1. ไต้หวันเอาอยู่ คุมโควิดได้ ชี้สาเหตุสำคัญมาจากความร่วมมือและการตื่นตัวของประชาชน รวมทั้งการฉีดวัคซีนครอบคลุมมากขึ้น
ช่วงสองสัปดาห์มานี้ ไต้หวันคุมสถานการณ์โควิดในไต้หวันเอาไว้ได้ ยอดจำนวนผู้ป่วยรายวันลดลงเหลือ 10-30 ราย ยอดตายบางวันไม่มีเลย ถือเป็นข่าวที่น่าชื่นใจ สาเหตุที่คุมสถานการณ์โควิดรอบใหม่ซึ่งมาแรงเอาไว้ได้ ส่วนหนึ่งมาจากประชาชนให้ความร่วมมือและตื่นตัว ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค อีกประการหนึ่งมาจากไต้หวันเป็นเกาะ การปิดกั้นพรมแดนทำได้ง่ายกว่า ขณะที่การฉีดวัคซีนยังคงดำเนินต่อไป จนถึงวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ มีการฉีดวัดซีนป้องกันโควิดครอบคลุมทั่วไต้หวันไปแล้ว 30% ทำให้ไต้หวันไต่อันดับขึ้นมาอยู่ที่ 40 ของ 53 กลุ่มประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจมูลค่าเกินกว่า 200,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐและมีสัดส่วนการฉีดวัคซีนมากที่สุด กระเตื้องขึ้นจากเดือนมิถุนายน 4 อันดับ
บรรยากาศตลาดกลางคืนที่ไทจง หลังลดระดับมาตรการป้องกันโรค ผู้คนยังไม่ค่อยคึกคัก
ด้วยเหตุนี้ ไต้หวันจึงผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรคอย่างระมัดระวัง โดยประกาศลดระดับป้องกันโรคจากระดับ 3 ลงเป็นระดับ 2 อนุญาตให้ไปรับประทานอาหารในร้านได้อย่างมีเงื่อนไข คือนั่งเว้นระยะ จัดที่นั่งแบบสลับฟันปลา แต่มีบางเมืองที่ฝืนคำสั่งส่วนกลาง โดยเฉพาะไทเปและนิวไทเป ยังไม่อนุญาตให้กินอาหารในร้าน ให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้น เพราะกลัวโควิดจะกลับมาระบาดใหม่ รอดูสถานการณ์ 1 สัปดาห์ก่อน เพราะฉะนั้น คนไทเปทั้งหลาย มีบางคนพาครอบครัวไปกินอาหารถึงที่เถาหยวน
เมืองต่างๆ เปิดให้กินอาหารในร้านได้อย่างจำกัดจำนวนลูกค้า ยกเว้นไทเป นิวไทเปและอี๋หลานที่ให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้น
2. สถานการณ์โควิดทุเลา รัฐบาลเตรียมแผนเยียวยากระตุ้นเศรษฐกิจ ปีที่แล้วเคยจำหน่ายคูปอง 3 เท่า ปีนี้เล็งขายคูปอง 5 เท่า
สถานการณ์โควิดบรรเทาลง รัฐบาลเริ่มแผนเยียวยาธุรกิจต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะธุรกิจบริการ ร้านอาหารและการท่องเที่ยว ฯลฯ เตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการจำหน่ายคูปอง ปีที่แล้วจำหน่ายคูปอง 3 เท่า คือประชาชนจ่าย 1,000 เหรียญ ซื้อคูปองที่มีมูลค่า 3,000 เหรียญไปจับจ่ายซื้อของ ค่อนข้างประสบความสำเร็จ ปีนี้มาใหม่ ส.ส.พรรครัฐบาลเสนอให้ดันแผนออกคองปอง 5 เท่า คือให้ประชาชนจ่าย 1,000 เหรียญ ซื้อคูปองที่ใช้ได้เช่นเดียวกับเงินสดมูลค่า 5,000 เหรียญ พูดง่ายๆ คือออก 1,000 ได้ 4,000 รวมเป็น 5,000 เหรียญ จริงๆ แล้วควรเรียกว่าคูปอง 4 เท่า เพราะประชาชนออกทุน 1,000 เหรียญ แต่เพื่อให้ฟังดูแล้วโก้ เลยเรียกคูปอง 5 เท่า หรืออาจเพิ่มเป็นคูปอง 10 เท่าก็ได้ ขณะที่มีการหยั่งเสียงประชาชน โดยจัดให้โหวตว่า อยากได้คูปอง 5 เท่า หรือเงินสด เสียงสนับสนุนให้จ่ายเงินสดสูงถึง 67%
คูปองกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 เท่าที่จำหน่ายเมืองปีที่แล้ว
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านอย่างก๊กมินตั๋ง เรียกร้องให้จ่ายเป็นเงินสดเลย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพิมพ์คูปอง เงินที่ประหยัดได้สามารถนำมาแจกให้ประชาชน แต่เนื่องจากที่นั่งในสภาฯ มีน้อยกว่า คาดว่าเสียงเรียกร้องนี้ คงไม่กระทบต่อการตัดสินใจของรัฐบาล ส่วนสภาเทศบาลเถาหยวนและอี๋หลาน ซึ่งก๊กมินตั๋งมีสมาชิกสภาเทศบาลมากกว่า ผ่านมติให้เมืองเถาหยวนและอี๋หลานจ่ายเงินสดเยียวยาประชาชนคนละ 5,000 เหรียญและ 10,000 เหรียญตามลำดับ แต่มตินี้ ไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย และพ่อเมืองเถาหยวนกล่าวว่า เถาหยวนไม่มีงบประมาณที่เพียงพอ เพราะเถาหยวนมีประชากรมากกว่า 2 ล้านคน คนละ 5,000 เหรียญ ต้องใช้งบ 10,000 ล้านเหรียญไต้หวัน ส่วนผู้ว่าการเมืองอี๋หลานกล่าวว่า จะพยายามของบประมาณจากรัฐบาลกลาง
คูปองกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 เท่าที่จำหน่ายเมืองปีที่แล้ว
3. อยากเป็นคนจินเหมิน! พ่อเมืองจินเหมินเล็งกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาประชาชนด้วยการแจกเงินสด 5,000 + คูปอง 3,000 เหรียญ
นายหยางเจิ้นอู๋ ผู้ว่าการเมืองจินเหมิน ประกาศแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาประชาชนด้วยการแจกเงินสด 3,000+3,000 เหรียญ กล่าวคือจะแจกเงินสด 3,000 เหรียญก่อนทันที หลังจากสภาเทศบาลผ่านงบประมาณแล้ว จ่ายคูปองเพิ่มอีกคนละ 3,000 เหรียญ ด้านสภาเทศบาลจินเหมิน ซึ่งพรรคก๊กมินตั๋งครองที่นั่งส่วนใหญ่ ไม่เพียงแต่จะเห็นด้วย ยังเพิ่มวงเงินเยียวยาจาก 3,000 เป็น 5,000 เหรียญ โดยจะแจกเงินสดให้ประชาชนคนละ 5,000 เหรียญก่อนทันที หลังจากสภาเทศบาลผ่านงบประมาณแล้ว จ่ายเพิ่มคูปองอีกคนละ 3,000 เหรียญ เท่ากับได้คนละ 8,000 เหรียญ
คูปองกระตุ้นเศรษฐกิจแจกฟรีของจินเหมินเมื่อปีที่แล้ว
จินเหมินจัดเป็นเมืองที่มีสวัสดิการดีที่สุดในบรรดาเมืองต่างๆ ทั่วไต้หวัน เนื่องจากจินเหมินมีโรงงานผลิตสุราเกาเหลียงที่ทำกำไรมาก ประมาณกันว่า งบประมาณที่ใช้สำหรับสวัสดิการในจินเหมินซึ่งมีปีละ 12,000 ล้านเหรียญไต้หวัน เกือบครึ่งมาจากกำไรของโรงเหล้าเกาเหลียง รัฐบาลเมืองจินเหมินนำมาปันผลกำไรให้ประชาชนทุกคน อย่างเช่น ชาวจินเหมินอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ละปี จะได้รับสิทธิพิเศษซื้อเหล้าเกาเหลียงในราคาพิเศษ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ลัง หรือ 12 ขวด ช่วงเทศกาลตรุษจีน ไหว้บ๊ะจ่างและไหวพระจันทร์ ไม่ได้แจกฟรี ต้องซื้อแต่ราคาพิเศษคือ 4,800 เหรียญต่อลัง ขณะที่ราคาตลาด ลังละ 8,500 ถึง 10,000 เหรียญ เท่ากับว่า ชาวจินเหมิน แต่ละปี จะได้กำไรจากการขายเหล้าเกาเหลียงมากกว่า 10,000 เหรียญ สตรีชาวจินเหมินที่ตั้งครรภ์ ลูกคนแรกจะได้รับเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดู 20,000 เหรียญ ถ้าเป็นลูกฝาแฝด รับไปเลย 60,000 เหรียญ แฝด 3 รับ 120,000 เหรียญไต้หวัน เด็กอายุก่อน 5 ขวบ จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,000-6,000 เหรียญต่อคน และช่วยเหลือค่าจ้างแม่นมเดือนละ 3,000 เหรียญต่อคน จนถึงอายุ 2 ขวบ
โรงงานผลิตสุราเกาเหลียงจินเหมินทำไรมาก เทศบาลจินเหมินคืนกำไรให้ประชาชน ทำให้สวัสดิการสังคมที่จินเหมินดีที่สุดในไต้หวัน
นักเรียนนักศึกษาในจินเหมินมีความสุขที่สุด เพราะเด็กชั้นประถมถึงมัธยม นอกจากเรียนฟรีแล้ว ยังมีอาหารกลางวันฟรี และดื่มนมสดฟรี นักเรียนชั้นมัธยมปลายและนักศึกษามหาวิทยาลัยจะได้รับเงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียนเทอมละ 10,000 เหรียญ ค่าพาหนะ 4,000 เหรียญ มหาวิทยาลัยจินเหมิน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ยังแจกทุนการศึกษาแก่ผู้เรียนดี ตั้งแต่ 400,000-4,000,000 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ชาวเมืองจินเหมินนั่งรถประจำทาง เรือข้ามฟากระหว่างเกาะแก่งต่างๆ ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยสารเครื่องบินได้ส่วนลด 30% ไปหาหมอที่โรงพยาบาล ค่าลงทะเบียนบนเกาะไต้หวัน เริ่มจาก 150-450 เหรียญ แต่ที่จินเหมินฟรี ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน แต่หากไปหาหมอที่คลินิก ในไต้หวันจ่ายค่าลงทะเบียน 150-250 เหรียญ แต่ที่จินเหมินจ่ายพอเป็นพิธีเพียง 20 เหรียญเท่านั้น
สภาพบ้านเมืองบนเกาะจินเหมิน จากสมรภูมิรบในอดีต ปัจจุบันกลายเป็นเมืองท่องเที่ยว และเป็นเมืองที่มีสวัสดิการดีสุดในไต้หวัน
เมื่อมีสวัสดิการดีเช่นนี้และค่าครองชีพถูก จึงดึงดูดผู้คนจากเกาะไต้หวันย้ายทะเบียนบ้านไปยังจินเหมินจำนวนมาก เฉลี่ยทุก 2 ปีมีประชากรเพิ่มขึ้น 10,000 คน ขณะที่มีบางคนต้องการหลบหนี้ ก็นิยมหนีไปกบดานที่จินเหมิน เพราะอยู่ไกลจากเกาะไต้หวัน ทำให้ปัจจุบัน รัฐบาลเมืองจินเหมินต้องตรวจเข้มคุณสมบัติของผู้ย้ายถิ่นฐาน
นายหยางเจิ้นอู๋ ผู้ว่าการเมืองจินเหมิน
4. ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ 8 ส.ค. เป็นทั้งวันพ่อของไต้หวัน และวันประตูยมโลกเปิด เริ่มต้นเดือนผี จะทำอะไรให้ระมัดระวัง
สัปดาห์หน้ามีวันสำคัญของไต้หวันวันหนึ่ง คือวันพ่อแห่งชาติ (爸爸節) ซึ่งตรงกับวันที่ 8 สิงหาคม แม้วันพ่อจะไม่มีการจัดกิจกรรมฉลองมากเท่าวันแม่แห่งชาติ แต่ก็ถือเป็นวันที่ลูกๆ ชาวไต้หวันให้ความสำคัญ ส่วนมากจะส่งมอบของขวัญให้คุณพ่อหรือไม่ก็พาคุณพ่อไปทานข้าวหรือพาไปเที่ยวเป็นต้น อย่างไรก็ดีปีนี้บังเอิญว่า วันพ่อแห่งชาติของไต้หวันตรงกับวันที่ 1 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติจีน ซึ่งตามความเชื่อดั้งเดิมของจีนถือเป็นวันที่ประตูยมโลกเปิด เพื่อปล่อยให้ภูตผีหรือวิญญาณล่องลอยขึ้นมาบนโลกมนุษย์ โดยเวลาที่ประตูยมโลกเปิดจะเป็นช่วงเที่ยงคืนวันสุดท้ายของเดือน 6 ซึ่งปีนี้ก็คือกลางดึกของคืนวันที่ 7 ส.ค.นั่นเอง สำหรับชาวไต้หวันแล้วการเซ่นไหว้ในเดือน 7 หรือเดือนผี ถือว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการเซ่นไหว้ในเทศกาลสำคัญๆ ซึ่งได้แก่ วันตรุษจีน วันไหว้บ๊ะจ่าง และวันไหว้พระจันทร์เลยทีเดียว
พิธีเซ่นไหว้ห่าวซงตี้หรือผีไร้ญาติที่ศาลเจ้าเหล่าต้ากงเมี่ยวที่เมืองจีหลงเมื่อปีก่อน
สาเหตุเพราะคนไต้หวันให้ความสำคัญกับการเซ่นไหว้ผีไร้ญาติ ซึ่งชาวไต้หวันเรียกว่า ห่าวซงตี้ (好兄弟 ) หรือที่คนไทยเรียกกันว่า สัมภเวสี ในเดือน 7 เพราะเชื่อว่า จะทำให้บรรดาภูตผีไม่มารบกวนหรือทำร้ายผู้คน โดยพิธีเซ่นไหว้จะแบ่งเป็น เซ่นไหว้ในวันที่ 1 เดือน 7 หรือวันแรกที่ประตูยมโลกเปิด เพื่อเป็นการต้อนรับบรรดาผีไร้ญาติทั้งหลาย ตามด้วยวันที่ 15 เดือน 7 หรือวันสาร์ทจีน (中元節) และวันสุดท้ายของเดือน 7 ซึ่งเป็นวันที่ประตูยมโลกจะปิดลง ดวงวิญญาณของผีไร้ญาติจะต้องกลับลงไปสู่ยมโลกตามเดิม
ในวันสารทจีน จะมีประเพณีประกวดหมูขุน ซึ่งแต่ละตัวน้ำหนัก 500-600 กก. แต่ปัจจุบันหลายพื้นที่เลิกประเพณีนี้ไปแล้ว เพราะถูกวิจารณ์ว่าทรมานสัตว์
นอกจากการเซ่นไหว้ผีไร้ญาติแล้ว ในเดือน 7 ยังมีธรรมเนียมปฏิบัติและข้อห้ามหลายอย่างที่น่าสนใจ อาทิ
1) หลีกเลี่ยงออกนอกเคหสถานในยามค่ำคืน รวมถึงหลีกเลี่ยงการถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอในช่วงกลางคืน เพราะเกรงว่าอาจจะถ่ายเอาวิญญาณของภูตผีติดเข้าไปด้วย
2) หลีกเลี่ยงไปสถานพยาบาล เพราะถือเป็นสถานที่มีพลังหยิน-หยางขาดความสมดุล ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกาย
3) หลีกเลี่ยงจัดงานมงคลสมรส หลีกเลี่ยงการซื้อขายบ้าน รถยนต์ ขึ้นบ้านใหม่ เปิดร้านใหม่ เปิดกิจการใหม่ เซ็นสัญญาซื้อขาย
พิธีเผาเรือกระทงส่องทางให้ฝีไร้ญาติที่ศาลเจ้าเหล่าต้ากงในเมืองจีหลงเมื่อปีก่อน
4) ห้ามตากเสื้อผ้ายามกลางคืน เพราะอาจดึงดูดภูตผีให้เข้ามาในบ้าน
5) ห้ามผิวปาก เป่าปี่ ขลุ่ย ดีดพิณ และเครื่องดนตรีที่มีทำนองเอื่อยๆ เพราะจะทำให้รู้สึกโศกเศร้า เชื่อว่าเป็นท่วงทำนองเดียวกับดนตรีในโลกแห่งวิญญาณ จะดึงดุดภูตผีให้เข้ามาหา
6) ห้ามต้ดเล็บยามกลางคืน เพราะเชื่อว่าวิญญาณในร่างกายมนุษย์สามารถหลุดออกจากร่างผ่านทางนิ้วมือได้ การตัดเล็บยามกลางคืนจะดึงดูดวิญญาณจากยมโลกเข้าหาตัวเรา
7) อย่าแขวนกระดิ่งไว้ที่หน้าต่างห้องนอน เพราะเสียงกระดิ่งจะเรียกวิญญาณเข้ามา
8) อย่านำหุ่น ตุ๊กตาหรือรูปสลักเข้าบ้าน เพราะวิญญาณมักจะเข้าไปสิงสถิตย์อยู่ในสิ่งเหล่านี้
ปีก่อนๆ เมืองจีหลงจะมีพิธีเซ่นไหว้ผีไร้ญาติตลอดเดือน 7 ทั้งเดือน