คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่4 (124)
ชีวิตที่พระเจ้าและใครๆก็เป็นพยานให้ได้!
“ท่านเป็นพยานฝ่ายเรา
และพระเจ้าก็ทรงเป็นพยานด้วยว่า
เราได้ประพฤติตัวบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม
และปราศจากข้อตำหนิในหมู่พวกท่านที่เชื่อ”
~1 เธสะโลนิกา 2:10 THSV11
“You are witnesses, and so is God,
of how holy, righteous and blameless we were among you who believed.”
~1 Thessalonians 2:10 NIV
Sophocles กล่าวว่า
“ ไม่มีพยานใดจะเหลือร้าย และ ไม่มีผู้กล่าวหาใด
จะทรงพลังมากเท่ากับจิตสำนึกผิดชอบ ซึ่งอยู่ภายในตัวเรา!”
(There is no witness so terrible and no accuser so powerful
as conscience which dwells within us.)
วันนี้
จิตสำนึกผิดชอบคุณยังทำงานเป็นปกติดีอยู่หรือเปล่า?
คุณกล้ากล่าวกับ
1.ใครคนใดคนหนึ่งหรือ
2.กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือ
3.คริสตจักรใดคริสตจักรหนึ่งได้อย่างเต็มปาก
เหมือนอย่างที่อาจารย์เปาโล กล่าวดังต่อไปนี้ หรือไม่?
“พี่น้องทั้งหลาย ท่านคงจำได้ถึง
การทำงานอันเหน็ดเหนื่อย และความยากลำบากของเรา
เมื่อประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้าให้ท่านฟัง
เราทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อจะไม่เป็นภาระแก่ใครในพวกท่าน
ท่านเป็นพยานฝ่ายเรา และพระเจ้าก็ทรงเป็นพยานด้วยว่า
เราได้ประพฤติตัวบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม และปราศจากข้อตำหนิในหมู่พวกท่านที่เชื่อ ดังที่ท่านรู้แล้วว่า การวางตัวของเราก็เหมือนบิดาทำต่อบุตร คือ
เตือนสติ หนุนใจและกำชับให้ท่านดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสมต่อพระเจ้า
ผู้ทรงเรียกท่านให้เข้ามาในแผ่นดินและในพระสิริของพระองค์
เราขอบพระคุณพระเจ้าเสมอ เพราะว่าเมื่อ
ท่านทั้งหลายได้รับพระวจนะของพระเจ้าซึ่งท่านได้ยินจากเรา
ท่านไม่ได้รับไว้อย่างเป็นคำของมนุษย์ แต่ได้รับไว้ตามความเป็นจริง
คือเป็นพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งกำลังทำงานอยู่ภายในท่านที่เชื่อ”
~1 เธสะโลนิกา 2:9-13 THSV11
ใช่ครับ พี่น้องที่รัก
คุณสามารถพูดกับคนที่อยู่ด้วยกับคุณตลอดเวลา ได้อย่างเต็มปากหรือไม่ว่า
“พี่น้องทั้งหลาย ท่านคงจำได้ถึง
1.การทำงานอันเหน็ดเหนื่อย ~ที่ดูเป็นงานต่ำไม่น่าทำ
2.ความยากลำบากของเรา ~ที่ดูไม่มีเกียรติสักเท่าไร
เมื่อประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้าให้ท่านฟัง!“
~ที่อาจารย์เปาโล ทำด้วยตัวเอง โดยไม่ได้รู้สึกน่าอายอะไร และไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นมากเกืนไป
เหมือนที่ท่านกล่าวไว้ว่า
“และเราไม่เคยกินอาหารของใครโดยไม่จ่ายเงิน
แต่เราได้ทำงานหนักด้วยความพากเพียรทั้งกลางวันและกลางคืน
เพื่อจะไม่เป็นภาระแก่ใครในพวกท่าน”
~2 เธสะโลนิกา 3:8 THSV11
พี่น้องที่รัก
คุณยังคงสามารถกล่าวอย่างที่มโนธรรมของคุณไม่มีอะไรฟ้องได้ต่อไปหรือไม่ว่า
”1.เราทำงานทั้ง
1).กลางวัน และ
2).กลางคืน
เพื่อจะไม่เป็นภาระแก่ใครในพวกท่าน
ก.ท่านเป็นพยานฝ่ายเรา และ
ข.พระเจ้าก็ทรงเป็นพยานด้วยว่า
2.เราได้ประพฤติตัว
1).บริสุทธิ์
2).เที่ยงธรรม และ
3).ปราศจากข้อตำหนิในหมู่พวกท่านที่เชื่อ
ดังที่ท่านรู้แล้ว
3.เราวางตัวของเรา เหมือนบิดาทำต่อบุตร คือ
1).เตือนสติ
2).หนุนใจและ
3).กำชับ ให้ท่านดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสมต่อพระเจ้า
(คือที่คู่ควรกับพระเจ้า~อฟ.4:1)
ผู้ทรงเรียกท่านให้เข้ามา
ก.ในแผ่นดิน (มธ.3:2;ลก.4:43;กจ.20:25;28:31) และ
ข.ในพระสิริ (มก.8:38;รม.5:2;8:18) ของพระองค์
4.เราขอบพระคุณพระเจ้าเสมอ เพราะว่าเมื่อ
1).ท่านทั้งหลายได้รับพระวจนะของพระเจ้าซึ่งท่านได้ยินจากเรา
2).ท่านไม่ได้รับไว้อย่างเป็นคำของมนุษย์ แต่
3).ท่านได้รับไว้ตามความเป็นจริง
คือเป็นพระวจนะของพระเจ้า
ซึ่งกำลังทำงานอยู่ภายในท่านที่เชื่อ!”
พี่น้องที่รัก ผมหวังว่า
1.คุณก็ได้กระทำเช่นเดียวกัน หรือ คล้ายคลึงกันกับที่อาจารย์เปาโลได้กล่าวมาแล้ว
2.คุณสามารถกล่าวอย่างเต็มปาก เหมือนอาจารย์เปาโลกล่าวได้เช่นกัน โดยไม่ขัดเขิน และ
3.คุณยังกล้าพูดอย่างเดียวกับที่ Paul Crouch กล่าวไว้ว่า
“ พระเจ้าทรงเป็นพยานของข้าพเจ้า
ขอพระองค์เล่นงานข้าพเจ้าให้หนัก
หากว่า ข้อกล่าวหาที่มีต่อข้าพเจ้าเป็นความจริง!”
(God as my witness, may He strike me down if this allegation is true.)
พี่น้องรัก
ท่านกล้าพูดอย่างที่กล่าวมาหรือไม่?
…ช่วยตอบที!
~~~~~~~~~~~~~~~~~
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์
2สิงหาคม 2024
#YoutubeCJCONNECT #thongchaibsc
#คริสตจักรแห่งความรัก #churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี