คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่4 (97)
ชีวิตเราขาดพระคัมภีร์ไม่ได้!
“พระองค์ตรัสตอบว่า “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า
‘มนุษย์จะดำรงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้
แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยพระวจนะทุกคำ
ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า’ ””
~มัทธิว 4:4 THSV11
“Jesus answered, “The Scriptures say:
‘No one can live only on food.
People need every word that God has spoken.’ ””
~Matthew 4:4 CEV
พระเจ้าบอกไว้ชัดเจนว่า
เราจะมีชีวิตอยู่ด้วยกันกินอาหารฝ่ายร่างกายอย่างเดียวคงไม่ได้
แต่เราต้องกินอาหารฝ่ายจิตวิญญาณด้วย และอาหารจิตวิญญาณที่ว่านั้นก็คือ
พระวจนะของพระเจ้าหรือที่เราเรียกกันว่า“พระคัมภีร์” นั่นเอง!
ดังนั้นเราต้องอ่านพระคัมภีร์ซึ่งเปรียบเหมือนกับการกินอาหาร
แต่เราอ่านพระคัมภีร์เพื่ออะไร?
James Merritt กล่าวว่า
“ วัตถุประสงค์เบื้องต้นของการอ่านพระคัมภีร์ไม่ใช่
เพื่อที่เราจะรู้พระคัมภีร์
แต่เพื่อที่เราจะรู้จักกับพระเจ้า!”
(The primary purpose of reading the Bible is not to know the Bible but to know God. )
ใช่ครับเราไม่ได้อ่านพระคัมภีร์เพื่อรู้เรื่องของพระคัมภีร์
แต่เราอ่านพระคัมภีร์เพื่อรู้จักกับพระเจ้าผู้ที่ดลใจให้เขียนพระคัมภีร์นั่นเอง!
พระคัมภีร์จึงเป็นของขวัญอันล้ำค่าจากพระเจ้าที่ให้มาเพื่อมนุษย์จะรู้จักกับพระองค์
Abraham Lincoln กล่าวว่า
“ผมเชื่อว่าพระคัมภีร์เป็นของเป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่พระเจ้าได้เคยให้แก่มวลมนุษยชาติ
สรรพสิ่งที่ดีงามจากองค์พระผู้ช่วยรอดของโลกได้ถูกสื่อสารมาถึงเราผ่านทางหนังสือเล่มนี้!“
(I believe the Bible is the best gift God has ever given to men.
All the good from the savior of the world is communicated to us through this book.)
จึง กล่าวได้ว่า ถ้าไม่มีพระคัมภีร์ เราก็ไม่มีทางรู้จักกับพระเจ้าได้
เพราะพระเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์ พระดำริ พระทัย และพระประสงค์ของพระองค์
ผ่านทางพระคัมภีร์ตลอดมา
พระเจ้าใช้พระคัมภีร์สอนในวิถีที่เราควรจะเดิน
เหมือนที่ Billy Sunday กล่าวว่า
“ในการสอนข้าพเจ้าถึงวิถีในการดำเนินชีวิต
พระคัมภีร์ได้สอนข้าพเจ้าถึงวิถีที่จะมีชีวิต และ
พระคัมภีร์ยังสอนข้าพเจ้าถึงวิธีที่จะตายด้วย!”
(In teaching me the way of life,
The Bible has taught me the way to live;
It taught me how to die.)
พระคัมภีร์มีความสำคัญต่อเรามาก ทั้งในการสอน และในการเปลี่ยนแปลง ชีวิตจิตใจและจิตวิญญาณของเรา
จนกระทั่ง เราไม่อาจจะดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องได้ โดยปราศจากพระคัมภีร์
เหมือนที่ Nate Pickowicz กล่าวว่า
“ พระคัมภีร์ทรงพลานุภาพและสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราจากภายในสู่ภายนอก
พระเจ้าไม่ได้มอบช่องทางอื่นที่จะทำสำเร็จตามภารกิจนี้
พระวิญญาณ ของพระเจ้าผู้ซึ่งกำลังทำกิจอยู่ภายในหัวใจของคริสเตียน
ได้ใช้พระวจนะของพระเจ้าในการเปลี่ยนแปลงพวกเขาให้เป็นคนที่มีลักษณะนิสัยเหมือนอย่างพระเยซูคริสต์!“
(The Bible is powerful and able to change your life from the inside out. No other means is given by God to accomplish such a task. The Spirit of God, who is at work in the hearts of Christians, uses the Word of God to transform them into Christlike people.)
Alan Redpath ก็ยืนยันความจริงนี้ ด้วยการกล่าวว่า
”ไม่มีผู้ใดสามารถใช้พระคัมภีร์ของเขาด้วยพลานุภาพ
นอกจากว่าเขามีพระลักษณะของพระเยซูคริสต์อยู่ในหัวใจของเขา“
(No man can use his Bible with power
unless he has the character of Jesus in his heart.)
ดังนั้น
ขอให้เราทำอย่างที่ Henrietta Mears แนะนำว่า
“จงให้พระคัมภีร์
เติมความทรงจำ
ปกครองนำหัวใจ
และนำย่างเท้าของเราไป!“
(Let the Bible fill the memory,
rule the heart
and guide the feet.)
ขอให้ทุกการตัดสินใจของเรา
จะอยู่ภายใต้การนำทางของพระวจนะพระเจ้า
ขอยอมให้ คัมภีร์ได้ทำสิ่งต่อไปนี้ในชีวิตของเรา
เหมือนดั่งที่ E Stanley Jones กล่าวไว้ว่า
“ พระคัมภีร์นำความตั้งใจของข้าพเจ้าไปทิศทางที่ควรจะไป
พระคัมภีร์ชำระอารมณ์ความรู้สึกของข้าพเจ้า
พระคัมภีร์ให้ความสว่างกระจ่างแจ้งแก่ความคิดของข้าพเจ้า
พระคัมภีร์ทำให้หมดตัวของข้าพเจ้ามีชีวิตชีวาขึ้นมา!“
(The Bible redirects my will, cleanses my emotions, enlightens my mind, and quickens my total being.)
และสุดท้าย
พระคัมภีร์มีความสำคัญมาก เหมือนดังที่ D.L. Moodyกล่าวว่า
“ พระคัมภีร์ จะทำให้คุณห่างไกลจากบาป
หรือไม่ก็บาปจะทำให้คุณห่างไกลจากพระคัมภีร์!”
(The Bible will keep you from sin, or sin will keep you from the Bible.)
พี่น้องที่รัก
คุณจะให้ชีวิตของคุณออกมาเป็นอย่างไร
คุณคงต้องเลือกเอาเองแล้ว
…เห็นด้วยไหมครับ?
~~~~~~~~~~~~~~~~~
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์
6กรกฎาคม 2024
#YoutubeCJCONNECT #thongchaibsc
#คริสตจักรแห่งความรัก #churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี