1. สถานการณ์โควิดในไต้หวันรุนแรงขึ้น 15 พ.ค. วันเดียวตัวเลขพุ่ง 180 ราย ในจำนวนนี้กรุงไทเปมีผู้ป่วยรายใหม่ 89 ราย รองลงมานครนิวไทเป 75 ราย จางฮั่ว 6 ราย เถาหยวน 4 ราย อี๋หลาน 4 ราย จับตาตัวเลขผู้ป่วยในวันนี้
วันที่ 15 พ.ค. เป็นวันที่ทำให้ชาวไต้หวันผวามากที่สุดวันหนึ่ง เพราะผู้ป่วยยืนยันโรคโควิดในประเทศพุ่งพรวด 180 ราย ในจำนวนนี้กรุงไทเป มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มมากที่สุด 89 ราย ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเขตวั่นหัว โดยเฉาะคลัสเตอร์โรงน้ำชา ซึ่งเป็นสถานบันเทิงและเป็นเอกลักษณ์ของวั่นหัว มีผู้ติดเชื้อเพิ่มใหม่ 45 ราย รวมสะสม 66 ราย อันดับ 2 คือนครนิวไทเป 75 ราย ส่วนใหญ่จะพบที่เขตปั่นเฉียวและเขตซินจวง และผู้ป่วยรายใหม่เหล่านี้ กว่าครึ่งมีอายุระหว่าง 40-59 ปี มีจำนวน 88 ราย ส่วนผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มี 60 ราย ครองสัดส่วนประมาณ 30% 20-39 ปี 28 ราย 10-19 ปี 3 ราย อายุต่ำกว่า 9 ขวบ 1 ราย
แผนที่ผู้ติดเชื้อโควิดในเมืองต่างๆ เมื่อวันที่ 15 พ.ค. (จัดทำโดย udn.com)
ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคประกาศยกระดับมาตรการป้องกันโรคเป็นระดับ 3 ในกรุงไทเปและนครนิวไทเป ซึ่งกำหนดให้ประชาชนหากไม่มีความจำเป็น ควรงดออกนอกบ้านหรือไปทำกิจกรรมต่างๆ แต่หากจำเป็นต้องออกจากบ้านต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คนในห้อง และเกิน 10 คนในสถานที่กลางแจ้ง ปิดสถานประกอบการ สถานบันเทิงและสถานที่สาธารณะทั้งหมด ยกเว้น การบริการที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพ การบังคับใช้กฎหมาย การรักษาพยาบาล และหน่วยงานภาครัฐ และร้านอาหาร ภัตตาคารให้ใช้ระบบลงทะเบียนยืนยันตัวตน ฆ่าเชื้อที่มือของลูกค้า พนักงานและสถานประกอบการอย่างเคร่งครัด
บรรยากาศในห้างขายส่ง ชาวไต้หวันแห่ซื้อของมาตุนไว้
ส่วนเมืองอื่นที่อยู่ติดกัน ได้แก่นครเถาหยวน จีหลงและอี๋หลาน อยู่ระหว่างระดับ 2-3 ผู้ว่าการเกาสงและไถหนานประกาศเข้าสู่ระดับ 2-3 เช่นกัน ทำเอาชาวไต้หวันแห่ซื้อของกินของใช้และหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์มาตุนจนเกลี้ยงแผงแทบทุกห้าง จนต้องมีการจำกัดการซื้อ แต่จริงๆ แล้ว สินค้าทุกชนิดมีให้ซื้อได้อย่างเพียงพอ ไม่ต้องแห่ซื้อมาตุนไว้
ต้องจับตาดูว่า ตัวเลขวันนี้จะพุ่งขึ้นอีกหรือลดลง ซึ่งจะเป็นการบ่งบอกว่า รัฐบาลจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดในระลอกใหม่อยู่หมัดหรือไม่
ห้างขายส่งขนาดใหญ่หลายแห่งสินค้าเกลี้ยงแผง
2. หลานอวี่ เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิกที่ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของชนเผ่าต๋าอู้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด สัมผัสกับบรรยากาศแห่งเทศกาลปลาบิน และพบเจอกับราวแขวนปลาบินในทุกซอกทุกมุมบนเกาะ
สัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันมีโอกาสไปพักผ่อนที่เกาะหลานอวี่ (蘭嶼 ) เกาะเล็กๆ ที่อยู่รอบนอกเกาะไต้หวัน ได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่ยังอนุรักษ์วัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมืองบนเกาะได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด และนั่นก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ดิฉันอยากไปเกาะแห่งนี้ ส่วนเหตุผลรองลงมา คือปลาบิน ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของเกาะหลานอวี่ เนื่องจากเกาะแห่งนี้ จะเป็นแหล่งปลาบินที่อุดมสมบูรณ์ จึงกลายเป็นอาหารหลักของคนบนเกาะนี้
หลานอวี่ (蘭嶼 ) เกาะเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากเมืองไถตงไปทางทิศตะวันออก 92.2 กม. ได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่ยังอนุรักษ์วัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมืองบนเกาะได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด
ก่อนจะเล่าเรื่องปลาบิน เรามารู้จักเกาะหลานอวี่กันก่อน เกาะหลานอวี่ หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ Orchid Island แต่ชื่อในภาษาพื้นเมืองคือ Ponso no Tao แปลว่า เกาะแห่งมนุษย์ (人之島) เป็นเกาะภูเขาไฟ กลางมหาสมุทรแปซิฟิก มีพื้นที่ประมาณ 48.39 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศของเกาะคือริมทะเลจะเป็นโขดหินปะการัง สีดำคล้ำ ไม่มีหาดทรายขาวใส สวยๆเหมือนเกาะที่บ้านเรา พื้นที่กลางเกาะเป็นภูเขาสูงชัน และเป็นป่าดงดิบ เหลือพื้นที่ริมทะเลให้คนอาศัยไม่มาก ประชากรบนเกาะนี้มีเพียง 5,082 คน (ณ สิ้นปี พ.ศ.2561 ) มีฐานะเป็นตำบลหนึ่งของเมืองไถตง ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกของเกาะไต้หวัน
เรือแคนู (拼板舟 ) ที่ทำจากท่อนซุงของชนเผ่าต๋าอู้ ท่ามกลางอาทิตย์อัสดง
ส่วนสภาพภูมิอากาศของเกาะหลานอวี่ เป็นแบบเขตร้อน มีฝนตกบ่อยมาก เฉลี่ยปีละ 224 วัน ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 3,000 มิลลิเมตร ดังนั้นใครจะไปเที่ยวที่เกาะแห่งนี้ต้องทำใจ เพราะอาจจะเจอฝนตกทำให้เที่ยวไม่สนุก ช่วงฤดูร้อนจะเป็นช่วงที่เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวที่เกาะแห่งนี้ เพราะจะเป็นช่วงเทศกาลปลาบิน แต่ที่ต้องระวังคืออาจเจอพายุไต้ฝุ่น ซึ่งจะทำให้เรือข้ามฟากหยุดให้บริการ คุณอาจต้องติดอยู่ที่เกาะหลานอวี่จนกว่าไต้ฝุ่นจะพัดผ่านไป แต่พอถึงฤดูหนาว ลมจะแรงมากและอากาศหนาวจัด จึงไม่เหมาะที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว ถือเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ร้านรวงต่างๆ หรือแม้แต่ที่พักซึ่งเป็นลักษณะของโฮมสเตย์ส่วนใหญ่จะปิดบริการ
คุณอัญชันมองไปทางทะเลอันเวิ้งว้าง เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
ดิฉันตัดสินใจเดินทางไปหลานอวี่เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากที่อยากจะไปตั้งนานแล้ว แต่จัดตารางเวลาชีวิตของตัวเองให้ตรงกับช่วงเทศกาลปลาบินของเกาะหลานอวี่ไม่ได้สักที ปีนี้ต้องขอบคุณ โควิด-19 ที่ทำให้มีเวลาว่างมากกว่าทุกปี และช่วงก่อนไปหลานอวี่ ไต้หวันยังถือว่าควบคุมการระบาดของโควิดได้ดี ผู้คนจึงเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอย่างคึกคัก เพราะยังเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศกันไม่ได้ (แต่หลังวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา ไต้หวันพบการระบาดในชุมชน มีผู้ติดเชื้อในประเทศมากขึ้น ทำให้รัฐบาลเพิ่มความเข้มขันในการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรค บรรยากาศการท่องเที่ยวจึงไม่คึกคักเหมือนช่วงที่ผ่านมา)
ระหว่างทางไป จะมองเห็นฝูงปลาบินบินขึ้นเหนือน้ำ
กลับมาพูดเรื่องเกาะหลานอวี่กันต่อ ระหว่างที่ไปพักบนเกาะนี้ 2 คืน 3 วันได้ตระเวนเที่ยวทั่วเกาะ ซึ่งก็พบว่า วิถีชีวิตของคนพื้นเมืองบนเกาะซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าต๋าอู้ ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมกันอยู่ ได้เห็นชาวประมงรุ่นใหญ่ นำเรือแคนู (拼板舟 ) ที่ทำจากท่อนซุง เจาะตรงกลางให้เป็นท้องเรือแล้วแกะสลักข้างตัวเรือ ประดับหัวและหางเรือของพวกเขาอย่างสวยงาม ออกทะเลไปหาปลา ตอนแรกดิฉันหรือแม้แต่ชาวไต้หวันเองส่วนใหญ่ก็นึกว่า เรือแคนูสวยๆ ที่จอดอยู่ริมทะเลตามหน้าอ่าวและท่าเรือประมง จะจอดหรือตั้งโชว์นักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ เป็นเรือที่ใช้ทำประมงจับปลากันจริงๆ โดยเฉพาะใช้ในการจับปลาบินในเทศกาลปลาบินที่จะมีขึ้นในช่วงระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายนของทุกปี และเรือแคนูเหล่านี้ โดยทั่วไปห้ามคนต่างชนเผ่าแตะต้อง โดยเฉพาะผู้หญิงจะห้ามสัมผัสเรืออย่างเด็ดขาด เจ้าของเรือบางคนที่เคร่งๆ หน่อยเขาห้ามเข้าใกล้ด้วยซ้ำ
ปลาบินเป็นอาหารหลักของชาวเกาะหลันอวี่ หน้าบ้านทุกครัวเรือนจะแขวนราวตากปลาบินเต็มไปหมด
พูดถึงปลาบินชื่อภาษาอังกฤษคือ flying fish หมายถึงปลาที่บินได้ หรือเรียกอีกชื่อว่า ปลานกกระจอก มีชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า Tobiuo ซึ่งแปลตรงตัวว่าปลาบิน เช่นกัน เป็นปลาทะเลขนาดเล็ก มีครีบขนาดใหญ่และยาวคล้ายปีก เมื่อว่ายด้วยความเร็วสูงแล้วกางครีบออกจะกระโดดได้ไกลเหมือนบินได้ มักจับได้ในช่วงหน้าร้อน พบในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ไต้หวันพบมากที่เกาะหลานอวี่ และพบประปรายในทะเลทางฝั่งตะวันออกของไต้หวัน
ปลาบินเป็นอาหารหลักของชาวเกาะหลันอวี่ หน้าบ้านทุกครัวเรือนจะแขวนราวตากปลาบินเต็มไปหมด
ช่วงที่ดิฉันนั่งเรือทั้งขาไปและกลับก็ได้เห็นปลาบิน บินขึ้นมาเหนือน้ำทะเลเยอะแยะเลย ที่เกาะหลานอวี่มีทริปพาไปจับปลาบินในตอนกลางคืนด้วย แต่ดิฉันไม่ได้ไปมัวแต่นั่งชิมเมนูปลาบิน...555 ที่มีตั้งแต่ทอดและย่างปลาบินแบบสดๆกับแบบตากแดดเดียว ปลาบินผัดใบโหระพากับขิงแก่ ห่อหมกปลาบินใส่หน่อไม้ดอง ขนมปังหน้าไข่ปลาบิน กุนเชียงไข่ปลาบิน และอื่นๆ เอร็ดอร่อยมาก รสชาติคล้ายๆ ปลาทูแต่เนื้อจะหนากว่าและแน่นกว่า ปลาชนิดนี้ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชนเผ่าต๋าอู้ และเป็นอัตลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมชนเผ่าต๋าอู้เลยทีเดียว จากข้อมูลระบุว่า เทศกาลปลาบินของชนเผ่าต๋าอู้จะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ระหว่างนี้จะมีการทำพิธีบูชา เพื่อเรียกปลาบินในท้องทะเล (召請飛魚 ) และขอให้ผลผลิตทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ ตามมาด้วยช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมจะเป็นฤดูจับปลาบิน ช่วงนี้ปลาจะโตเต็มที่และตัวเมียก็จะมีไข่ด้วย เมื่อจับปลามาได้เยอะๆ กินไม่หมด จะตากแห้งหรือรมควันเก็บไว้กินไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง และหลังเดือนกรกฎาคมไปแล้วจะห้ามจับปลาบินอย่างเด็ดขาด ถือว่าเป็นการสิ้นสุดเทศกาลปลาบิน และเมื่อหมดฤดูใบไม้ร่วงก็ห้ามกินปลาบินด้วย เพราะถือว่าเป็นการแสดงความเคารพต่อปลาบิน
เมนูปลาบินทอดกรอบเสิร์ฟร้อนๆ น่ากินมาก
นอกจากเรื่องของปลาบินแล้ว ที่อดพูดถึงไม่ได้คือทัศนียภาพของเกาะหลานอวี่ที่สวยงามและเป็นธรรมชาติมาก โดยเฉพาะสีของน้ำทะเลที่มีเฉดสีฟ้า คราม และสีน้ำเงินเข้ม ไล่กันไปตั้งแต่ริมชายฝั่งไปถึงกลางทะเล สวยงามมาก หากคุณนั่งอยู่ที่ศาลาพักริมทะเล ทิวทัศน์ด้านหน้าจะเป็นทะเลสีคราม เพียงคุณหันหน้าเข้าฝั่งก็จะได้เห็นทิวทัศน์ภูเขาสูงตระหง่านเขียวขจีอยู่เบื้องหน้า เพราะฉะนั้นใครที่ชอบถ่ายรูป ไปเกาะหลานอวี่จะได้รูปสวยๆ มากมาย ถ่ายมุมไหนก็สวย มุมไหนก็น่าถ่ายทั้งนั้น แต่อย่าไปช่วงวันหยุดนะคะ ถ่ายมุมไหนก็จะมีแต่คนเต็มไปหมด โดยเฉพาะเวลาชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก คนจะแย่งกันไปจับจองที่นั่งเพื่อรอถ่ายรูปกับแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณที่อ่าวตงชิงและยามอาทิตย์อัสดงที่ท่าเรือไคหยวน
เมนูปลาบินทอดกรอบเสิร์ฟร้อนๆ น่ากินมาก
ขนมปังหน้าไข่ปลาบิน น่ากินมาก
สำหรับการเดินทางไปเกาะหลานอวี่ ที่ได้รับความนิยมคือ ทางเรือ ด้วยการโดยสารเรือเฟอรี่จากท่าเรือฟู่กัง เมืองไถตง (台東富岡漁港) ซึ่งห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กม. ไปถึงท่าเรือไคหยวน เกาะหลานอวี่ (蘭嶼開元港) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5 ชม. (ห่างจากเกาะไต้หวันประมาณ 92.2 กม.) หรือจากท่าเรือโห้วปี้หู เมืองผิงตง (恆春後壁湖遊艇港) ไปยังท่าเรือไคหยวน เกาะหลานอวี่ จะใช้เวลาประมาณ 2.5 ชม (จากจุดนี้ห่างจากเกาะไต้หวันประมาณ 82.6 กม. ) ราคาตั๋วโดยสาร 1,200 เหรียญ
เมนูปลาบินทอดกรอบเสิร์ฟร้อนๆ น่ากินมาก
สำหรับคนที่จะเดินทางจากไทเปโดยรถไฟ ให้ไปลงที่สถานีไถตง จากนั้นต่อแท็กซี่ไปท่าเรือฟู่กัง (ระยะทางประมาณ 6 กม.) โดยสามารถเลือกนั่งรถไฟด่วนทาโรโกะ ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 3.5 ชม. (ค่าโดยสาร 783 เหรียญ) หรือรถไฟด่วนฟูยูมาซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 4 ชม.นิดๆ ถ้าอยากประหยัดก็นั่งรถไฟด่วนจื้อเฉียงใช้เวลาประมาณ 5 ชม.แต่ถ้าขับรถส่วนตัวจะใช้เวลาประมาณ 6 ชม. (ระยะทาง 345 กม.) หรือหากเดินทางจากเกาสงโดยรถไฟ สายนี้ไม่มีรถไฟด่วนทาโรโกะ มีแต่รถไฟด่วนฟูยูมาใช้เวลาประมาณ 2 ชม. (ค่าโดยสาร 362 เหรียญ) ถ้านั่งรถไฟด่วนจื้อเฉียงก็ประมาณเกือบ 3 ชม. (ระยะทาง 160 กม.) แล้วลงที่สถานีไถตงเช่นกัน ดิฉันไปจากเกาสงโดยทางรถยนต์ใช้เวลาชั่วโมงเศษๆระหว่างทางแวะถ่ายรูปทิวทัศน์ทะเลที่อยู่ริมถนนเกือบตลอดทาง
โดยสารเรือเฟอรี่จากท่าเรือฟู่กัง เมืองไถตง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กม. ไปลงท่าเรือไคหยวน เกาะหลานอวี่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5 ชม. ราคาโดยสารประมาณ 1,200 เหรียญ
ยังมีอีกวิธีหนึ่งคือนั่งเครื่องบินไปก็ได้ แต่เป็นเครื่องบินเล็กแบบใบพัด บินจากสนามบินเมืองไถตงไปลงที่สนามบินบนเกาะหลานอวี่ (台東機場-蘭嶼機場) ค่าโดยสาร 1,369 เหรียญไต้หวัน