คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่4 (115)
ขอบคุณสำหรับความห่วงใย!
“ข้าพเจ้าชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้ายิ่งนัก
เนื่องจากในที่สุดพวกท่านก็กลับมาห่วงใยข้าพเจ้าอีกครั้ง
อันที่จริงท่านห่วงใยข้าพเจ้ามาตลอด แต่ไม่มีโอกาสที่จะแสดงออก”
~ฟีลิปปี 4:10 TNCV
“I was very glad in the Lord
because now at last you have shown concern for me again.
(Of course you were always concerned but had no way to show it.)”
~Philippians 4:10 CEB
ผมเดินทางกลับจากค่ายของคริสตจักร ชื่อ ค่ายว่า“ Be rooted !“ ที่ อยุธยา
พอกลับมาถึงหน้าบ้าน
ผมก็เอากระเป๋าเป้ วางบนเข่า และก้มลงจะหยิบกุญแจบ้านจากเป้
เพื่อเปิดประตูรั้วหน้าบ้าน
แต่ยังไม่ทันได้หยิบกุญแจพ้นจากกระเป๋าเป้
เท้าของผมก็ลื่นไถลล้มลงกับพื้น รู้แต่ว่าก้นกระแทกพื้นอย่างแรง
และศอกก็กระแทกกับพื้นด้วยความแรงในระดับเดียวกัน
ดีที่ลูกสาวอยู่ใกล้ จึงรีบวิ่งมา พร้อมคนขับรถตู้ของคริสตจักรที่มาส่งช่วยพยุงผมลุกขึ้น
เมื่อมองดู ก็เห็นศอกเขียวช้ำ แต่มีเลือดไหลออกมาด้วย
เมื่อเข้าบ้านก็คิดว่าจะหา ยามาทาเพื่อล้างแผลฆ่าเชื้อและระงับเลือด
แต่ปรากฏว่ายาที่มีอยู่ กลับหมดอายุ(ทั้งๆที่ขวดยังใหม่ๆเลย)
ลูกสาวของผมจึงบอกว่า จะพาไปโรงพยาบาล
ผมนั้นเป็นคนที่ไม่ชอบไปใช้บริการที่โรงพยาบาล
ก็เลยปฏิเสธไป
แต่ก็ขอบคุณพระเจ้าที่ลูกสาวแสดงความห่วงใยอย่างจริงจัง
ยังคงคะยั้นคะยอให้ผมไปโรงพยาบาลให้ได้
ในที่สุดผมก็ทานแรงรบเร้าชักชวนของลูกสาวไม่ไหว
เราจึงไปที่โรงพยาบาลด้วยกัน แต่ไม่รู้จะไปโรงพยาบาลไหน
เราก็เลยต้องค้นหาทางอินเตอร์เน็ท จนคิดว่าจะไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
แต่ในระหว่างที่รถแล่นไป จนจะเลี้ยวเข้าโรงพยาบาลที่ค้นชื่อมาจากเน็ทนั้น
ผมก็พลันนึกถึงอีกโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งผมผ่านอยู่บ่อยๆ
แต่ไม่เคยใช้บริการมาก่อน
ผมก็เลยบอกลูกสาวให้พาไปที่โรงพยาบาลนั้น
พอมาถึงโรงพยาบาลที่ดูค่อนข้างดี เราก็ตรงไปที่แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินในทันที
แต่ปรากฏว่าเสียเวลาพอสมควรกับการกรอกประวัติ และการถูกซักถามว่ามีประกันภัย
กับบริษัทใด ที่จะใช้ในการเคลมประกันค่ารักษาในครั้งนี้ได้
ผมก็หยิบเอาบัตรใบที่คิดว่าดีที่สุดให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไป
แต่รอไปพักนึงก็ยังไม่ได้รับการตรวจอะไร
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินกลับมาหา และบอกว่าติดต่อกับประกันชีวิตบริษัทดังกล่าวนั้นไม่ได้และถามผมว่า ยังมีประกันกับบริษัทอื่นไหม
ผมก็เลยหยิบอีก2ใบ ที่มีวงเงินประกันไม่มาก ใบหนึ่งเป็นของที่ลูกสาวคนโตซื้อให้
ใบที่สองเป็นประกันที่ผมเคยช่วยซื้อจากสมาชิกที่มาขายประกันในอดีต
และเวลานี้ ก็กำลังจะใกล้หมดอายุแล้วและมีวงเงินไม่สูงนัก
เจ้าหน้าที่บอกว่าใช้ได้ จึงดำเนินการให้ผมเข้าห้องตรวจ โดยไปนอนรออยู่ที่เตียง
จากนั่น เจ้าหน้าที่คนนั้นก็ไปตามหมอมา
หมอตรวจไปตรวจมาก็บอกว่าแปลกใจที่ทำไมเลือดยังไหลออกจากข้อศอกอยู่ตลอดเวลา
หมอจึงขอตรวจดูอีกรอบหนึ่ง แล้วบอกว่าต้องเย็บแผลเพราะว่าแม้ข้อศอกจะมีรูเล็กๆจนมองผ่านในตอนแรกแต่เพราะมีเลือดไหลออกเยอะ จึงจำเป็นต้องเย็บแผล
พูดเสร็จหมอก็เรียกเจ้าหน้าที่เอาอุปกรณ์เครื่องมือมาและดำเนินการเย็บแผลตรงเตียงของผมเลย
จากนั้นหมอก็ให้คนมาฉีดยากันบาดทะยัก และกำชับว่าบอกว่าผมต้องมาฉีดต่อเนื่องจนถึงปีหน้า
รวม3เข็ม
ต่อจากนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่มาพาผมไปเอกซเรย์ที่ห้องอื่น
ในช่วงนี้เองที่มีพี่น้องหลายท่านโทรศัพท์เข้ามาถามไถ่อาการด้วยความห่วงใย
หนึ่งในนั้น ก็คือ อาจารย์นิยมจาก Alpha และ ShareTheLoveForward ที่โทรมาตอนกำลังจะเอ็กซเรย์แขนผมพอดี
อาจารย์นิยมก็เลยโพสต์ให้อธิษฐานเผื่อผม
และขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกคำอธิษฐาน
ที่ทำให้ผลเอ็กซเรย์ ไม่ปรากฏรอยหักหรือแตกใดๆในกระดูก!
อย่างไรก็จาม ผมกังวลว่า พี่น้องจะห่วงใยต่อไปเพราะไม่ทราบข้อมูล
ก็เลยรีบโพสต์แจ้งข่าวออกไปว่า ผมไม่เป็นไรแล้ว
และขอบคุณทุกท่านสำหรับความห่วงใย และคำอธิษฐานเผื่อ!
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผมรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ได้สัมผัสถึงความห่วงใยทั้งจาก
1.คนในบ้าน คือลูกสาวทั้ง2 และ
2.พี่น้องนอกบ้าน
ที่ถามไถ่และอธิษฐานของผมตลอดเวลาในช่วงเวลาดังกล่าว
ทำให้ผมคิดถึงคำกล่าวของอาจารย์เปาโล ที่กล่าวกับ พี่น้องคริสตจักรฟิลิปปี ที่ว่า
“ข้าพเจ้าชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้ายิ่งนัก
เนื่องจากในที่สุดพวกท่านก็กลับมาห่วงใยข้าพเจ้าอีกครั้ง
อันที่จริงท่านห่วงใยข้าพเจ้ามาตลอด แต่ไม่มีโอกาสที่จะแสดงออก”
~ฟีลิปปี 4:10 TNCV
ผมจึงขออนุญาตนำพระคัมภีร์ข้อดังกล่าวนี้
มาแสดงความซาบซึ้งและขอบคุณต่อพี่น้องทุกๆท่านที่แสดงความห่วงใยต่อตัวผม
ด้วยถ้อยคำในฉบับคำแปลของ THA-Eแต่RVที่ว่า
“ผมดีใจและขอบคุณองค์เจ้าชีวิตมาก
เพราะในที่สุดพวกคุณก็กลับมาห่วงใยผมอีก
อันที่จริงคุณห่วงใยผมตลอดมาอยู่แล้ว แต่ไม่มีโอกาสแสดงออกมาเท่านั้นเอง”
~ฟีลิปปี 4:10 THA-ERV
ผมขอบคุณพระเจ้า สำหรับอุบัติเหตุ และความเจ็บป่วยในครั้งนี้
เพราะว่าได้เปิดโอกาสให้ทุกท่าน รวมทั้งลูกสาวของผมเองได้มีโอกาส
แสดงความห่วงใยต่อผมออกมา ทั้งๆที่ทุกคนอาจมีใจห่วงใยเช่นนั้นมาก่อนแล้ว
แต่ไม่มีโอกาสแสดงออกมา
พี่น้องที่รัก
1.บางครั้งความเจ็บป่วยของคนอื่น อาจเปิดโอกาสให้เรามีส่วนในชีวิตของเขา ผ่านแสดงความห่วงใยและความรักเมตตาต่อเขาอย่างเป็นรูปธรรมออกมา
ในทำนองเดียวกัน
2.บางครั้งพระเจ้าอาจอนุญาตให้เราประสบกับ
1).ปัญหา
2).อุปสรรค
3).อุบัติเหตุ หรือ
4).ความเจ็บป่วย
ก็เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นได้มีพื้นที่แสดงความห่วงใยในชีวิตของเราด้วยเช่นกัน
…อาเมนไหมครับ?