คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่58)
ความทุกข์ยากลำบากเล็กๆน้อยๆ?
“ข้าพเจ้าเห็นว่าความทุกข์ลำบากแห่งสมัยปัจจุบัน
ไม่ควรจะเอาไปเปรียบกับศักดิ์ศรีซึ่งจะเผยให้แก่เราในอนาคต”
~โรม 8:18 THSV11
“I consider that our present sufferings are not worth comparing
with the glory that will be revealed in us.”
~Romans 8:18 NIV
มีคำกล่าวไว้ว่า
“ความทุกข์ของวันนี้ อาจหนักหนาเกินน้ำตา
แต่ยังเบากว่าศักดิ์ศรีที่พระเจ้าทรงเตรียมให้ไว้ในวันหน้า!”
“Today’s suffering may be heavier than tears,
yet still lighter than the glory God has prepared ahead.”
ในพระธรรมคัมภีร์ก็ยืนยันเรื่องนี้ด้วยคำกล่าวของอาจารย์เปาโลไว้ ดังนี้
“ข้าพเจ้าเห็นว่าความทุกข์ลำบากแห่งสมัยปัจจุบัน
ไม่ควรจะเอาไปเปรียบกับศักดิ์ศรีซึ่งจะเผยให้แก่เราในอนาคต
1).เพราะสรรพสิ่งที่ทรงสร้างแล้ว คอยด้วยความปรารถนาอย่างยิ่งให้บุตรทั้งหลายของพระเจ้าปรากฏ
2).เพราะว่าสรรพสิ่งเหล่านั้นต้องเข้าอยู่ในอำนาจของอนิจจัง
ไม่ใช่ตามใจชอบของตนเอง แต่เป็นไปตามที่พระเจ้าได้ทรงให้เข้าอยู่นั้น
ด้วยมีความหวังว่า สรรพสิ่งเหล่านั้น
1).จะได้รอดจากอำนาจแห่งความเสื่อมสลาย และ
2).จะเข้าในเสรีภาพและศักดิ์ศรีแห่งลูกๆ ของพระเจ้า
เรารู้อยู่ว่าสรรพสิ่งที่ทรงสร้างทั้งหมดนั้นกำลัง
1).คร่ำครวญด้วยกัน และ
2).เจ็บปวดแบบหญิงคลอดลูกมาจนทุกวันนี้ และ
ไม่ใช่เท่านั้น แต่
เราเองด้วย ผู้ได้รับพระวิญญาณเป็นผลแรก ตัวเราเอง
ก็ยังคร่ำครวญคอยการที่พระเจ้าจะทรงให้มีฐานะเป็นบุตร คือที่จะทรงไถ่กายของเรา เพราะว่า
เรารอดโดยความหวัง
แต่ความหวังในสิ่งที่เราเห็นได้นั้นไม่ได้เป็นความหวังเลย
ด้วยว่าใครเล่าจะยังหวังในสิ่งที่เขาเห็น แต่ถ้า
1).เราหวังว่าจะได้สิ่งที่ยังไม่เห็น
2).เราจึงมีความอดทนคอยสิ่งนั้น”
~โรม 8:18-25 THSV11
ใช่ครับ พระธรรมตอนนี้ (โรม8:18-25)เป็นหนึ่งในข้อความที่ลึกซึ้งและให้ความหวังมากที่สุดเกี่ยวกับ “ความทุกข์ยาก” “ความหวัง” และ “อนาคตบั้นปลายของผู้เชื่อ”
อาจารย์เปาโล กำลังอธิบายว่า แม้ชีวิตปัจจุบันของเราจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
แต่พระเจ้าก็กำลังพาเราไปสู่การไถ่และศักดิ์ศรีที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมากมาย โดยกล่าวสรุปว่า
- “ความทุกข์ปัจจุบัน” ไม่ใช่บทสุดท้ายของชีวิต
= “ ไม่ควรจะเอาความทุกข์ลำบากแห่งสมัยปัจจุบันไปเปรียบกับศักดิ์ศรีซึ่งจะเผยให้แก่เราในอนาคต”
อ.เปาโลไม่ได้ปฏิเสธความจริงเรื่องความทุกข์เพราะท่านรู้จักความเจ็บปวดดี ทั้งการถูกข่มเหง ติดคุก ถูกปฏิเสธ และเหนื่อยล้าเมื่อยล้าทั้งกายใจ ฯลฯ
แต่ท่านกำลังบอกว่าความทุกข์ คือสภาวะ“ชั่วคราว”และ”เล็กๆน้อยๆ“
ส่วนศักดิ์ศรีที่พระเจ้าจะประทานให้นั้น“ยิ่งใหญ่และถาวร”
เหมือนคนที่กำลังเดินอยู่ในคืนที่มืดมิดมาก แต่ก็รู้ว่าดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้นในตอนรุ่งเช้า
คริสเตียนจึงไม่ได้ดำเนินชีวิตด้วย “ความสิ้นหวัง”แต่ด้วย “มุมมองนิรันดร์”อย่าง“มีความหวังอันเต็มเปี่ยม”
- ทั้งโลกกำลัง “คร่ำครวญ”เหมือน“หญิงใกล้คลอดลูก”
= “สรรพสิ่งที่ทรงสร้างทั้งหมดนั้นกำลังคร่ำครวญด้วยกัน”
ไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นที่เจ็บปวด แต่สรรพสิ่งทั้งโลกที่พระเจ้าทรงสร้างก็กำลัง
“ผิดปกติ”ผ่าน ความตาย โรคภัยไข้เจ็บ สงคราม ความเสื่อมสลาย ภัยธรรมชาติ ความสับสนและความแตกสลายในจิตใจมนุษย์ ฯลฯ
โลกที่พระเจ้าทรงสร้างนั้นเดิมที “ดีมาก”
แต่ความบาปกำลังทำให้ทุกสิ่งเสื่อมทรามลง
ซึ่งแท้จริงแล้ว “โลกนี้ไม่ควรเป็นแบบนี้”
หัวใจของมนุษย์จึงโหยหาการฟื้นฟูจากพระเจ้า
เสมือนความเจ็บปวดของหญิงคลอดลูกนั้นซึ่งเป็นความเจ็บจริง
ที่กำลังนำไปสู่การเกิดของ “ชีวิตใหม่”
ความทุกข์ของผู้เชื่อก็เช่นกันจะไม่ใช่ความเจ็บปวดที่สูญเปล่า แต่พระเจ้ากำลังใช้สิ่งนั้น
เพื่อพาไปสู่การสร้างใหม่ และศักดิ์ศรีนิรันดร์ในอนาคต
เราผู้เชื่อจึงคร่ำครวญเช่นกัน เพียงแต่ว่า เรา “คร่ำครวญด้วยความหวัง”
และรอวันที่พระเจ้าจะทรงไถ่ทุกสิ่งให้สมบูรณ์ และประทานศักดิ์ศรีให้แก่เรา
เมื่อนั้น เราจะชื่นชมยินดี ที่เราจะได้เห็นในสิ่งที่เราหวังไว้เป็นจริง!
พี่น้องที่รัก
ขอให้เราจดจำไว้เสมอว่า
“ฤดูกาลแห่งความเจ็บปวด ไม่ใช่บทสรุปของชีวิต
แต่เป็นเส้นทางผ่านไปสู่พระสิริที่ยิ่งใหญ่กว่า”
(The season of pain is not the conclusion of life,
but the pathway to a greater glory.)
…อาเมนไหมครับ?
…………………………………………
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 28พฤษภาคม2026(ตอนที่58ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี