู้กับแก๊งมิจฉาชีพที่เปลี่ยนมุกหลอกลวงทุกวัน
หลักธรรมนี้ไม่ได้มีไว้แค่ทำบุญทำทานนะครับ แต่ยังเป็นเข็มทิศในการปกป้องทั้ง "ตัวเราเอง" และ "สังคม" ได้อย่างทรงพลัง มาดูกันครับว่าเราจะใช้หลักนี้สู้กับมิจฉาชีพได้อย่างไร ทั้งในมุมของประชาชนผู้รับข่าวสาร และในมุมของผมที่เป็นผู้เตือนภัยครับ
สำหรับประชาชน (ผู้ฟัง): เริ่มต้นที่การ "เมตตาตัวเอง" ครับ เงินทุกบาททุกสตางค์เราหามาด้วยหยาดเหงื่อ อย่าปล่อยให้ความโลภชั่ววูบ (อยากได้ของถูก อยากได้กำไรเยอะๆ) หรือความกลัวที่โจรสร้างขึ้น มาทำร้ายชีวิตและครอบครัวของเรา การมีสติปกป้องทรัพย์สินตัวเอง คือความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครับ
สำหรับผู้เตือนภัย: ความเมตตาคือจุดเริ่มต้นของการทำเพจนี้ครับ เพราะความปรารถนาดีที่อยากเห็นคนไทยรู้เท่าทัน ไม่ต้องมานั่งร้องไห้หมดตัวหน้าโต๊ะร้อยเวร จึงเป็นแรงผลักดันให้ผมเอาข้อมูลกลโกงมาตีแผ่ให้ทุกคนได้ระวังตัวกันทุกวัน
สำหรับประชาชน (ผู้ฟัง): เมื่อเรารู้ทันแล้ว ความกรุณาคือ "ความกล้าที่จะลงมือทำ" กล้าที่จะเตือนพ่อแม่พี่น้อง กล้าที่จะแชร์โพสต์เตือนภัย และที่สำคัญ... หากมีคนใกล้ตัวพลาดตกเป็นเหยื่อ เราต้องมอบความกรุณาให้เขา ไม่ด่าทอ ไม่ซ้ำเติม แต่ช่วยประคับประคองให้เขาก้าวผ่านความทุกข์ไปให้ได้
สำหรับผู้เตือนภัย: คือการไม่นิ่งเฉยเมื่อเห็นคนถูกหลอกลวงครับ การออกมาเตือนภัย ชี้เป้าบัญชีม้า และอธิบายข้อกฎหมายให้ชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ คือการลงมือทำเพื่อช่วยดับทุกข์ และสกัดกั้นความเสียหายไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้
สำหรับประชาชน (ผู้ฟัง): คือการยินดีที่ตัวเองและคนรอบข้างรอดพ้นจากกลโกง และในอีกมุมหนึ่ง มุทิตายังหมายถึง "การมีสติไม่หลงใหลไปกับภาพความสำเร็จจอมปลอม" มิจฉาชีพมักชอบโชว์รถหรู โชว์สลิปเงินล้านเพื่อกระตุ้นความโลภ หากเรารู้จักพอใจในสิ่งที่เรามี ไม่ไปอิจฉาความรวยทิพย์ของโจร โจรก็หลอกเราไม่ได้ครับ
สำหรับผู้เตือนภัย: ความสุขของคนทำงานเตือนภัย ไม่ได้อยู่ที่ยอดไลก์ครับ แต่อยู่ที่ข้อความอินบ็อกซ์ที่ทักมาบอกว่า "เกือบโอนแล้ว ดีนะที่มาเห็นคลิปท่านรองก่อน" หรือ "หนูได้เงินคืนแล้วนะคะ" แค่นี้ก็เป็นความชื่นใจที่ทำให้มีแรงทำงานต่อแล้วครับ
สำหรับประชาชน (ผู้ฟัง): สติคือเกราะที่แข็งแกร่งที่สุด! เมื่อโจรโทรมาข่มขู่ (เช่น อ้างว่าเป็นตำรวจ อ้างว่าฟอกเงิน) เราต้องมี "อุเบกขา" วางใจให้นิ่ง ไม่ตื่นตระหนก และกล้าที่จะตัดสายทิ้ง หรือหากใครพลาดพลั้งเสียเงินไปแล้ว อุเบกขาคือการยอมรับความจริง ให้อภัยตัวเอง แล้วลุกขึ้นมาสู้ใหม่ตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างมีสติครับ
สำหรับผู้เตือนภัย: ต้องยอมรับความจริงว่า เราไม่สามารถช่วยทุกคนบนโลกใบนี้ได้ทั้งหมด บางคนดื้อดึงเตือนแล้วก็ยังโอน การมีอุเบกขาทำให้ผมไม่ท้อแท้หรือหมดไฟ (Burnout) แต่เลือกที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไปอย่างมั่นคงครับ
ช่วงเข้าพรรษานี้ เรามาถือศีลและใช้ "พรหมวิหาร 4" เป็นเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ไปด้วยกันนะครับ เริ่มจากการเตือนตัวเอง ช่วยเหลือคนรอบข้าง และมีสติในทุกๆ การคลิกและการโอนเงิน
ฝากพี่น้องช่วยกันแชร์ธรรมะและวัคซีนไซเบอร์บทนี้ เพื่อเป็นวิทยาทานให้สังคมไทยปลอดภัยจากมิจฉาชีพครับ!
#รู้ทันมิจ #สู้มิจด้วยพรหมวิหาร4 #วัคซีนไซเบอร์ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #เตือนภัยออนไลน์ #เข้าพรรษา
🙏 1. เมตตา (ความปรารถนาดี อยากให้ผู้อื่นมีความสุข)🙏 2. กรุณา (ความสงสาร อยากช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์)🙏 3. มุทิตา (ความยินดี เมื่อผู้อื่นได้ดีหรือพ้นภัย)🙏 4. อุเบกขา (การวางเฉย มีสติ ไม่เอนเอียง)
สวัสดีครับพี่น้องประชาชน ผม รองเป็นไท จากเพจ "ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก" ครับ
วันนี้ผมรวบรวมข้อมูลเคสฉ้อโกงที่กำลังระบาดหนักและสร้างความเสียหายหลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท! นั่นคือมุกคลาสสิกที่มิจฉาชีพโทรมาแอบอ้างว่าเป็น "เจ้าหน้าที่ AIS" แล้วขู่ว่าเราไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ที่พัวพันกับสิ่งผิดกฎหมายครับ
ใครที่กำลังจะรับสายเบอร์แปลก หรือมีญาติพี่น้องที่อาจจะตกใจกับเรื่องแบบนี้ มาดูสเต็ปกลโกงของพวกมันกันครับ จะได้รู้ทันและไม่ตกเป็นเหยื่อ!
มิจฉาชีพกลุ่มนี้ทำงานเป็นขบวนการ มีการวางบทบาทเพื่อสร้างความหวาดกลัวและกดดันเหยื่อ ดังนี้ครับ:
1️⃣ โทรป่วนสร้างความกลัว:มิจฉาชีพจะโทรเข้ามาอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ AIS สำนักงานใหญ่ แจ้งว่ามีคนนำชื่อและหมายเลขบัตรประชาชนของคุณไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ และเบอร์นั้นกำลังถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย เช่น พัวพันกับเว็บพนัน หรือคดีฟอกเงิน2️⃣ โอนสายหา "ตำรวจปลอม":เมื่อเหยื่อตกใจ พวกมันจะทำทีเป็นหวังดี อาสาโอนสายไปยังสถานีตำรวจ (เช่น สภ.เมืองเลย, สภ.เสม็ด, สภ.เมืองระนอง, สภ.ขอนแก่น ฯลฯ) เพื่อให้เราแจ้งความ3️⃣ บังคับแอด LINE คุยผ่านแชท:พอโอนสายไป ตำรวจปลอมจะบังคับให้แอด LINE ส่งภาพเอกสารราชการปลอม บัตรตำรวจปลอม หรืออ้างว่าเป็นคดีลับห้ามบอกใครเด็ดขาดเพื่อข่มขู่4️⃣ หลอกให้โอนเงิน "ตรวจสอบเส้นทางการเงิน":นี่คือจุดจบครับ! ตำรวจปลอมจะอ้างว่าเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ คุณต้องโอนเงินทั้งหมดในบัญชีมาให้ ปปง. หรือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบเสร็จจะโอนคืนให้... แต่สุดท้ายพอโอนไป มันก็จะบล็อกหนีทันที!
นี่คือรายชื่อและเลขบัญชีม้าส่วนหนึ่งที่มิจฉาชีพใช้รับเงินจากผู้เสียหายในเคสล่าสุด (ขอสงวนนามสกุลเพื่อป้องกันกรณีผู้ที่ชื่อซ้ำครับ) หากใครกำลังจะโอนเงินแล้วเจอชื่อตามนี้ ให้หยุดทันทีครับ:
มนตรี (ธ.กรุงเทพ: 8617137651 / 4134609124)
พรพิมล (ธ.กรุงเทพ: 9778483116)
สุดาพร (ธ.กรุงเทพ: XXXXXX3676)
CHAIYASIT (ธ.กรุงศรีอยุธยา: 0087066416)
สรัญญา (ธ.กรุงศรีอยุธยา: XXXXX6099X)
Siriya (ธ.กรุงศรีอยุธยา: 00XXXX7750)
พันไมล์ (ธ.กรุงศรีอยุธยา: 0181768942)
พนัชกร (ธ.กรุงศรีอยุธยา: 3621737963)
SOPHANAT (ธ.กรุงศรีอยุธยา: 0087082325)
ATTAKORN (ธ.กรุงศรีอยุธยา: 0087034187)
กัลยา (ธ.กรุงศรีอยุธยา: 0879082747)
JIRAPORN (ธ.กรุงศรีอยุธยา: 0087082869)
บัณฑิตย์ (ธ.กรุงศรีอยุธยา: 3421328893)
pratcha (ธ.กรุงศรีอยุธยา: 0017631437)
สมชาย (ธ.กสิกรไทย: 23XXXX2680)
รัฐชา (ธ.กสิกรไทย: 2351740291)
จิตกร (ธ.กสิกรไทย: 2258792982)
สุภาวดี (ธ.กสิกรไทย: 1703626854)
ดารินทร์ (ธ.ก.ส.: 0202XXXX0041)
ธันยพร (ธ.ก.ส.: 020256240516)
วรรญิศา (ธ.ก.ส.: 020140970240)
ปภาวรินท์ (ธ.ก.ส.: 020094374977)
ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ.พี.ไอ.เคลม (ธ.ไทยพาณิชย์: XXXXXX7273)
อารียา (ธ.ไทยพาณิชย์: 4121860701)
สุพิณี (ธ.ไทยพาณิชย์: 6422547993)
นัชชา (ธ.ไทยพาณิชย์: 9182978767)
จินตนา (ธ.ทหารไทยธนชาต: 1392725188)
เสกสรร (ธ.ทหารไทยธนชาต: 7617389056)
วิทวัส (ธ.ทหารไทยธนชาต: 9242843747)
ลินดา (ธ.เกียรตินาคินภัทร: 2093397887)
AIS ไม่มีนโยบายโทรแจ้งความผิดทางกฎหมาย: หากมีเบอร์แปลกโทรมาอ้างเรื่องเบอร์ผิดกฎหมาย ให้ ตัดสายทิ้งทันที
ตำรวจจริง ไม่สอบสวนผ่าน LINE: การรับแจ้งความ หรือสอบสวนคดี จะต้องทำที่สถานีตำรวจเท่านั้น ไม่มีการโอนสาย ไม่มีการแอด LINE คุย หรือวิดีโอคอลเด็ดขาด
ไม่มีการโอนเงินเพื่อตรวจสอบ: หน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาเพื่อ "ตรวจสอบเส้นทางการเงิน" ทุกกรณีครับ!
อย่าปล่อยให้ความกลัวมาทำให้เราขาดสตินะครับ หากเผลอโอนไปแล้ว ให้รีบโทรแจ้งอายัดบัญชีที่ สายด่วน AOC 1441 ทันที และแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th
ช่วยกันแชร์โพสต์นี้ไปเตือนเพื่อนๆ และคนในครอบครัว เพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ไม่ให้มีใครต้องตกเป็นเหยื่ออีกต่อไปครับ!
#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #มิจฉาชีพอ้างAIS #หลอกให้โอนเงินตรวจสอบ #บัญชีม้า #เตือนภัยออนไลน์ #ตำรวจไซเบอร์
🔍 สเต็ปกลโกง: จากพนักงานค่ายมือถือ สู่ตำรวจปลอม🛑 Blacklist: รายชื่อบัญชีม้า (เจอชื่อพวกนี้ ห้ามโอนเด็ดขาด!)🛡️ คาถาป้องกันตัว: 3 ท่องจำให้ขึ้นใจ
สวัสดีครับพี่น้องแฟนเพจทุกท่าน ผม รองเป็นไท ครับ
มีหลายท่านทักมาปรึกษาผมเรื่องการเจอคนถูกใจในโลกออนไลน์ คุยกันถูกคอ วิดีโอคอลหากันทุกวันจนเกิดเป็นความรักความผูกพัน วาดฝันอยากสร้างอนาคตด้วยกัน... ทั้งที่ "ไม่เคยเจอหน้ากันตัวเป็นๆ" เลยสักครั้ง และสุดท้ายความรักออนไลน์ก็จบลงด้วยการถูกหลอกให้โอนเงินจนหมดตัว (Romance Scam)
เคยสงสัยไหมครับว่า... คนที่เราคุยด้วยทุกวัน คุยกันหวานซึ้ง ตัวตนจริงๆ ของเขาคือใคร? และชื่อที่เขาใช้ ใช่ชื่อจริงของเขาหรือเปล่า?
วันนี้ผมมี "วิธีจับผิด" ง่ายๆ แต่ได้ผลชะงัด 2 ข้อ มาฝากให้ทุกคนเอาไปใช้สแกนคนคุยกันครับ:
1️⃣ ขอเบอร์โทรศัพท์ (ต้องเป็นเบอร์ไทยที่โทรติดรับได้!)แม้มิจฉาชีพจะสามารถโทรผ่านแอป หรือใช้เบอร์แปลกๆ โทรหาเราได้ แต่สิ่งหนึ่งที่พวกมัน "เกลียดและกลัวที่สุด" คือการให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวที่สามารถรับสายได้จริงครับ
ทำไมถึงกลัว?: เพราะฐานปฏิบัติการของพวกมันส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ ไม่สะดวกรับสายผ่านเบอร์มือถือปกติ หรือไม่ก็กลัวถูกสาวถึงตัว
🚩 สัญญาณอันตราย: หากคุณขอเบอร์โทรศัพท์ แล้วเขาบ่ายเบี่ยง อ้างว่า "คุยใน LINE หรือแชทสะดวกกว่า", "ซิมพัง", "โทรศัพท์โทรออกไม่ได้" ให้ตั้งข้อสงสัยไว้เลยว่า มิจฉาชีพชัวร์!
💡 ข้อดี: แต่ถ้าเขาไม่ฉลาดพอแล้วเผลอให้เบอร์ไทยมา หากเกิดการหลอกลวงขึ้น เราสามารถนำเบอร์นั้นไปแจ้งความ เพื่อให้ตำรวจสืบหาตัว "ผู้จดทะเบียนซิม" มาดำเนินคดีได้ทันทีครับ
2️⃣ พิสูจน์ตัวตนด้วย "บัญชีธนาคาร" (เทคนิคโอน 10 บาท)ลองถามตัวเองดูครับ... คนไทยในยุคนี้แทบทุกคนต้องมีบัญชีธนาคารจริงไหมครับ? ดังนั้นคนคุยของเราก็ต้องมี! วิธีเช็กตัวตนที่เนียนที่สุดคือ:
สเต็ป 1: ลองอ้อนให้เขาโอนเงินมาให้สัก 10 บาท หรือส่ง QR Code ให้เขาเลี้ยงค่ากาแฟ ค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ ดูครับ
สเต็ป 2: พอเขาโอนมา ให้เรา "เช็กชื่อในสลิป" ว่าตรงกับชื่อที่เขาบอกเราไหม
สเต็ป 3 (เผด็จศึก): ขอเลขบัญชีของเขา เพื่อที่เราจะโอนเงิน 10 บาท หรือค่ากาแฟนั้น "คืนกลับไป"
🚩 สัญญาณอันตราย: ตอนโอนกลับนี่แหละครับคือจุดพีค! ถ้าชื่อบัญชีที่เขาให้มา "ไม่ตรงกับชื่อตัวเอง" หรืออ้างว่าเป็นบัญชีเพื่อน บัญชีญาติ... โป๊ะแตกทันทีครับ! นั่นคือการใช้ "บัญชีม้า" มั่นใจได้เลยว่าคุณกำลังคุยกับมิจฉาชีพ 100%
พี่น้องครับ ความรักเป็นสิ่งสวยงาม แต่ในโลกออนไลน์เราต้องรักอย่างมีสติครับ แค่ใช้ 2 วิธีง่ายๆ นี้ คุณก็สามารถกรองมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบนักรักได้แล้ว
อย่าปล่อยให้คำหวานในแชท มาหลอกเอาเงินเก็บทั้งชีวิตของเราไปได้นะครับ ฝากแชร์เทคนิคนี้ไปให้เพื่อนๆ หรือคนใกล้ตัวที่กำลังมีความรักออนไลน์ด้วยนะครับ จะได้รู้ทันและไม่ตกเป็นเหยื่อ!
#รู้ทันมิจ #หลอกให้รักแล้วโอนเงิน #โรแมนซ์สแกม #บัญชีม้า #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก
🔍 2 ทริคสแกนตัวตนคนคุยออนไลน์
From the publisher's feed