#รู้ทันมิจ

#รู้ทันมิจ

By DepSupt Wasuthep JaiinEducationSelf-Improvement
Download on the App Store

#รู้ทันมิจ episodes

  • #รู้ทันมิจ EP419: ศาลสั่ง "แบงก์ร่วมรับผิดชอบ" บรรทัดฐานใหม่! เมื่อมิจฉาชีพดูดเงิน แต่ธนาคารละเลยระบบความปลอดภัย ⚖️🛡️


    สวัสดีครับพี่น้องแฟนเพจ "ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก" ทุกท่าน ผม รองเป็นไท ครับ วันนี้มีข่าวใหญ่ในวงการกฎหมายไซเบอร์ที่ถือเป็น "แสงสว่าง" ให้กับผู้เสียหายหลายๆ คนที่เคยหมดหวังจากการโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดูดเงินไปจนหมดตัวครับ!

    ล่าสุด "ศาลแพ่ง" ได้มีคำพิพากษาตัดสินให้ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ต้องร่วมชดใช้เงินให้กับผู้เสียหายที่ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงินเป็นจำนวน 1,000,000 บาท โดยศาลมองว่าธนาคารมีความบกพร่องในการปล่อยให้มี "ธุรกรรมผิดปกติ" เกิดขึ้นในยามวิกาลครับ

    คดีนี้เริ่มจากมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ DSI โทรมาข่มขู่เหยื่อว่ามีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน

    • บล็อกโลกภายนอก: มิจฉาชีพส่งลิงก์ดูดเงิน/ควบคุมทางไกลมาให้กด ส่งผลให้โทรศัพท์เหยื่อถูกบล็อกไม่ให้รับสายเบอร์ภายนอก ทำให้เหยื่อติดต่อใครไม่ได้และไม่ได้รับคำเตือนจากญาติ

    • วิดีโอคอลมาราธอน: มิจฉาชีพข่มขู่และบังคับให้เหยื่อวิดีโอคอลผ่านไลน์ต่อเนื่องยาวนานกว่า 16 ชั่วโมง เพื่อกดดันไม่ให้เหยื่อได้มีสติหรือติดต่อผู้อื่น

    • ไทม์ไลน์โอนเงิน: เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินทั้งหมด 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 4,000,000 บาท โดยครั้งที่ 2 และ 3 เกิดขึ้นในช่วง "หลังเที่ยงคืน"

    ศาลแพ่งได้แบ่งคำวินิจฉัยความรับผิดชอบของธนาคารออกเป็น 2 ส่วนที่ชัดเจนครับ:

    1. การโอนเงินครั้งแรก (2 ล้านบาท): ศาลมองว่าเป็นธุรกรรมในเวลาทำการปกติ ธนาคารอาจไม่ทราบว่าเป็นความเสี่ยง

    2. การโอนเงินครั้งที่ 2 และ 3 (อีก 2 ล้านบาท): ศาลวินิจฉัยว่าเป็น "ธุรกรรมที่ผิดปกติ" เนื่องจากโอนในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน ซึ่งธนาคารควรจะมีระบบตรวจจับที่รัดกุมและป้องกันได้ดีกว่านี้

    ประเด็นสำคัญ: แม้ผู้เสียหายจะมีส่วนประมาทเลินเล่อในการโอนเงินเอง แต่ศาลมองว่าธนาคารก็มีความผิดในฐาน "ละเลยมาตรการเฝ้าระวังธุรกรรมที่ผิดปกติ" จึงตัดสินให้ "ร่วมกันรับผิดชอบความเสียหายคนละ 50%" ธนาคารจึงต้องชดใช้เงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าทนายความครับ

    คำพิพากษานี้เป็นบรรทัดฐานสำคัญที่บอกเราว่า:

    • ธนาคารต้องรับผิดชอบ: สถาบันการเงินไม่สามารถอ้างได้เพียงอย่างเดียวว่าระบบของตนได้มาตรฐาน หากปล่อยให้มีธุรกรรมที่ผิดปกติและเสี่ยงสูงเกิดขึ้นโดยไม่มีระบบเตือนภัยหรือระงับการโอนที่เหมาะสม

    • การอัดคลิป/บันทึกหลักฐานสำคัญมาก: ในกรณีนี้ ผู้เสียหายตั้งสติอัดวิดีโอหน้าจอขณะพูดคุยกับมิจฉาชีพไว้เป็นหลักฐานสำคัญในการสู้คดี จนกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในชั้นศาล

    • ผู้เสียหายก็ต้องระวัง: ศาลยังคงย้ำว่าตัวผู้เสียหายเองก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบหากประมาทเลินเล่อ ดังนั้นการมีสติ การไม่กดลิงก์แปลกปลอม และการไม่โอนเงินให้มิจฉาชีพง่ายๆ ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ

    พี่น้องครับ คดีนี้คือสัญญาณเตือนไปยังสถาบันการเงินทุกแห่งให้เร่งพัฒนาระบบป้องกันให้แน่นหนาขึ้น เพื่อปกป้องเงินเก็บของประชาชน และสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ขอให้รู้ว่าท่านมีสิทธิ์เรียกร้องความเป็นธรรมได้ แต่ต้องเริ่มต้นจากการรวบรวมหลักฐานและแจ้งความให้เร็วที่สุดครับ!

    #รู้ทันมิจ #ศาลสั่งแบงก์ชดใช้ #เตือนภัยออนไลน์ #แชร์ลูกโซ่ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก

    อ้างอิงข้อมูลจาก:สรุปคำพิพากษาศาลแพ่งคดีบริษัท มิสชาล็อต จำกัด ฟ้องธนาคารกสิกรไทยพฤติการณ์คดีมิจฉาชีพแอบอ้าง DSI หลอกลวงวิดีโอคอล 16 ชั่วโมง

    🔍 ย้อนรอยกลลวง: AI ปลอม DSI บีบวิดีโอคอล 16 ชั่วโมง⚖️ ทำไมศาลถึงสั่งให้ธนาคารร่วมชดใช้?💡 บทเรียนสำคัญ: บรรทัดฐานใหม่ของความปลอดภัยทางไซเบอร์

    19 min
  • #รู้ทันมิจ EP418: เปิดโปงกลโกง "Everest" ก่อน 10 โมงเช้า พรุ่งนี้! (อย่าเอาเงินก้อนสุดท้ายไป GO ALL IN!) 🚨💸🛑

    สวัสดีครับพี่น้องประชาชน ผม รองเป็นไท จากเพจ "ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก" ครับ คลิปนี้ด่วนที่สุด! สำหรับใครที่เพิ่งออกจากห้องประชุมออนไลน์ช่วงค่ำที่ผ่านมา และกำลังตื่นเต้นกับคำว่า "ลิงก์ Global" หรือเตรียมเงินรอโอนเพื่อ "ล็อกตำแหน่ง" ในพรุ่งนี้ 10 โมงเช้า... หยุดก่อนครับ! ฟังให้จบ ก่อนที่เงินก้อนสุดท้ายของคุณจะละลายหายไป!

    ในห้องประชุม เขาบิวต์อารมณ์คุณหนักมากใช่ไหมครับ? อ้างว่าเป็นระบบอัจฉริยะ แข่งกันเป็นรายวินาที บอกว่าใครคีย์ผังก่อน รวยก่อน หรือใช้ศัพท์หรูๆ อย่าง "ดันรอบ", "รีบอน (Reborn)", "ออโต้เมทริกซ์ (Auto-Matrix)" และ "ปลาเร็วกินปลาช้า" เพื่อกดดันให้คุณรีบโอนเงิน 7,490 หรือ 535 บาท แบบห้ามผิดแม้แต่สตางค์เดียว!

    พี่น้องครับ ในฐานะตำรวจ ผมบอกเลยว่านี่ไม่ใช่ความล้ำสมัย แต่มันคือ "พฤติกรรมกวาดเงินก้อนสุดท้ายก่อนปิดตัว" ครับ การบังคับให้ใช้ลิงก์ใหม่ และกดดันให้รีบโอน มันคือการสร้างความตื่นตระหนกให้คุณตัดสินใจโดยไม่ยั้งคิด!

    คำพูดสวยหรูที่บอกว่า "ให้ประเมิน Worst Case ถ้ารับความเสี่ยงได้ก็ GO ALL IN ไปเลย" ฟังดูดีนะครับ แต่ความจริงคือ "วิชาสะกดจิตเพื่อปัดความรับผิดชอบ" ครับ

    เขารู้ตัวดีว่าระบบถึงทางตันแล้ว เขาพูดดักคอไว้ก่อนเพื่อที่วันพรุ่งนี้ หรือมะรืนนี้ เวลาที่คุณถอนเงินไม่ได้ เขาจะได้อ้างว่า "ก็บอกแล้วไงว่ามันมีความเสี่ยง คุณยอมรับเงื่อนไขเองนะ"... การเอาเงินคนใหม่มาจ่ายคนเก่า ไม่ใช่ความเสี่ยงทางธุรกิจ แต่มันคือ "แชร์ลูกโซ่" ครับ!

    บางคนในห้องประชุมขู่ว่า "ใครเอาไปพูดเสียๆ หายๆ จะฟ้องร้องดำเนินคดี"... ไม่ต้องกลัวครับ! ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(3) คุ้มครองการติชมและเตือนภัยโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะครับ คำขู่พวกนี้เป็นแค่เทคนิคปิดปากไม่ให้พวกคุณตาสว่างเท่านั้น

    ⚠️ คำเตือนสำคัญ: สิ่งที่คุณต้องกลัวมากกว่าการถูกฟ้อง คือการที่คุณรู้ตัวแล้วว่าโดนหลอก แต่ยังฝืนไปชวนคนอื่นมาต่อสายงานเพื่อหวังถอนทุนคืน... ถ้าทำแบบนั้น คุณจะเปลี่ยนสถานะจาก "ผู้เสียหาย" กลายเป็น "ผู้ร่วมกระทำความผิด" ทันที โทษจำคุก 5-10 ปี คุ้มไหมกับค่าหัวคิวไม่กี่บาท?

    1. ปิดกระเป๋าสตางค์: พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า ห้ามโอนเงิน ห้ามคีย์ผัง ห้ามอัปเกรดใดๆ ทั้งสิ้น Cut Loss คือการหยุดจ่ายครับ!

    2. เก็บหลักฐานให้หมด: แคปหน้าจอแชทที่เขาชวน, สลิปโอนเงินเข้าบริษัท และที่สำคัญที่สุด... แคปหน้า Dashboard ของคุณที่ยอด "All Sales" (รายได้จากการขาย) เป็น 0 บาท เอาไว้ครับ นี่คือหลักฐานชิ้นเอกว่าเขาไม่ได้ขายคอร์สเรียนจริง!

    3. แจ้งความทันที: รวบรวมหลักฐานทั้งหมดไปแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th ในข้อหา "ฉ้อโกงประชาชน"

    อย่าปล่อยให้ความโลภชั่ววูบมาทำลายอนาคตของคุณและครอบครัวครับ ช่วยกันแชร์คลิปนี้ออกไปให้มากที่สุด เพื่อสกัดคนก่อน 10 โมงเช้าพรุ่งนี้!

    #รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #แชร์ลูกโซ่ #Everest #เตือนภัยออนไลน์

    🔍 ชำแหละพฤติกรรม "กวาดเงินรอบสุดท้าย" (The Final Cash Grab)⚠️ ถอดรหัสคำว่า "GO ALL IN" = ข้ออ้างหนีความผิด!⚖️ เคลียร์ความกลัว เรื่องการถูกขู่ฟ้อง🛑 หยุดความเสียหาย... ต้องทำเดี๋ยวนี้!

    31 min
  • #รู้ทันมิจ EP417: มิจเงินกู้ส่ง SMS ขู่สารพัด... หยุดกลัว หยุดจ่าย รับมืออย่างไรให้อยู่หมัด! 🛑📱

    สวัสดีครับพี่น้องแฟนเพจทุกท่าน ผม รองเป็นไท ครับ

    ช่วงนี้อินบ็อกซ์ของเพจเราได้รับข้อความขอความช่วยเหลือเข้ามาเยอะมาก หลายท่านกำลังตกอยู่ในสภาวะเครียดและหวาดกลัวอย่างหนัก จากการหลวมตัวไปกู้เงินจากแอปพลิเคชันเถื่อน (เช่น แอป "กู้ง่าย จ่ายไว" หรือแอปชื่อแปลกๆ อื่นๆ) แล้วถูกมิจฉาชีพคุกคาม ส่ง SMS ข่มขู่ โทรประจานคนรอบข้าง จนบางท่านท้อแท้เพราะไม่มีแม้แต่เงินจะให้ลูกไปโรงเรียน

    ก่อนอื่นผมขอให้ทุกท่าน "สูดหายใจลึกๆ แล้วตั้งสติ" นะครับ วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจและบอกวิธีรับมือ ที่อ่านจบแล้วรับรองว่าคุณจะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจแน่นอนครับ

    • คำขู่ที่ 1: "มีทีมงานภาคสนาม จะตามมาทวงหนี้ถึงหน้าบ้านจริงไหม?"ความจริง: ไม่จริงครับ! มิจฉาชีพแอปเงินกู้เถื่อนร้อยทั้งร้อย ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน หรือซ่อนตัวอยู่หลังหน้าจอ การส่งคนลงพื้นที่มาที่บ้านเท่ากับการเปิดเผยตัวตนให้ตำรวจจับ พวกมันทำได้แค่ "ขู่ให้เรากลัวจิตตก" ผ่านโทรศัพท์เท่านั้นครับ

    • คำขู่ที่ 2: "ไม่เคยให้เบอร์ใครไป ทำไมมันโทรหาญาติหรือพ่อแม่เราได้?"ความจริง: อาชญากรพวกนี้ใช้เทคโนโลยีในการปล้นข้อมูลครับ ตอนที่เรากดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันกู้เงิน ตัวแอปจะเด้งหน้าต่างขออนุญาตเข้าถึง "สมุดโทรศัพท์ (Contacts)" ทันทีที่เรากดยอมรับ มันจะสูบเบอร์โทรศัพท์ของคนรอบตัวเราไปเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ของมันทั้งหมด เพื่อใช้เป็นเครื่องมือโทรไปก่อกวนและแบล็กเมล์เราในภายหลังครับ

    • 1. หยุดกลัว และ "หยุดจ่าย" ทุกกรณีการจ่ายเงินให้มิจฉาชีพ (ไม่ว่าจะดอกเบี้ยหรือเงินต้น) ไม่ได้ทำให้ปัญหาจบครับ แต่มันจะยิ่งมองว่าเราคือ "เหยื่อที่รีดไถได้" และจะโอนเงินกลับมาเพื่อขูดรีดเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า เก็บเงินที่หามาได้ยากลำบาก เอาไว้ซื้อข้าว ซื้อขนมให้ลูกไปโรงเรียนดีกว่าครับ ไม่ต้องเอาไปหล่อเลี้ยงอาชญากร

    • 2. ชิงลงมือ อธิบายความจริงกับคนรอบข้างเข้าใจครับว่าคนรอบตัวอาจจะไม่เข้าใจและโกรธที่ถูกก่อกวน สิ่งที่เราต้องทำคือ "ชิงลงมือก่อนที่โจรจะโทรไป" ให้คุณโพสต์ลงเฟซบุ๊ก หรือส่งข้อความบอกญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมงานเลยครับว่า:

      "ประกาศเตือนภัยครับ/ค่ะ ตอนนี้โทรศัพท์ของฉันโดนแฮ็กข้อมูล มิจฉาชีพได้ดูดเบอร์โทรศัพท์ไป และอาจมีการนำชื่อไปแอบอ้าง หากมีใครโทรไปก่อกวน ทวงหนี้ หรือส่ง SMS ข่มขู่ ขอให้ทราบว่าเป็นแก๊งมิจฉาชีพ ห้ามหลงเชื่อ ห้ามโอนเงิน และรบกวนช่วยบล็อกเบอร์นั้นทิ้งทันที ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยครับ/ค่ะ"

    • 3. ตั้งค่าบล็อกการติดต่อ ตัดรำคาญดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอย่าง Whoscall มาช่วยคัดกรองเบอร์โทรศัพท์ และเข้าไปตั้งค่าในมือถือให้ "ปิดกั้นเบอร์โทรที่ไม่รู้จัก (Silence Unknown Callers)" เพื่อตัดรำคาญ ไม่ต้องรับสาย ไม่ต้องอ่านข้อความ และไม่ต้องตอบโต้ใดๆ ยิ่งเราเงียบ มันยิ่งหมดหนทางครับ

    • 4. รวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความแคปหน้าจอ SMS ข้อความข่มขู่ แชทไลน์ เบอร์โทรศัพท์ และสลิปการโอนเงินต่างๆ นำไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจของเราครับ

    รองเป็นไท ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่กำลังเผชิญปัญหานี้นะครับ ความผิดพลาดก้าวพลาดไปแล้วเราย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะ "หยุด" เพื่อเริ่มต้นใหม่ได้ครับ

    คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว กฎหมายไม่เคยเข้าข้างโจรและไม่รับรองหนี้ที่ผิดกฎหมาย ขอแค่เรามีสติและรู้ทัน พวกมันก็ทำอะไรเราไม่ได้ครับ เข้มแข็งไว้นะครับ!

    ฝากพี่น้องกดแชร์โพสต์นี้ เพื่อเป็นเกราะป้องกันและส่งต่อกำลังใจให้ผู้ที่กำลังตกเป็นเหยื่อด้วยนะครับ

    #รู้ทันมิจ #แอปเงินกู้เถื่อน #มิจฉาชีพข่มขู่ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #เตือนภัยออนไลน์ #ตำรวจไซเบอร์ #AOC1441

    ไขข้อข้องใจ... ทำลายความกลัวจากคำขู่ของมิจฉาชีพวิธีรับมือและทางออก (ทำตามนี้ โจรทำอะไรเราไม่ได้ครับ)

    15 min
  • #รู้ทันมิจ EP416 : ด่วนที่สุด! หยุดลงทุน Everest ก่อนที่จะสายเกินไป... ดีเดย์ 13 ก.ค. นี้ คือหายนะ! 🚨

    สวัสดีครับพี่น้องแฟนเพจ "ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก" ผม รองเป็นไท ครับ วันนี้วันที่ 10 กรกฎาคม เวลาเหลือน้อยลงทุกที ผมต้องรีบออกมาเตือนภัยด่วนที่สุด! เพราะกลุ่มผู้นำของแพลตฟอร์มที่อ้างว่าขายคอร์สเรียนอย่าง Everest ประกาศว่าจะมี "ดีเดย์" ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้

    ถ้าใครกำลังลังเล หรือใครที่รู้ตัวแล้วแต่ยังฝืนไปชวนคนอื่นต่อเพื่อหวังได้ทุนคืน... อ่านโพสต์นี้ด่วน ก่อนที่คุณจะเปลี่ยนสถานะจาก "ผู้เสียหาย" กลายเป็น "ผู้ต้องหา" ครับ!

    จากการวิเคราะห์คลิปเสียงการประชุมของ CEO เราพบความจริงที่น่าตกใจเบื้องหลังฉากหน้าคอร์สเรียน ดังนี้ครับ:

    ❌ ความลับที่ 1: นี่ไม่ใช่การขายคอร์ส แต่เป็น "Money Game" (แชร์ลูกโซ่)ตลอดการประชุมกว่า 20 นาที ไม่มีการพูดถึงเลยว่าคอร์สเรียนดียังไง หรือจะช่วยคนตกงานได้อย่างไร แต่กลับใช้คำว่า "ดันรอบ", "รีบอน (Reborn)", "ออโต้เมทริกซ์ (Auto-Matrix)", และ "ปลาเร็วกินปลาช้า" ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะของวงการแชร์ลูกโซ่ที่เน้นเอาเงินคนใหม่มาจ่ายคนเก่า วิทยากรย้ำชัดเจนว่าเงื่อนไขเดียวคือต้องหาคนมาต่อสายงาน "ให้ครบ 6 คน" แล้วระบบจะรันผลตอบแทนให้ ถือเป็นโครงสร้างแชร์ลูกโซ่แบบแตกสายงานชัดเจนครับ

    ❌ ความลับที่ 2: ใช้จิตวิทยา "ด้อยค่า" และบีบคั้นวิทยากรใช้คำพูดรุนแรงเพื่อกดดันจิตใจคนฟัง เช่น "ถ้าทำไม่ได้... กลับไปจนต่อครับ", "กลับไปทำงานประจำครับ" นี่คือเทคนิคเพื่อสร้างความกลัวความล้มเหลว บีบคั้นให้คนรีบตัดสินใจควักเงินลงทุน พร้อมกับสร้างความโลภด้วยตัวเลขที่เกินจริง เช่น "ทำวันละ 10 รอบ ได้ 2 แสนกว่า", "วันละ 50 รอบ ได้วันละ 1 ล้าน" ซึ่งการได้เงินมหาศาลจากการแค่หาคน 6 คน เป็นไปไม่ได้ในทางเศรษฐศาสตร์ครับ

    ❌ ความลับที่ 3: ขายฝัน "Global Spillover" นอนเฉยๆ ก็ได้เงินมีการหลอกให้คนรีบโอนเงิน "จองพื้นที่" โดยอ้างว่าระบบจะมีการจับคู่สายงาน (โยนรหัส) จากคนทั่วโลก เช่น คนเวียดนาม อินเดีย นอร์เวย์ จะมาต่อใต้ล่างเราแบบอัตโนมัติรายวินาที ทำให้เชื่อว่าถึงหาคนไม่ได้ ก็จะมีฝรั่งมาต่อใต้ล่างแล้วรอรับเงินสบายๆ ในโลกความเป็นจริง ไม่มีธุรกิจไหนที่สุจริตจ่ายเงินให้คุณฟรีๆ หรอกครับ นอกจาก "การนำเงินของคนที่เข้ามาใหม่ ไปจ่ายให้คนข้างบน"

    ⚖️ คำเตือนทางกฎหมาย: รู้แล้วยังชวนต่อ... ระวังจะเปลี่ยนจาก "ผู้เสียหาย" กลายเป็น "ผู้ต้องหา" 🚨

    ⚠️ รู้ว่าเสี่ยงแต่ยังชวนต่อ = ตัวการร่วม!หลายคนพอรู้ว่าน่าจะโดนหลอก ก็ใช้วิธี "รีบไปชวนคนอื่นมาต่อหัวคิวให้ตัวเองได้ทุนคืนก่อน แล้วค่อยชิ่ง" การทำแบบนั้น จะทำให้คุณหมดสิทธิ์เป็น "ผู้เสียหาย" ทันที แต่กฎหมายจะมองว่าคุณคือ "ตัวการร่วม" (ตาม ป.อ. มาตรา 83) หรือ "ผู้สนับสนุน" (มาตรา 86) ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.ก. แชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีโทษจำคุก 5-10 ปีครับ!

    ⚠️ ไม่ต้องกลัวคำขู่ฟ้องร้อง!การขู่ฟ้องคนที่ออกมาเตือนภัยคือกลยุทธ์ปิดปาก (SLAPP) ที่มิจฉาชีพมักใช้เพื่อซื้อเวลาและกันไม่ให้ฟองสบู่แตกเร็วเกินไป ใครที่เอาเรื่องนี้ไปเตือนเพื่อน ไม่ต้องกลัวครับ เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) ระบุชัดเจนว่า การติชม แนะนำ หรือแจ้งเตือนโดยสุจริต "เพื่อประโยชน์สาธารณะและป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกหลอกลวง" ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทครับ!

    📝 ทำอย่างไรถึงจะได้เงินคืน? (สำหรับคนที่หลวมตัวไปแล้ว)

    1. หยุดชวนคนและหยุดโอนเงินเพิ่มทันที! เพื่อรักษาสถานะผู้เสียหายของตนเอง

    2. รวบรวมหลักฐานทั้งหมด: สลิปการโอนเงิน, แชทสนทนาที่ถูกชักชวน, ภาพหน้าโปรไฟล์ตัวเลขรายได้ (ที่ยอดขายเป็น 0), และคลิปวิดีโอ/เสียงต่างๆ

    3. แจ้งความร้องทุกข์: นำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือแจ้งความออนไลน์ผ่าน www.thaipoliceonline.go.th ในข้อหา "ฉ้อโกงประชาชน"

    "อย่าปล่อยให้คำพูดดูถูกของใคร มาบีบให้เราต้องเสียเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต" อย่ารอให้ถึงวันที่ 13 กรกฎาคม เพราะเมื่อถึงเวลานั้น เงินของท่านอาจถูกยักย้ายถ่ายเทไปหมดแล้ว ออกมาใช้สิทธิ์ทางกฎหมายตั้งแต่วันนี้ครับ!

    ช่วยกันแชร์โพสต์นี้ไปให้ถึงคนที่คุณห่วงใย ก่อนที่ความโลภชั่ววูบจะทำให้เขาต้องตกเป็นทั้งเหยื่อและผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัวครับ!

    31 min
  • #รู้ทันมิจ EP415: คอร์สเรียน Everest ลงทุนแบบนี้แชร์ลูกโซ่หรือไม่ มาฟังกันครับ 🚨

    สวัสดีครับทุกท่าน ผม รองเป็นไท ครับ วันนี้มีประเด็นร้อนเกี่ยวกับการชักชวนให้ลงทุนในแพลตฟอร์มที่อ้างว่าเป็น "คอร์สเรียนออนไลน์" ซึ่งมีการใช้ชื่อว่า Everest โดยโฆษณาว่าจ่ายหลักพัน แต่สามารถการันตีรายได้หลักแสน เมื่อผมได้ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก กลับพบจุดที่น่าสงสัยและเข้าข่ายความผิดปกติหลายอย่างครับ

    เรามาดูข้อสังเกตสำคัญที่ทุกคนต้องรู้ให้ทัน ก่อนที่จะตัดสินใจนำเงินไปลงทุนกันครับ!

    • ตัวเลขผู้เรียนไม่ตรงปก: หน้าเว็บไซต์และสื่อโปรโมทมีการกล่าวอ้างว่ามีผู้ใช้ระบบสะสมกว่า 6,400 คน หรือบางป้ายระบุว่ามีนักเรียนถึง 20,000+ คน แต่เมื่อเข้าไปดูในหน้ารายชื่อคอร์สเรียนจริงๆ (เช่น คอร์ส Tense Grammar, AI หรือดูดวงไพ่ทาโรต์) กลับพบว่ามี "ผู้เรียน 0 คน" การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อจูงใจให้คนมาสมัคร อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ครับ

    • อ้างว่ามี สคบ. แต่เช็กแล้วไม่เจอ: การทำธุรกิจที่มีระบบตัวแทนจะต้องได้รับอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แม้ในสื่อโฆษณาของแพลตฟอร์มนี้จะเคลมชัดเจนว่าจดทะเบียนนิติบุคคลและมี สคบ. ถูกต้อง แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลในระบบกลับ "ไม่พบใบอนุญาต" การแอบอ้างเช่นนี้ถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือด้วยข้อมูลเท็จ เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อนำเงินมาลงทุน

    • โครงสร้างรายได้เน้น "กินหัวคิว" มากกว่าขายคอร์ส: โมเดลธุรกิจมีการให้เปิดแพ็กเกจในราคา 7,490 บาท โดยแบ่งรายได้แบบสายงานลึกลงไป 3 ชั้น คือ 70%, 20% และ 10% พร้อมอ้างผลตอบแทน 1% (70 บาท/รหัส) จากการหาคนมาต่อสายงานสูงสุด 2,048 คน เพื่อรับเงินหลักแสน หากรายได้หลักของสมาชิกมาจากการ "หาสมาชิกใหม่" เพื่อรับค่าหัวคิว โดยไม่ได้เกิดจากการบริโภคหรือขายคอร์สเรียนจริงๆ โครงสร้างแบบนี้มีความสุ่มเสี่ยงสูงมากที่จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือที่เรารู้จักกันว่า "แชร์ลูกโซ่" ครับ

    • ตรวจสอบใบอนุญาตเสมอ: ก่อนลงทุนในธุรกิจใดๆ ที่มีระบบตัวแทนหรือจ่ายผลตอบแทนหลายชั้น ให้ตรวจสอบชื่อบริษัทกับ สคบ. ผ่านสายด่วน 1166 ทุกครั้ง

    • อย่าหลงเชื่อตัวเลขโฆษณา: ตัวเลขรายได้ที่สูงเกินจริง หรือจำนวนสมาชิกที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจ มักเป็นเพียงเหยื่อล่อให้เราเกิดความโลภ

    • ถอยออกมาก่อนหากผิดสังเกต: หากพบว่าธุรกิจนั้นเน้นย้ำให้เราไปชวนคนมาสมัครต่อ มากกว่าการเน้นคุณภาพหรือการขายสินค้าจริงๆ ให้ถอยออกมาและปรึกษาคนใกล้ชิดทันที

    อย่าปล่อยให้คำชวนเชื่อที่บอกว่า "มองเห็นโอกาสก่อน รวยก่อน" กลายเป็นทางนำไปสู่การสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตนะครับ ฝากทุกท่านช่วยกันแชร์โพสต์นี้เพื่อปกป้องคนไทยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการตลาดสีเทากันครับ!

    #รู้ทันมิจ #แชร์ลูกโซ่ #คอร์สเรียนออนไลน์ #เตือนภัยมิจฉาชีพ #AOC1441

    🔍 3 ข้อสังเกตความผิดปกติ: คอร์สเรียนจริง หรือแฝงแชร์ลูกโซ่?🛡️ ข้อแนะนำเพื่อเป็นวัคซีนไซเบอร์

    29 min
  • #รู้ทันมิจ EP414: ทำไมคนถึงโอนเงินให้มิจ เป็นแสน เป็นล้านบาท? 💸📉🚨

    Listen to your inner voice... ฟังเสียงเตือนในใจให้ดี ก่อนที่นิ้วจะกดโอนเงินสวัสดีครับ ผม รองเป็นไท ครับ

    เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ถึงยอมโอนเงินซ้ำแล้วซ้ำเล่า โอนจนหมดบัญชี ทั้งที่ลึกๆ ในใจก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังเสี่ยง?

    เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความฉลาดหรือไม่ฉลาดครับ แต่มันคือ "เทคนิคทางจิตวิทยา" ที่มิจฉาชีพวางกับดักเอาไว้ ซึ่งผมเรียกมันว่ากลยุทธ์ "ตกบันไดพลอยโจน"

    มาดูกันครับว่าบันได 3 ขั้น ที่มิจฉาชีพใช้ดึงเราลงไปสู่ความสูญเสีย มีอะไรบ้าง:

    ขั้นที่ 1: "ยอดน้อยๆ" คือไฟเขียวของมิจฉาชีพ 🟢กลโกงมักจะเริ่มต้นด้วยยอดเงินเล็กน้อยเสมอครับ เช่น ค่ามัดจำหลักร้อย ค่าลงทะเบียนสมัครงาน หรือค่าเปิดบิล มิจฉาชีพรู้ดีว่าการขอเงินก้อนใหญ่ในครั้งแรกจะทำให้เหยื่อตื่นตัว แต่ถ้าเป็นยอดน้อยๆ สมองเราจะบอกว่า "ไม่เป็นไรหรอก ลองดู เสี่ยงแค่นี้ยอมรับได้"แต่สำหรับมิจฉาชีพ การที่เราโอนเงินก้อนแรกสำเร็จ นั่นคือ "สัญญาณชั้นดี" ที่บอกพวกมันว่า เหยื่อคนนี้พร้อมจะทำตามคำสั่งแล้ว

    ขั้นที่ 2: มีหนึ่ง ก็ต้องมีสอง มีสาม 🔄พอเราก้าวขาจ่ายก้อนแรกไปแล้ว มิจฉาชีพจะเริ่มสร้างเงื่อนไขใหม่ทันที เช่น "ต้องจ่ายค่าประกันสินค้าเพิ่มนะ" หรือ "ต้องโอนค่าภาษีเพื่อปลดล็อกเงินก้อนแรกออกมาก่อน"ถึงจุดนี้ ความคิดเราจะเริ่มเปลี่ยนไปครับ แทนที่จะหยุด เรากลับรู้สึกว่า "เสียดายเงินก้อนแรกที่โอนไปแล้ว" ทำให้เรายอมโอนก้อนที่สอง ก้อนที่สามตามไป เพื่อหวังจะได้เงินก้อนแรกคืนมา

    ขั้นที่ 3: อาการ "ตกบันไดพลอยโจน" 📉มารู้ตัวอีกที ยอดเงินที่โอนไปก็พอกพูนเป็นหลักหมื่น หลักแสน อารมณ์ตอนนั้นคือความกดดันและความหวังลมๆ แล้งๆ ที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น เราหลวมตัวเดินลงบันไดมาลึกเกินกว่าจะหันหลังกลับ สุดท้ายก็โอนออกไปเรื่อยๆ จนเกลี้ยงบัญชี

    🛡️ วิธีแก้เกมนี้... เริ่มต้นได้ง่ายๆ จากภายในตัวเราเองครับ

    ในแต่ละวัน ท่ามกลางอารมณ์และข้อมูลที่หลากหลาย หากเจอใครมาขอให้โอนเงิน ไม่ว่าจะยอดเล็กน้อยแค่ไหน ขอให้หยุดนิ่งๆ ฟังเสียงเตือนเล็กๆ ในใจตัวเองให้ดี

    🛑 ถ้าโอนก้อนแรกไปแล้ว และมีการขอให้โอนเพิ่มด้วยข้ออ้างสารพัด ให้ตัดใจ "ยอมเจ็บจบที่ยอดแรก" ทันทีครับ!

    ยอมเสียเงินร้อย ดีกว่าปล่อยให้ความเสียดายลากเราตกบันไดจนสูญเงินแสนเงินล้านนะครับ

    เติมภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง และแชร์เพื่อเป็น "วัคซีนไซเบอร์" ให้กับคนที่คุณรักด้วยความห่วงใยครับ... ยอมเจ็บจบที่ยอดแรก ดีกว่าตกบันไดพลอยโจน 🎬

    #รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #ตกบันไดพลอยโจน #เตือนภัยออนไลน์

    31 min
  • #รู้ทันมิจ EP413: Tiktokมิจดูอย่างไร (จับผิด 3 สเต็ป... สแกนโปรไฟล์โจร!) 🕵️‍♂️📱🚨

    สวัสดีครับพี่น้องกัลยาณมิตรทุกท่าน ผม รองเป็นไท ครับ วันนี้เรามาเจาะลึกภัยใกล้ตัวบนแพลตฟอร์มยอดฮิตอย่าง TikTok กันบ้างครับ ปัจจุบันมิจฉาชีพแฝงตัวอยู่ในนี้เยอะมาก และจากประสบการณ์การรับเรื่องร้องเรียนของผม โจรพวกนี้มักจะมี "แพทเทิร์น" หรือรูปแบบการเข้าหาเหยื่อที่เหมือนๆ กันครับ

    ถ้ามีใครทักคุณมาใน TikTok แล้วมีพฤติกรรม 3 ข้อนี้รวมกัน ให้ฟันธงไว้ก่อนเลยครับว่ากำลังคุยกับ "มิจฉาชีพ 100%" มาดูกันครับว่าต้องสังเกตอะไรบ้าง

    1️⃣ ชอบเป็นฝ่าย "ทักหาเราก่อน" เสมอมิจฉาชีพมักจะเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาครับ ไม่ว่าจะทักมาในเชิงชู้สาว ทักมาจีบด้วยรูปโปรไฟล์หล่อสวย หรือมาตีเนียนทำทีเป็นผู้หวังดีอยากช่วยเหลือ (เช่น อ้างว่าช่วยตามเงินที่เคยโดนโกงคืนได้) หรือบางทีก็สร้างช่องขึ้นมาทำตัวเป็นกูรูรับปรึกษาปัญหาต่างๆ ถ้ามีคนแปลกหน้าทักมาหาก่อนพร้อมข้อเสนอดีๆ... ให้ "เอ๊ะ!" ไว้ก่อนเลยครับ

    2️⃣ พยายามดึงบทสนทนาไปที่ "LINE"โจรจะไม่ชอบคุยผ่านแชทของ TikTok นานๆ ครับ มันจะพยายามโน้มน้าวให้เราแอด LINE ให้ได้ เหตุผลเพราะในแอปพลิเคชัน LINE การส่งลิงก์ปลอมหรือการส่งต่อข้อมูลทำได้ง่ายกว่า และมันสามารถส่งต่อเคสของคุณไปให้ "ทีมปิดการขาย" ซึ่งเป็นแก๊งหน้าม้าที่มีจิตวิทยาในการพูดคุยหลอกล่อทางโทรศัพท์ได้ (พวกนี้แบ่งงานกันทำเป็นทีมครับ)

    • 💡 ทริคจับผิด: ลองเล่นตัวไม่ยอมแอด LINE หรือขอเบอร์โทรศัพท์โดยตรงดูครับ มันจะไม่ยอมให้ หรือถ้าให้ก็จะเป็นเบอร์ปลอม โทรไม่ติด เพราะฐานปฏิบัติการของพวกมันอยู่ตามตะเข็บชายแดน (กัมพูชา, พม่า, ลาว) การใช้เบอร์ไทยจะเสี่ยงต่อการถูกตำรวจสาวถึงตัวผู้จดทะเบียนครับ

    3️⃣ ช่องเพิ่งสร้างใหม่ อายุไม่เกิน 2-3 เดือนเนื่องจากระบบของ TikTok มีการกวาดล้างและแบนช่องมิจฉาชีพอยู่ตลอดเวลา โจรพวกนี้เลยต้องสร้างช่องใหม่อยู่เรื่อยๆ แล้วรอเวลามาหาเหยื่อ ดังนั้นอายุช่องของพวกมันจะสั้นมาก

    • 💡 วิธีดูง่ายๆ: ให้เลื่อนดู "โพสต์แรก" ของช่องนั้นครับ ว่าเพิ่งเริ่มโพสต์เมื่อไหร่ ถ้าเลื่อนแป๊บเดียวสุดหน้าแล้ว และโพสต์แรกเพิ่งสร้างมาได้แค่ไม่กี่สัปดาห์หรือ 2-3 เดือน ก็สันนิษฐานได้เลยว่าเพิ่งสร้างช่องมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

    พี่น้องครับ หากคนที่คุณกำลังคุยด้วยใน TikTok มีพฤติกรรมครบทั้ง 3 ข้อนี้... ผมฟันธงให้เลยครับว่า มิจฉาชีพ 100%!!

    อย่าเสียเวลาคุย อย่าโอนเงิน และบล็อกทิ้งทันทีครับ ฝากช่วยกันแชร์บทความนี้ไปเตือนเพื่อนๆ และคนในครอบครัวที่ชอบเล่น TikTok กันด้วยนะครับ จะได้สแกนคนและเล่นโซเชียลกันอย่างปลอดภัยครับ!

    #รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #เตือนภัยออนไลน์ #มิจฉาชีพTikTok #ภัยโซเชียล

    🔍 3 สัญญาณเตือน: "จับผิดโปรไฟล์มิจฉาชีพใน TikTok"

    19 min
  • #รู้ทันมิจ EP412: วิธีรับมือมิจข่มขู่ (สูดหายใจลึกๆ... อ่านจบแล้วสบายใจได้เลย!) 🛡️😌🚨

    สวัสดีครับพี่น้องและกัลยาณมิตรทุกท่าน ผม รองเป็นไท ครับ เวลาที่เราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกมิจฉาชีพข่มขู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแอปเงินกู้เถื่อน ขู่จะประจาน ขู่ปล่อยภาพลับแบล็กเมล์ ขู่จะฟ้องศาล หรือแม้กระทั่งขู่ว่าจะบุกมาหาถึงหน้าบ้าน... เป็นเรื่องปกติครับที่เราจะรู้สึกกลัว สติแตก และกินไม่ได้นอนไม่หลับ

    แต่เชื่อผมเถอะครับว่า "คำขู่ทั้งหมดนั้น เป็นเพียงแค่ลมปาก!" วันนี้ผมจะมาปลดล็อกความกลัว และสอนวิธีรับมือแบบอยู่หมัด ที่ทำตามแล้วรับรองว่าคุณจะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจแน่นอนครับ

    ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจ "จุดอ่อน" ของมิจฉาชีพก่อนครับ โจรพวกนี้อาศัยความกลัวเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ถ้ารู้ทันมันตามนี้ รับรองว่าความกลัวจะหายเป็นปลิดทิ้งครับ:

    • ขู่จะฟ้องศาล / ส่งทนายมาจัดการ: โจรก็คืออาชญากรครับ! คนที่ทำผิดกฎหมายไม่มีสิทธิ์ไปพึ่งพากฎหมายได้ มันไม่กล้าไปแจ้งความ และไม่มีทนายคนไหนรับทำคดีให้โจรแน่นอน คำขู่พวกนี้เป็นแค่สคริปต์ที่ก๊อปปี้กันมาส่งให้เรากลัวเท่านั้น

    • ขู่จะบุกมาถึงบ้าน / ที่ทำงาน: มิจฉาชีพพวกนี้ร้อยทั้งร้อยตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน หรือซ่อนตัวอยู่หลังคีย์บอร์ดครับ การโผล่มาหาคุณถึงบ้าน ก็เท่ากับการเดินมาให้ตำรวจจับ มันไม่ยอมเสี่ยงแลกอิสรภาพของมันกับเงินของคุณหรอกครับ

    • ขู่ประจาน / แบล็กเมล์ภาพลับ: ถ้ามันขู่ว่าจะส่งรูปให้เพื่อนหรือประจานลงโซเชียล สิ่งที่คุณต้องทำคือ "ชิงบอกคนรอบตัวก่อน" ครับ โพสต์บอกเพื่อนๆ หรือทักไปบอกครอบครัว/ที่ทำงานเลยว่า "ตอนนี้โดนแฮ็กข้อมูล โดนแก๊งมิจฉาชีพตัดต่อภาพและส่งข้อความก่อกวน ห้ามเชื่อ ห้ามกดลิงก์ และให้บล็อกทิ้งทันที" แค่นี้โจรก็หมดข้อต่อรองแล้วครับ

    เมื่อเรามีสติและเลิกกลัวแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการ "สร้างเกราะป้องกัน" ให้กับตัวเองครับ:

    ✅ 1. โหลดแอปพลิเคชัน Whoscall:แอปนี้คือยามเฝ้าประตูชั้นดีครับ เมื่อมีเบอร์แปลกๆ โทรเข้ามา แอปจะโชว์ให้เห็นเลยว่าเบอร์นี้เป็น "มิจฉาชีพ", "ทวงหนี้" หรือ "สแปม" เราก็แค่ ไม่ต้องรับสาย ปล่อยให้มันดังไป หรือกดตัดสายทิ้งได้เลย

    ✅ 2. ตั้งค่าการโทรในมือถือ (บล็อกเบอร์แปลก):คุณสามารถเข้าไปตั้งค่าในสมาร์ตโฟน (ทั้ง iOS และ Android) ให้ "ปิดกั้นเบอร์โทรที่ไม่รู้จัก (Silence Unknown Callers)" ได้ครับ โทรศัพท์คุณจะเงียบสงบ ไม่มีเสียงมิจฉาชีพมากวนใจให้หงุดหงิด

    ✅ 3. ปิดตายโซเชียลมีเดีย (ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวขั้นสุด):

    • Facebook: ตั้งค่าโปรไฟล์เป็น "ส่วนตัว (Private)", ซ่อนรายชื่อเพื่อน (Only Me), และตั้งค่าไม่ให้คนที่ไม่ใช่เพื่อนทักข้อความหรือคอมเมนต์ได้

    • LINE: ปิดการอนุญาตให้แอดไอดีไลน์ (Allow others to add me by ID) และตั้งค่า "ปฏิเสธข้อความจากคนที่ไม่ใช่เพื่อน"

    • IG/TikTok: ตั้งค่าบัญชีเป็นส่วนตัว (Private Account) เพื่อป้องกันไม่ให้โจรสูบรูปภาพหรือข้อมูลไปทำคลิปประจาน

    พี่น้องครับ จำไว้นะครับว่า "ยิ่งเราตอบโต้ มันยิ่งขู่ ยิ่งเราโอนเงิน มันยิ่งไถเพิ่ม" การจ่ายเงินให้มิจฉาชีพไม่เคยทำให้ปัญหาจบ แต่จะทำให้เรากลายเป็นเหยื่อชั้นดี และอาจถูกหลอกใช้เป็นบัญชีม้าในการฟอกเงินอีกด้วย

    สูดหายใจลึกๆ ดื่มน้ำเย็นๆ แล้วทำตามขั้นตอนที่ผมบอกนะครับ บล็อกให้หมด ปิดการรับรู้ แล้วใช้ชีวิตให้มีความสุข ภายใน 1-2 สัปดาห์ พอโจรมันรู้ว่าติดต่อเราไม่ได้และไม่ได้เงินจากเราแน่นอน มันก็จะถอดใจและเลิกยุ่งกับเราไปเองครับ!

    #รู้ทันมิจ #มิจฉาชีพข่มขู่ #แอปเงินกู้เถื่อน #แบล็กเมล์ #Whoscall #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก

    🧠 ขั้นที่ 1: "รู้ทันความคิดมัน" (ทำไมเราถึงไม่ต้องกลัว?)📱 ขั้นที่ 2: "ตัดการเชื่อมต่อ" (ตั้งค่ามือถือ & โหลดแอปช่วยชีวิต)🛑 บทสรุป: กฎเหล็ก "ไม่คุย ไม่โอน บล็อกทิ้ง!"

    19 min
  • #รู้ทันมิจ EP411: ผู้หวังดีรับปรึกษาตามเงินคืน มิจ 100% (เตือนภัยด่วน! ระวังแก๊ง "หลอกซ้ำซ้อน" อ้างเป็นตำรวจ-ทนายช่วยตามเงินคืน) 🚨🛡️

    สวัสดีครับพี่น้องทุกท่าน ผม รองเป็นไท ครับ วันนี้ผมต้องรีบมาส่งสัญญาณเตือนภัยด่วนที่สุดครับ! เพราะในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ เรากำลังจะเผชิญกับพายุของ "มิจฉาชีพรูปแบบหลอกซ้ำซ้อน (Recovery Room Scam)"

    =พวกมันรู้ดีครับว่าในช่วงครึ่งปีแรก มีพี่น้องประชาชนตกเป็นเหยื่อสูญเสียเงินไปจำนวนมาก มันจึงฉวยโอกาสจาก "ความหวัง" ของผู้เสียหายที่อยากได้เงินคืน แปลงร่างมาเป็น "ผู้หวังดี" ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทนายความ หรือหน่วยงานรัฐ เพื่อหลอกสูบเงินก้อนสุดท้ายของคุณไปอีกรอบ!

    มาดูพฤติการณ์และรูปแบบที่พวกมันใช้สร้างความน่าเชื่อถือกันครับ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อซ้ำสอง!

    มิจฉาชีพกลุ่มนี้จะสร้างความน่าเชื่อถืออย่างแนบเนียนผ่านโซเชียลมีเดีย โดยมีรูปแบบที่พบเห็นได้ชัดเจนดังนี้ครับ:

    • มิจฉาชีพจะสร้างโปรไฟล์ปลอมบนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น TikTok โดยแอบอ้างเป็นตำรวจหญิงหน้าตาดี ใช้ชื่ออย่าง "catty ผู้กองสาวเหนือ" หรือใช้ไอดีที่ดูตั้งใจให้คล้ายหน่วยงานรัฐ เช่น "cyber_aoc_1441"

    • นอกจากนี้ยังมีการนำภาพตำรวจชายในเครื่องแบบมาแอบอ้างสร้างโปรไฟล์ เพื่อโพสต์คลิปเตือนภัยกลโกงต่างๆ ให้ดูน่าเชื่อถือ

    • บางกลุ่มจะแอบอ้างเป็นทนายความชื่อดัง หรือตั้งชื่อโปรไฟล์ให้ดูเป็นหน่วยงานเฉพาะกิจ เช่น "สำนักงานตรวจสอบและวิเคราะห์ธุรกรรมออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย" เพื่อเสนอตัวช่วยเหลือผู้เสียหาย

    • มีการสร้างแฟนเพจ Facebook ที่ใช้ชื่อภาษาอังกฤษดูเป็นทางการ เช่น "Register to protect your rights and receive a refund" พร้อมนำภาพข่าวการจับกุมของตำรวจหรือ DSI มาประกอบการโฆษณาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

    • เมื่อมีผู้เสียหายที่กำลังเดือดร้อนหลงเชื่อเข้าไปคอมเมนต์ขอความช่วยเหลือ มิจฉาชีพจะรีบตอบกลับและต้อนเหยื่อให้ทักแชทไปพูดคุยเป็นการส่วนตัวทางหลังบ้านทันที

    • จากนั้นในช่องแชท Messenger มิจฉาชีพจะสอบถามรูปแบบการโดนหลอกลวง และยื่นข้อเสนอให้ผู้เสียหายลงทะเบียนเพื่อคุ้มครองสิทธิรับเงินคืน

    • ขั้นสุดท้าย พวกมันจะส่งต่อเหยื่อโดยให้แอด LINE ไปหาบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นตำรวจเจ้าของผลงาน เช่น อ้างชื่อ "ร.ต.ท.หญิง..." พร้อมแนบลิงก์ไลน์ให้เสร็จสรรพ เพื่อหลอกล่อให้เหยื่อโอนเงินเป็น "ค่าธรรมเนียม", "ค่าทนาย", หรือ "ค่าดำเนินการทางศาล" ในท้ายที่สุด

    พี่น้องครับ โปรดจำกฎเหล็กเหล่านี้ไว้ให้ขึ้นใจเลยนะครับ:

    ✅ 1. ตำรวจจริง ทนายจริง ไม่ทักหาเหยื่อก่อน: ไม่มีหน่วยงานราชการ ตำรวจไซเบอร์ หรือทนายความที่ถูกต้องตามกฎหมายคนไหน ที่จะสร้างโปรไฟล์มารับทวงเงินคืนทางโซเชียลมีเดีย หรือเรียกเก็บค่าดำเนินการผ่าน LINE ส่วนตัวครับ✅ 2. อยากได้เงินคืน "ต้องไม่เสียเงินเพิ่ม": หากมีใครบอกว่าจะตามเงินคืนให้ แต่ขอให้คุณโอนเงินค่าธรรมเนียม ค่าประกัน หรือค่าเปิดระบบก่อน ให้ฟันธง 100% เลยครับว่าคือ มิจฉาชีพ!✅ 3. แจ้งความผ่านช่องทางทางการเท่านั้น: หากท่านตกเป็นเหยื่อ ให้รีบโทรศัพท์ไปที่สายด่วน AOC 1441 เพื่อระงับบัญชี และแจ้งความผ่านเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่านโดยตรงเท่านั้นครับ

    มิจฉาชีพพวกนี้โหดร้ายมากครับ มันเหยียบย่ำซ้ำเติมคนที่กำลังเดือดร้อนอย่างเลือดเย็น ขอให้ทุกท่านมีสติ อย่าหลงเชื่อคำหวานหรือภาพโปรไฟล์ที่ดูน่าเชื่อถือเด็ดขาด ฝากแชร์โพสต์นี้ไปเตือนภัยให้กว้างที่สุด เพื่อปกป้องครอบครัวและคนที่เรารักไม่ให้ตกเป็นเหยื่อซ้ำสองนะครับ!

    #รู้ทันมิจ #หลอกตามเงินคืน #เตือนภัยมิจฉาชีพ #ตำรวจปลอม #เพจปลอม #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #เตือนภัยออนไลน์ #ตำรวจไซเบอร์ #AOC1441

    🔍 ชำแหละกลโกง "แก๊งรับปรึกษาตามเงินคืน"🛡️ คาถาป้องกันตัว "เจ็บแล้วจำ อย่าให้โจรหลอกซ้ำ!"

    19 min
  • #รู้ทันมิจ EP410: รวมตัวฟ้องมิจกดบัตรคอนเสิร์ต อย่าให้ลอยนวล (รวมพลคนโดนโกง... ลากคอแก๊งรับกดบัตรทิพย์เข้าคุก!) 🎫⛓️🚨

    สวัสดีครับพี่น้องและแฟนเพจทุกคน ผม รองเป็นไท ครับ วันนี้ผมมีเรื่องร้อนแรงในวงการคอนเสิร์ตที่กำลังเป็นกระแสใหญ่มาเตือนภัยและให้ข้อมูลเชิงลึกกันครับ
    จากที่ผมเคยเตือนภัยเรื่องมิจฉาชีพบัตคอนเสิร์ตไปใน EP.404 วันนี้เราเจอกรณีศึกษาที่ใหญ่มาก คือแก๊งมิจฉาชีพที่ใช้บัญชีเอ็กซ์ (X/Twitter) ชื่อว่า @Ticket_jammm (และชื่ออื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน) หลอกรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ตศิลปินดัง (เช่น BTS, GMM Series, POND PHUWIN ฯลฯ)
    ความเสียหายล่าสุด: มิจฉาชีพกลุ่มนี้หลอกลวงผู้เสียหายไปหลายร้อยราย โดยมีวิธีการโกงที่แยบยล และตอนนี้ผู้เสียหายได้เริ่มรวมตัวกันไปร้องเรียนกับกองบังคับการปราบปรามแล้วครับ!
    🔍 แฉพฤติการณ์แก๊ง @Ticket_jammm: "รับมัดจำ หมุนเงิน แล้วชิ่งหนี!"
    มิจฉาชีพกลุ่มนี้มีพฤติกรรมที่ชัดเจนมากครับ โดยมีสเต็ปการหลอกลวงดังนี้:
    1️⃣ รับกดบัตร (หลอกเอาเงินดาวน์): โพสต์รับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต โดยให้โอนเงิน "ค่าจ้างกด" และ "ค่ามัดจำบัตร" มาก่อน
    2️⃣ มุก "กดไม่ได้แต่ได้คิวสำรอง": พอถึงวันกดบัตร จะอ้างว่ากดไม่ทัน หรือระบบมีปัญหา แต่จะบอกว่า "มีน้องที่รู้จักกดได้" ให้โอนเงินค่าบัตรส่วนที่เหลือมาให้หมด
    3️⃣ ดึงเช็ง เลื่อนวันคืนเงิน: เมื่อถึงวันต้องส่งบัตร หรือเมื่อเหยื่อขอยกเลิกและขอเงินคืน มิจฉาชีพจะบ่ายเบี่ยง เลื่อนวันคืนเงินไปเรื่อยๆ (อ้างว่ารอเงินจากจีน, อ้างว่าบัญชีโดนอายัด)
    4️⃣ เทคนิคเอาตัวรอด "คืนเงินเฉพาะคนทวงหนัก": นี่คือจุดที่ผมได้ข้อมูลวงในมาครับ มิจฉาชีพพวกนี้จะพยายามจบคดีด้วยการ "คืนเงินให้เฉพาะคนที่ตามทวงหนักๆ หรือคนที่ไปแจ้งความ" เพื่อขอให้ถอนแจ้งความ ส่วนใครที่ไม่ตาม ไม่ทวง มันก็จะเงียบหายและเอาเงินไปฟรีๆ เลยครับ!
    🛑 Blacklist: เปิดชื่อบัญชีม้า "แก๊งกดบัตรทิพย์"
    จากการรวบรวมข้อมูลผู้เสียหายที่แจ้งความเข้ามาในระบบ นี่คือรายชื่อบัญชีม้าหลักๆ ที่เกี่ยวโยงกับแก๊งนี้ครับ:
    ศุภกร โลณวัณต์ (ไทยพาณิชย์ และ กสิกรไทย)
    รับโอนหลายรายการ รวมความเสียหายเฉพาะในระบบหลายหมื่นบาท
    กัญญาณัถ สุขประเสริฐ (กรุงเทพ)
    รับโอนหลายรายการ เช่น 34,600 บาท, 25,200 บาท, 8,600 บาท ฯลฯ
    ภลิญณ์ธิสา สุขสมบูรณ์ (ออมสิน)
    รับโอนหลายรายการ เช่น 21,600 บาท, 18,900 บาท, 15,800 บาท ฯลฯ
    สุพรรษา บุญนาม (กรุงไทย และ ทหารไทยธนชาต)
    รับโอนหลายรายการ เช่น 12,000 บาท, 2,500 บาท ฯลฯ
    (ยอดความเสียหายในระบบเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น ความเสียหายจริงที่เหยื่อรวมตัวกันประเมินว่าทะลุหลักล้านบาทครับ!)
    🛡️ รวมตัวฟ้อง อย่าให้คนโกงมีที่ยืน!
    พี่น้องครับ ผมขอย้ำเตือนตรงนี้เลยว่า "อย่าปล่อยให้คนโกงลอยนวล!"
    มิจฉาชีพพวกนี้อาศัยความกลัวและความรำคาญของเราในการดำเนินคดี บางคนเห็นว่าเป็นเงินหลักพันเลยไม่อยากเสียเวลาไปแจ้งความ แต่นั่นแหละครับคือสิ่งที่พวกมันต้องการ!
    ต้องแจ้งความเอาผิดให้ถึงที่สุด: หากคุณเป็นผู้เสียหาย ให้รีบโทร 1441 อายัดบัญชี และนำหลักฐานไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ หรือแจ้งความออนไลน์
    รวมกลุ่มผู้เสียหาย: การรวมกลุ่มกันไปร้องเรียนที่กองปราบปราม หรือ สอท. จะทำให้คดีมีน้ำหนัก และเห็นถึงมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง ซึ่งจะนำไปสู่การจับกุมตัวการใหญ่ได้ครับ
    อย่าใจอ่อนยอมความง่ายๆ: การรับเงินคืนเป็นเรื่องดีครับ แต่เราต้องตระหนักด้วยว่า การถอนแจ้งความจะทำให้มิจฉาชีพกลับไปหลอกคนอื่นต่อได้ การดำเนินคดีให้ถึงที่สุดคือการปกป้องสังคมครับ
    ฝากเตือนน้องๆ แฟนคลับทุกคนนะครับ การซื้อบัตรคอนเสิร์ตผ่านร้านรับกดบัตร หรือซื้อต่อจากคนอื่นในโซเชียล มีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกโกง พยายามซื้อผ่านช่องทาง Official หรือซื้อต่อแบบนัดเจอตัวและจ่ายเงินสดเท่านั้นครับ!
    #หลอกกดบัตรคอนเสิร์ต #บัญชีม้า #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก

    21 min

About #รู้ทันมิจ

From the publisher's feed

พอดแคสต์ที่จะพาคุณอัปเดต “ภัยกลโกง” ทุกรูปแบบจากมิจฉาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคใหม่ๆ ในโลกออนไลน์หรือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน 🚨