พระธรรมนำชีวิต โดย วุฒิ วงศ์สรรเสริญ
15/12/20
ความหวังของเราอยู่ที่การไปอยู่บ้านของพระเจ้าเพื่อจะมีความสุข และอยู่ที่นั่นตลอดไป ถ้าถามแบบติดตลกก็คือ พวกเราอยากรับความหวังนี้เลยไหม ก็น่าแปลกอีกที่เราจะตอบเหมือนๆกันว่า อยากรับนะ แต่ไม่ใช่ตอนนี้
หลายครั้งที่พวกเราผู้เชื่อเข้าใจคำว่าความหวังแบบผิดๆ เราส่วนใหญ่เมื่อคิดถึงเรื่องการไปพักสงบในพระเจ้าจะคิดถึงเรื่องอนาคตที่ยังมาไม่ถึง อีกนานและก็อีกไกล แต่ในความจริงแล้วเมื่อเราต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปแล้ว คำว่าบ้านของพระเจ้าและการพักสงบจะเกิดขึ้นทันที
“ฉะนั้นเมื่อพระเจ้าทรงประสงค์จะแสดงให้บรรดาผู้ที่ได้รับสิ่งที่ทรงสัญญาไว้เป็นมรดก รู้แน่ยิ่งขึ้นว่าพระดำริของพระองค์จะไม่เปลี่ยนแปลง พระองค์จึงได้ทรงยืนยันพระสัญญานั้นด้วยคำสาบาน เพื่อว่าโดยพระสัญญาและคำสาบานที่ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะพระเจ้าตรัสมุสาไม่ได้ เราผู้ที่หนีไปยึดความหวังซึ่งมีอยู่ตรงหน้า จะได้รับการชูใจอย่างมากมาย ความหวังที่เรายึดนั้นเป็นเสมือนสมอที่แน่นอนและมั่นคงของจิตใจ เป็นความหวังที่นำไปสู่
อภิสุทธิสถานข้างหลังม่าน ที่ที่พระเยซูผู้ทรงนำหน้าเสด็จเข้าไปก่อนแล้วเพื่อเรา เพราะพระองค์ทรงเป็นมหาปุโรหิตชั่วนิรันดร์ตามแบบอย่าง
เมลคีเซเดคนั้น”
ฮีบรู 6:17-20
ความหวังในการพักสงบในบ้านของพระเจ้าจะเป็นของเราทันที ที่เราต้อนรับพระเยซูคริสต์มาเป็นพระเจ้า สิ่งนี้กำลังหมายถึงความสุข
ที่มั่นคงแน่นอน ที่จะเกิดขึ้นในใจของเรา แต่ทำไมพวกเรา
ผู้เชื่อจำนวนไม่น้อยยังคงมีเรื่องทุกข์ใจอยู่เสมอ ทั้งๆที่รู้แล้วว่าเรามีความหวังในพระเยซูแล้ว ปัญหาคือเราใช้ชีวิตในการคาดหวังว่าวันหนึ่งเราจะได้รับสันติสุขนิรันดร์ แต่ไม่ใช่วันนี้ พี่น้องที่รัก ความหวังและสันติสุขเป็นของเราตั้งแต่วันแรกที่เรารับเชื่อ เพราะเราก็รู้สึกมีความสุข ในวันแรกที่เรารับเชื่อ จริงไหมครับ แต่ความแปลกก็คือความสุขนี้มันลดลงเรื่อยๆ
นั่นเพราะเราไม่จดจ่ออยู่ที่ พระบิดาพระเจ้า
พระเยซูคริสต์ และ
พระวิญญาณของพระองค์
“ขอพระเจ้าแห่งความหวังโปรดให้ท่านบริบูรณ์ด้วยความชื่นชมยินดี และสันติสุขในความเชื่อ เพื่อท่านจะได้เปี่ยมด้วยความหวังโดยฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์” โรม 15:13
หากเราขาดสันติสุขในวันนี้ เราหวังเพียงแค่สันติสุขที่เราจะได้รับเมื่อเราจากโลกนี้ไป ให้เรากลับมารับสันติสุขในพระเจ้า ให้เราร้องขอให้พระวิญญาณของพระเจ้าออกฤทธิ์ของพระองค์เพื่อให้เรามีความสุขตั้งแต่วันนี้ เดี๋ยวนี้ และตามทฤษฎีคือตลอดไปเป็นนิจนิรันดร์ นี่คือความจริงที่เราผู้เชื่อจะต้องเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริงกับตัวเรา